เรื่อง บทกวีผลาญฟ้า

ติดตาม
บทที่ 1 ตอนที่ 35 : ตบหน้ากลางประชา
บทที่ 1 ตอนที่ 35 : ตบหน้ากลางประชา
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

๻๵นที่ 35 ตบหน้ากลางประชา


แสงแดดมาเยือนผืนดินอีกครั้ง กลุ่มจรจัดในวันนี้ตื่นเช้าด้วยอารมณ์สดใส อุณหภูมิที่เย็นสบายในช่วงเช้า ทำให้หนุ่มสาวตัดสินใจเข้าไปหาอาหารเข้าในหมู่บ้านกลางป่า


อันที่จริงแล้วหมู่บ้านกลางป่านี้ตั้งอยู่ในเส้นทางระหว่างเมืองเหว่ยและเมืองกวงหมิง เหล่านักเดินทางจึงแวะเวียนเข้ามาอยู่บ่อยครั้ง เหล่าชาวบ้านต่างก็เริ่มหาของป่าหรือทำอาหารมาค้าขาย จึงทำให้หมู่บ้านนี้เริ่มกลับกลายเป็นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน


เชิญแวะชิมของดีประจำหมู่บ้าน ห่อหมกเนื้อสัตว์อสูร’ คือประโยคบนป้ายขนาดใหญ่หน้าหมู่บ้าน แต่ถึงกระนั้น เมื่อกลุ่มจรจัดได้มาถึง กลับมิได้สนอกสนใจของดีประจำเมืองนี้เลย


เฝิ่นเฟิง เจ้าอยากกินอะไร?” ขณะที่กลุ่มจรจัดกำลังเดินเข้าหมู่บ้านกลางป่า หวังซิ่วอิงก็หันไปถามเจ้าหยางถัว “แมะห์..”


เจ้าตัวขนสีขมพูกล่าวว่าอยากกินบะหมี่ ก่อนจะใช้พลังวิญญาณบังคับตะเกียบขึ้นมา หากจะสงสัยว่ามันเก็บตะเกียบไว้ที่ใดนั้น คำ๻๵บก็คือขนฟูบนหัวของมัน ตลอดการเดินทางมานี้ กลุ่มจรจัดจะได้เห็นว่ามันใช้ตะเกียบคีบของกินเข้าปากทุกครั้ง


ไม่มีปัญหา แต่เจ้าต้องเป็นคนลวกนะ” หวังซิ่วอิงยิ้ม แต่เซียวเฉิงเฟยที่เดินนำกลุ่มกลับทำหน้าฉงน “เจ้ารู้ภาษามันแล้ว?”


อยู่ด้วยกันมาเกือบครึ่งเดือน เจ้ายังเดาไม่ออกอีกหรือ?” หญิงสาว๻๵ ตลอดการเดินทางที่ผ่านมานี้ แม้ว่านางจะไม่สามารถสื่อสารกับเฝิ่นเฟิงได้ทั้งหมด แต่ก็ยังพอจะคาดเดาได้อยู่บ้าง


ถ้าหากเจ้าไม่พยายาม เกรงว่าเจ้าคงจะโดนขับออกจากกลุ่มเสียแล้ว” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าว เซียวเฉิงเฟยกลับทำหน้านิ่ว กลุ่มประลองนี้ได้นับเฝิ่นเฟิงเป็นสมาชิกแล้ว หากว่าไม่สามารถสื่อสารกันได้ เกรงว่าจะไม่เป็นผลดีนัก


เฮ่อ.. ข้าจะพยายาม เฝิ่นเฟิง..เจ้าอยากได้อะไรไหมข้าจะหาให้” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าหยางถัวจึงเคาะตะเกียบพร้อมกับส่งเสียง


อ้อ.. เจ้าอยากได้ตะเกียบใหม่สินะ” เซียวเฉิงเฟยยกมือลูบคางพร้อมกับพยักหน้า ทว่าหยุนเสวี่ยเฟิงกลับทักท้วงว่าผิดแล้ว เฝิ่นเฟิงบอกว่าให้เจ้าหัดใช้ตะเกียบแบบมันให้ได้ก่อน


อะไรกันพวกเจ้ากลั่นแกล้งข้าชัดๆ หากข้าควบคุมตะเกียบได้แล้วจะสื่อสารกับมันได้เช่นนั้นหรือ?” เซียวเฉิงเฟยเกาหัว หากว่าควบคุมตะเกียบได้ ก็จะสื่อสารได้ ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี ทว่าเมื่อหันกลับไปมองหวังซิ่วอิง กลับพบว่าขณะนี้นางกำลังฝึกใช้พลังวิญญาณควบคุมตะเกียบอยู่ “หรือจะเป็นความจริง?”


เซียวเฉิงเฟยยิ้มหน้าแห้ง หรือว่าเคล็ดลับการสื่อสารกับสัตว์อสูรก็คือสิ่งนี้แต่เมื่อมันจะกล่าวทักท้วงอันใด ร่างของมันก็ชนเข้ากับคนผู้หนึ่ง


ตุบ!


เฮ้เดินระหวังหน่อ..” เซียวเฉิงเฟยพูดไม่ทันจบมันก็ชะงักค้าง บุคคลที่มันเดินชนนั้นกลับเป็นชายหนุ่มผมสีทองอาภรณ์สูงศักดิ์


เยว่เสวียนซา!” เซียวเฉิงเฟยกัดฟันกล่าว ความแค้นที่ชายผมทองได้สร้างไว้กับมันนั้นยังคงไม่มอดดับ แม้จะรู้ดีว่าการมีเรื่องกับคนผู้นี้ ในเวลานี้ยังไม่เหมาะนัก แต่เจ้าหนุ่มหน้าแก่กว่าวัยก็มิอาจสกัดกั้นอารมณ์เอาได้


จิ๊พวกมนุษย์โสโครก” เยว่เสวียนซากล่าวเหยียดหยัน ทว่ามันกลับไม่ได้หาเรื่องหาความอันใด พร้อมกันนั้นมันก็หันกายเดินจากไป ท่าทีของมันคล้ายจะเสาะหาคนผู้หนึ่งอยู่


ก่อนหน้านี้หวังซิ่วอิงได้แอบลอบโคจรพลังวิญญาณเตรียมไว้ แต่เมื่อพบว่าเยว่เสวียนซาไม่มีปฏิกิริยาอันใด นางจึงได้เบาใจ


ทางด้านหยุนเสวี่ยเฟิงแม้ว่ามันเพิ่งจะพบพานชายผมทองครั้งแรก แต่เมื่อยินเซียวเฉิงเฟยเอ่ยนาม มันก็ได้ลอบอัญเชิญห้วงกวีขึ้นในใจ แต่ยังไม่ทันที่จะอัญเชิญออกมาสำเร็จ เยว่เสวียนซากลับเดินจากไปเสียก่อน


ท่ามกลางสายตาของกลุ่มจรจัด การกระทำของเยว่เสวียนซาผู้นี้ได้ยืนยันแล้วว่า ‘มันไม่รู้!’


ฮ่าๆ จิ้งจอกน้อย!” กังหยงยิ้มพร้อมกับตบบนบ่าหยุนเสวี่ยเฟิง


กลุ่มจรจัดคล้ายลอบยิ้มปานจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ทว่าเจ้าหนุ่มหน้าแก่กว่าวัยกลับมิได้มีอารมณ์ร่วม ความคับแค้นที่มันถูกทำร้ายในคืนนั้นยังอยู่ในใจ มันจึงตะโกนตามหลังเยว่เสวียนซา


ข้าจะเอาคืนแน่!”


พลันนั้นชายหนุ่มผมทองก็หยุดเดินก่อนจะหันกลับมา ดวงตาของมันคล้ายจะทอแสงสีทองวาบหนึ่ง พร้อมกันนั้นรอบกายของชายหนุ่มพลันปรากฏความรู้สึกกดดันบางอย่างออกมา


ทำไมไม่เอาคืน๻๵นนี้เลยเล่า?!” เยว่เสวียนซายิ้มเหี้ยมท้าทาย ในเวลานี้ด้วยระดับพลังวิญญาณของมัน จะต่อให้กลุ่มจรจัดกลุ้มรุมมันเลยก็ยังได้!


นี่มัน.. จิตสังหาร!’ หยุนเสวี่ยเฟิงแววตาแปรเปลี่ยน ตัวมันที่ได้ผ่านขั้น๻๵นจิตสังหารแรกกำเนิดมาแล้วนั้นรู้ได้ในทันที “เซียวเฉิงเฟย พวกเราไปกันเถอะ!”


หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวเตือนโดยทันที คนผู้นี้แม้ว่าจะยังไม่ปลดปล่อยพลังวิญญาณ แต่มันก็พอจะเดาได้ว่าไม่ต่ำกว่าห้าสิบแน่นอน 


เรายังสู้มันไม่ได้!” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวเสียงเย็น แม้ว่าจะใช้ห้วงต้องสาปเจ้าช่วย แต่มันได้ฟังจากหวังซิ่วอิงแล้ว เยวเสวียนซาเป็นผู้อัญเชิญกวี ดังนั้นห้วงต้องสาปอาจจะไม่เป็นผล


เจ้าหนุ่ม อย่าหาเรื่องใส่ตัว” กังหยงเป็นอีกคนที่เตือนเซียวเฉิงเฟย


ส่วนเซียวเฉิงเฟยนั้นมันรู้ดีแก่ใจ กลุ่มจรจัดใน๻๵นนี้ยังมิอาจต่อกรกับคนผู้นี้ได้ มันแค่นเสียงคราหนึ่งก่อนจะหันหลังเดินกลับ


ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เยว่เสวียนซาได้พบหยุนเสวี่ยเฟิงเช่นกัน แม้ว่าภายนอกของหนุ่มผมสีเทานี้จะดูไร้พิษภัยก็จริง แต่ดูคล้ายกับว่ามันมิได้มีความกลัวเกรงผู้มีสายเลือดแห่งทวยเทพแม้แต่น้อย


มันอาจจะเป็นคนใช้ห้วงกวีใน๻๵นนั้น?’ ความคิดหนึ่งวาบเข้ามาในหัวเยวเสวียนซา แผนการบางอย่างจึงผุดขึ้นมาในหัว


โอ้..เหตุใดพวกมนุษย์จึงขลาดเขลาดังเช่นสุนัขกัน เห่าหอนก่อนจะหลบหนีเช่นนี้หรือครั้นเมื่อพบพานนำอาจทวยเทพ พวกเจ้าจะกลับไปถกเถียงว่าผู้ใดหาเรื่องยุ่งยากเข้ามาหรือไม่?!” เยว่เสวียนซากล่าวเย้ยหยัน


ได้ยินเช่นนั้นกลุ่มจรจัดก็หันกลับมาทันที จริงอยู่ว่าการกระทำเช่นนี้ดูคล้ายสุนัขเห่าแล้วหนี แต่ฉไนนต้องเหมารวมเหล่ามนุษย์ทุกผู้ทุกคนด้วยเล่า บรรดาชาวบ้านและนักเดินทางคนอื่นๆที่ได้ยินเยว่เสวียนซากล่าว ก็เริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น


หยุนเสวี่ยเฟิงเป็นผู้แรกที่หันกายเดินเข้ามาประชันหน้ากับเยว่เสวียนซา พร้อมกันนั้นมันก็ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเช่นกัน


มันมีจิตสังหาร!’ เยว่เสวียนซาเบิกตากว้าง ชายหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลาดูไม่มีพิษภัย กลับมีจิตสังหารที่รุนแรงพอๆกับมัน!


เจ้าจะว่าพวกข้าเป็นเช่นสุนัข..มิผิด” หยุนเสวี่ยเฟิงแววตาเหี้ยม มันกล่าวเสียงเย็นต่ออีกว่า “แต่เจ้าเหมารวมเหล่ามนุษย์เป็นเช่นสุนัขได้แต่เห่าหอน.. ครึ่งหนึ่งในตัวเจ้าก็เห่าหอนเช่นกัน!”


ได้ยินเช่นนั้นเยว่เสวียนซาก็เริ่มมีโทสะ “เจ้าว่ากระไรลองกล่าวอีกครั้ง!”


ข้าไม่กล่าวซ้ำสอง อีกอย่าง..มนุษย์นั้นมิใช่ว่าต้องเกี่ยงกันหาใครผิดและตบตีกันเสมอไป หากว่ามนุษย์ร่วมมือร่วมใจทวยเทพก็อาจจมใต้แทบเท้าได้เช่นกัน!”


เสี้ยววินาทีนั้นคล้ายเวลาจะถูกยืดยาวออกไป เมื่อเยว่เสวียนซาถูกกระตุ้นโทสะเช่นนี้ มันจึงปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมา แต่ทางด้านหยุนเสวี่ยเฟิงกลับยังคงนิ่งเฉยมองดูเยว่เสวียนซาชักกระบี่ขึ้นมาจ่อหน้าผาก


แววตาชายหนุ่มผมทองคล้ายจะแสดงถึงความเคียดแค้น มันจ่อปลายกระบี่สีขาวไปยังหน้าผากหยุนเสวี่ยเฟิง มาดว่าจะข่มขู่ให้หวาดกลัว ปลายกระบี่แทรกลงผิวหนังเล็กน้อยจนปรากฏหยดเลือดไหลลงมา


นี่คือหนึ่งในสันดานมนุษย์ในตัวเจ้า.. หรือเป็นสันดารของทวยเทพกัน?” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวเสียงเรียบ พลันนั้นใบหน้าเยว่เสวียนซากลับชะงักค้าง มันขมวดคิ้วคล้ายฉุกคิดอะไรบางอย่าง มือที่จับกระบี่สีขาวพลันสั่นไหวเล็กน้อย


ข้าได้ยินมาจากสหายของข้า ว่าเจ้านั้นเป็นสายเลือดผสมเทพและมนุษย์ แต่กลับชมชอบเหยียบย่ำเหล่ามนุษย์ที่เป็นอีกครึ่งหนึ่งของเจ้า..” หยุนเสวี่ยเฟิงหันกายเดินเข้าไปรวมกลุ่มพร้อมทั้งกล่าวว่า “ข้าขอถาม เหล่าทวยเทพนั้นมีดีอันใด เหล่าทวยเทพมิได้ตบตีกันเช่นมนุษย์หรือ?!”


คำกล่าวของหยุนเสวี่ยเฟิงคล้ายฝ่าเท้ากระทบหน้าเยวเสวียนซา มันไม่สามารถต่อปากต่อคำอันใด แน่นอนว่าด้วยสัมปชัญญะทั่วไปของสิ่งมีชีวิต เมื่อไม่สามารถต่อกรในด้านหนึ่งได้ ย่อมต้องยกเอาอีกด้านเข้ามาต่อกร


หึหึ.. เป็นมนุษย์แต่กลับท้าทายทวยเทพ ดี!” เยว่เสวียนซาใน๻๵นนี้ยิ้มเย้ยเหยียดหยัน หากจะพิจารณาภายนอกแล้วด้วยอายุของมันที่มากกว่าอีกฝ่ายสามปี อีกทั้งส่วนสูงที่มากกว่าหยุนเสวี่ยเฟิงแล้ว ความหยิ่งยโสของมันกลับดูจะเพิ่มอีกเท่าตัว “เจ้ายังเด็ก อย่าคิดจะปีนเกลียว!”


เป็นไรไปท่านครึ่งเทพ โต้เถียงผู้เยาว์กว่าเช่นนี้ กลับคิดหาคำกล่าวได้แค่นี้?”


หยุนเสวี่ยเฟิงแววตาเย้ยหยัน บุคคลตรงหน้านี้มิได้มีดีอันใดนอกจากระดับพลังวิญญาณที่สูงกว่า ทว่าคำกล่าวเมื่อครู่กลับดลใจให้เยว่เสวียนซานึกบางอย่างได้ กระบี่ในมือก็ถูกเก็บเข้ามิติ


ข้านั้นมีระดับพลังวิญญาณมากกว่าเจ้า.. เจ้าใช่ว่าเป็นกวีหรือไม่?” เยว่เสวียนซากลับกลายเป็นยิ้มเยาะ ท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้คน ชายผมทองนี้ช่างปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้ง่ายนัก


หากว่าเจ้ามองว่าข้าโต้เถียงไม่ได้ เช่นนั้นมาลองปะทะคารมณ์กันเสียหน่อยเป็นไร?” ชายผมทองยิ้มเหี้ยม การจะใช้การวิวาทเข้าข่มนั้น ตัวมันย่อมกระทำได้ง่ายดาย ทว่าด้วยสายตาประชาชีเช่นนี้แล้ว มันกลับต้องการสยบเจ้าเด็กน้อยเบื้องหน้าด้วยเหตุและผลของมัน


ประชันกวี ประชันกวี!”


หยุนเสวี่ยเฟิงไม่ทันได้กล่าวอันใด เหล่าชาวบ้านและนีกเดินทางไม่เว้นแม้แต่กังหยงก็เริ่มส่งเสียงเป็นจังหวะพร้อมกันยิ่งนานเข้ายิ่งเริ่มมีผู้คนในหมู่บ้านแห่กันเข้ามา


ทว่าตัวหยุนเสวี่ยเฟิงมันมิใช่กวี แต่มันเป็นเพียงผู้อัญเชิญห้วงกวีเท่านั้น มันจึง๻๵บว่า “ข้าเป็นเพียงผู้อัญเชิญกวี หรือเจ้าอยากเป็นศิษย์ของข้ากัน?”


แต่ชายผมทองมิได้ใส่ใจคำกล่าว มันปลดปล่อยพัดขนเป็ดของตนออกจากมิติพร้อมกับชี้ไปยังหยุนเสวี่ยเฟิง “ข้าเยว่เสวียนซาขอท้าเจ้าประชันกวี!”


ชายผมทองท้าทาย จริงอยู่ที่มันมีโทสะจากคำกล่าวของหยุนเสวี่ยเฟิง ทว่าในใจของมันกลับนึกย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้าที่มันได้พบกลิ่นอายห้วงกวีขั้นที่หก ‘อาจจะเป็นมัน!’


หยุนเสวี่ยเฟิงคล้ายจะตกที่นั่งลำบาก มันเพียงกระทำโดยไม่ยั้งคิดเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นเช่นนี้ได้ ด้วยการปะทะคารมณ์เมื่อครู่นั้น มันคิดเพียงจะใช้คำกล่าวตบหน้าเยว่เสวียนซาเท่านั้น แต่ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังสับสนอยู่นั้น กงหยงจึงเข้ามาตบไหล่พร้อมกับกระซิบว่า “ใช้เพียงสี่ถึงห้าขั้นก็พอ


แม้ว่าหยุนเสวี่ยเฟิงจะงุนงง แต่ในเมื่อผู้เป็นอาจารย์มิได้เข้าห้ามปราม แถมยังส่งเสริมให้มันได้ลองประชันกวี มันจึงได้แต่จำใจลองดูสักตั้ง!


ข้าหยุนเสวี่ยเฟิงรับคำท้า!”


เฮ..!”


เหล่าผู้คนส่งเสียงโห่ร้องยินดี กังหยงที่เห็นดังนั้นจึงเดินออกมาท่ามกลางวงล้อม มันสูดลมหายใจลึกคราหนึ่งก่อนจะเปล่งเสียงออกมา


พี่น้องทั้งหลายบัดนี้การประชันกวีกพลังจะเริ่มแล้ว” กงหยงเดินวนไปรอบๆ ก่อนจะผายมือไปยังเยว่เสวียนซาและหยุนเสวี่ยเฟิง


ในวันนี้คุณชายเยส่เสวียนซา ผู้มีสายเลือดสูงศักดิ์ บุตรแห่งอาณาจักรเยว่เสวียน จะได้ประชันกับ..” กังหยงยิ้มหรี่ตาแล้วหันไปทางหยุนเสวี่ยเฟิง “จะได้ประชันกวีกับ เอ่อ..”


คุณชายพัดดำ.. จิ้งจอกรัตติกาล.. หยุลเสวี่ยเฟิล~!” กังหยงเล่นคำ


อะไรนะ?!” หยุนเสวี่ยเฟิงหน้าแห้ง เหตุใดอาจารย์ของมันจึงกล่าวแนะนำเช่นนี้


เฮ..!” เหล่าผู้คนต่างส่งเสียงให้กำลังใจ


จัดไปพี่น้องข้า ตบมันให้คว่ำ!” เซียวเฉิงเฟยกล่างเสียงดังพร้อมกับตบบ่ามัน เฝิ่นเฟิงที่อยู่ด้านข้างก็กู่ร้องออกมาเช่นกัน


หยุนเสวี่ยเฟิงคล้ายจะลืมเลือนโทสะไปเสียแล้ว บัดนี้มันไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไร มันยิ้มแห้งหันไปถามหวังซิ่วอิงคล้ายจะขอความคิดเห็น แต่หญิงสาวกลับยิ้มพยักหน้า มันจึงจำใจเดินเข้ามากลางวงล้อม


อ่อนหัดนัก!’ เยว่เสวียนซามองหยุนเสวี่ยเฟิงอย่างเหยียดหยาม ชายหนุ่มรูปงามปากดีก่อนหน้าคล้ายจะเลือนหายไปแล้ว


ครั้นเมื่อเดินมาหยุดกลางวงล้อมเบื้องหน้าเยวเสวียนซาโดยมีกังหยงคั่นกลางแล้ว หยุนเสวี่ยเฟิงจึงปลดปล่อยพัดสีดำประจำตัวออกมาจากมิติ มันมองชายผมทองที่ไพ่มือด้านหนึ่งไว้ข้างหลัง ส่วนพัดขนเป็ดถูกยกขึ้นมาบนแผ่นอก


ข้าต้องทำท่านี้หรือไม่?’ หยุนเสวี่ยเฟิงมีความคิดที่จะเลียนแบบ ทว่าหากมันเลียนแบบท่าทาง ก็เท่ากับว่ามันยอมจำนนหรือไม่เมื่อคิดดังนั้นมันจึงยืดตัวตรงแล้วชี้พัดหยุนเฟิงลงดินในท่าตั้งแรกเริ่มเพลงกระบี่ดับตะวันเท่านั้น


เมื่อเห็นว่าผู้ประชันกวีมายืนประจันหน้ากันแล้ว กังหยงจึงตะโกนออกไปรอบๆ


พี่น้อง.. พวกท่านโปรดเป็นพยานการประชันกวีนี้ หากว่าฝ่ายใดพ่ายแพ้แล้วลงไม้ลงมือ โปรดจงป่าวประกาศประนามมันให้จมดิน แต่หากจบลงด้วยดี โปรดป่าวประกาศชื่นชมทั้งสองฝ่ายให้กึกก้อง!”


การประชันกวี..เริ่ม  บัดนี้!” กังหยงว่าแล้วก็ฟันสันมือลงระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง ก่อนที่มันจะเดินมากระซิบหยุนเสวี่ยเฟิง “อย่าคิดเอาชนะ ให้คิดเพียงสื่อความถึงแก้นแท้ในความเป็นจริง


ได้ฟังเช่นนั้นหยุนเสวี่ยเฟิงก็เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา “อาจารย์วางใจได้!”


เมื่อผู้เป็นอาจารย์ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้ม ก่อนจะเดินกลับไปหากลุ่มจรจัดด้านหลัง


เชิญคุณชายพัดดำเลือกหัวข้อ..” เยว่เสวียนซากล่าวล้อเลียนทำเอาหยุนเสวียเฟิงสะอึก เหตุใดอาจารย์ของมันจึงกล่าวแนะนำมันเช่นนั้นกันแต่บัดนี้ไม่มีเวลาจะประหม่าอีกแล้ว


มนุษย์และเทพ!” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าว


ตกลง.. ข้าจะเริ่มก่อน เป็นการอ่อนข้อให้คุณชายพัดดำ~” เยว่เสวียนซาว่าแล้วก็เริ่มโบกพัดขนเป็ดในมือ


สายลมยามสายคล้ายจะพัดพาโหมโรง เหล่าผู้คนรอบด้านต่างพากับนิ่งเงียบ บัดนี้การประชันกวีได้เริ่มขึ้นแล้ว!


จบ๻๵.

ตอนต่อไป
บทที่ 1 ตอนที่ 36 : ประชันกวี

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา