เรื่อง แค่โชคดี…หรือ…เรามันรวย

ติดตาม
บทที่ 2 โดนใส่ร้ายเพราะความจน
บทที่ 2 โดนใส่ร้ายเพราะความจน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

บทที่ 2 โดนใส่ร้ายเพราะความจน


  รุ่งเช้าของวันใหม่มาถึง อี้ป๋อจึงเตรียมทุกอย่างให้พร้อมรอเพื่อนรักมารับที่บ้านเพื่อไปเรียนช่วงเช้า

พร้อมกับถอนหายใจว่ากระเป๋าตังตัวเอง ทำไหมเงินเหลือแค่ 2,000 หยวนละจะพอจ่ายค่าเช่าห้องกับค่ากินไหมวะเนี่ย

(2,000 หยวน เท่ากับ 1 หมื่นบาทโดยประมาณ)


  สักครู่มีเสียงโทรศัพท์เข้ามา "ฉันมาถึงแล้วหลี่ซื่อมาถึงแล้ว อี้ป๋อก็ลงไปหาพร้อมกับบ่นให้ฟังว่า ช่วงนี้ฉันกรอบวะเงินจะไม่พอ ฉันต้องหางานเพิ่มวะ หลี่ซื่อจึงบอกไปว่า "แกมันก็ขยันดี แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจแบบนี้แกต้องขายของเพิ่มหรือ งานเสริมจากร้านกาแฟวะ"


  อี้ป๋อเลยบอกไปว่า แค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว แต่เมื่อวานที่บริษัทของเถ้าแก่เสี่ยวหลงชวนฉันไปอยู่ด้วยวะ เมื่อได้ยินหลี่ซื่อจึงเบรกกระทันหันแล้วพูดว่า แกจะไปเป็นนักเลงหรอวะ 


  อี้ป๋อ เลยบอกไปว่าฉันจะไปเป็น รปภ ไม่ได้จะไปเป็นนักเลง พอดีเมื่อวานลุงหม่าให้ฉันไปส่งเอกสารเลยเจอเข้ากับเถ้าแก่เสี่ยวกับหลานเค้าแค่นั้นเค้าเลยชวนฉันไปทำงาน หลี่ซือจึงบอกว่า แกทำอย่างอื่นเหอะไปหาทุนมาฉันจะช่วยวางแผนการเงินให้แกทำกำไรให้


  อี้ป๋อจะสวนด่าไปว่าแกจะบ้าหรอวะ หากฉันมีเงินฉันจะไปหางานทำเพิ่มทำไมวะ ตอนนี้ติดตัวก็ 2 พันหยวนจะไม่พอเอา หลี่ซื่อ ถึงกับนิ่งไปเพราะลืมคิดว่าไม่มีทุน


  สักพักก็หลี่ซื่อก็ขับมอเตอร์ไซค์มาถึงมหาวิทยาลัยกวางตุ้ง เอาน่าเพื่อนเรามาเริ่มต้นใหม่กับที่เรียนใหม่ ฉันเชื่อว่าสาวๆ ที่นี่ จะทำให้ความเป็นวัยรุ่นของเรามันแบ่งบาน และเติมเต็มในชีวิตวัยรุ่นของเรา - หลี่ซื่อพูดไปเรื่อยๆ แต่อี้ป๋อไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะกำลังตื่นตากับความกว้างใหญ่ของสถานที่เรียนใหม่


  จากนั้นทั้งคู่จึงไปลงทะเบียนนักศึกษาที่อาคารของคณะบริหารธุรกิจ และหาห้องเข้าเรียน พอถึงห้องเรียนก็ดันพบกับคนที่ไม่น่าพบ ฟางเซี่ยน !! ซึ่งเดินมาพร้อมกับหนุ่มบ้านรวยอย่าง กวงหมิง ซึ่งเป็นลูกชายของตระกูลกวง ทายาทธุรกิจอสังหาเบอร์ต้นๆ ของเมืองกว่างโจว


  โถ่ที่รักเราซวยแต่เช้าเลย เจอเจ้าขโมย วันนี้ของผมจะมีอะไรหายอีกไหมเนี่ย กวงหมิงเริ่มต้นพูดกับฟางเซี่ยน


  "ยังมีหน้ามาเจอพวกฉันอีกหรอห๊ะฟางเซี่ยนได้ถามกับพวกอี้ป๋อด้วยน้ำเสียงเย็นชา แบบขยะแขยง


  อี้ป๋อกำลังจะพูดว่าเรื่องครั้งก่อนเค้าไม่ได้ทำ แต่ก็โดนหมางเมินจากทั้งคู่ที่เดินเข้าห้อง และมองด้วยความดูถูกที่อี้ป๋อนั้นจน


  อี้ป๋อเราเข้าไปนั่งเถอะ อย่าไปสนใจเรามาที่นี้ไม่ได้มาขุดขุ้ยเรื่องในอดีตเพื่อน เสียงหลี่ซื่อที่ปลอบใจเพื่อนรักเอ่ยขึ้นมา


"อืม ฉันรู้แล้วเราไปกันเถอะอี้ป๋อรับคำและเดินเข้าไปในห้องเรียน


  แต่ทว่าระหว่างที่กำลังจะเดินผ่านด้านหน้า กวงหมิง ซึ่งคิดว่าจะทำให้อี้ป๋ออับหา๺๴ักหน่อย จึงได้จะยื่นขาไปเตะให้อี้ป๋อล้ม แต่กลับมีเสียงดังขึ้น


  เฮ้ย!! ระวัง!! เสียงที่คุ้นๆ อี้ป๋อจึงหลบได้และหันไปมองจึงพบว่าเจ้าของเสียงที่แท้คือ เสี่ยวห้าว คนเมื่อวานที่ช่วยให้ตนหลบพ้น จึงหันไปหากวงหมิงที่ตีเนียนเหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น


  แกจะทำอะไร อี้ป๋อได้ถามขึ้นมา


  ฉันไม่ได้ทำอะไรนี่หว่า อีกอย่างฉันจะทำอะไรต้องบอกไอสวะอย่างแกหรอวะ กวงหมิงได้พูดขึ้น

"อย่าไปยุ่งกับขี้ขโมยอย่างหมอนี้เลยหมิงๆ "ฟางเซี่ยนเอ่ยขึ้นมา


  ซึ่งทำให้อี้ป๋อ เกิดความหงุดหงิดขึ้นมาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้


  คนจนขี้ขโมยอย่างแกจะทำอะไรฉันวะ กวงหมิงพูดพร้อมจะเอามือมาตบอี้ป๋อ แต่ระหว่างนั้นเสี่ยวห้าวได้เข้ามาสอดจับข้อมือกวงหมิง จึงสะบัดออก


  แกเป็นใครวะ เข้ามายุ่ง เด็กมาใหม่อยากรู้จักฉันหรอวะ กวงหมิง พูดวางกล้ามมาก


  แต่เสี่ยวห้าวก็ไม่แคร์ จึงพูดแค่ว่า ตรอกเสือเป็นของฉันจึงทำให้กวงหมิงสะดุ้ง เพราะไม่มีใครไม่รู้จักตรอกเสือ


  แต่ก็ไม่วายปากของกวงหมิงก็พูดขึ้นมาว่า ก็แค่พวกนักเลงขยะนี้เอง ถึงว่ามาช่วยไอพวกขยะเหมือนกันที่แท้ก็ขยะทั้งนั้น


 จากคำพูดดูถูกนี้แทบจะทำให้เสี่ยวห้าวทนไม่ไหว เกือบจะวางมวยใส่กวงหมิง แต่เหมือนกวงหมิงจะรู้เลยพูดขึ้นมาว่าหากแตะต้องฉันสักนิด ตระกูลกวง จะไม่ไว้หน้าพวกแกแน่


  คำพูดนี้ทำให้เสี่ยวห้าวต้องเพลามือเนื่องจากลูกค้าหลายเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลกวงไม่น้อยจึงไม่อยากปะทะกับกวงหมิงตรงๆ เพราะอาจจะสะเทือนไปถึงลุงเสี่ยวหลงของตน


  แต่อีกนัยยะนึงก็คือ กวงหมิวก็กลัวคนจากตรอกเสือเช่นกันจึงได้พูดออกมาเช่นนี้


  จึงเปลี่ยนแผนและพูดขึ้นมากลางห้องเรียนว่า ไอขยะอี้ป๋อแกอย่าได้ขึ้นจะมาขโมยของคนในห้องเรียนนี้นะโว้ย ฉันจะเอาแกเข้าคุกแน่นอน ครั้งที่แล้วหลักฐานแค่ไม่พอเอาแกเข้าคุกเท่านั้น


  ซึ่งจริงๆ แล้วทั้ง 4 คน อี้ป๋อ หลี่ซื่อ ฟางเซี่ยน และ 

กวงหมิง เคยเรียนที่ โรงเรียน มัธยมปลายที่เดียวกัน

อี้ป๋อ กับ ฟางเซี่ยนเคยคบหากันแต่ด้วยความจนของอี้ป๋อ ไม่สามารถให้อะไรกับฟางเซี่ยนได้ สาวน้อยที่ลุ่มหลงในเงินทองเมื่อพบเจอกับกวงหมิงที่เอาอกเอาใจให้กระเป๋าแบรนด์เนม และเงินกินขนมตลอดก็ใจอ่อนยอมสลัดอี้ป๋อไป

  

  และกวงหมิงที่เรียนอีกห้อง ก็วางแผนใส่ร้ายว่าอี้ป๋อขโมยเงินและนาฬิกาของตนไปจึงแจ้งความซึ่งฟางเซี่ยนอยู่ในเหตุการณ์จึงเชื่อกวงหมิง แต่เพียงหลักฐานไม่เพียงพอเนื่องจากวันนั้น อี้ป๋ออยู่กับครูประจำชั้นช่วยงานอยู่ และหลี่ซื่อที่เป็นพยานให้ ได้เห็นว่าตอนพักเที่ยง กวงหมิงได้แอบออกมาจากห้องเรียนของตน จึงไปเป็นพยานให้อี้ป๋อหลุดจากคดีนี้ เพราะเรื่องนี้ทั้งสองจึงเป็นเพื่อนรักมาตั้งแต่ตอนนั้น


  จึงเป็นเหตุทำให้ตอนนี้ ทุกคนในห้องเริ่มจะเข้าใจในตัวอี้ป๋อผิดๆ และเริ่มจะรังเกียจนักเลงอย่างเสี่ยวห้าวไปด้วย


  หลี่ซื่อจึงพูดขึ้นมาว่าหากผิดจริง ป่านนี้คงโดนขังไปแล้ว ที่กวงหมิงพูดมามีแต่ใส่ร้ายอี้ป๋อ จึงทำให้ทุกคนแยกย้ายไปที่โต๊ะ จึงทำให้ทั้งสามคน อี้ป๋อ หลี่ซื่อ และ เสี่ยวห้าว ต้องมานั่งข้างๆ กัน


  "ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อกี้นะ และขอโทษที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องลำบากหลังจากนี้ด้วยเป็นอี้ป๋อเริ่มพูดขอโทษกับเสี่ยวห้าว


  ไม่ต้องใส่ใจ ฉันแค่ตอบแทนเรื่องเมื่อวานที่ช่วยฉัน หลังจากนี้ก็เจ๊ากันไป ส่วนไอหมอ(กวงหมิงนั้นฉันไม่ชอบขี้หน้ามัน ฉันไม่สนใจใครหรอก แค่ฉันต้องมาเรียนให้มันจบๆ ไป ให้ลุงฉันมีหน้ามีตาแค่นั้น เรื่องอื่นฉันไม่สนใจหรอก เสี่ยวห้าวพูดขึ้นมาเพื่อจะบอกว่าตนไม่แคร์ใคร


  หลังจากนั้น อาจารย์เฉียวหู ได้เข้ามาแนะนำตัวว่าเป็นอาจารย์ประจำคณะบริหาร ให้นักศึกษาแนะนำตนเองและเลือกประธานคณะ แน่นอนว่าเรื่องได้หน้าแบบนี้ กวงหมิงเองไม่รีรอ ลุกขึ้นมานำเสนอตัวเอง


  "เพื่อนๆ ฉันกวงหมิง ทายาทตระกูลกวง เพื่อนๆคงรู้จักถึงตระกูลและธุรกิจยักษ์ใหญ่ของบ้านฉันแล้วนะ ให้ฉันเป็นประธานคณะ เพื่อนๆจะมีแต่ความสบายไปอีก 4 ปีนี้ และเงินคณะก็จะมีไม่ขาดกวงหมิงได้พูดขึ้นมาอย่างอวดโอ้และเชื่อมั่นว่าตนมีเงินมากว่าใคร


  จากนั้นเสียงซุบซิบได้ดังขึ้นในห้องเรียนคลาสใหญ่ได้ดังขึ้น


  "เพ่ยเพ่ย เธอว่ากวงหมิงดูเป็นไงลู่จิ้งสาวน้อยถามความเห็นจากเพื่อนสนิท


  ฉันว่าเค้าดูขี้อวดไปหน่อยเธอสนใจเค้าหรอ แต่เค้ามากับผู้หญิงอีกคนนะ เพ่ยเพ่ยพูดกลับไปยังลู่จิ้ง


  ไม่ใช่ฉันหมายถึงเค้าอยากเป็นประธานคณะเรานะ แต่ฉันเห็นมาตอนเค้ามาถึงเหมือนจะมีเรื่องกับคนในห้องเมื่อกี้เลยไม่เข้าใจว่า 3 คนนั้นทำไมถึงกล้าไปมีเรื่องกับคนแบบนี้ด้วย


  หลังจากเสียงซุบซิบดังมาสักพัก ก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงหวานๆจากสาวร่างเล็กคนนึงพูดขึ้นมาว่า


  ตระกูลกวงนับว่าเป็นที่รู้จักก็จริงแต่ฉันว่าเรื่องเงินใครๆก็มีเหมือนกัน ไม่ควรเอามาเป็นที่ตั้งในการเลือกประธานคณะหรอกนะสาวน้อยยังพูดต่ออีก

  เรื่องประธานคณะเราควรจะโหวตกันถึงจะถูกต้องไม่ใช่หรอคะ ?? สาวน้อยคนเดิมยังอยู่ต่อ


  จากนั้นกวงหมิงหันมามองสาวน้อยที่งดงามพูดจบสายตาเจ้าชู้ก็สอดส่องความงามพร้อมกับความไม่พอใจจึงถามชื่อเธอว่าชื่ออะไร


  ฉันชื่อ เจียง จ้าวเหว่ย บ้านฉันก็พอมีพอกินนะ แต่ฉันว่าเพื่อนๆควรจะโหวตถึงจะยุติธรรม


  พอเอ่ยชื่อตระกูลเจียงขึ้น ทุกคนถึงกับสะดุ้งอีกครั้ง เพราะตระกูลเจียง เป็นถึง 1 ใน 3 พยัคฆ์ ของวงการธุรกิจในมณฑลกวางตุ้งไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะมีธุรกิจเครือข่ายต่างๆที่ ประคองเศรษฐกิจในเมือง


  ใช่ฉันว่าเราควรเปิดโหวตกัน เสียงหนุ่มๆ ในห้องถึงกับดังขึ้นมาพร้อมกัน เพราะต่างคนก็อยากจะรู้จักจ้าวเหว่ยให้มากขึ้น อย่างแรกจ้าวเหว่ยน่าตาดี สอง ฐานนะดี มีหนุ่มคนไหนบ้างที่จะไม่สนใจ


  อาจารย์ที่ฟังอยู่จึงเปิดโหวตในห้องทันที


  อี้ป๋อ ฉันบอกแล้วว่ายุคสมัยใหม่ที่มหาลัยนี้กำลังจะเริ่มต้นเห็นมั้ยว่าเราเลือกมาที่นี้ไม่ผิดเลย หลี่ซื่อพร้อมมองจ้าวเหว่ยแบบไม่ละสายตา


  เฮ้ยๆ แกเบาได้เบา มองจนน่าเกลียดไปแล้ว อี้ป๋อเตือนให้สำรวมหน่อยตอนนี้คนอื่นต่างก็มองกลุ่มเราเป็นอันธพาลอยู่แล้ว อี้ป๋อถึงกับถอนหายใจ


  ถึงเวลาโหวตสรุปคะแนนเป็นเอกฉันท์มากว่า จ้าวเหว่ย เป็นประธานคณะในรุ่นนี้ แต่กวงหมิงเองก็รู้สึกเสียหน้า และนึกในใจว่า "ครั้งนี้ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ถึงเวลาฉันจะเอาคืนรวมไปถึงร่างกายของเธอด้วย"


  ถึงเวลานี้เพื่อนทุกคนจึงบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้วันศุกร์ ตอนเย็นเราไปกินเลี้ยงฉลองเพิ่มความสัมพันธ์ในคณะ ที่ร้านอาหารกัน มีหนุ่มในห้องคนหนึ่งพูดเสนอขึ้นมา และจ้าวเหว่ยก็เห็นด้วยจึงนัดว่าจะไปที่ไหนกัน??


  กวงหมิงจึงเสนอว่า "ไปโรงแรมสตาร์บูทิค ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาวในเมืองกวางโจวและยังพูดอีกว่า มื้อนี้ฉันขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเพื่อนๆ ทุกคนในห้องเอง พอพูดจบทุกคนก็เฮลั่นทั้งห้อง แต่กวงหมิงยังพูดเสริมขึ้นมาว่า แต่เจ้าขี้ขโมย 3 คนนั้น ฉันไม่เลี้ยงและไม่ได้เชิญ พร้อมชี้ไปยังกลุ่มอี้ป๋อ บอกว่าพวกเค้าเป็นคนจนไม่มีเงินไปกินหรอก จนทุกสายตาก็หันมามอง


  ครั้งนี้ก็มีเสียงซุบซิบขึ้นมาอีกว่า นี้ไงเมื่อกี้ดันไปมีเรื่องกับกวงหมิง แล้วเป็นขโมยด้วยเหรอ เป็นคำถามที่ดังขึ้นในกลุ่มเพื่อนๆ โชคร้ายจริงๆเจ้าพวกนั้น แต่ไม่นานเสียงของประธานคณะคนใหม่จึงพูดขึ้นว่า


 "ในเมื่อจะไปเลี้ยงฉลองทุกคน แปลว่าทุกคนในห้องต้องไปให้ครบ ในเมื่อนายกวงหมิงไม่เลี้ยง หากพวกนายเงินไม่พอฉันเลี้ยงเอง ถือว่าจะได้รู้จักเพื่อนใหม่ด้วยจ้างเหว่ยพูดขึ้นแบบจริงจังและไม่มีใครกล้าขัดเธอ


  แต่กวงหมิงยังไม่ยอมจึงพูดไปว่า "เธอจะเอาพวกหัวขโมยไปไม่กลัวว่าพวกมันจะขโมยของที่โรมแรมก่อเรื่องวุ่นวายหรอกหรอกวงหมิงพูดแบบไม่สนใจใคร


  ถึงตอนนี้อี้ป๋อจึงพูดว่า ไม่ต้องเลี้ยงฉัน ฉันก็มีเงินและฉันไม่ได้ขโมยของใคร หากยังกล่าวหาลอยเดี๋ยวฉันจะไปแจ้งความแล้วนะ อี้ป๋อพูดขึ้นพร้อมกำหมัดไว้ข้างตัว หลี่ซื่อเห็นจึงดึงไว้


  "เห็นมั้ยว่ามันกำหมัดจะทำตัวอันธพาลอีกแล้วกวงหมิงพูดขึ้นดังๆ


  สุดท้ายเป็นอาจารย์เข้ามาปรามจึงบอกว่า ตอนนี้อี้ป๋อ ยังไม่ได้ทำความผิดอะไร ให้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อาจารย์เฉียวหู ได้พูดขึ้นในห้องก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง


  พอเลิกเรียน จ้าวเหว่ยก็เดินมาหากลุ่มอี้ป๋อและแนะนำตัวว่าฉันจ้าวเหว่ยนะ พรุ่งนี้พวกนายก็ไปด้วยให้ฉันเลี้ยงก็ได้พวกนายไม่ต้องเกรงใจ พอพูดจบอี้ป๋อจึงรีบปฏิเสธไปว่า ไม่เป็นไรเเค่นี้ก็ขอบใจเธอมากแล้วพวกเรายังพอมีเงินกัน อี้ป๋อพูดขึ้นมา


  แต่ถ้าขาดเหลือยังไงก็บอกฉันนะเราต้องมาเรียนไปด้วยกันอีก 4 ปี จากนั้นพวกนายค่อยทยอยคืนฉัน พวกนายว่าดีไหม จ้าวเหว่ยเสนอขึ้นมา


  แต่มีเสียงที่แทรกมาว่า ขอผู้หญิงกินหน้าด้านยังจะไปอีก แน่นอนว่ากวงหมิงได้พูดดูถูกอีกครั้ง แต่จ้าวเหว่ยจึง หันไปพูดว่า "นายหัดทำตัวดีๆกับเพื่อนหน่อย"


  กวงหมิงเลยบอกว่า จะเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว ยังไงก็แล้วแต่เธอ ฉันเตือนแล้วนะ อย่ามาเสียใจภายหลัง แล้วก็หันไปดึงฟางเซี่ยนกลับไป


  นายอย่าไปสนใจกวงหมิง พรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วก็ไปพร้อมฉันเลยนะพวกนาย จากนั้นจ้าวเหว่ยก็เดินจากไป ปล่อยให้พวกอี้ป๋อมีกำลังใจในการอยู่ในมหาลัยนี้ต่อ

  

  "เห็นมั้ยฉันบอกแล้ว นางฟ้าคนนี้มาเมตตาพวกเราหลี่ซื่อกำลังชมจ้าวเหว่ยไม่หยุด


  จากนั้นอี้ป๋อก็ชวน หลี่ซื่อ และ เสี่ยวห้าว กลับบ้านพร้อม บอกว่าพวกเราบ้านอยู่ใกล้กันกลับพร้อมกัน แต่ไม่ทันไรเสี่ยวห้าวก็ปฏิเสธขึ้นมาว่าเค้ามีธุระไปจัดการให้ลุงอีก พวกนายกลับไปกันก่อนเลย


  อี้ป๋อก็กำลังจะเดินทางกลับกับหลี่ซื่อ หลี่ซื่อจึงพูดขึ้นมาว่า "พักนี้ให้ฉันไปพักอยู่กับนายเหอะ อี้ป๋อ ช่วงนี้พี่ชายฉันพาว่าที่พี่สะใภ้มาอยู่ที่ห้องด้วยฉันเกรงใจพวกเค้าวะ ให้ฉันไปอยู่ด้วยนะ และอีกอย่างบ้านนายมาหมาลัยใกล้กว่าบ้านฉันด้วยหลี่ซื่ออ้อนวอนอยู่


  อี้ป๋อจึงตอบตกลงและมาที่ห้องเช่าของอี้ป๋อ พอมาถึงก็เจอเข้ากับเจ้าของห้องเช่า

  "อี้ป๋อ ป้ามีเรื่องจะบอกเธอนะ ว่าวันนี้ขอให้เธอต้องออกไปแล้วละป้าเจ้าของห้องเอ่ยขึ้นมา

  

  อี้ป๋อเลยบอกว่า "วันนี้ผมเอาเงินค่าเช่ามาให้แล้วครับทำไมต้องไล่ผมด้วย ผมไม่เคยค้างค่าเช่าเลยนะครับ"


  เปล่าหรอกอี้ป๋อ พอดีป้าตกลงขายห้องเช่าให้คนอื่นไปแล้วเค้ากำลังจะย้ายมาวันพรุ่งนี้นะ


  ป้าครับแล้วผมจะไปอยู่ที่ไหน อี้ป๋อได้กล่าวขึ้นมา

ต้องขอโทษด้วยนะ ป้าก็ทำใจลำบากแต่คนอื่นๆเค้าก็ย้ายออกไปหมดแล้ววันนี้ ต้องขอโทษด้วยนะ ป้าให้เวลาเธออีกชม เก็บของออกได้เลยเดี๋ยวเรื่องเงินเดือนนี้ป้าไม่เอาแล้วกันถือเป็นคำขอโทษให้เธอนะ


  จากนั้นป้าก็ได้ออกไป ทิ้งให้อี้ป๋อกับ หลี่ซื่อ ยืนงงอยู่กับความอ้างว้าง….


  อี้ป๋อ นายไปขอลุฃหม่าอยู่ด้วยได้ป่าววะ?? หลี่ซื่อถามขึ้นมา


  คงต้องไปคุยก่อนอี้ป๋อกับหลี่ซื่อจึงเดินไปที่ร้านกาแฟ คุยกับลุงหม่าว่า "ลุงหม่าช่วงนี้ผมขอมาอยู่ทีาร้านสักพักนะพอดีป้าเจ้าห้องเช่าเค้าขายห้องไปหมดแล้ว"


  ลุงหม่าได้ยินก็ตอบไปว่า "ก็ไปอยู่ห้องแกสิ มีห้องอยู่ที่นี้ก็ไม่อยู่แต่แรกอยากออกไปใช้ชีวิต พี่สาวแกก็ฝากแกไว้ แต่แกก็เลือกไม่อยู่ที่นี้เอง"


  "คือผมไม่ได้คิดจะรบกวนลุงหม่า ผมแค่เกรงใจหากผมมาอยู่แต่แรกอี้ป๋อพูดขึ้นมา


 เออๆ ขึ้นไปปัดฝุ่นหน่อยแล้วก็ลงมาช่วยเฝ้าร้านด้วยอีกสักพักฉันจะออกไปทำธุระแล้ว ลุงหม่าพูดและกำชับให้อี้ป๋อเฝ้าร้านให้ดีๆ


  ลุงหม่าผมขอมารบกวนอยู่กับอี้ป๋อด้ว๺๴ักระยะนะครับ หลี่ซื่อเอ่ยขึ้นมา และบอกว่าตนจะช่วยงานที่ร้านไม่เอาค่าแรงลุงหม่าเลยยินยอมให้อยู่ด้วย


  แต่ลุงหม่าก็ยังกำชับว่าให้ดูแลร้านกันดีๆ บอกอาหารเย็นมีในครัว และบ่นเจ้ากี้เจ้าการหน่อยแล้วก็ออกไป


  ลุงหม่าแกนี้ ถ้าไม่รู้จักฉันนึกว่าเป็นพ่อแกวะ หลี่ซื่อพูดขึ้นมา

  อี้ป๋อเลยพูดเสริมว่า เออลุงแกเป็นงี้แหละห่วงนั้นห่วงนี้ ทุกเรื่องจริงๆ คนแก่ก็คงเป็นแบบนี้กันหมด


  ระหว่างนั้นทั้งคู่ก็ผลัดกันย้ายของมาไว้ที่ร้านกาแฟ และหลี่ซื่อก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปขนเสื้อผ้ามา


  ตกเย็นทั้งคู่ก็ปิดร้านนั่งกินข้าวเย็นคุยกันเรื่องหาเงินกับที่พักใหม่


  หลี่ซื่อเอ่ยขึ้นมาว่า เราพักที่นี้ก่อนแล้วเราวางแผนออกไปสร้างอาณาจักรมีบ้านมีเงินมีสาวๆ กันเพื่อนรัก

แต่ตอนนี้อี้ป๋อกำลังนั่งนึกๆหลายเรื่อง หลี่ซื่อก็นึกได้ว่าเรื่องพี่สาวอี้ป๋อ จึงถามขึ้นมาว่า "เจ้จื่อรั่ว ติดต่อกลับมาบ้างยัง"


  อี้ป๋อจึงบอกไปว่าคุยกับพี่สาวครั้งสุดท้ายก็เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนี้จื่อรั่วไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และเมื่อเรียนจบก็โทรมาคุยว่าได้งานทำเป็นนักข่าวแต่ต้องไปในที่ที่มีสงครามแทบตะวันออกกลางจึงไม่ให้ติดต่อ ถึงโทรไปก็ไม่ติด ได้แค่ฝากอี้ป๋อไว้กับลุงหม่าตั้งแต่ตอนนั้น


  และยังบอกอีกว่ากำลังสืบข่าว พ่อและแม่ ที่หายตัวไปที่ต่างประเทศอีกด้วย


  ฉันก็ไม่เข้าใจพี่จื่อรั่ววะ ไม่คุยกับฉันแต่ฉันรู้ว่าปีที่แล้วเค้าส่งเงินมาให้ลุงหม่าเป็นค่าใช่จ่ายให้ฉันแค่นั้น


  แล้วพ่อแม่ฉันอีกไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ไม่บอกกล่าวอะไรเลย หน้าตาตอนนี้ของอี้ป๋อมีความรู้สึกที่แย่สุดๆ หลี่ซื่อจึงเปลี่ยนเรื่องคุย


  บอกว่าพรุ่งนี้เราไปปาร์ตี้ที่คณะกันจะได้สบายใจขึ้น แต่ทางกลับกันทั้งคู่รู้ว่าเงินในกระเป๋าก็ไม่ได้มีเยอะอะไรเท่าไหร่


  หลี่ซื่อจึงบอกไปว่าฉันมีเงินอยู่อีกหน่อย นายไม่พอมายืมฉันก่อนก็ได้ อี้ป๋อก็บอกไปว่าตัวเองมีอยู่แค่ 2,000 หยวนประหยัดๆหน่อย ทำงานเก็บเงินก็พออยู่กินได้ตอนนี้ก็ไม่ต้องเสียค่าเช่าห้องยังพอไหว


  พอถึงตอนนี้อี้ป๋อจึงนึกเรื่องเมื่อวานว่ามีข้อความที่ถูกส่งมาให้ จึงเปิดประเด็นกับหลี่ซื่อขึ้นมาถึงข้อความฉบับนั้น !!

ตอนต่อไป
บทที่ 3 ปัญหาที่ตามมา

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา