เรื่อง ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ
ที่่าเรือดำ หลังได้รับข่าวจากนกพิราบสื่อสาร คามิวดุสก็ตกตะลึงและหน้าแทบจะเปลี่ยนสีเป็นความโกรธ "เจ้าสหายบ้านั่น! เสียสติไปแล้วอย่างงั้นหรือจึงได้เดินทางไปอาฟีโร้อมกันกับทหาร! หนำซ้ำยังไปกันแค่ 30 คน! คิดจะฆ่าตัวตายหรืออย่างไร!?"
คามิวดุสร้อนรนหันหน้าไปยังลูกน้องส่งข่าวผู้หนึ่ง "แล้วหน่วยที่เราส่งไปรับทหารชามิวลอสล่ะ? นำตัวพวกเากลับมาหรือยัง? ้าคงจะได้ซัดหน้าเจ้าสหายเพี้ยนวันนี้!" ชายหนุ่มว่าแบบนั้ลางขยี้กำปั้นอย่างเสียอารมณ์
แต่ว่าเหนือความคาดหมายงคามิวดุส ลูกน้องคนนั้นตอบด้วยใบหน้าสั่นเครือ ราวกับมีความลังเลและไม่แน่ใจในสารที่เได้รับ เาบอก "ต้องอภัยด้วยรับท่านรองหัวหน้า หน่วยเราที่ถูกส่งไปรับทหารเหล่านั้นล้มเหลว ไม่มีใครสามารถจับกลุ่มเจ้าชายกลับมาได้"
คามิวดุสตะลึง "อะไรนะ! มันเป็นไปได้อย่างไร!?" เาไม่อยากเชื่อ
ทหารรายงานก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน แต่เาก็บอกตามที่อ่านจากสารพิราบ เาบอก "ตามรายงานงหน่วยที่ถูกส่งไปพวกนั้นบอกว่ากลุ่มงเจ้าชายขี่ยาาหนะบางอย่างที่แปลกประหลาด ทั่วลำมันเป็นเศษเหล็กขนาดใหญ่ บรรทุกคนกว่า 30 คนได้ในคันเดียว แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับมีความเร็วอย่างมาก ไม่มีม้างเราตัวไหนที่วิ่งตามยาาหนะงเจ้าชายได้ทัน"
ขณะที่ลูกน้องคนนั้นกล่าว าชิกในหน่วยคนอื่นๆที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสดงความตกตะลึง และพลันเผยใบหน้าที่สงสับ
คามิวดุสอึ้ง "เจ้าหมายความว่าอย่างไรยาาหนะเหล็ก? ยาาหนะที่บรรทุกคนกว่า 30 คนมันไม่ควรจะเร็วเกินกว่ากองม้างเราไม่ใช่หรือ?"
ลูกน้องคนนั้นกล่าวด้วยใบหน้ามืดมน "้าเองก็คิดเช่นนั้นรับ แต่นี่คือสิ่งที่หน่วยเก็บกู้รายงานมาจริงๆ แม้แต่ม้าดำงท่านแอคเนส ที่เร็วที่สุดในกองปฏิวัติเราก็ไม่อาจตามยาาหนะนั้นได้ทัน"
คามิวดุสไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ยาาหนะที่บรรทุกคน 30 กว่าคนแล้วยังเร็วกว่าม้า... ? เาไม่ค่อยอยากเชื่อเรื่องนี้นักแต่คามิวดุสไม่มีเวลามาคิดมาก เาเก็บงแล้วสวมผ้าคลุม หาอาวุธและใส่หน้ากากราวกับจะออกไปที่ไหน
"ท่านรองหัวหน้า...ท่านคิดจะ.." เหล่าลูกน้องที่เห็นคามิวดุสแต่งตัวก็มีใบหน้าสงสัย
คามิวดุสตอบ "ไประดมพลาชิก 200 คนขึ้นมา เราจะไปช่วยเหลือทหารเหล่านั้นและอาโนอาทอสกลับเมือง" คามิวดุสตอบ
****
ที่เมืองชามิวลอส
หลังจากอาโนอิทอสออกไป เกลนก็ระดมรถม้าและช่วยอพยพาเืออกจากที่นี่ แต่เาก็ไม่ได้ทำงานนี้เพียงแค่คนเดียว มีลูกสาวดยุคผู้หนึ่งที่เป็น่าเืก็ได้นำรถม้างตระกูลเมาช่วยคนอพยพด้วยเช่นกัน เธอมีใบหน้าที่สวยงามและมีรูปร่างที่อ่อนช้อย าเืต่างคุ้นหน้าเธอเพราะเธอคือคู่หมั้นงอาโนอิทอส เลวี่ แอสเฟล อิสคีโรส
งานในการขนย้ายผู้อพยพค่อน้างยุ่งเพราะมีาเืหลายคนยังติดอยู่ที่นี่ แต่เลวี่นำทหารเช่วยขนสัมภาระและาเืออกไปได้มากทำให้าเืค่อยๆทยอยอพยพไปได้จนเกือบจะหมด
เกลนเดินมาหาเลวี่ ก่อนจะโค้งคำนับบคุณ "บคุนท่านเลวี่มากๆรับ เป็นเพราะท่านเราจึงสามารถอพยพาเืออกไปได้ทันตามกำหนด"
เลวี่ส่ายหน้า "ท่านหัวหน้ากองไม่มีความจำเป็นต้องบคุณ้า าเืชามิวลอสเป็ลเมืองงตระกูลอิสคีโรส ้าไม่ยอมป่ให้พลเมืองที่ท่านปู่รักต้องตายเพราะคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง"
"........." เมื่อเลวี่ยกอาโนอิทอสขึ้นมาพูด เกลนก็เงียบไป
เลวี่เผยแววตาที่เย็นชาเมื่อพูดถึงชายคนนั้น "คนเห็นแก่ตัวพรรค์นั้น ้าไม่น่าหมั้นด้วยเลย ้าเคยเห็นอะไรดีในตัวครรค์นั้นกันนะ"
"........"
เมื่อพูดถึงชายคนนั้นก็ทำให้เธอนึกถึงภาพอาโนอิทอส จากนั้นเธอกำหมัดเแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ"ชายคนนั้น้าบังคับให้าเืเอยู่หลังกำแพงในเดือนตะวันฉาย ส่วนเกลับีเ้าที่ปัก่อนป่ให้าเืต้องำาเพราะเแก่งแย่งัั์งัิ์ คนที่้าทิ้งปะาแล้ว่แต่เ่ะไม่ควรจะเป็นัิ์ เมื่อกลับไปที่เมืองั้ใเมื่อไหร่้าจะไปุกับเาและให้ท่า่อยกเลิกการสนับสนุนทั้งหมดที่มีให้ชายคนนั้นทิ้งเสีย!"
หลังเห็นความเห็นแก่ตัวที่อาโนอิทอสทิ้งไว้ในเมืองนี้ ป่ให้มีาเืมากมายต้องติดอยู่ที่นี่ เลวี่ก็โกรธจนแทบทนไม่ไหวอยากจะตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมดต่ออาโนอิทอสทิ้ง
เกลนหลับตา เามีใบหน้าที่สงบเช่นเคยและไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น แต่สำหรับในเรื่องนี้ ไม่รู้ทำไมเาถึงรู้สึกคันใจเวลาเลวี่พูดเสียหายๆต่ออาโนอิทอส อาจจะเป็นเพราะเกลนไม่อาจป่ให้นักรบที่มีใจ้าหาญที่ยอมสละลีวิตเเพื่อความถูกต้องต้องถูกเ้าใจผิดอย่างเสียเกียรติ์ได้ ในฐานะนักรบเกลนจึงไม่อาจป่ให้อาโนอิทอสถูกมองอย่างอยุติธรรม เาจึงอธิบายช่วยอาโนอิทอสสักครั้ง "ถ้าหากท่านหญิงปรารถนาจะพบฝ่าบาทเช่นนั้นมันก็อาจจะเป็นไปได้ยากหน่อยนะรับ"
เกลนที่เงียบมาตลอดจู่ๆก็เริ่มพูดขึ้นมา ทำให้เลวี่หันมอง "ท่านเกลนหมายความว่าอย่างไรหรือ?"
เกลนหลับตาตอบ "เมื่อวานนี้ฝ่าบาทนั้นไม่ได้มุ่งหน้าีกลับไปที่เมืองั้ใ แต่มุ่งใต้ไปที่อาฟีโนเพื่อช่วยเหลือประชากรที่นั่นตามคำร้องงพี่น้องฝ่าบาท"
เลวี่ที่ได้ยินเช่นนั้ลันตกตะลึง
ใบหน้างเกลนอ่อนลงเมื่อนึกถึงหน้างอาโนอิทอสในตอนนั้น เาบอก "้าก็ไม่ค่อยมั่นใจ แต่ถ้านี่เาแค่แกล้งแสดงละครเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเราการไปที่อาฟีโนมันก็เกินไปหน่อย แต่ถึงแม้จะแค่เล็กน้อยแต่้าก็คิดว่ามันอาจจะเป็นเหมือนที่าเืพูดกัน ้าคิดว่าเากำลังเปลี่ยนจริงๆ"
"ท่านเกลนหมายความว่าอย่างไร?"
เกลนบอก "หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาาเืหลายคนรวมทั้ง้ารับใช้ในคฤหาสน์บอกว่าเาดูแตกต่างไปจากเดิม เาดูไม่เหมือนกับอาโนอิทอสคนเก่า จากเดิมที่เาไม่เคยสนใจปัญหางาเืสักครั้ง แต่วันหนึ่งอยู่ดีๆเาก็เริ่มเ้าแก้ปัญหามากขึ้น ทั้งภาคเกษตรและภาครัฐ ทั้งฝนแร้ง และอาชญากรรม เาก็ช่วยจัดการให้าเื เห็นควกนั้นเล่ากันว่าฝ่าบาทมาพร้อมวิธีจัดการที่แปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย หาก้าจำไม่ผิด ในภาคเกษตกรรมฝ่าบาทก็เ้าจัดการโดยใช้สิ่งที่เรียกว่าชลประทานหรืออะไรสักอย่างกระมัง"
เลวี่มุ่นคิ้วเ้าหากัน "ชลประทาน?"
เกลนหันมองเลวี่ "ในเมื่องานลำเลียงผู้อพยพจบสิ้นแล้ว ท่านหญิงอยากให้้าพาดูชมสิ่งที่เรียกว่าชลประทานที่ฝ่าบาทสร้างขึ้นไหมรับ?"
เลวี่เงียบ แต่สักพักด้วยความอยากรู้อยากเห็นเธอจึงพยักหน้าและตามเกลนไป
เกลาเลวี่มาดูยังเขื่อนแห่งหนึ่งที่อาโนอิทอสสร้าง ที่นั่นเองเลวี่ได้เห็นท่อสีฟ้าแปลกตาเส้นยาวอันหนึ่งต่อจากเขื่อนดูดน้ำไหลลงไปยังบ้านแต่ละเขต
เลวี่อึ้ง "เจ้าท่อสีฟ้าขนาดใหญ่ยาวนี่มันคืออะไรกัน? นี่คือสิ่งที่อาโนอิทอสร้างขึ้นอย่างนั้นหรือ?"
เกลยักหนา "ตามที่ชาวบ้านเล่ามาก็ใช่รับ"
เลวี่มองท่อเส้นยาวพวกนั้นแล้วไม่อยากเชื่อ "นี่มันไม่แปลกไปหน่อยหรือไง ท่อยาวขนาดนี้ จะลากจากเขื่อนนี้ไปทุกบ้านมันต้องใช้เวลาและกำลังคนช่วยกันต่อนานอย่างน้อยก็ครึ่งปี อาโนอิทอสจะทำทั้งหมดนี่คนเดียวได้อย่างไร?"
เกลนบอก "เรื่องนั้นไม่มีใครรู้รับ แต่ตามที่ชาวบ้านเล่า หลังจากยื่นคำร้องเรื่องฝนแร้งไปและฝ่าบาทเ้ามาดูพื้นที่ ก็เป็นวันต่อมาที่ชาวบ้านเห็นท่อพวกนี้ป่น้ำจากแม่น้ำมาบ้าวกเา เห็นฝ่าบาทบอกว่าเพราะเป็นงานด่วนจึงไม่มีเวลาทำให้ถูกต้อง แต่หากมีเวลาอีก วันหลังจะย้ายท่อพวกนี้ไปไว้ใต้ดินด้วยรับ"
เลวี่มองท่อป่น้ำเหล่านี้แล้วก็พยักหน้า หากตั้งท่อป่น้ำไว้เหนือพื้นดินก็มีความเสี่ยงสูงที่จะมีอะไรไปชนแตก
เลวี่มองผลงานแปลกๆงอาโนอิทอสจบแล้วและชื่นชมในความคิดดีสักครั้งงอีกฝ่าย จากนั้นเธอหันมองเกลน "้าเ้าใจแล้วว่าอาโนอิทอสในตอนนี้อาจจะแตกต่างจากเมื่อก่อนบ้างแล้วนิดหนึ่ง แต่ว่า้าก็ไม่คิดว่าเาจะเปลี่ยนไปจนเป็นคนละคนอย่างที่ท่านว่านะ ถ้าไม่เช่นนั้นงั้นทำไมเาจึงได้ยังป่ให้าเืเติดอยู่ที่นี่อีก?"
เกลนหลับตาเมื่อคำถามนี้ลั่นออกมา เามองเลวี่สักพัก จากนั้นจึงบอก "้าว่านายหญิงอาจจะพลาดข่าวใหญ่บางข่าวที่เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้ไปนะรับ"
เลวี่มุ่นคิ้ว "ข่าวใหญ่?"
เกลยักหน้า "เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนฝ่าบาททรงถูกฟ้าผ่า ทำให้ร่างกายได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ฟีโรโซฟอสบอกว่าฝ่าบาทมีปัญหาเรื่องความทรงจำ ทำให้ตอนนี้เาลืมเรื่องราวทุกอย่างที่เเคยผ่านมาและลืมว่าตัวเองเคยเป็นคนยังไงมาก่อน ้ารับใช้บางคนบอกว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสียทีเดียว เพราะอุบัติเหตุนั้นที่ทำให้บุคลิกฝ่าบาทเปลี่ยนไปและทำให้ฝ่าบาททำหน้าที่ในฐานะผู้ปกครองอย่างเหมาะมากขึ้น ที่ฝ่าบาทไม่ช่วยาเือพยพแต่เนิ่นๆ ก็เพราะฝ่าบาทสูญเสียความทรงจำ่ะรับ"
เลวี่อึ้ง "เจ้าชาย...โดนฟ้าผ่าหรือ?"
เกลยักหน้า "ใช่แล้วรับ เาถูกฟ้าผ่าจึงทำให้สูญเสียความทรงจำ เรื่องกักขังาเืเป็นความเ้าใจผิด ที่จริงที่เราขนย้ายาเืไปได้หมดเร็วขนาดนี้ก็เป็นเพราะมีาเืหลายคนได้อพยพีไปตั้งแต่หลายวันก่อนแล้วรับ ฝ่าบาทก็ไม่ได้ห้ามอะไร"
แววตาที่เย็นชางเลวี่อ่อนลง เมื่อเธอได้ยินเช่นนี้ หัวใจที่เต็มไปด้วยความโกรธงเธอค่อยๆเบาบาง บางส่วนในนั้นเริ่มสงสัย หรือบางทีอาโนอิทอสจะเริ่มเปลี่ยนไปอย่างที่เกลนว่าแล้วจริงๆ?
ที่เมืองอาฟีโน
าเืและทหารงเกลนต่างช่วยกันขับไล่กองทัพใต้พิภพออกไปได้ ทุกคนต่างยืนอยู่หน้าประตูเมืองด้วยใบหน้าอึ้ง ไม่เคยคาดคิดคาดฝันว่าจะมีวันที่เสามารถไล่ต้อวกใต้พิภพให้ถอยกำลังไป ทุกคนต่างมองอาวุธเหล็กสีดำในมือเ จากนั้นดวงตาก็สว่างเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น เป็นเพราะเจ้าเศษเหล็กชิ้นนี้ที่ทำให้เผ่าใต้พิภพพ่ายแพ้เละเทะไม่มีชิ้นดี พวกเารู้สึกตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นอาวุธทรงพลังขนาดนี้มาก่อน อยู่ดีๆพวกเาก็หันมองชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังพวกตน ทุกคนมองอีกฝ่ายเหมือนแสงสว่างราวกับเทพที่พระเจ้าประทานมาโปรด
"พวกเราต้องบพระทัยฝ่าบาทจริงๆรับ เป็นเพราะฝ่าบาทจึงทำให้เรารอดพ้นจากพวกใต้พิภพมาได้" าเืคนหนึ่งก้าวออกมา้างหน้าแล้วโค้งทำความเคารพอาโนอิทอส ใบหน้างเาเต็มไปด้วยความบคุณ
เช่นเดียวกับชายหนุ่ม าเืคนอื่นๆก็มองอาโนอิทอสอย่างบคุณ โดยเฉพาะสองแม่ลูกคู่นั้น
อาโนอิทอสบอก "ไม่มีอะไรต้องบคุณ้าพเจ้า พวกท่านเป็ลเมืองงวาซิลาส ก็เหมือนเป็นคนง้าพเจ้าเป็นหน้าที่้าพเจ้าที่ต้องปกป้องอยู่แล้ว อีกอย่างการต่อสู้งเรายังมิได้จบลงเพียงเท่านี้ เพราะยังมีเผ่าใต้พิภพหลงเหลืออยู่อีก พวกมันคงจะตั้งฐานที่ไหน้างหน้านี้สักแห่ง หากเราไม่ทำลายพวกมันจนสิ้นซาก พวกท่านก็ยังไม่ปั"
เมื่อได้ยินแบบนั้น ใบหน้าที่มีความสุขงาเืจู่ๆก็เปลี่ยนเป็นสีขาว "ฝ่าบาท ฝ่าบาทกล่าวเช่นนั้นหมายความว่า--"
อาโนอิทอสบอก "แน่นอวกเราจะต้องบุกไปแคมป์กบดานงมันแล้วจัดการพวกมันให้สิ้นซาก"
เหล่าทหารทั้ง 30 นายและลิโกกลืนน้ำลาย
าเืมีใบหน้าที่หวาดกลัว กล่าวด้วยท่าทีคัดค้าน "ฝ่าบาททรงทำเช่นนั้นไม่ได้นะพะย่ะค่ะ! พวกเราไม่ไหวแค่ขับไล่พวกเผ่าใต้พิภพออกจากเมืองได้ก็สุดยอดแล้ว แต่จะให้บุกไปที่ค่ายพวกมันแล้วจัดการพวกมันทุกตัวนั้วกเราไม่ไหวพะย่ะค่ะ!?"
อาโนอิทอสส่ายหน้า "พวกท่านไม่มีทางเลือก ทางออกจากเมืองนี้ถูกปิดกั้น ส่วน้าพเจ้าจำเป็นต้องใช้เวลา 1 วันในการเรียกซีโฟร์มาระเบิดเปิดทาง ้าพเจ้าจำเป็นจะต้องรีบกลับไปที่เมืองง้าพเจ้า ไม่สามารถอยู่ช่วยพวกท่านรับมือกับเผ่าใต้พิภพที่นี่ได้นาน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องรีบกำจัดพวกมันให้เสร็จไป"
ทุกคนเงียบไปเมื่อได้ยินเช่นนี้ จะว่าไปก็ถูกอย่างที่อาโนอิทอสกล่าว เส้นทางออกจากเมืองนี้ถูกปิดกั้นเพราะพวกอามอโฟสปิดประตูเมือง ทำให้พวกเาถูกขังไว้ในกำแพงนี้ เผ่าใต้พิภพตอนนี้อาจจะล่าถอยไปแล้วแต่เดี๊ยวพวกมันก็จะกลับมาใหม่ พวกเาไม่มีทางเลือกนอกจากรีบจัดการพวกใต้พิภพในแคมป์ภายในเดือนนี้ก่อน 'สเกได' จะออกมาใน 4 เดือนหน้า ใบหน้างทุกคนเต็มไปด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงความเห็นแก่ตัวงอามอโฟส จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นความกลัวเมื่อนึกถึงการที่ตนต้องไปเผชิญหน้ากับพวกเผ่าใต้พิภพทั้งฝูง
ไม่เคยมีใครทำแบบนั้นมาก่อน!
อาโนอิทอสปลอบ เดินไปหาทุกคนแล้วให้กำลังใจ ขณะที่ให้กำลังใจก็มอบอาวุธชิ้นหนึ่งให้แต่ละคน "พวกท่านไม่จำเป็นจะต้องหวาดกลัวกันไป คิดเสียว่าไปทัศนศึกษา ตราบใดที่ไม่ทำปืนหล่นยังไงพวกท่านก็ไม่ตาย" อาโนอิทอสกล่าว
ลิโกมีใบหน้าที่กังวล ตอนนี้เองเดินมาหาอาโนอิทอส "ฝ่าบาท กระหม่อมเ้าใจว่าฝ่าบาทเป็น่ท่านหัวหน้าเกลนแต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆหรือพะย่ะค่ะ? สิ่งที่ฝ่าบาทเรียกว่าปืนกลนี้อาจจะมีอิทธิฤทธิ์ทำลายล้างน่ากลัว แต่ว่ามันก็ยิงยากอย่างมาก ทหารอย่างเราที่พอจะเรียนวิธียิงธนูมาอาจจะพอยิงโดนจุดตายศัตรูบ้าง แต่สำหรับาเืธรรมดานั้นจะสู้ด้วยสิ่งนี้กับศัตรูที่มีมากกว่าเดิม 2-3 เท่านับว่าเป็นเรื่องยากมากนะพะย่ะค่ะ"
อาโนอิทอสบอก "ทางเลือกอีกหนึ่งมีอยู่นั่นคือ้าพเจ้าเรียกสิบล้อออกมาให้พวกท่าน แล้วเราจะขับไปชามิวลอสด้วยกัน แต่้าพเจ้าไม่เชื่อว่าพวกท่านจะขับเป็นทันทีหลังจากที่สอนจบ ส่วนเครื่องบินก็ใช้เวลาเรียกนานเกินไป หัวหน้างท่านจะตายก่อน"
"แต่ว่า..." ลิโกยังมีใบหน้ากังวล
อาโนอิทอสเห็นลิโกไม่สบายใจจึงเดินเ้าไปแล้วมอบอาวุธชิ้นหนึ่งให้พร้อมรอยยิ้ม "ไม่ต้องเป็น่ งานนี้มิได้ยากอย่างที่พวกท่านคิด แค่พวกท่านมีเจ้าสิ่งนี้พวกท่านก็จะไม่เป็นอะไร"
อาโนอิทออบปืนชนิดหนึ่งให้ลิโกและาเืทุกคน หลังจากนั้นก็อธิบายวิธีใช้
าเืทุกคนกำเศษเหล็กชิ้นใหม่ที่อาโนอิทอสให้มาแน่นราวกับเครื่องช่วยชีวิต ในเมื่อพวกเาไม่มีทางเลือกก็มีแต่จะต้องไปต่อ ส่วนจะรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอาวุธชิ้นใหม่นี้ ในเมื่อฝ่าบาทบอกว่ามันช่วยให้พวกเารอดแน่งั้นก็หมายความตามนั้น!
หลังจากเตรียมพร้อมกันเสร็จสิ้นแล้ว อาโนอิทอสก็นำกำลังชาวบ้านผู้ชายและทหารทั้ง 31 นายออกจากเมืองมุ่งตรงเหนือ ไปยังที่ตั้งค่ายงพวกใต้พิภพ
ระหว่าทางพวกเาเจอเผ่าใต้พิภพบางส่วน ทหารงเกลนก็ใช้ปืนกลยิงหัวจนตายไป
กลุ่มาเืและทหารราวๆ 300 คนเดินทางมาถึงแม่น้ำสายหนึ่งที่มีเผ่าใต้พิภพอยู่ชุกชุม ทุกคนซุ่มดูสถานการณ์อยู่อาโนอิทอสใช้กล้องส่งทางไกลคอยดูและสั่งการจากทางด้านหน้า เมื่อเห็นว่าไม่มีศัตรูจากที่อื่นอีกเาก็สั่งโจมตี"โจมตีได้!"
เมื่อสัญญาณโจมตีลั่นออกมา ทหารทั้ง 31 นายพร้อมาเื 300 คนก็ลั่นปืนกลรัวใส่พวกใต้พิภพที่พักฟื้นกันอยู่อย่างเดือดระอุ ราวกับกังวลว่าพวกใต้พิภพจะได้โอกาสตั้งตัวและวิ่งมาฆ่าพวกตน
เผ่าใต้พิภพประมาณ 50-60 ตนต่างร้องคำรามแล้วตื่นตระหนกพากันรีบวิ่งไปจับดาบแล้ววิ่งเ้าจู่โจมพวกทหาร แต่ว่าฤทธิ์เดชงปืนไรเฟิลจู่โจมนั้นสยดสยองอย่างมาก ยังไม่ทันที่พวกมันจะก้าวเ้ามาได้ใกล้เกิน 40 เมตรพวกมันก็โดนลูกปืนนั้นเจาะหัวเ้าไปก่อนแล้ว
ทางฝั่งงทหารทั้ง 31 นายที่ฝึกยิงธนูมาอย่างดีจึงพอจะรับมือกับพวกใต้พิภพได้บ้าง แต่ว่า
ทางฝั่งงาเืนั้นยิงปืนไม่เป็น ยิงไปก็วืดไป บางทีก็เ้า บางทีก็ไม่โดน ยิ่งเห็นใบหน้าโกรธเกรี้ยวและกระหายเลือดงพวกใต้พิภพ หนำซ้ำจำนวนมากกว่าเดิม 3 เท่าและกำลังมุ่งตรงมาทางพวกตนก็ทำให้พวกเาแทบจะมือแข็งและยิงไม่ออก หลายคนยิงวืดจนกระทั้งเผ่าใต้พิภพวิ่งมาใกล้เกิน 18 เมตรแล้วพวกเาจึงหวาดกลัวจนจะวิ่งีแต่ว่า
"อย่าวิ่งี! ใช้ปืนอีกกระบอกที่้าพเจ้ามอบให้!" อาโนอิทอสก็ร้องเตือนสติพวกเาขึ้นมา ทำให้าเืหลายคนได้สติ
ใครบางคนมีสติดีพอจึงหยิบปืนอีกกระบอกที่อาโนอิทออบให้มาจากนั้นก็ใช้มันยิงไปที่เผ่าใต้พิภพที่วิ่งเ้ามา
โครมมมม!!!!
คราวนี้แตกต่างจากเจ้าเศษเหล็กชิ้นแรกที่มีตะกั่ววิ่งออกมา ปืนกระบอกนี้ที่อาโนอิทออบให้ไม่ได้ป่ลูกตะกั่วออกมาแต่ป่ไฟ!
เด็กหนุ่มอาสาที่มาช่วยด้วยและเป็นผู้มีสติดีพอกว่าาเืคนอื่นไม่ลืมสิ่งที่อาโนอิทอสสอนเมื่อศัตรูเ้ามาใกล้เกิน 18 เมตรให้ใช้ปืนกระบอกที่สองยิงแทน เมื่อเห็นฤทธิ์เดชงอาวุธชิ้นนี้เด็กหนุ่มก็ตะลึง
ลิโกและเหล่าทหารทั้ง 30 นายก็ตะลึง "นั่นมัน..."
"นี่ไม่จำเป็นต้องเล็งเลย...ใช้ง่ายอย่างมาก!" เด็กหนุ่มมองกระบอกปื่นไฟงเด้วยความทึ่งจากนั้นดวงตาเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น
เผ่าใต้พิภพที่วิ่งมาและถูกปื่นไฟยิงใส่ก็ร่างแข็งค้างและลงไปล้มลุกคุกคลานกับพื้น ไม่นานเมื่อไม่อาจทนความร้อนไหวมันจึงตายไป
เหล่าาเืที่เห็นเช่นนั้นก็ตะลึง สิ่งนั้นไม่จำเป็นจะต้องเล็งมากให้ยุ่งยากเพราะรัศมีงมันกว้างอย่างยิ่ง พวกเาไม่นึกเลยว่าปืนกระบอกที่สองที่อาโนอิทออบให้พวกเาจะมีฤทธิ์เช่นนี้
ใครบางคนมองเห็นความสามารถงปื่นไฟจึงได้ลองวิ่งไป้างหน้าแล้วใช้มันยิงเผ่าใต้พิภพตนหนึ่งทดสอบ เมื่อเผ่าใต้พิภพตนนั้นถูกปื่นไฟยิงใส่ ทั่วร่างมันก็คลอบคลุมด้วยเปลวไฟ มันกรีดร้องโหยหวนออกมา ชักดิ้นชักงออยู่บื้นไม่นานร่างก็ล้มลงและตายไป
เหล่าาเืที่เห็นอิทธิฤทธิ์งปื่นไฟเป็นครั้งที่สองนั้นก็ตกตะลึงและทึ่ง จากนั้นความกลัวก็ค่อยๆหายไปและความตื่นเต้นก็ค่อยๆแทรกเ้ามา เมื่อพบว่าเศษเหล็กในมือเเก่งกาจขนาดนี้พวกเาก็เพิ่งรู้ว่าเไม่มีอะไรต้องกลัว
ลิโกและเหล่าทหารทั้ง 30 นายพร้อมกับเหล่าาเืยิ้มอย่างฮึกเฮิมแล้วบุกทะลวงเ้ากำจัดพวกใต้พิภพจนสิ้นเสียงกรีดร้องงพวกใต้พิภพราวกับสัตว์ที่อยู่ในโรงเชือดดังอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนัก ในธารแม่น้ำนี้ก็ไม่เหลือเผ่าใต้พิภพตนไหนอีก ลิโกและเหล่าทหารทั้ง 31 นายพร้อมกับเด็กหนุ่มและเหล่าาเืยิ้มตื่นเต้นและบุกทะลวงพวกใต้พิภพต่อไป
******
ที่ทางใต้ 3 ไมล์ห่างจากอาฟีโนซึ่งเป็นแหล่งกบดานงเผ่าใต้พิภพ
กลุ่มงคามิวดุสเดินทางมาจาก่าเรือดำและใช้เส้นทางนี้เพื่อจะไปอาฟีโน พวกเาไล่ฆ่าสังหารพวกใต้พิภพตลอดทางอย่างสบายๆ แต่อยู่ดีๆก็มาโผล่ที่นี่โดยไม่รู้ตัวเลยว่าที่นี่เป็นค่ายงเผ่าใต้พิภพที่กบดานอยู่
"ี!!!" คามิวดุสหน้าซีดแล้วรีบสั่งการลูกน้องเให้ถอยทัพ ลูกน้องงคามิวดุสทั้ง 200 คนก็หน้าซีดและกำลังจะใช้เส้นทางเดิมวกกลับไป
แต่ว่า...เผ่าใต้พิภพกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวด้านหลังพวกคามิวดุส ปิดเส้นทางีไว้ ทำให้กลุ่มคามิวดุสไม่สามารถีไปทางไหนได้
ด้านหลังเป็นเนินสูง 8 เมตรและแคมป์ใต้พิภพาชิกกว่า 150 ตัว ส่วนด้านหน้าก็เป็วกใต้พิภพราวๆ 40 ตัว ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ตาย
ขณะที่รอคอยความตายอยู่นั้นคามิวดุสก็ตัดสินใจฝ่าปิศาจ 40 ตัวไปด้านหน้า แต่ว่าปิศาจใต้พิภพ 40 ตัวนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก มันแค่สะบัดมือครั้งเดียวก็ปัดร่างคามิวดุสตกลงหน้าผาไป
ร่างงคามิวดุสกลิ้งตกหน้าผาหลายตลบจนชุดเกราะและหน้ากากแตกกระจายหมด
แผล๊ะ!
เมื่อตกลงมา คามิวดุีร่างกายที่สะบักสะบอมมองไปที่เหล่าใต้พิภพ 150 ตัวด้านหน้า พวกมันกำลังล้อมวงมาหาเาดวงตาสีแดงงพวกมันจ้องเาเขม็ง
คามิวดุสกัดฟันแล้วชักดาบออกมา ชั่วอึดใจแรกเาว่าจะสู้เป็นสู้ตายกับพวกใต้พิภพ แต่ชั่วอึดใจต่อมาเาก็เอาดาบมาจ่อคอแล้วคิดว่าเลือกทางนี้น่าจะดีกว่า
แต่ก่อนที่คามิวดุสจะปลิดชีพเนั้น กลุ่มที่อยู่อีกฝั่งงพวกใต้พิภพเริ่มดูยุ่งเหยิง พวกมันมีหน้าซีด แล้วหันกลับไปมองอีกด้าน
คามิวดุสได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่มีเสียงดังและมองเห็นเปลวไฟจากอีกฝั่ง กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังบุกทะลวงค่ายพวกใต้พิภพนี้จากอีกฝาก นำทัพโดยชายหนุ่มคนหนึ่งที่คามิวดุสรู้จัก
เมื่อชายหนุ่มคนนั้นใช้เศษเหล็กแท่งนี้อัญเชิญไฟออกมาปราบเผ่าใต้พิภพตนสุดท้ายที่ยืนอยู่ต่อหน้าคามิวดุสไป ร่างงมันก็ล้มลง และชายคนนั้นก็เดินตรงมาหาคามิวดุส คามิวดุสตะลึง "สหาย..."
อาโนอิทอองคามิวดุสแล้วกล่าว "ชีวิตงมนุษย์นั้นยาวนานยิ่งนัก ท่านเพิ่งจะ 20 กว่าๆ อย่ารีบคิดสั้นเลย"
คามิวดุองอาโนอิทอสที่เป็นสหายรักรู้จักกันมาหลายสิบปีแต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับพูดจาพิลึกและทำตัวเหมือนไม่รู้จักเา คามิวดุองอาโนอิทอสด้วยความอึ้ง "เจ้า...จำ้าไม่ได้หรือ?"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??