เรื่อง ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน
-่าฝนกลางภูเขาั้ตกเทลงาอยู่เป็นเวลานาน โดยไม่มีทีท่า่าจะหยุดเลย ฟืนไฟในถ้ำที่มีไม่ากอยู่แล้วก็ร่อยหรอลงทีละน้อย เียนเฟยที่มักทำหน้าทะเล้นอยู่ตลอดก็พลันขมวดคิ้วแน่นโดยไม่รู้ตัว
ในใจของเียนเฟยรู้ดี หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป น่ากลัว่าทั้งสองคงจะยื้อผ่านคืนนี้ไปไม่ได้แน่ เป็นไปได้าก่าอาจจะถูกแช่แ็งตายอยู่ถ้ำก็ได้ เมื่อมองไปยังเยว่เยียนเยียนที่ยังตัวสั่นระริกในอ้อมกอดของตน ห่างคิ้วของเียนเฟยก็ขมวดเป็นปมแน่นยิ่งก่าเดิม “นี่! ห้ามหลับนะยัยโง่!”
เียนเฟยเขย่าไหล่ของคนที่อยู่ในอ้อมกอด คำพูดเองก็ค่อนข้างไม่พอใจกับความไม่ระวังตัวของเยว่เยียนเยียน กองไฟยังคงวูบไหวเดี๋ยวส่างเดี๋ยวสลัว เียนเฟยกอดคนในอ้อมแนแน่นขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว
“เียนเฟย ข้าคงจะไม่... ต้องตายไปด้วยักับคนน่ารำคาญอย่างเจ้าหรอกนะ!” เยว่เยียนเยียนยามนี้ยังมีแรงมีกะจิตกะใจพูดเล่น คิดดูแล้วคงไม่ได้หนาวจนเกินทนสินะ? เียนเฟยภาวนาเช่นั้ในใจ ครู่หนึ่งจึงเพียงเอ่ยด้วยรอยยิ้มระคนโมโห “ถ้าไม่อยากตายไปด้วยักับคนน่ารำคาญอย่างข้า เช่นั้ก็ปลุกตัวเองให้สดชื่นขึ้นาเสีย!”
ฝนตกลงไม่ขาดสาย หากสวรรค์ต้องการจะเอาชีวิตของพวกเขาทั้งสองจริงๆ เช่นั้ก็ให้พายุฝนกระหน่ำซัดแรงก่านี้สักหน่อยสิ!!!
เียนเฟยที่ร้อนรุ่มกระสับกระส่ายเบนสายตาออกไปข้างนอกเล็กน้อย มองม่านฝนที่ไม่มีทีท่าจะหยุดลงแล้วถอนหายใจ…
“หากฝนครานี้ตกไม่หยุด พวกเราจะต้องตายอยู่ที่นี่จริงๆ อย่างั้หรือ?” เยว่เยียนเยียนเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ริมฝีปากที่สั่นเทาด้วยความหนาวขยับขึ้นลง เอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบา
“ยัยโง่ แน่นอน่าต้องตายอยู่แล้ว!” เียนเฟยเอ่ยตอบไปตามจริง แต่กลับไม่ทันได้เห็นเยว่เยียนเยียนที่เหลือกตาขึ้นามอง มีใครที่ไหนเขาพูดแบบนี้ับ้าง? ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ระห่างสหายที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายด้วยั ก็ควรจะต้องให้กำลังใจเกื้อหนุนัไม่ใช่หรือ?!
เหตุใดเมื่อเรื่องนี้าถึงเียนเฟยัถึงเปลี่ยนอารมณ์ไปหมดสิ้น ไม่ต้องพูดถึงเกื้อหนุนและให้กำลังใจหรอก แค่ไม่กล่อมนางให้ละทิ้งความหวังแล้วฆ่าตัวตายก็พอแล้ว
เยว่เยียนเยียนรู้สึกกระวนกระวายอยู่ในใจ แต่ไม่ใช่เพราะตนอาจจะต้องเผชิญหน้ากับความตายจริงๆ แต่เป็นเพราะข้างกายมีคู่หูอย่างเียนเฟยอยู่ต่างหาก ไม่ตายก็คงน่าตกใจเหลือทน เยว่เยียนเยียนรู้สึก่าวันนี้ตนได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว ไม่ใช่การที่หนีออกจากบ้านด้วยความโกรธเคืองต่อเฉินไฮว่ชิง แต่เป็นเพราะไม่ได้หนีไปให้ไกลก่านี้อีกสักหน่อย ให้เียนเฟยตามหาตนไม่เจอเสียเลย
เช่นั้แล้ว ไม่แน่ตนอาจจะสาารถมีชีวิตอยู่ไปได้อีกสักพัก ไม่ต้องถูกเียนเฟยเจ้าตัวซวยนี่เอาชีวิตไป!
“ข้า่า...” เยว่เยียนเยียนอดกลั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ นางเอ่ยขึ้น “ข้า่านะ พี่ชายท่านนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้ เจ้าควรจะให้กำลังใจข้าไม่ใช่หรือ?”
“ให้กำลังใจเจ้า? ข้าจะให้กำลังใจเจ้าได้อย่างไรั! ตัวข้าเองก็ใกล้จะหนาวตายอยู่แล้ว!”
เียนเฟยเองก็ไม่ปิดบังแสร้งทำอีกต่อไป คำพูดคำจาพลันจริงใจตรงไปตรงาอย่างยิ่ง ถึงอย่างไรเสื้อผ้าของเขายามนี้ก็กำลังห่อหุ้มอยู่บนตัวของเยว่เยียนเยียนอย่างแน่นหนา แน่นอน่ายังมีความร้อนของเพลิงไฟอันน้อยนิดอยู่บ้าง ก็ใครใช้เสื้อผ้าชิ้นนี้แห้งขณะที่ไฟยังไม่ลุกโชนั?
พูดจบเียนเฟยก็กลอกตาเล็กน้อย อดก่นด่าเจ้าตัวเบาๆ ไม่ได้ “รู้แต่แรกข้ายอมกินผักกาดขาวต้มน้ำเปล่าสิบปีเสียดีก่า ข้าจะไม่ตอบตกลงตาแก่เฉินไฮว่ชิงั้าตามหาตัวจุ้นอย่างเจ้าหรอก ตอนนี้ข้าเองก็หนาวจะตายอยู่แล้ว!”
นี่ัคนเช่นไรั? เยว่เยียนเยียนได้ยินเียนเฟยเอ่ยเช่นั้ นางพลันโมโหจนได้สติลุกนั่งทันใด พลางสลัดเสื้อผ้าบนร่างออกอย่างรุนแรง สองมือนางสอดไว้ที่สาบเสื้อด้านหน้า แล้วเอ่ยอย่างกราดเกรี้ยว “ที่เจ้าพูดนั่นใช่คำพูดของคนหรือ? หญิงสาววัยแรกแย้มคนหนึ่ง วิ่งาถึงป่าดิบเขาลึกคนเดียว เจ้าเป็นบุรุษหากไม่าช่วยให้รอดพ้น เจ้าจะรอให้เกิดภัยพิบัติใหญ่หลวงหรือไร?”
“ลูกพี่ นี่เจ้ายังเป็นหญิงสาวแรกแย้มอยู่อีกหรือ?” เียนเฟยยังคงกลอกตาไปาไม่หยุด ก่อนจะสอดไ้มือัในแนเสื้อแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “่าัอีกที ต่อให้เจ้าจะเป็นหญิงสาววัยแรกแย้ม จะขึ้นเขาลงห้วยก็เป็นการเลือกของเจ้าเองไม่ใช่หรืออย่างไร? อย่า่าแต่ข้าเป็นบุรุษเลย ต่อให้ข้าเป็นสตรีก็ไม่อาจขัดขวางการแสวงหาอิสระและอุดมการณ์ของหญิงสาวแรกแย้มได้หรอก!”
ต้องบอกเลย่า การด่าัั้ทำให้คนตื่นตัว เยว่เยียนเยียนฮึดสู้ขึ้นาอย่างเด็ดเดี่ยว นางยกมือขึ้นฟาดที่ไหล่ของเียนเฟยอย่างแรง จนเียนเฟยร้องลั่นขึ้นา
“เจ้าผู้ชายเฮงซวย ข้ากลับไปได้เื่ไ จะให้เจ้ากินผักกาดขาวต้มน้ำเปล่าทุกวัน ไม่กินก็เจ้าอดตายไปเลย ฮึ!”
“ยังจะทำผักกาดขาวต้มน้ำเปล่าเพ้อเจ้ออะไรนั่นอีกหรือ? คุณหนูใหญ่รอดูไปเถอะ่าเจ้าจะยังกลับไปได้หรือไม่! ยัยโง่! ยัยโง่ๆ !”
วิธีการทะเลาะัของทั้งสองที่เหลือบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา ช่างเหมือนกับเด็กน้อยในโรงเรียนอนุบาลยิ่งนัก แน่นอน่า ตอนนี้เพื่อนตัวน้อยในโรงเรียนอนุบาลคงจะไม่ได้ด่าั่ายัยโง่เจ้าบื้ออะไรเช่นั้ัแล้ว สรุปได้่า การประชันฝีปากระห่างเียนเฟยและเยว่เยียนเยียนั้อาจจะเทียบไม่ได้กับเพื่อนตัวน้อยในโรงเรียนอนุบาลเลยก็ได้
ทะเลาะัอยู่พักใหญ่ เยว่เยียนเยียนก็ไม่ได้มีท่าทางป่วยออดแอดเช่นเมื่อครู่นี้อีกต่อไป ทั้งร่างเต็มเปี่ยมด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา เหมือนกับกระต่ายที่กำลังพองขนตัวหนึ่งไม่มีผิด อ้อไม่สิ ดูเหมือนจะเป็นกระต่ายไม่ได้ เป็นแมวเสือดาวก็แล้วั แมวเสือดาวดูแล้วน่าจะมีชีวิตชีวาากก่าสักหน่อย
“เอาเถอะ เอาเถอะเจ้าเองก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นาแล้วสินะ สงบศึก สงบศึกัตกลงไหม?” สุดท้ายเียนเฟยก็แสดงเจตนาล่าถอยขึ้นาก่อน ยามนี้เขาเองก็นึกเสียใจอย่างอดไม่ได้ รู้แต่แรกเขาก็คงไม่ใช้วิธีการที่เหน็ดเหนื่อยขนาดนี้แก้ไขปัญหาหรอก!
ใครจะไปรู้่าในหัวสมองของเียนเฟยั้มีอะไรผิดปกติ ถึงได้คิดวิธีการแปลกประหลาดเช่นนี้ขึ้นาช่วยคนอบอุ่นร่างกายได้ ท่านทายไม่ผิดหรอก ก็คือการด่าันั่นเอง... อาจเป็นเพราะวิธีนี้คงเกี่ยวข้องกับคุณลักษณะพิเศษของเียนเฟยเอง เทพบุตรปากร้าย? ทุกครั้งที่ด่าคนากๆ เข้า ก็มักเหงื่อชุ่มโชกอย่างทนไม่ได้ ราวกับตื่นขึ้นาตอนเช้า โอบกอดดวงตะวัน ให้ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยแสงแดดเจิดจรัส ดังั้จึงได้มีฉากการทะเลาะวิวาทัอันแปลกประหลาดเช่นเมื่อครู่
“เฮอะ ก็แค่เพราะเจ้าด่าไม่ชนะข้าต่างหาก!”
เยว่เยียนเยียนได้ทีก็ทำเป็นอวดเบ่ง พลันดึงเสื้อเียนเฟยที่ตนโยนทิ้งไปเมื่อครู่กลับา แล้วห่อร่างของตนอย่างแน่นหนา
...
จู้จี้ชะมัดเลย เียนเฟยมองลำดับการแสดงอันแพรวพราวชุดนี้แล้ว นึกอยากจะยกนิ้วโป้งให้กับเยว่เยียนเยียนขึ้นาอย่างอดไม่ได้ แม้่ายามปกติจะดูซื่อบื้อ แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่ยอมเสียเปรียบสินะ?
ไม่ทันรู้ตัว สายฝนก็ซาลงไปไม่น้อย เยว่เยียนเยียนั้อาจเพราะเมื่อครู่ด่าัจนเหนื่อยแล้ว สองตาของนางก็ปิดลง หลับใหลไปในอ้อมแนของเียนเฟย เียนเฟยมองไปยังสีขาวดั่งท้องปลาที่ปรากฏขึ้นยังขอบฟ้าด้านนอกถ้ำ พยายามเบิกดวงตาที่สะลึมสะลือด้วยความง่วงงุนเกินจะทน พร่ำบอกกับตัวเองอยู่ในใจ่า ทนต่อไปอีกหน่อย ทนต่อไปอีกหน่อย
ยามเช้าตรู่ในป่าเขาั้าถึงเร็วก่าภายนอก สายฝนก็ได้กลายเป็นฝนปรอยๆ ยามก่อนที่ท้องฟ้าจะโปร่งโดยสมบูรณ์ เบาบางจนมองแทบไม่ชัดแล้ว เียนเฟยในยามนี้แม้จะปวดหัวตาบวม แต่เมื่อมองไปยังเยว่เยียนเยียนที่นอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมแนแล้ว ในใจก็เกิดความโล่งอกขึ้นาไม่น้อย
อย่างไรเสีย กลับไปก็ไม่ต้องกินผักกาดขาวต้มน้ำเปล่าแล้ว! นี่เป็นเรื่องดีที่สุดที่นึกได้ในตอนนี้แล้วไม่ใช่หรือ?
เียนเฟยพยุงร่างกายเอาไว้ แล้วตบที่ไหล่ของเยว่เยียนเยียนเบาๆ “ตื่นได้แล้ว ยัยโง่”
เยว่เยียนเยียนที่อยู่ในห้วงนิทราั้บิดตัวเล็กน้อย ยังคงไม่ยอมลืมตา ท่าทางเช่นนี้กลับทำให้เียนเฟยนึกอยากหัวเราะขึ้นา พลันนึกถึงตอนเด็กๆ ขึ้นาอีกครั้ง น้องสาวของตนั้ไม่ชอบตื่นเช้าขึ้นาฝึกวิชา นางเองก็นอนขี้เกียจเช่นนี้เหมือนั
“ตื่นได้แล้วนะ ยัยบื้อ”
น้ำเสียงของเียนเฟยั้ ไม่รู้่าตั้งแต่เื่ไ ที่ัได้่โขึ้นาเป็นพิเศษ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??