เรื่อง ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ
ตั้งแต่เาเกิดมา เาก็ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าพ่อและแม่ เาโตมาในเขตสลัมใช้ชีวิต้างถนน อยู่รอดด้วยการขโมยและหลอกลวงคนอื่น นั่นเป็นวิธีที่เาใช้ชีวิตสมัยเป็นเด็ก
เามีชีวิตที่ยากลำบาก ทุกครั้งที่เาหันไปมองเด็กคนอื่นที่เกิดมาพรั่งพร้อมกว่าตนเอง เาก็มักจะรู้สึกอิจฉาเด็กพวกนั้น มีพ่อแม่คอยจูงมือ มีพ่อแม่คอยเลี้ยงดูและให้ความรัก มีเพื่อนในสังคมด้วยกัน แม้แต่คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักก็ต่างเ้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร แตกต่างจากหนูสกปรกอย่างเาที่ใช้ชีวิต้างถนน ไร้พ่อแม่ ไร้เพื่อนฝูง ผู้คนต่างรังเกียจและไม่อยากเ้าใกล้ เานั้นอิจฉา อิจฉาเด็กเหล่านั้นที่มีทุกอย่าง เาเองก็อยากจะได้รับความรักจากใครสักคน อยากจะมีอย่างที่คนเหล่านั้นมีบ้าง
ความรู้สึกปาาพวกนั้นก่อตัวขึ้นในตัวคามิวดุสาขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเาก็ทนไม่ไหวแล้ววางแผนบางอย่างเพื่อจะให้ตนเองได้สิ่งที่ตนปาา
ในวันนั้นเป็นวันที่เด็กน้อยผู้หนึ่งอายุเท่าเาซึ่งมีครอบครัวที่ใหญ่โตได้เดินทางมาในเมืองซอมซ่อนี้ ข่าวการมาของเาดังไปทั่วเมืองโดยเฉพาะในเขตสลัมที่มีพวกโจรอยู่ชุกชม นั่นทำให้เรียกความสนใจจากพวกมัน ในเช้าวันนั้นในระหว่างเจ้าชายผ่านเมืองก็ได้มีโจรกลุ่มหนึ่งบุกเ้าไปที่รถม้าของเจ้าชาย พวกมันจัดการอัศวินและคนขับรถม้า บุกไปพระที่นั่งและตั้งใจจะไปชิงตัวเจ้าชายลำดับที่ 3 มาเพื่อเรียกค่าไถ่
แต่ว่า...เมื่อโจรเหล่านั้นเปิดประตูออกมา พวกมันกลับพบว่าบนรถที่ควรจะมีเจ้าชายนั่งอยู่นั้นกลับว่างเปล่า เจ้าชายไม่ได้าับรถม้า แต่นี่เป็นเพียงกับดัก
เหล่าโจรเมื่อรู้ว่าพวกตนติดกับก็จะรีบหนีแต่มันก็สายไปเมื่อเหล่ากองอัศวินคุ้มกันที่ดักซุ่มรออยู่พุ่งเ้ามาจากที่ซ่อนแล้วล้อมสังหารโจรเหล่านั้น เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งการเคลื่อนไหวของโจรและจำนวน รวมทั้งช่วงเวลาที่พวกมันจะลงมือนั้น เหล่าอัศวินและเจ้าชายจะไม่มีทางรู้ได้เลยหากไม่ใช่เพราะเด็กน้อย้างถนนคนหนึ่งมาบอกเรื่องนี้กับพวกเา และถ้าไม่ใช่เพราะเด็กน้อย้างถนนคนนี้ชีวิตของเจ้าชายลำดับที่สามก็คงจะสูญสิ้นไปแล้ว ในความดีความชอบครั้งใหญ่ครั้งนี้อาโนอิทอสได้ตบรางวัลครั้งใหญ่ให้กับเด็กชาย เามอบทองจำนวนาให้กับเด็กชาย้างถนนและบอกว่า '้าเป็นหนี้บุญคุณชีวิตเจ้าหนึ่งครั้ง เจ้าสามารถขอสิ่งใดก็ได้จาก้าหนึ่งประการ'
นั่นเป็นครั้งแรกที่คามิวดุสได้คุยกับอาโนอิทอสครั้งแรก คามิวดุสรู้ว่าโอกาสของเาที่จะได้สิ่งที่ตนปาามาตลอดมาถึงแล้ว เาจึงขอ 'กระหม่อมขอเป็นสหายกับฝ่าบาทได้หรือไม่ขอรับ'
และนั่นก็เป็นคำขอของคามิวดุส ส่วนอาโนอิทอสก็ตอบตกลงแม้จะไม่อยากนัก
สุดท้ายคามิวดุสและอาโนอิทอสก็ได้เป็นเพื่อนกัน เาถูกย้ายไปอยู่ในปราสาทกับอาโนอิทอสเพราะคุณงามความดีที่ก่อและได้ฟีโรโซฟอสเป็นครูและพ่อบุญธรรม สิ่งที่เาไขว้คว้ามาตลอด สุดท้ายเาก็ได้มันมา เาได้สิ่งเหล่านั้นมาโดยที่อาโนอิทอสหรือแม้แต่อัศวินคุ้มกันไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์บุกลักพาตัวในครั้งนั้นเป็นการจัดฉากของคามิวดุสเองการเดินทางมาเยือนเมืองนั้นของอาโนอิทอสควรจะเป็นความลับแต่เป็นเพราะคาทิวดุสที่แอบปล่อยข่าวไปทำให้กระตุ้นความโลภของพวกโจร เหตุผลที่ว่าทำไมคามิวดุสถึงรู้ว่าพวกโจรจะาี่คนและมาตอนไหนนั่นก็เพราะโจรเหล่านั้นคือกลุ่มโจรที่คามิวดุสทำงานให้ คามิวดุสเพียงแค่หลอกใช้คนเหล่านั้นเพื่อให้ตนเองได้ในสิ่งที่ตนปาา
นั่นเป็นเรื่องราวของคามิวดุสตอนที่ได้พบกับอาโนอิทอส
ภายในห้องรับแขก คามิวดุสลืมตาตื่นขึ้นจากความฝัน รู้สึกเป็นความทรงจำที่เก่าแก่นัก ไม่นึกเลยว่าจะนึกฝันถึงมันอีกครั้ง
"สหาย?" คามิวดุสมองบาดแผลของตนเอง จากนั้นก็มองผ้าพันแผลและยาทาที่สหายเก่าตนทำให้ เาปาาให้อาโนอิทอสมองเาเป็นเพื่อนจริงๆมาตลอดเพราะรู้ว่าตอนที่อีกฝ่ายตอบตกลงคราวนั้นไม่ได้เต็มใจนัก การที่วันนี้อาโนอิทอสที่เารู้จักเปลี่ยนไปและรักษาเาอย่างเป็นห่วงขนาดนี้สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้เาไม่น้อย
"ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?" เมื่อคามิวดุสตื่นขึ้นมา เด็กสาวคนหนึ่งก็ทักเาที่หน้าประตู
"เจ้าคือ?" คามิวดุสมองไป
พาเน่ยิ้มและตอบ "้าเป็น้ารับใช้ของฝ่าบาท ชื่อว่าพาเน่เจ้าค่ะ ้านำอาหารเช้ามาให้ท่านเจ้าค่ะ"
คามิวดุสมุ่นคิ้ว "เดี๊ยวนี้สามัญชนสามารถกิน้าวมื้อเช้าได้แล้วอย่างนั้นหรือ?"
พาเน่ยิ้ม "มันเป็นนโยบายของฝ่าบาทน่ะเจ้าค่ะ ฝ่าบาทกล่าวว่าชาวเมืองทุกคนจะต้องกิน้าวอย่างน้อยวันละสามมื้อโดยเฉพาะมื้อเช้านั้นขาดไม่ได้เด็ดขาด ฝ่าบาททรงเคร่งครัดเรื่องนี้อย่างา ถึงกับตั้งโรงธารขึ้นมาแจกจ่ายอาหารให้ชาวเมืองโดยเฉพาะเลย"
คามิวดุสรู้สึกแปลกๆเล็กน้อย เพราะตลอดมาพวกชนชั้นสูงตั้งกฏห้ามให้สามัญชนหรือชนชั้นต่ำกิน้าวตอนเช้าเพราะมันฟุ่มเฟือย ดูเหมือนในเวลาที่เาไม่อยู่จะมีหลายอย่างเกิดขึ้นและเปลี่ยนอาโนอิทอสที่เารู้จักไปแล้ว
"้าไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ้าอยากจะพบฝ่าบาท เาอยู่ที่ไหน?" คามิวดุสผลักถาดอาหารออกจากนั้นลุกขึ้นจากเตียง
*****
ภายในห้องทำงานของอาโนอิทอส เสียงเคาะประตูสองครั้งดังขึ้น
อาโนอิทอสไม่ตอบอะไรเพราะยุ่งอยู่กับกองเอกสารตรงหน้า เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ คามิวดุสจึงเปิดประตูเ้ามาแทน คามิวดุสมองอาโนอิทอส เาจ้องอีกฝ่ายแบบนั้นนาน จ้องอาโนอิทอสที่กำลังตั้งใจทำงานมองเอกสารน่าเบื่อพวกนั้น จากนั้นสักพักคามิวดุสพูดขึ้น "ุสำหรับยาและการรักษาขอรับ"
อาโนอิทอสเงยหน้ามองคามิวดุส "?" จากนั้นเครื่องหมายเควสชั่นมาร์กปรากฏบนหัวอาโนอิทอส
คามิวดุสบอกพลางเดินไปดูเอกสารบนโต๊ะ "ที่ท่านรักษาไหล่กับขาให้้า ้าต้องุจริงๆ?"
อาโนอิทอสมองคามิวดุส มองแบบนั้นสักพักจากนั้นก็ยิ้ม "ไม่มีอะไรต้องุ้าพเจ้า การช่วยเหลือพลเมืองเป็นหน้าที่ของ้าพเจ้าอยู่แล้ว"
คามิวดุสจ้องอาโนอิทอสเขม็ง มองอีกฝ่ายที่ทั้งวิธีพูดน้ำเสียงและสีหน้าต่างไปจากคนเดิมที่เารู้จัก เารู้สึกอีกฝ่ายในตอนนี้ดูเป็นมิตรากว่าเดิม คามิวดุสไม่รู้ทำไมแต่รู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูกเวลาอยู่กับอาโนอิทอสเวอร์ชั่นนี้ เาไม่รู้จะพูดอะไรจึงหาเรื่องถาม "ยาที่ท่านมอบให้้าบรรเทาอาการได้ดีจริงๆ เพียงแค่วันเดียวความเจ็บปวดก็หายไปหมดบอกได้หรือไม่ว่ามันคือยาอะไรหรือ?"
อาโนอิทอสยิ้ม " mepivacine มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการกระตุ้นปลายประสาททำให้บริเวณที่ฉีดไร้ความรู้สึก มอร์ฟีนมีฤทธิ์ระงับความเจ็บปวดที่รุนแรง ้าพเจ้าผ่าตัดและดามขาท่านทำให้ขาท่านไม่อักเสบแล้ว ยานี้ในยุคนี้น่าจะยังไม่มีขาย แต่หากท่านรู้สึกปวดขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ให้มาหา้าพเจ้าได้ทุกเมื่อ"
คามิวดุสสับสนเล็กๆกับคำพูดของอาโนออทอส หมายความว่ายังไงว่า 'ยุค' แต่เาไม่ได้คิดาแล้วเดินไปดูงานที่อาโนอิทอสกำลังทำใกล้ๆ "ท่านกำลังทำอะไรหรือ?"
อาโนอิทอสบอก "้าพเจ้ากำลังสะสางคำ้ของชาวเมืองอยู่ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของปัญหาภายในครอบครัว ้าพเจ้านั่งทำมาทั้งวันแล้วก็ไม่เสร็จสักที"
คามิวดุสมองเอกสารพวกนั้นอย่างสนใจ "้าได้ยินว่าท่านมีวิธีจัดการช่วยเหลือชาวเมืองเรื่องฝนแร้งและปัญหาต่างๆได้อย่างเปี่ยมความสามารถ แม้แต่เรื่องของท่านพ่อ-- ไม่สิ แม้แต่เรื่องของท่านที่ปรึกษาฟีโซฟอสก็ยังไขจนกระจ่างได้คนแบบท่านเหตุใดไม่สามารถจัดการปัญหาทั่วไปเช่นนี้ได้?"
อาโนอิทอสมีใบหน้าที่ปวดหัวและหนักใจเมื่อคามิวดุสถามคำถามนี้ เามองเอกสารปัญหาตรงหน้าอย่างหนักอึ้งและบอก "้าพเจ้ารู้วิธีจัดการกับปัญหาทางกายภาพของมนุษย์เพราะมีหนังสือหลายเล่มได้อธิบายวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้นไว้แต่เรื่องความรู้สึกของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ยากจะทำความเ้าใจ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม สิ่งที่เป็นนามธรรมก็ยังเป็นเรื่องลึกลับสำหรับ้าพเจ้า"
คามิวดุสยิ้ม พูดติดเล่นกับอีกฝ่าย "ท่านพูดราวกับว่าท่านไม่ใช่มนุษย์เลยนะขอรับ?"
อาโนอิทอสไม่ตอบอะไร
เมื่อเห็นอาโนอิทอสดูจะมีปัญหาอย่างจริงจังกับเรื่องความรู้สึกของชาวเมืองจริงๆ คามิวดุสจึงเลิกทำเป็นเล่นแล้วหาทางช่วยอาโนอิทอสในฐานะสหายเก่า เาหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งที่เป็นคำ้ของชาวเมืองขึ้นมา จากนั้นอ่านรายละเอียดของมัน เมื่ออ่านจบเาบอก "คำ้นี้มาจากบ้านทาร์ซา ไดเอน่าส่งคำ้ขอหย่ากับทาร์ซาและขอสิทธิการเลี้ยงดูลูกเมื่อ 3 วันก่อน สาเหตุการหย่าของนางมาจากทาร์ซาติดเหล้าและมักจะทุบตีลูกตัวเองเสมอ ด้วยความรักของแม่ ไดเอน่าจึงส่งคำ้นี้มา แต่ฝ่าบาททรงตัดสินให้ทาซาร์ชนะคดีและได้สิทธิการเลี้ยงลูก ถ้าหากฝ่าบาททำเช่นนั้นอนาคตของเด็กจะหม่นหมองและชีวิตจะด่ำดิ่งสู่ความทุกข์ สิ่งที่ฝ่าบาทควรทำจริงๆก็คือให้เด็กได้ไปอยู่กับแม่นะพะย่ะค่ะ"
อาโนอิทอสหันมองคามิวดุส "จะให้แม่นางไดเอน่าได้สิทธิการเลี้ยงดูหรือ? แต่หากทำเช่นนั้น มิใช่นั่นจะทำให้สองแม่ลูกลำบากกว่าเดิมหรือ? แม่นางไดเอน่ามีรายได้ขัดสนและไม่มีญาติ ด้วยนางที่เป็นสตรีเพียงคนเดียวไม่มีทางเลี้ยงดูเด็กได้ไหว ท้ายที่สุดพวกเาก็จะอดตายไม่ใช่หรือ?"
คามิวดุสส่ายหน้า "ถึงนางไดเอน่าจะมีรายได้ขัดสน แต่ในความเป็นจริง ประเด็นสำคัญที่ฝ่าบาทต้องคำนึงถึงในเรื่องนี้ก็คือจิตใจของผู้้และเด็ก หากฝ่าบาทตัดสินให้เด็กไปอยู่กับไดเอน่า เด็กก็จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสมเป็นการปลูกฝังจิตใจของเด็กให้กลายเป็นผู้เป็นคนเมื่อเติบใหญ่ แม้จะลำบากไปบ้างแต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่หากเลือกวิธีของฝ่าบาท จริงอยู่ว่าอาจจะแก้ปัญหาเรื่องปากท้องได้ แต่ทางด้านความรู้สึกนั้นมันก็เป็นการทำลายจิตใจของเด็กและไดเอน่าผู้เป็นแม่ตลอดชีวิต หากโดนพ่อทุบตีตลอดชีวิต ถึงแม้จะมี้าวกินดีอิ่มท้องทุกวันแต่การถูกปลูกฝังด้วยความรุนแรงตั้งแต่เด็กนั้นจะทำให้เด็กโตขึ้นมีนิสัยก้าวร้าว นอกจากจะทำให้เมืองของฝ่าบาทเพิ่มประชากรที่มีนิสัยรุนแรงมาหนึ่งคนมันยังเป็นการทำลายเป้าหมายในการใช้ชีวิตของไดเอน่าด้วย สิ่งที่ฝ่าบาททำก็เหมือนมอบชีวิตให้โดยแลกกับเอาเหตุผลในการใช้ชีวิตของนางไปน่ะขอรับ"
ดวงตาของอาโนอิทอสสว่างขึ้นมาเมื่อคามิวดุสพูดแบบนี้ จู่ๆเาก็รู้สึกเริ่มเ้าใจ
คามิวดุสหยิบเอกสารคำ้ใบใหม่ขึ้นมา
อาโนอิทอสบอก "นั่นเป็นคำ้ของท่านคาเรียส เาส่งคำ้เกี่ยวกับการถูกเจ้าหนี้ทำร้ายร่างกายมา"
คามิวดุสพยักหน้า "จากคำตอบที่ท่านตอบในเคสเมื่อครู่ ้าเดาว่าท่านคงจะนั่งกุมขมับหลายชั่วโมงกับคำ้นี้"
อาโนอิทอสพยักหน้ารัวๆจากนั้นมองคามิวดุสราวกับเป็นที่พึ่งในการหาทางออก
คามิวดุสบอก "จากรายละเอียด ปัญหาของคาเรียสก็คือเามีหนี้จำนวนาท่วมหัวและไม่มีเงินจ่าย สมบัติเพียงอย่างเดียวที่มีและเอามาใช้หนี้ได้ก็คือบ้านของเา แต่บ้านหลังนั้นเป็นบ้านที่พ่อของคาเรียสซื้อไว้ให้ก่อนที่เาจะตายหมายความว่ามันเป็นของต่างหน้าของพ่อคาเรียสและมีคุณค่าทางความรู้สึกต่อคาเรียสอย่างา แต่ฝ่าบาทบังคับให้ท่านคาเรียสขายบ้านหลังนั้นเพื่อชำระหนี้จากพวกเจ้าหนี้"
อาโนอิทอสพยักหน้า "มีหนี้ก็ต้องชำระคืน นั่นเป็นกฏในการอยู่ร่วมกันของสังคมนี้มิใช่หรือ?"
คามิวดุสพยักหน้า "ใช่ขอรับ การเป็นหนี้ก็ต้องชำระคืน ถ้าไม่คืนก็เท่ากับเป็นหัวขโมย แต่ว่าก่อนที่จะตัดสินว่าเาเป็นได้แค่ขโมยแล้วบังคับให้เาขายของดูต่างหน้าพ่อตัวเองไปนั้น ท่านควรให้โอกาสเาได้ทำการต่อรองเรื่องการผ่อนผันหนี้ก่อน อย่างน้อยท่านก็ควรให้เาได้มีที่หายใจบ้าง นั่นเป็นเรื่องของความรู้สึกที่มนุษย์ควรมีให้แก่กัน การกระทำของฝ่าบาทจะทำให้คาเรียสเกลียดชังท่านไปตลอดชีวิต ท่านควรจะนัดพวกเามาไกล่เกลี่ยกันก่อน"
ดวงตาของอาโนอิทอสสว่างขึ้น มองคามิวดุสที่ช่ำชองความรู้สึกมนุษย์ราวกับเป็นพระเจ้า อาโนอิทอสรู้แล้วว่าควรจะพึ่งใครในปัญหาที่แก้ไม่ตกสักทีของตนเอง เารีบหยิบเอกสารคำ้อีกแผ่นที่นั่งงงหลายชั่วโมงขึ้นมา "แล้วนี่เล่า!"
คามิวดุสบอก "ครอบครัวลาเช่ ส่งคำ้ขอหมอไปรักษายายที่บ้าน ด้วยปัญหาเกี่ยวกับพวกใต้พิภพบุกทำให้ช่วงนี้มีหมอไม่เพียงพอ พวกเาจึงต้องส่งคำ้นี้มาที่ท่านโดยตรง แต่ท่านเมินคำ้นี้และส่งหมอจำนวนาไปรักษาคนอื่นแทนทั้งๆที่ครอบครัวลาเช่ส่งคำ้นี้า่อน"
อาโนอิทอสพยักหน้า "้าพเจ้าก็อยากจะช่วยเหลือครอบครัวลาเช่ แต่อาการป่วยของยายพวกนางหลักๆเป็นเพราะความชรา หมายความว่าต่อให้ส่งหมอไปยายนางก็หนีไม่พ้นความตายอยู่ดี ้าพเจ้าจึงส่งหมอไปช่วยชีวิตคนที่มีโอกาสรอดกว่า"
คามิวดุสส่ายหน้า "นั่นอาจจะเป็นวิธีการจัดการโดยได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่ด้านจิตใจนั้นท่านได้ทำสิ่งที่ไม่สมควรทำที่สุดลงไปแล้ว ท่านไม่ควรลำเอียงไม่ว่าผู้้จะไร้ทางเยียวยาหรือไม่ก็ตาม การส่งหมอไปช่วยผู้อื่นที่มีโอกาสรอดชีวิตากว่าอาจจะทำให้ท่านได้ช่วยคนจำนวนาใหัมีชีวิตรอด แต่จะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านลาเช่หากพวกนางรู้ว่าท่านลำเอียงพวกนาง พวกนางคงจะป่าวประกาศเรื่องนี้ไปและทำลายภาพพจน์ของท่านจนป่นปี้ ท่านอาจจะช่วยชีวิตคนจำนวนาไว้ แต่สุดท้ายคนจำนวนาเหล่านั้นก็จะรังเกลียดท่านไปตลอดชีวิตอยู่ดี"
ดวงตาของอาโนอิทอสสว่างไสว ราวกับตระหนักความจริงบางอย่าง แสงสว่างเป็นประกายแห่งความเ้าใจปรากฏในดวงตาลึกๆนั้น จากนั้นหยิบมาอีกแผ่น "แล้วนี่เล่า!"
"ครอบครัวการอง เมียติดเหล้า สามีจึงจะหาเมียใหม่ พอการองมีเมียใหม่ เมียคนเก่าจึงรับไม่ได้และส่งจดหมายข่มขู่ไป ฝ่าบาทสั่งจำคุกหญิงสาวคนนั้นเพราะเป็นภัยกับชีวิตผู้อื่น มองทั่วไปอาจจะคิดว่าสิ่งที่ฝ่าบาททำไม่ผิด แต่ในความเป็นจริงเคสนี้ค่อน้างละเอียดอ่อน ฝ่าบาทควรจะมีความเ้าใจเรื่องความรักของมนุษย์ากว่านี้ บางทีคนเราก็ทำอะไรลงไปเพราะความโกรธและความริษยา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเาตั้งใจจะทำจริงๆ เมียเก่าของการองมีความผิด แต่นางไม่สมควรจะต้องถูกลงโทษถึงขั้นนั้น เดิมทีแล้วนางเพียงแค่ต้องการจะระบายความเสียใจต่อการองฝ่าบาทควรให้ทั้งคู่ปรับความเ้าใจกันก่อน มิเช่นนั้นหญิงสาวคนนั้นจะเสียใจไปตลอดชีวิต"
ดวงตาของอาโนอิทอสสว่าง เารีบหยิบคำ้อีกแผ่นขึ้นมา "แล้วนี่เล่า!"
"ครอบครัวมูธาร์ ้ารู้จักเจ้าหมอนี่สมัยก่อน เจ้านี่ตั้งใจจะส่งคำ้ก่อกวน แต่ที่บ้านมันลูกเมียมันกำลังมีปัญหาจริงๆ้าแนะนำให้ท่านควร...."
ทั้งสองคนคลี่คลายคำ้ของชาวเมืองชามิวลอสด้วยกันทั้งวันจนกระทั้งพระอาทิตย์ตกเย็นโดยไม่รู้ตัว กองเอกสารที่ตั้งเป็นภูเาก็หายไปจนหมด คามิวดุสช่วยงานของอาโนอิทอสและสอนให้เารู้จักวิธีรับมือกับชาวเมือง ทำให้เารู้จักความรู้สึกของมนุษย์ ส่วนคามิวดุสถึงแม้จะเป็นฝ่ายเดียวที่ถูกใช้งานแต่เากลับไม่ว่าอะไร เพราะที่จริงเาก็รู้สึกสนุกเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เาเหมือนกับได้อยู่กับอาโนอิทอสในฐานะเพื่อนจริงๆ สมัยก่อนที่อยู่กับอาโนอิทอส อีกฝ่ายไม่เคยสนใจว่าเาจะทำอะไร อีกฝ่ายแค่ปล่อยให้เาทำงาน ไม่ได้มานั่งคุยเล่นด้วยกันแบบนี้ มันทำให้เารู้สึกว่ามิตรภาพของเากับอาโนอิทอสในตอนนั้นห่างเหินกันเล็กน้อย มันต่างจากมิตรภาพที่เาได้ขออาโนอิทอสไปตอนแรก
แต่ตอนนี้ เารู้สึกว่าอาโนอิทอสแตกต่างจากคนเดิมที่เารู้จัก เป็นครั้งแรกที่เารู้สึกเหมือนคำขอของตนเองได้รับการตอบรับจริงๆ
อาโนอิทอสถอนหายใจยาวออกมาแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างโล่งใจหลังเคลียร์งานที่ปวดหัวทั้งหมดแล้ว เายิ้มแล้วมองคามิวดุส "้าพเจ้าต้องุท่านจริงๆ เป็นเพราะท่านจึงได้ช่วยงานของ้าพเจ้าให้เสร็จเร็วได้ขนาดนี้ อีกทั้งท่านยังสอนให้้ารู้จักกับจิตใจของมนุษย์อีก ้าพเจ้าเป็นหนี้บุญคุณท่าน หากท่านมีสิ่งใดปาา ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามขอเพียงไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นก็ขอ้าพเจ้ามาได้เลย หนึ่งอย่าง ้าพเจ้าจะมอบสิ่งนั้นให้ท่าน"
คำพูดเป็นคำเดิม แต่คามิวดุสกลับรู้สึกได้ถึงความจริงใจที่ต่างจากเดิมลิบลับ เายิ้ม "้าไม่ปาาสิ่งใด แตุ่ท่านา เอาไว้ััหาก้าึ้าจะมาบอกแล้วกัน"
อาโนอิทอสบอก "หากคิดออกเมื่อไหร่ก็มาบอก้าพเจ้าได้ทุกเมื่อเลย ท่านช่วยเหลือ้าพเจ้าครั้งใหญ่ ้าพเจ้าไม่มีทางที่จะไม่ตอบแทนอะไรท่าน ท่านนั้นสุดยอดจริงๆ ที่สามารถเ้าใจจิตใจมนุษย์ได้ถ่องแท้ขนาดนี้ อีกทั้งคำแนะนำของท่านก็ไม่เหมือนกับชาวบ้านทั่วไปแต่เหมือนกับคนทำงานประเภทนี้อย่างช่ำชองา่อน ท่านคนแปลกหน้า นี่ท่านเคยเป็นผู้ช่วยเจ้าเมืองหรืออะไรเทือกนั้นา่อนอย่างนั้นหรือ?"
คามิวดุสมองอาโนอิทอส แล้วยิ้ม "้าเคยเป็นที่ปรึกษาให้ใครบางคนา่อนน่ะ" ตอนที่พูดคำนี้ คามิวดุสมองอาโนอิทอสอย่างลึกซึ้ง
"ฝ่าบาท! มีคนอยากจะพบท่านเจ้าค่ะ!" ตอนนั้นเอง เด็กสาวผู้หนึ่งก็วิ่งเ้ามาหาอาโนอิทอสด้วยสีหน้าแตกตื่น
อาโนอิทอสเบือนหน้าจากคามิวดุสแล้วหันมองเด็กสาว "โอ้ แม่นางน้อย มีอะไรหรือ? ผู้ใดอยากพบ้าพเจ้า?"
สีหน้าของพาเน่เต็มไปด้วยความตกใจและร้อนรน เธอบอก "พะ พี่ชายของฝ่าบาท...เจ้าชายลำดับที่สอง ท่านอามอโฟสเจ้าค่ะ!"
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นคามิวดุสก็ตกใจ
แต่แตกต่างจากคามิวดุสและพาเน่ อาโนอิทอสไม่ได้ตื่นตระหนกนัก เาบอก "โอ้ ท่านพี่หรือ? แล้วตอนนี้เาอยู่ที่ไหน?"
พาเน่บอก "พี่ชายของฝ่าบาทรออยู่ที่ห้องรับรองเจ้าค่ะ"
"ตกลง ้าพเจ้าจะไปเดี๊ยวนี้" อาโนอิทอสว่าแบบนั้นจากนั้นก็ตรงไปที่ห้องรับรองแขก
คามิวดุสรู้สึกเป็นห่วงจึงตามไปด้วย ระหว่างที่ตามไปนั้นเอง ้ารับใช้หนุ่มของอาโนอิทอสก็เดินมาหาคามิวดุสแล้วกระซิบบอกกับเาเบาๆ "ท่านรองหัวหน้า ตอนนี้เราเตรียมม้าและคนไว้ให้ท่านพร้อมหนีเรียบร้อยแล้ว จะไปตอนนี้เลยหรือไม่ขอรับ?"
คามิวดุสส่ายหน้า "ยังก่อน ้าอยากไปดูอามอโฟสก่อน"
คามิวดุสว่าเช่นนั้น จากนั้น้ารับใช้หนุ่มของอาโนอิทอสที่ปลอมตัวา็เล้นกายหายไป
******
ภายในห้องรับแขก ไม่นานนักอาโนอิทอสและคามิวดุสก็มาถึงที่นี่ ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่อามอโฟสคนเดียวแต่ยังมีชายหนุ่มร่างกำยำอีกคนที่นั่งด้านหลัง เามีใบหน้าเหมือนอามอโฟสและอาโนอิทอส เาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นพี่ชายคนโตของอาโนอิทอส เจ้าชายลำดับที่ 1 อิชการ์ เามีใบหน้าที่เย็นชาและไม่ชอบพูด แตกต่างจากพี่คนรอง อามอโฟสมีใบหน้าที่เจ้าเล่ห์และชอบเหยียดหยันคนอื่น
"โอ้ โอ้ น้องรักของ้า ไม่ได้เจอกันเสียนาน ้าคิดถึงเจ้าเสียจริงๆ" ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีเรือนผมสีดำและมีรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ลุกขึ้นทักทายเมื่ออาโนอิทอสมาถึง คามิวดุสมองชายคนนี้อย่างเย็นชา
อามอโฟสยิ้มเยาะแล้วเดินมาทักทายอาโนอิทอส เาตรงไปหาอาโนอิทอสแล้วลูบหัวของอาโนอิทอสเบาๆ "้าได้ข่าวเรื่องที่เจ้าช่วยเหลือชาวเมืองของ้าที่อาฟีโนแล้ว ้าจึงรีบเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อจะบอกเจ้าว่าเจ้าทำได้ดีา"
อาโนอิทอสยิ้ม "การช่วยเหลือราษฎรเป็นหน้าที่ของเชื้อพระวงศ์อยู่แล้ว ้าพเจ้าก็เพียงแค่ทำสิ่งที่ตนเองต้องทำ ท่านพี่สองไม่ต้องชมเชย้าพเจ้า"
อามอโฟสมองท่าทางและวิธีการพูดของอาโนอิทอสที่เปลี่ยนไป จากนั้นก็ยิ้ม "เจ้าเปลี่ยนไปจริงๆ ดูเหมือนข่าวลือที่ว่าเจ้าถูกฟ้าผ่าจนสมองบาดเจ็บจะเป็นความจริงสินะ ้าได้ยินว่าเพราะอุบัติเหตุนั้นทำให้เจ้าเปลี่ยนและความทรงจำหายไป เจ้าจำใครไม่ได้สักคน"
อาโนอิทอสตอบ "ท่านพี่สองไม่ต้องเป็นห่วงไป ถึงแม้้าพเจ้าจะถูกฟ้าผ่าและเปลี่ยนไปบ้าง แต่้าพเจ้าก็ยังรักท่านพี่และท่านพ่อเช่นเดิม ถึง้าพเจ้าจะลืมเรื่องดีๆที่เราเคยผ่านมาด้วยกันไปหมด แต่ความรักที่้าพเจ้ามีให้พวกท่านนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง" อาโนอิทอสยกบทสนทนาในหนังที่เคยดูตอนอยู่บนยานอวกาศขึ้นมา หวังว่ามันจะไม่ได้ทำให้อามอโฟสเสียใจ
แต่ดูเหมือนคำพูดพวกนั้นจะไม่จำเป็นเมื่ออามอโฟสบอก "เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดาเรื่องนั้น เพราะเจ้าไม่เคยรักเราอยู่แล้ว อันที่จริงครอบครัวเราก็ไม่ใช่ครอบครัวที่รักใคร่กันสักเท่าไหร่ ดังนั้นเจ้าจะลืมพวกเราไปก็ไม่เป็นอะไร"
"โอ้"
อามอโฟสมองหน้าติ๊งต๊องของอาโนอิทอส แล้วยิ้ม "อันที่จริงแทนที่จะบอกว่าอุบัติเหตุนั่นนำพาโชคร้ายมา แต่้ามองว่ามันเป็นโชคดีเสียากว่า เพราะเจ้าเปลี่ยนไปแบบนี้ ทำให้อะไรๆมันง่ายขึ้น ถ้าหากเป็นแต่ก่อน้าคงต้องเสียเวลาบังคับเจ้านานกว่าจะยอมตกลง แต่ในเมื่อเจ้ากลายเป็นเจ้าชายผู้อ่อนโยนเห็นชีวิตพลเมืองสูงส่งกว่าเป้าหมายตนเองแบบนี้ เช่นนั้นเจ้าก็คงจะไม่ว่าอะไรหาก้าอยากให้เจ้ายกความดีความชอบเรื่องที่บุกค่ายของพวกใต้พิภพมาให้้าได้หรือไม่? อย่างที่รู้ว่าท่านพ่อกำลังทดสอบเราอยู่ หากเารู้ว่า้าสามารถต้อนพวกเผ่าใต้พิภพกลับไปได้ มันจะต้องเป็นคะแนนสู่บัลลังก์กษัตริย์ให้้าได้าแน่ๆ ในเมื่อเจ้าไม่สนบัลลังก์อีกแล้วงั้นก็ยกผลงานนั้นให้้าจะเป็นอะไรไปจริงไหม?"
คามิวดุสที่ได้ยินแบบนั้นก็มองอามอโฟสอย่างเย็นชา ส่วนอิชการ์นั้นนั่งอยู่เฉยๆจ้องมองอาโนอิทอสอย่างเดียวไม่พูดอะไร
อาโนอิทอสบอกด้วยรอยยิ้ม "ไม่มีปัญหา ท่านพี่อยากได้ผลงานก็เชิญเอาไปได้เลย บัลลังก์กษัตริย์ไม่มีความหมายต่อ้าพเจ้าอยู่แล้ว ถ้ายังไงให้้าพเจ้ายกยอท่านพี่เป็นผู้นำที่กล้าหาญชาญชัยนำทัพบุกพวกใต้พิภพด้วยหรือไม่?"
ทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้นจากอาโนอิทอส คามิวดุสก็มองอาโนอิทอสอย่างตะลึง
อามอโฟสหัวเราะ "ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้อง ้าไม่อยากลำบากเจ้าา แต่ก็ขอบใจา"
อาโนอิทอสส่ายหน้า "เป็นพี่น้องก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกเราเป็นครอบครัวและเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันยามสงครามเช่นนี้ก็ต้องช่วยเหลือกันเป็นธรรมดา เพื่อที่เราจะได้มีความสามัคคีและช่วยกันรอดพ้นจากพวกใต้พิภพได้ หากท่านพี่ปาาสิ่งใดอีกก็ขอให้บอก้าพเจ้าได้เลย"
อามอโฟสยิ้ม "น้องชายของ้าเปลี่ยนไปาจริงๆ บอกตามตรงว่าเจ้าว่าง่ายเช่นนี้ดูน่ารักขึ้นกว่าแต่ก่อนา ้าเริ่มชักจะชอบเจ้าในตอนนี้ากว่าแบบเดิมเสียแล้ว"
อามาโฟสพูดแบบนั้น จากนั้นก็มองอาโนอิทอสอย่างเย็นชา แววตาของเานั้นจริงจังขึ้น "แต่ในเมื่อพูดขนาดนี้ หาก้าจะขอสิ่งใดจากเจ้าก็ได้ งั้นเจ้าช่วยยกอาวุธทั้งหมดที่เจ้ามี รวมทั้งวิธีสร้างอาวุธพวกนั้นที่เจ้าใช้มันตอนไปช่วยชาวเมืองอาฟีโนให้้าได้หรือไม่? ้าบังเอิญไปได้ยินจากชาวเมืองว่าเจ้ามอบอาวุธบางอย่างให้พวกมัน อาวุธที่รุนแรงเสียจนแม้แต่สตรีอ่อนแอยังสามารถใช้กำจัด 'คาฟาลิ' ได้ หากเจ้าห่วงใยมนุษยชาติขนาดนั้น งั้นมอบมันให้กับ้าจะเป็นการทำเพื่อมนุษยชาติาขึ้นใช่หรือไม่? เพราะเมื่อเป็นแบบนั้น้าจะได้ปกป้องชาวเมือง้าเองได้ยังไงล่ะ" อามอโฟสพูดแบบนั้น แต่ตอนที่พูดประโยคนั้นเาดูไม่ได้จริงใจอย่างที่พูดเลย
"อาโนอิทอส! เจ้าทำแบบนั้นไม่ได้นะ!" คามิวดุสที่รู้จักนิสัยอามอโฟสอย่างดี จึงเผยสีหน้ากังวลแล้วรีบ้เตือนไป
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??