เรื่อง เทพมารลิขิตฟ้า
เงา่าจำแลงี่หมิงรังสรรค์ึ้ยืนิ่ัดุจรูปสลัก ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีี่มันขยับกายตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือ แม้จะเป็นเพียงท่วงท่าจับกระบี่ี่แสนจะธรรมดาสามัญ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความสมบูรณ์แบบี่ไร้ช่องโหว่ รังสีอำมหิตคมกริบแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง
“เพียงแค่ท่วงท่าเตรียมพร้อมก็ข่มขวัญผู้คนได้ถึงเพียงนี้... สมแล้วี่เป็นยอดฝีมือี่บีบให้ท่านมังกรต้องใช้ขุมพลังถึงเจ็ดส่วน!” จิ่นเม่ยกัดฟันกรอด สิ้นคำกล่าว เงา่าจำแลงพลันเลือนหายไปจากคลองจักษุในพริบตา!
เปรี้ยงงง!
กระบี่คู่ในมือของจิ่นเม่ยถูกยกึ้ปะทะตามสัญชาตญาณ ทว่าแรงกระแทกี่สะท้อนกลับมานั้นหนักหน่วงดุจขุนเขาถล่มทับ ่าของเด็กหนุ่มปลิวละลิ่วถอยกรูดไปไกลหลายสิบวา!
“บัดซบ!”จิ่นเม่ยสบถอย่างหัวเสีย สองแขนี่จับกระบี่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนแทบสิ้นความรู้สึก สิ่งี่ทำให้อกซ้ายของเขาเต้นรัวด้วยความแตกตื่นคือ... การโจมตีเมื่อครู่ เป็นเพียงพละกำลังและเพลงกระบี่ล้วน ๆ! ไร้ซึ่งการผสานพลังปราณใดๆ ทั้งสิ้น!
ยังมิทันี่จิ่นเม่ยจะสูดลมหายใจ ่าจำแลงนั้นก็พุ่งทะยานเข้ามาดุจภูตผี คมกระบี่ตวัดวูบทะลวงเข้าี่สีข้างของจิ่นเม่ยอย่างจัง! โลหิตสาดกระเซ็น ก่อนี่่านั้นจะกะพริบวูบหายไปโผล่ี่ด้านหลัง แล้วฟาดฟันกระบี่ลงกลางแผ่นหลังอย่างอำมหิต!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
“พรวด! อั๊ก!”
จิ่นเม่ยกระอักโลหิตคำโต เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผืนแผ่นดิน ่ากายี่บอบช้ำทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ เงา่าจำแลงพลันสลายตัวกลายเป็นหมอกควันไปในทันที
หมิงลืมดวงตาสีเหลืองอำพันึ้ จ้องมองสภาพทุลักทุเลของศิษย์ตนด้วยแววตาราบเรียบ “หากเจ้าไม่อยากมีสภาพน่าสมเพชเช่นนี้ เจ้าก็จงแข็งแกร่งึ้เสีย... และจำไว้ให้ดี หากพละกำลังไม่อาจคว้าชัย ก็จงใช้สติปัญญาและกลอุบายเพื่อหลอกล่อและบดขยี้ศัตรู!”
เสียงกึกก้องของหมิงสลักลึกเข้าไปในโสตประสาท จิ่นเม่ยใช้กระบี่ค้ำยันพื้น ค่อยๆ ลากสังขารี่แหลกเหลวึ้มายืนหยัดอีกครั้ง มือซ้ายปาดคราบเลือดี่มุมปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความมิยอมแพ้ “ข้าเข้าใจแล้ว”
“เอาล่ะพอแค่นี้ก่อน รักษาตัวเองซะ เมื่อหายดีแล้วค่อยเริ่มกันใหม่”หมิงกล่าวตัดบท
จิ่นเม่ยพยักหน้ารับ ก่อนจะชักนำพลังมารทมิฬเข้ามารักษา่ากาย สิบเอ็ดชั่วยามล่วงเลยผ่านไป บาดแผลฉกรรจ์ทั่ว่าสมานตัวจนหายสนิท จิ่นเม่ยลุกึ้ยืน กลิ่นอายรอบกายดุดันและคุกรุ่นยิ่งกว่าเดิม “ท่านหมิง โปรดชี้แนะข้าอีกครา!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ประเสริฐ! ต้องให้ได้อย่างนี้สิถึงจะสมกับเป็นผู้ี่ข้าต้องการฝากฝังเจตนารมณ์ ความดื้อด้านไม่ยอมตายง่าย ๆ ของเจ้านี่แหละี่ข้าโปรดปราน!”
หมิงแค่นเสียงหัวเราะลั่น ก่อนี่เงา่าจำแลงจะถูกรังสรรค์ึ้อีกครั้ง ทว่าคราวนี้กลิ่นอายของมันกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม “ครั้งนี้ข้าใส่พลังลงไปถึง 'สิบส่วน' ในการสร้างมันึ้มา! หากเจ้าไม่อยากตาย ก็จงงัดทุกสิ่งทุกอย่างี่เจ้ามีออกมาใช้เสีย!”
สิ้นคำเตือน หมิงก็นิ่งเฉย รอดูการดิ้นรนของเด็กหนุ่ม
จิ่นเม่ยระเบิดพลังมารทมิฬออกมารอบกายจนดำมืด กระชับกระบี่คู่ในมือแน่น ก่อนจะดีดตัวพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูประดุจลูกศรทมิฬ!
ฉับ!
กระบี่คู่ฟาดฟันออกไปเป็นกากบาทตัดอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลม ทว่า...
“อะไร!”ดวงตาของจิ่นเม่ยเบิกกว้างสุดขีด เพราะสิ่งี่กระบี่ของเขาฟันขาดกลับมีเพียงความว่างเปล่า! เขามั่นใจเต็มประดาว่าวิถีกระบี่นี้ต้องสับ่านั้นขาดสะบั้นแน่ๆ แต่่าจำแลงกลับไปยืนตระหง่านอยู่ห่างออกไปทางขวาสิบเมตร ก่อนี่มันจะพร่ามัวและมาโผล่ตรงหน้าเขาในพริบตาเดียว!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
พายุเงากระบี่นับสิบสายถาโถมเข้าใส่จิ่นเม่ยดุจ-่าฝนทะลวงสวรรค์ เสียงศาสตรากระทบกันดังกัมปนาทสะเทือนโลกมายา ทุกครั้งี่ปะทะ แรงสั่นสะเทือนจะแล่นพล่านบดขยี้กระดูกแขนของจิ่นเม่ยจนชาหนึบ
“หากขืนดันทุรังปะทะด้วยพละกำลังและเพลงกระบี่เพียงอย่างเดียว... อีกไม่กี่อึดใจข้าต้องพ่ายแพ้อย่างแน่แท้!”จิ่นเม่ยหอบหายใจอย่างหนักหน่วง สมองแล่นปรู๊ดประเมินสถานการณ์ ในชั่วเสี้ยววินาทีแห่งความกดดัน แผนการอันพิสดารพลันผุดึ้มาในหัว! “หึหึ... หวังว่าไอ้วิธีนี้จะใช้การได้นะ!”
มุมปากของจิ่นเม่ยแสยะยิ้มอำมหิต ท่ามกลางความเป็นความตาย เขากลับชักกระบี่คู่เก็บกลับเข้าไป ยืนกอดอกนิ่งเฉย เปิดหน้าอกอ้าซ่าราวกับจะเชื้อเชิญให้มัจจุราชเข้ามาหา!
หมิงถึงกับขมวดคิ้ว “เจ้าเด็กนี่มันคิดจะทำสิ่งใด...”
เงา่าจำแลงี่ไร้สติปัญญาเห็นศัตรูหยุดนิ่ง มันทะยาน่าพุ่งเข้าใส่พร้อมคมกระบี่ี่หมายจะสังหารในดาบเดียว ทว่าในวินาทีี่่านั้นพุ่งเข้ามาประชิด...
“กลืนกิน!”
จิ่นเม่ยคำรามก้องปฐพี! หมอกสีดำทมิฬี่ถูกบีบอัดไว้จนถึงขีดสุดระเบิดทะลักออกจาก่า แผ่ขยายเป็นวงกว้างประดุจปากของอสูรกาย เข้าครอบคลุมและกลืนกินเงา่าจำแลงนั้นเข้าไปทั้งเป็น!
หมิงถึงกับเบิกตากว้าง “...!!? มันคิดจะใช้พลังมารกลืนกินงั้นรึ!”
เงา่าจำแลงพยายามดิ้นรนสุดชีวิต มันฟาดฟันกระบี่คู่ออกไปนับสิบครั้งหวังจะแหวกหมอกทมิฬ ทว่าก็ไร้ผล พลังมารค่อยๆ กัดกร่อนและกลืนกิน่าเงานั้นจนสูญสิ้นสลายกลายเป็นเพียงละอองพลังงานในี่สุด!
“ขะ... ข้าสัมผัสได้! พลังของข้ากำลังเพิ่มพูนึ้!”จิ่นเม่ยยืนนิ่ง ดวงตาสั่นไหวด้วยความปิติยินดี ขุมพลังและทักษะบางส่วนกำลังหลอมรวมเข้ากับ่ากายของเขา
“ไม่คิดเลยว่ามันจะใช้วิธีพลิกแพลงเช่นนี้...”เสียงพึมพำของหมิงดังึ้ ดวงตาสีเหลืองอำพันหรี่ลงจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความพึงพอใจ “เจ้าอยากลองทดสอบฝีมืออีกสักรอบหรือไม่? ทดสอบเสียหน่อยว่าตอนนี้... เจ้ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง!”
สิ้นคำพูด หมิงสะบัดกรงเล็บ รังสรรค์เงา่าจำแลงตัวใหม่ึ้มา มันพุ่งทะยานเข้าหาจิ่นเม่ยด้วยความเร็วี่เหนือล้ำกว่าเดิม!
ทว่าคราวนี้...
ชิ้ง!!!
รังสีอำมหิตพุ่งวาบตัดผ่านมวลอากาศ ่าเงาจำแลงี่ยังพุ่งมาไม่ถึงตัวด้วยซ้ำ... พลันถูกตัดขาดเป็นสองท่อนและสลายกลายเป็นควันไปในพริบตา!
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่เลวนี่!”หมิงระเบิดเสียงหัวเราะลั่นกึกก้องไปทั่วโลกมายา
จิ่นเม่ยแสยะยิ้มเบิกบาน แววตาฉายความเย่อหยิ่งทระนง “ฮิฮิ... ตัวข้าในยามนี้ สมควรี่จะคู่ควรกับการรับสืบทอดขุมพลังจากท่านได้แล้วกระมัง?”
หมิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมมหาศาล “ก็ได้! ข้าจะถ่ายทอดพลังของข้าให้กับเจ้า! ทว่า... ่ากายของเจ้าในยามนี้ การจะดูดซับพลังทั้งหมดไว้ อาจจะต้องใช้เวลาเคี่ยวกรำอย่างน้อยถึง 'สิบปี' !! หวังว่าเจ้าจะรอได้นะ!”
สิ้นเสียงประกาศิต ่าอันมหึมาของมังกรอนธการก็เคลื่อนเข้าประชิด่าของจิ่นเม่ย หมอกทมิฬแห่งต้นกำเนิดเริ่มแผ่ซ่านกลืนกินโลกมายา ท้องฟ้าี่เคยเป็นสีฟ้าครามสดใส บัดนี้ถูกย้อมจนดำสนิทดุจห้วงรัตติกาลอันมืดมิด!
“ข้าพร้อมเสมอ!”จิ่นเม่ยทิ้งตัวลงนั่งบนผืนแผ่นดิน เปลือกตาปิดสนิท ดำดิ่งสู่ห้วงแห่งการหล่อหลอมและจุติใหม่ ี่จะพลิกชะตากรรมของเขาไปตลอดกาล!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??