เรื่อง บทกวีผลาญฟ้า

ติดตาม
บทที่ 1 ตอนที่ 45 : ไม่อาจปล่อยวาง
บทที่ 1 ตอนที่ 45 : ไม่อาจปล่อยวาง
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

๻๵นที่ 45 ไม่อาจปล่อยวาง


ค่ำคืนที่แสนยาวนานนั้นยังคงไม่จบลงง่ายๆ เมื่ออสูรแห่งบาปได้รุดหน้ามาถึงบริเวณที่ลูกธนูเรืองแสงตกลงนั้น มันกลับไม่พบจบสิ่งมีชีวิตใดในที่แห่งนี้


อา.. อ๊า!” อสูรแห่งบาปกู่ร้องคล้ายเด็กทารก เหยื่อที่มันมุ่งมั่นที่จะบดขยี้ด้วยมือนั้น บัดนี้ได้หายตัวไปแล้ว ครั้นเมื่อไม่สามารถจะขบคิดให้ซับซ้อนได้ มันจึงเริ่มระบายโทสะลงพื้นดินที่มีลูกธนูปักอยู่


ตึง ตึง!


หมัดสีแดงซ้ายขวาสลับกันชกลงบนพื้น แรงสั่นสะเทือนแผ่ขยายออกไปในวงกว้าง เหล่านกไม้ต่างก็ตกใจรีบบินหนีเสียงจากปีกน้อยเหล่านี้ได้แล่นเข้ามาในโสทประสาทของยักษ์สีแดง พลันนั้นมันก็ยืดตัวขึ้นมองไปยังฝูงนกที่แตกรัง


อาาห์...” อสูรแห่งบาปแสยะยิ้มกว้าง มันมองตามฝูงนกที่บินฝ่าความมืดยามค่ำคืนออกไป ภาพในขณะที่หญิงสาวผู้ช่วยเหลือเหยื่อกำลังยิงธนูวาบเจ้ามาอีกครั้ง


กลืนกิน.. ฆ่า..” อสูรสีแดงพ่นไอหมอกออกจากปาก ก่อนที่มันจะออกตัววิ่งกระแทกพื้นกลับไป เป้าหมายของมันใน๻๵นนี้ ก็คือทิศทางที่ลูกธนูอับแสงถูกยิงไป!



เวลาได้ผันผ่านมากว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว ทางด้านกลุ่มจรจัดที่ได้หนีหัวซุกหัวซุนไปนั้น ก็ได้พบกับนักเดินทางที่หลบหนีออกมาในช่วงแรกของการต่อสู้ ผู้คนเหล่านี้ล้วนแต่มีระดับพลังวิญญาณต่ำกว่าห้าสิบทั้งสิ้น บ้างก็เป็นผู้ไร้พลังวิญญาณ คนเหล่านี้หากรั้งรอก็คงเป็นแค่ศพเท่านั้น


พวกเขาเหล่านี้ได้หนีมาตั้งหลักด้านนอกเขตหุบเขากวงหมิง หลายผู้หลายคนต่างเฝ้ารอสหายของตนอย่างใจจดใจจ่อครั้นเมื่อพบเห็นกลุ่มจรจัดได้หลบหนีออกมา ทุกคนจึบรีบเข้ามาหาพวกมันทันที ต่างคนต่างเริ่มมีความหวังมากขึ้นเมื่อพบว่ากลุ่มนี้มิได้มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ


เป็นอย่างไรบ้าง?!” หญิงสาวคนหนึ่งโผเข้ามาหาแต่ไกล ทว่าสีหน้าของแต่ละคนนั้นได้บอกถึงคำ๻๵บแล้ว หวังซิ่วอิงนั้น แม้ว่าจะยังไร้ซึ่งบาดแผล แต่พลังวิญญาณกลับเหือดหายไปเสียหมดสิ้น


ข้าขออภัย!”


ประโยคเดียวที่ออกจากปากหวังซิ่วอิง หญิงสาวผู้ที่โผเข้ามาพลันเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น 


ราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ ความคาดหวังที่จะได้พบสหายหรือคนในกลุ่มของตนพังทลายไปสิ้น ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงัน หวังซิ่วอิงคุกเข่าลงก้มหัวแนบพื้น หยาดน้ำตาเริ่มไหลรินไม่ต่างจากหญิงสาวเบื้องหน้า


ทำไมไม่ตกตายตามไปเสียเลย!” หญิงสาวผู้ที่โผเข้าหาในคราแรกตะคอกเสียง ชายคนรักของนางเป็นหนึ่งในผู้ที่ตายในเหตุการณ์นี้


เพี๊ยะ!


เสียงฝ่ามือได้กระทบใบหน้าขาวผ่องท่ามกลางความเงียบงัน “ทำไม.. เจ้ายังมีหน้าจะหนีมาอีกหรือ!”


หญิงสาวร่ำไห้ไม่หยุด เหล่ามิตรสหายของนางก็รีบเข้ามาประคองลุกไป เหล่าผู้คนที่ได้เห็นดังนั้นก็มีสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็เกิดความเห็นใจ บ้างก็รู้สึกคับแค้น แน่นอนว่ามากหน้าหลายตา ย่อมต่างความคิดเช่นกัน


เจ้านำพาความตายมาสู่พวกเขา ฆาตกร!” โดยพลันนั้นเสียงก่นด่าจากผู้คนก็เริ่มดังหนาหูขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งยังมีคนปาหินเข้ามากระทบศีรษะของหวังซิ่วอิง!


สายโลหิตไหลเป็นทางพาดผ่านหน้าผากลงมาผสมกับหยาดน้ำตา นางมิได้๻๵บโต้ใดๆทั้งสิ้น ยังคงคุกเข่าก้มหน้าต่อไป มือเรียวทั้งสองจิกลงบนพื้นดินแน่น เหล่าสหายของนางครั้นจะช่วยเหลือก็ถูกหญิงสาวห้ามไว้ ความรู้สึกผิด ความรู้สึกคับแค้นที่ตนไร้ซึ่งพลังได้ถาโถมเข้ามาครอบงำจิตใจของนาง สมควรแล้วที่จะมีผู้ก่นด่าสาปแช่งและลงโทษเช่นนี้


ข้านำพาความตายมาสู่พวกเขา..’ หวังซิ่วอิงยิ่งคิดยิ่งรู้สึกผิด คำกล่าวของหญิงสาวเมื่อครู่ได้ดังก้องอยู่ในหัว ทำไมนางถึงยังอยู่รอด ทำไมนางจึงไม่ตกตายตามพวกเขาไป!


ฆาตกรฆาตกร!”


เสียงจากผู้คนรอบด้านตะโกนซ้ำๆ หญิงสาวทำได้เพียงแต่ก้มหน้า ผู้คนเหล่านี้ต่างก็ได้สูญเสียมิตรสหายไปเพราะนางทั้งสิ้น หวังซิ่วอิงขบกรามแน่นกดหน้าผากให้แนบพื้นแน่นขึ้นอีก


หญิงสาวอายุเพียงสิบห้าเท่านั้น กลับต้องมาแบกรับสิ่งเหล่านี้ หากย้อนกลับไปได้ หากรู้ว่าเหตุการณ์จะดำเนินไปเช่นนี้นางคงจะปล่อยให้ตนตกตายไปโดยไม่ชักนำอสูรตนนั้นมาเสียก็ดี ทว่าความคิดก็เป็นเพียงความคิด ทุกอย่างได้ผ่านล่วงเลยมาเสียแล้ว


เซียวเฉิงเฟยและกังหยงได้แต่คุกเข่าก้มหน้าตามหญิงสาว สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็มีเพียงเท่านี้ เมื่อสหายกระทำผิดพลาดก็ย่อมเป็นความผิดของตนเช่นกัน คำว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขคงมิใช่คำเกินเลยสำหรับมิตรภาพนี้


ในขณะนั้นเอง ท่ามกลางเสียงก่นด่าและสิ่งของที่ถูกขว้างปาใส่นั้น ได้มีหญิงสาวผู้หนึ่งเดินแหวกฝูงชนเข้ามา นางสูดลมหายใจลึกก่อนจะเปล่งเสียงออกมา หมายว่าให้ทุกผู้ทุกคนได้ยินชัดเจน


๻๵นที่ข้าและนางหนีมา นางเป็นคนบอกว่าอสูรตนนี้จะต้องมาสังหารพวกเราอยู่แล้ว หวังซิ่วอิง เจ้ามั่นใจได้อย่างไร?!” ผู้เอ่ยกล่าวนี้กลับเป็นหวงผิง หนึ่งในศิษย์สำนักคิมหันต์ ที่กลุ่มจรจัดได้ช่วยเหลือ


หวังซิ่วอิงเมื่อได้ยินดังนั้น นางจึงลุกขึ้นเผชิญหน้าหวงผิงพร้อมกับแววตาแค้นเคือง ต้นกำเนิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ มาจากการที่อาจารย์และศิษย์พี่ของนางมิใช่หรือ?! เหตุใดนางจึงกล่าวเช่นนั้น เหตุใดนางถึงได้ซ้ำเติมกันเยี่ยงนี้!


หวงผิงที่เห็นว่าหวังซิ่วอิงจ้องตาไม่กล่าวอันใด นางจึงแค่นเสียงกล่าวทับถมอีก “หรือเป็นเจ้าที่ตั้งใจให้มันมาเข่นฆ่าผู้คนเหล่านี้?!”


ทันใดนั้นก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอีกครั้ง จริงอยู่ที่ทุกคนได้เห็นพลุสัญญาณเตือน แต่ใครจะล่วงรู้ได้เล่าว่าอาจจะเป็นหวังซิ่วอิงที่ตั้งใจกระทำ อสูรร้ายตนนั้น อาจจะเพียงแค่ตามไล่ล่าพวกนางเท่านั้น มิได้มีจุดมุ่งหมายที่จะมาสังหารคนหมู่มากในที่ห่างไกลออกไป


เหตุใดเจ้าจึงกล่าวเช่นนั้น.. เป็นข้าและสหายที่ช่วยเหลือเจ้าตามหาอาจารย์ของเจ้า ข้ายอมรับว่าตัดสินใจผิดพลาดแต่การที่เจ้ายังมีลมหายใจ นั่นใช่ว่าเจ้าเห็นดีเห็นงามชักนำมันมาหรอกหรือ?”


หวังซิ่วอิงกล่าวเสียงเรียบ ความผิดต่อคนหมู่มากก็อีกส่วนหนึ่ง บุญคุณก็อีกส่วนหนึ่ง ผู้ใดจะกล่าวหาดุด่านางก็ได้ แต่มิใช่หวงผิงคนนี้!


หวงผิงได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป นางใช่ว่าจะไม่มีความผิดเลย แถมเรื่องราวในครั้งนี้ กลับมีต้นเหตุมาจากคนในสำนักของนางทั้งสิ้น ครั้นเมื่อจะกล่าวอันใดอีก จินฟ่านศิษย์ร่วมสำนักก็รีบวิ่งเข้ามาขัดเสียก่อน


ทุกท่านเป็นกลุ่มของแม่นางผู้นี้ที่ได้ช่วยเหลือพวกข้าตามหาอาจารย์ แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถช่วยได้ แต่นางก็ได้ช่วยชีวิตข้าและสหายเอาไว้ ฉะนั้นแล้ว ต้นเหตุทุกอย่างมาจากพวกข้าสำนักคิมหันต์ทั้งสิ้น!” จินฟ่านว่าแล้วก็คุกเข่าลงก้มหัวแนบพื้น “ข้าขอเป็นตัวแทนสำนักคิมหันต์ ทุกท่านได้โปรดรับการขอขมาด้วยเถิด!”


จินฟ่านนี่เจ้า?!” หวงผิงเริ่มเดือดดาล เหล่าผู้คนรอบบริเวณต่างก็เบนสายตามาหาทั้งสอง ตัวต้นเหตุจริงๆมาจากศิษย์สำนักคิมหันต์หรอกหรือ


หากเจ้าจะกล่าวหานาง มันก็เป็นเพราะเจ้าด้วยเช่นกัน” คำกล่าวของจินฟ่านคล้ายจะตบหน้าหวงผิงกลางฝูงประชา


ออกไป!” หนึ่งในฝูงชนตะโกนออกมา หลังจากนั้นคำด่าทอสาปแช่งก็ถาโถมเข้ามาหาทั้งสองทันที หากไม่มีต้นเหตุแล้วจะมีปลายเหตุได้อย่างไร


ท่ามกลางความคับแค้นและไม่พึงพอใจของเหล่าประชา มีหรือที่หวงผิงจะมีหน้ารั้งรออยู่ “หนิงเอ๋อ ไปกันเถอะ!”


หวงผิงว่าแล้วก็ฉุดลากเด็กสาวหนิงเอ๋อจากไปทันที เด็กสาวตัวน้อยนั้นหันมาเหลือบแลหวังซิ่วอิงด้วยความเห็นใจคราหนึ่ง เรื่องราวในคืนนี้เด็กสาวนั้นรู้ดี ต้นเหตุนั้นมาจากคนในสำนักของนางที่อยากรู้อยากเห็น แล้วนำมาซึ่งภัยอันตรายนี้


หากว่าอาจารย์ของพวกมันไม่สอดรู้สอดเห็นพบเจออสูรร้ายตนนี้ ก็คงไม่มีผู้ใดต้องตาย กลุ่มของหวังซิ่วอิงนั้นเป็นเพียงหนึ่งในเหยื่อของภัยนี้เท่านั้น’ คือความคิดของทุกคนในที่แห่งนี้  เวลานี้!


หวังซิ่วอิงมองตามศิษย์สำนักคิมหันต์ทั้งสามที่เดินจากไป และในขณะนั้นเอง หญิงสาวผู้ที่ตบหน้านางก็ได้รีบวิ่งเข้ามาอีกครั้ง


ข้าขอโทษ.. เจ้าทำดีที่สุดแล้ว!” หญิงสาวร่ำไห้ พลางโอบกอดหวังซิ่วอิง ทว่าการกระทำเช่นนี้ มันมิคล้ายจะตบหน้าลูบหลังหรอกหรือ?


ขอบคุณที่เข้าใจข้า” หวังซิ่วอิงกล่าวเสียงเรียบ แม้ว่าเหล่าผู้คนจะมิได้ถือโทษโกรธนางแล้ว แต่ทว่าภายในจิตใจของหญิงสาวขณะนี้ กลับยังไม่สามารถจะอภัยให้ตนเองได้ อีกทั้งในลึกๆแล้ว นางยังเกิดความคิดน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ้างผู้คนเหล่านี้โอนเอนเปลี่ยนใจอย่างง่ายดาย เมื่อครู่ยังด่าทอ บัดนี้กลับกลายเป็นดี


อย่าได้ใส่ใจอีกเลย เหล่าผู้ความนึกคิดย่อมเป็นเช่นนี้ ในเมื่อพวกเขาเข้าใจเจ้าแล้ว เจ้าก็อย่าได้คิดน้อยนิดให้มากความอีกเลย..” กังหยงเหมือนจะล่วงรู้ความคิดของหวังซิ่วอิง หญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจ “อืม..จริงอย่างที่ท่านกล่าว


เซียวเฉิงเฟยแม้จะงงงันที่สถานการณ์พลิกกลับไปมา แต่มันก็รู้ได้ว่า บัดนี้กลุ่มของมันได้รอดพ้นจากข้อกล่าวหาแล้วเฮ่อ.. ข้านึกว่าจะแย่เสียแล้ว


พ่อหนุ่ม เจ้าช่างไม่รู้ความนัก ต่อจากนี้จะเกิดอันใด และเจ้าลืมอะไรไปหรือไม่?” กังหยงกระซิบ ทันใดนั้นเซียวเฉิงเฟยกลับแตกตื่นขึ้นมา “เจ้าหน้าสาว!”


กว่าหนึ่งชั่วยามมาแล้วที่กลุ่มจรจัดตั้งหน้าตั้งตาหนีห่างออกมาให้ไกล ตลอดการหลบหนีนั้น ทุกคนต่างก็รู้ดี การจะกลับไปช่วยเหลือหยุนเสวี่ยเฟิงนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ครั้นเมื่อกลับมาเจอสถานการณ์นี้ด้วยแล้ว เซียวเฉิงเฟยกลับเป็นผู้ลืมเลือนสหายของมันไปครู่หนึ่ง


เมื่อไม่มีผู้ใดติดใจถือสาหาความอีก กลุ่มนักเดินทางที่เหลือรอดก็แยกย้ายกันออกไปด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน กลุ่มใดที่สหายยังอยู่ครบก็โล่งใจไป กลุ่มใดที่มีคนตกตายก็คอยปลอบใจกัน การจะถือสาหาความต่อไปนั้น มิได้ทำให้มีสิ่งใดดีขึ้น


ทว่าในเวลาที่ผู้คนแยกย้ายนั้นเอง ผู้ที่ไม่มีใครต้อนรับก็เสนอหน้าโผล่เข้ามา เป็นเยว่เสวียนซาพร้อมกับคำกล่าวที่ไม่มีผู้ใดอย่างจะฟัง มันก้าวเดินช้าๆมาหยุดอยู่ตรงหน้ากลุ่มจรจัด


เหล่ามนุษย์ย่อมตบตีกล่าวโทษกันเอง ไม่ต่างกับเดรัจฉาน หวังซิ่วอิง.. ไม่มีเหตุผลที่เจ้าต้องกระทำเช่นนี้ พวกมันไม่แม้แต่สำนึกบุญคุณที่เจ้ากระทำ มันทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นเพราะเจ้าช่วยเหลือทั้งสิ้น” คำกล่าวของเยว่เสวียนซานั้นได้บอกเป็นนัยย์ว่ามันเฝ้าดูเหตุการตบหน้าลูบหลังนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ


หากพวกมันยังก่นด่าสาปแช่งเจ้า ก็ไม่มีประโยชน์ที่สายเลือดสูงศักดิ์เช่นเจ้าจะลดตัวลงมาอีกต่อไป”  เยว่เสวียนซายิ้มเยาะ


นั่นมันเรื่องของสหายข้า จะไสหัวไปที่ใดก็เชิญ!” เซียวเฉิงเฟยกระแทกเสียง ทว่าเยว่เสวียนซากลับยังมีหน้ายิ้มกล่าวต่อ


โอ้.. เซียวเฉิงเฟยผู้เคยจมใต้แทบเท้าข้า ดูเหมือนเจ้าจะลืมเลือนค่ำคืนนั้นเสียแล้ว” เยว่เสวียนซาว่าแล้วก็ยกหงายฝ่าเท้าขึ้นพร้อมกับมองสลับกับเซียวเฉิงเฟย


อย่าได้ใจให้มันมากนัก ระวังขาของเจ้าเอาไว้ให้ดี สักวันมันอาจจะหายไป!” เมื่อถูกกระตุ้นให้ย้อนวันวานเช่นนี้ เซียวเฉิงเฟยแม้ว่าจะคล้ายมีโทสะ แต่มันก็มิได้มีท่าทีจะเตรียมการวิวาทอันใด


ก็หวังว่าเจ้าจะอยู่ถึงวันนั้นนะ คืนนี้เจ้าก็เกือบจะตกตายไปแล้วนี่?!” เยว่เสวียนซายิ้มเยาะอีกครั้ง ก่อนที่มันจะหันหลังเดินจากไป โดยมีคำกล่าวทิ้งท้ายว่า “และหวังว่าแม่นางไป๋จะเก็บคำกล่าวของข้าไปทบทวน


อย่าได้เรียกนามของข้าเช่นนั้น!”


หวังซิ่วอิงว่าแล้วก็หันหลังเดินจากไปเช่นกัน เหตุการณ์ค่ำคืนนี้ยังสร้างความเจ็บปวดให้นางไม่พออีกหรือ ชักนำความตายมาสู่ผู้คน ซ้ำแล้วยังไม่อาจกลับไปช่วยเหลือสหายได้ แม้ว่าเหล่าผู้เหลือรอดจะไม่คิดใจเอาความแล้ว แต่ต่อมากลับต้องมาพบเจอผู้ที่นางเกลียดชังอีก เหตุใดกันนางจึงถูกซ้ำเติมด้วยเรื่องราวในอดี๻๵ีก!


เดินดีๆล่ะพ่อครึ่งเทพ อย่าไปสะดุดเท้ามนุษย์ผู้ใดเชียว!” เซียวเฉิงเฟยว่าแล้วก็สบัดหน้าเดินตามหญิงสาวไป


หึข้าจะลงไว้ในบัญชี เจ้าจะเป็นคนแรกที่ข้าจัดการ..” เยว่เสวียนซาส่งสายตาอาฆาตไปยังเซียวเฉิงเฟย ก่อนที่มันจะหันกายก้าวเดินต่อไปคนละทิศ


เหตุการณ์ในค่ำคืนนี้ยังคงดำเนินต่อไปคล้ายไม่จบสิ้น  อีกด้านหนึ่งบริเวณปากทางเข้าหุบเขาไม่ไกลจากที่พักแรมใหม่เท่าใดนัก ในขณะนี้กลับมีเงาหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากพุ่มไม้


ดูนั่นทางเข้าหุบเขา!” ผู้กล่าวนั้นเป็นหญิงสาวเนื้อตัวมอมแมม ขณะนี้นางได้แบกร่างไร้เรี่ยวแรงของชายหนุ่มไว้บนหลัง โดยมีผ้าคลุมขนสัตว์ผืนใหญ่ทับไว้อีกชั้น ดูไปดูมาช่างดูคล้ายว่านางกำลังแบกข้าวของขนาดใหญ่เสียมากกว่าแน่นอนว่าการคลุมผ้าขนสัตว์นี้ถือเป็นหนึ่งในเคล็ดลับการอำพรางตัวของนาง


อืม..” ชายหนุ่มเพียงแค่รับคำคราหนึ่ง ดวงตาของมันเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวา ตั้งแต่มันรู้สึกตัวเมื่อครึ่งชั่วยามที่ผ่านมามันกลับเอาแต่นิ่งเงียบคล้ายคนไร้สติ


เฮ่อ.. ข้าก็เข้าใจเจ้านะ ๻๵นที่ข้าเสียท่านพ่อท่านแม่ไป ข้าก็เอาแต่นิ่งไร้วิญญาณเช่นเจ้า” หญิงสาวว่าแล้วก็ชูนิ้วขึ้นแต่เจ้าต้องสัญญา หากว่าเจ้าหายดีแล้ว เจ้าจะต้องชดใช้ดอกไม้สีรุ้งให้ข้า.. เจ้ารู้หรือไม่ว่ามัน..”


ระหว่างทางนั้นหญิงสาวคล้ายจะพูดไม่หยุดหย่อน ราวกับว่าเป็นครั้งแรกที่นางได้สนทนา ทว่าชายหนุ่มบนหลังนั้นกลับยังคงเซื่องซึมไม่รับรู้สิ่งใด


ข้าก็แค่...’


แน่นอนว่าชายหนุ่มผู้นั้นคือหยุนเสวี่ยเฟิง มันได้หมดสติไปเพียงแค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น ด้วยความอัศจรรย์ของดอกไม้สีรุ้ง เจ้าหน้าสาวผู้นี้กลับรอดจากเคียวมัจจุราชมาได้ แต่ถึงกระนั้น มันกลับไม่มีความยินดียินร้ายอันใดทั้งสิ้น เรี่ยวแรงในร่างกาย๻๵นนี้แม้ว่าจะยังพอมีหลงเหลือ แต่กำลังใจของมันกลับหายไปหมดสิ้นเสียแล้ว


นี่ๆ เจอคนแล้ว!” พลันนั้นหญิงสาวก็ตะโกนขึ้น แต่ชายหนุ่มกลับยังคงแน่นิ่ง ปล่อยให้ตนเองโอนเอนไปกับการก้าวเดินของหญิงสาว


ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งของค่ายพักแรม กลุ่มจรจัดนั้นยังคงมิได้หลับนอนอันใด ต่างคนก็ต่างมีสีหน้าคร่ำเคร่ง ในเวลานี้จะมีผู้ใดข่มตาหลับได้กัน ทั้งสี่ใน๻๵นนี้ยังคงนิ่งเงียบนั่งล้อมรอบกองไฟ


ฟู่...


เซียวเฉิงเฟยถอนลมหายใจยาวหลังจากโคจรฟื้นฟูพลังธาตุและพลังวิญญาณ ที่เหลือก็เพียงแค่การให้ร่างกายได้นอนหลับพักผ่อน


จะทำอย่างไรกับเจ้าหน้าสาวดี?” เซียวเฉิงเฟยหันไปกล่าวกับกังหยงและหวังซิ่วอิง


ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ใช่ว่ามันจะมิได้ร้อนใจ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ การจะกลับไปยังที่แห่งนั้นด้วยตัวคนเดียวอีก ก็คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่รอมันอยู่


หญิงสาวและชายพเนจรมิได้๻๵บคำถาม หวังซิ่วอิงยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง ใน๻๵นนี้นางกำลังสับสนว้าวุ่นจนไม่เป็นอันทำสิ่งใด นางเพียงแค่นิ่งเงียบเหม่อมองกองไฟเท่านั้นโดยไม่สนใจที่จะโคจรฟื้นฟูพลังวิญญาณ และในขณะนั้นเอง หนึ่งในนักเดินทางที่อยู่บริเวณใกล้ๆพลันตะโกนขึ้น


มีผู้รอดชีวิตมาใหม่!” หลังจากนั้นทุกคนก็ส่งคำกล่าวนี้เป็นทอดๆไป กลุ่มจรจัดนั้นคล้ายจะหูผึ่งมันใด ผู้รอดชีวิตที่มาใหม่นั้นอาจจะเป็นหยุนเสวี่ยเฟิงก็เป็นได้!


เป็นผู้ใด?!” เซียวเฉิงเฟยตะโกนถาม คนที่ส่งข่าวจึง๻๵บว่า “หญิงสาว.. ดูเหมือนว่านางจะแบกข้าวของมาเยอะ รีบไปช่วยกัน!”


หญิงสาวหรอกหรือ?...” เซียวเฉิงเฟยว่าแล้วก็ใช้กล้องส่องทางไกลมองไปยังทิศทางที่ผู้มาใหม่เข้ามา ในความคิดของมันนั้น หยุนเสวี่ยเฟิงมีใบหน้าคล้ายหญิงสาว ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้


ทว่าเมื่อเพ่งเล็งไปยังชายป่านั้น มันกลับพบหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อย ทั่วร่างมีเพียงใบไม้และขนสัตว์ปกปิดไว้เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น เนื่องจากเห็นคันธนูขนาดใหญ่และถุงย่ามบริเวณช่วงเอว มันจึงคิดว่าสิ่งที่ชุดคลุมขนสัตว์ขนาดใหญ่ปกคลุมบนหลังของนางนั้น เป็นเพียงข้าวของพะลุงพะลังที่นางแบกมาเท่านั้น


ใช่เสวี่ยเฟิงหรือไม่?” หวังซิ่วอิงกล่าวถามคล้ายจะมีความหวัง พร้อมทั้งยังเริ่มโคจรฟื้นฟูพลังวิญญาณ แต่เจ้าหนุ่มหน้าแก่กว่าวัยก็ส่ายหัวอย่างอับจนปัญญา “ไม่ใช่...”


รอบกองไฟตกอยู่ในอารมณ์เซื่องซึมอีกครั้ง ผู้รอดชีวิตนั้นจะเป็นหยุนเสวี่ยเฟิงไปได้อย่างไร ในเมื่อมันติดอยู่ในมิติผกผันซึ่งเป็นเสมือนรังของอสูรร้าย


ห้วงอารมณ์ของสิ่งมีชีวิตคล้ายจะผันแปลไม่จบสิ้น ยิ่งคิดกดดันตนเองมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้เกิดการกระทำอันโง่เขลาหวังซิ่วอิงนั้นเมื่อไม่สามารถปล่อยวางได้ นางก็ตัดสินใจกระทำบางอย่าง บางอย่างที่กังหยงได้คาดคิดและเฝ้าระวังเอาไว้ก่อนแล้ว!


ชิ้ง!


ชั่วพริบตานั้นทวนหมอกเพลินพลันปรากฏขึ้นมาก่อนที่จะวาดคมสับเข้าหาต้นคอของผู้เป็นนาย ทว่าคมทวนนั้นกลับหยุดห่างจากผิวขาวผ่องแค่ปลายเล็บ!


แม่นางน้อย อย่าได้ทำเช่นนี้!” เป็นกังหยงที่ยื่นมือมาจับด้ามทวนไว้ทัน เมื่ออาวุธถูกผู้ที่ไม่ใช่นายของตนหยิบจับ มันก็แผ่พลังธาตุออกมาเผาไหม้มือของกังหยงทันที แต่ชายพเนจรในเวลานี้ แม้ว่าจะเจ็บแสบเพียงใด มันก็ไม่ยอมที่จะปล่อยมือเด็ดขาด


ข้าสมควรตกตายไปก่อนหน้านี้แล้ว ข้าไม่ควรจะชักนำมันมา!” หวังซิ่วอิงหน้ามืดตามัว นางไม่อาจจะปล่อยวางความรู้สึกผิดได้จริงๆ นางรีบเร่งเร้าพลังวิญญาณเข้าควบคุมทวนคู่ใจ หวังให้มันวาดคมพาดผ่านลำคอให้จบๆไปเสีย!


เคร้ง!


เป็นเซียวเฉิงเฟยที่ใช้ดาบหิมะหอมตวัดซัดให้ทวนหมอกอัคคีปลิวออกไป เป็นครั้งแรกที่เซียวเฉิงเฟยมีโทสะ ตัวมันนั้นก็เจ็บปวดไม่ต่างจากหญิงสาว “เจ้ากระทำเช่นนี้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา!”


ชายหนุ่มไม่สนใจข้อห้ามอันใด มันจับหัวไหล่หญิงสาวเขย่าพร้อมกับตะคอกเสียง “หากเจ้าตกตายไปแล้ว พวกเขาจะฟื้นคืนมาหรือไร!”


หวังซิ่วอิงในเวลานี้มิได้เป็นสตรีผู้แข็งแกร่งอีกต่อไป ความเด็ดเดี่ยวที่จะปลิดชีพตนเองก่อนหน้า บัดนี้กลับกลายเป็นห้วงแห่งการร่ำไห้ หยาดน้ำตามากมายหลั่งรินอีกครั้งอย่างหยุดมิได้ “ฮือ.. มันเป็นเพราะข้าทั้งนั้น..”


หญิงสาวสะอึกสะอื้นกล่าวซ้ำๆ เซียวเฉิงเฟยนั้นเป็นบุรุษผู้แพ้น้ำตาสตรี มันคล้ายจะซึมเซาไปด้วย สองมือที่จับหัวไหล่หญิงสาวพลันปล่อยลง กังหยงที่เห็นดังนั้นจึงยกมือที่ถูกเผาไหม้วางบนไหล่หญิงสาวต่อ


ทั้งคนตายและคนเป็นในวันนี้ ล้วนแต่มาจากการกระทำของเจ้า.. แต่ฉไนเจ้าจึงมองเหรียญเพียงด้านเดียวกันเล่าความผิดพลาดไม่ใช่ความชั่วร้าย มันคือบทเรียน’ หวังว่าเจ้าจะเข้าใจว่าเหตุใดผู้รอดชีวิตเหล่านี้ จึงไม่ได้ถือสาหาความเจ้าอีก


พวกเขาเหล่านั้นรู้ดี ว่าเจ้ามิได้ชั่วร้าย” กังหยงว่าแล้วก็ยิ้ม มันลุกขึ้นเดินไปเก็บทวนอัคคีมาส่งให้หญิงสาว แม้ว่ายุทธภัณฑ์นี้จะเผาไหม้มือของมันก็ตามที


หวังซิ่วอิงรับทวนคู่ใจมาวางไว้บนตัก นางยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุด บุรุษทั้งสองเมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่มีทีท่าจะทำร้ายตนเองแล้วก็เบาใจก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตน แต่ทว่ายังมิทันที่พื้นนั่งจะอุ่น สตรีผู้ดื้อรั้นกลับโน้มตัวลงก้มหน้าให้กังหยงก่อนจะกล่าวว่า


ท่านกังหยง ข้าขอร้อง.. ข้าไม่อาจจะปล่อยวางได้ อย่างน้อย.. อย่างน้อยก็ขอให้ข้าช่วยเสวี่ยเฟิงออกมาต่อให้ข้าตกตายไปข้าก็ยอม!”


กังหยงรู้ได้ในทันทีว่าหญิงสาวต้องการสิ่งใด นั่นก็คือห้วงต้องสาปและห้วงกวีของมัน แม้ว่ามันจะไม่สามารถอัญเชิญห้วงกวีทับซ้อนได้เหมือนหยุนเสวี่ยเฟิง แต่จากการที่มันหยุดยั้งพยุหะเลือดเนื้อก่อนหน้านี้ ก็อาจจะพอช่วยหญิงสาวต่อสู้หวังผลได้


เฮ่อ.. ข้าเองก็เป็นห่วงศิษย์รักเช่นกัน.. แต่มีข้อแม้หนึ่งอย่าง หากเจ้าไม่รับปากข้า ข้าจะไปนอนทันที” กังหยงคล้ายจะเล่นตัว แต่คำกล่าวของมันนั้นย่อมมีความนัยย์เสมอ “เจ้าห้ามตายและห้ามผู้ใดตาย


ข้า..” หวังซิ่วอิงแม้จะตั้งใจแน่วแน่ แต่หากว่านางไม่รับปากชายพเนจรแล้ว ความหวังของนางก็ไม่อาจเป็นจริง


ข้ารับปาก!” พลันนั้นเซียวเฉิงเฟยก็กล่าวพร้อมกับจับดาบหิมะหอมลุกขึ้นยืน “ข้าคงนอนไม่หลับ ถ้ากลุ่มเราอยู่กันไม่ครบ


อยู่ที่เจ้าแล้วแม่นางน้อย” กังหยงยิ้ม


ข้า..” หวังซิ่วอิงคล้ายจะลังเล นางมีแผนการอยู่ในใจแล้ว แต่หากว่านางรับปากที่จะมีชีวิตรอด แผนการนี้คงต้องเก็บพับไปตั้งแต่เริ่ม


อย่าได้กังวล เคล็ดวิชาเพิ่มยี่สิบระดับของเจ้า ห้านาทีอาจจะเพียงพอ” เซียวเฉิงเฟยกล่าว ถึงแม้ว่ามันยังไม่มีแผนอยู่ในใจ อีกทั้งยังไม่รู้ว่าจะช่วยหยุนเสวี่ยเฟิงออกจากมิติได้อย่างไรก็ตาม “หรืออย่างมากก็ตกตายตามกันไป ในเมื่อเป็นสหายกันแล้ว จะมีสิ่งใดต้องแบกรับไว้คนเดียวอีก


ได้ยินเช่นนั้นหวังซิ่วอิงก็ยิ้มออกมา จะว่าทราบซึ้งก็มิใช่ จะว่าขำขันก็ไม่เชิง ภาพในช่วงหัวค่ำที่นางได้สนทนากับหยุนเสวี่ยเฟิงปรากฏวาบหนึ่ง “เจ้ารู้หรือไม่ สหายหน้าสาวของเจ้า คิดว่าเจ้าสติไม่ดี


แต่ข้าก็จริงใจต่อสหาย!” เซียวเฉิงเฟยว่าแล้วก็ควงดาบยักษ์ขึ้นพาดบ่าคล้ายจะคาดคั้นให้หญิงสาวตัดสินใจ


เช่นนั้นข้าให้คำสัญญา หากจะรอดก็รอดกันหมด!” หวังซิ่วอิงยิ้มพร้อมกับลุกขึ้นยืน


วิชาเพิ่มพูนระดับพลังวิญญาณของหวังซิ่วอิงนั้น นางได้มาในขณะที่ปลดระดับสี่สิบโดยใช้คัมภีร์กวีก่อนหน้า ระยะปลอดภัยต่อร่างกายจะคงอยู่ได้เพียงแค่ห้านาที หากว่าจะฝืนให้รั้งรอนั้น จะต้องแลกอีกห้านาทีมาด้วยอาการบาดเจ็บภายในทั้วร่าง และอีกห้านาทีที่เหลือนั้นจะกลับกลายเป็นใช้ความตายที่แลกมา


ทว่าในเมื่อหวังซิ่วอิงได้ให้คำสัญญาเช่นนั้นแล้ว นางคงต้องเก็บแผนการจบชีวิตไว้เป็นแผนสำรองเสียแล้ว อย่างน้อยถ้าหากทุกอย่างแย่ลง นางจะใช้สิบนาทีก่อนตายเพื่อต้านอสูรร้ายเพื่อเปิดโอกาสให้สหายได้หนี


กลุ่มจรจัดเมื่อตกลงกันได้แล้วก็เริ่มกลับเข้าไปในหุบเขาอีกครั้ง จะเรียกว่าไปตายเอาดาบหน้าก็ไม่ผิดเพี้ยนไปนัก หวังซิ่วอิงเป็นผู้เดินนำ ตามมาด้วยเซียวเฉิงเฟยและกังหยงที่ขี่หลังเฝิ่นเฟิง ทั้งสี่เดินกระแทกเท้าผ่านกระโจมหลังหนึ่งที่ผู้รอดชีวิตที่เพิ่งมาใหม่เข้าพัก


อาา..” ภายในกระโจมคล้ายจะมีดวงตาของชายหนุ่มจ้องมองพร้อมกับยื่นมือหวังที่จะคว้าจับรั้งให้ได้สักคน ทว่าด้วยร่างกายที่อ่อนแรงนั้น มันกลับไม่สามารถแม้แต่จะส่งเสียงเรียกได้


จะไปไหนหรือ เจ้าควรนอนพักนะ ด้วยฤทธิ์ของดอกไม้สีรุ้ง มันจะทำให้เจ้าอ่อนแรงข้ามคืน” หญิงสาวเนื้อตัวมอมแมมกล่าวขึ้น พร้อมกับพลักให้ชายหนุ่มนอนลงด้านข้างทันที


จบ๻๵.

ตอนต่อไป
บทที่ 1 ตอนที่ 46 : บทกวีจรจัด

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา