เรื่อง ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ
ภายในฤา์อิฐา ชายหนุ่มหนึ่งื่ึ้จากัใด้วยใบหน้าที่สดชื่น อาจจะเป็นเพราะมีความสุขที่ข่มขู่น้องชายตนเองจนได้รับความดีความชอบในการกอบกู้บ้านเมืองมาได้ หรือไม่ก็ตื่นเต้นที่กำลังจะได้อาวุธสุดยอดที่น้องชายจอมอวดดีนั่นใช้จัดการพวกเผ่าใต้พิภพได้จนอยู่หมัด ในเช้าวันนี้อามอโฟสรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษและแทบอดใจรอไม่ไหว
ตอนที่กำลังจะเดินไปล้างหน้าล้างตานั้น จู่ๆอามอโฟสก็ได้ยินเสียงของใครบางจากข้างนอก มันตะโกนมาที่ห้องของเขา แล้วพร้อมกันนั้นก็มีเสียงอะไรบางอย่างปามาที่หน้าต่างห้องเขาอย่างแรง
"ไปตายซะเจ้าไร้ยางอาย!" เสียงนั้นว่าแบบนั้นจากนั้นก็มีไข่เน่าถูกปามาที่หน้าต่างของอามอโฟส
แผล๊ะ!
ดวงตาอามอโฟสเบิกขึ้นทันที เขารีบวิ่งไปที่หน้าต่างและดูว่าใครอาจหาญกล้ามาทำเสียมารยาทกับเขาแบบนี้ แต่ว่าน่าเสียดาย ตอนที่อามอโฟสไปถึงร้ายก็ได้วิ่งหนีหายไปแล้ว
"เจ้านั่นมันเป็นใครกัน! บังอาจ!" จากที่อารมณ์ดีเมื่อครู่ก็กลับตาลปัตรเป็นตรงกันข้ามในไม่กี่วินาที อามอโฟสรู้สึกเดือดดาล แต่จะให้ไปหาตัวร้ายตอนนี้ก็ขี้คร้าน สุดท้ายอามอโฟสจึงพยายามสงบสติอารมณ์และกลับไปทำงานสำคัญของตนที่เตรียมไว้ให้ลุล่วง ตอนที่อามอโฟสเดินออกไปข้างนอกนั้น ตลอดทางเขารู้สึกได้ถึงสายตาและสีหน้าที่ขยะแขยงมองมาจากข้ารับใช้ทุก ข้ารับใช้เหล่านั้นมองเขาด้วยแววตาที่แปลกประหลาดและคุยบางอย่างลับหลังเขา
"นี่พวกเจ้า..."
ตอนที่อามอโฟสจะเข้าไปซัก ข้ารับใช้เหล่านั้นก็ตะลีตะลานขอโทษและรีบวิ่งหนีไป อามอโฟสกลับมาหงุดหงิดอีกครั้งไม่รู้ว่าตัวเองคิดไปเองหรือเจ้าพวกนี้มันกำลังนินทาเขาจริงๆ สุดท้ายจากที่พยายามทำใจให้สงบเรื่องไข่เน่า อามอโฟสก็กลับมาอารมณ์เสียอีกครั้ง
ในวันนั้นอามอโฟสสัมผัสได้ถึงสายตาที่รังเกียจและเสียงซุบซิบจากพวกข้ารับใช้ตลอดทั้งวัน เขาไม่รู้ว่าพวกมันพูดเรื่องอะไร พอเข้าไปถามก็บอกว่าไม่มีอะไร ทั้งวันนั้นมันแทบจะทำให้อามอโฟสเป็นบ้า
หลังทำงานและวางแผนจับกุมอาโนอิทอสในวันพรุ่งนี้จนเสร็จ อามอโฟสก็คิดจะออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอก เขาคิดว่าอยู่ห่างจากพวกข้ารับใช้หน่อยจะทำให้อารมณ์เขาเย็นลงขึ้นได้
แต่ว่า ใครจะไปคาดคิด เมื่อเดินออกมานอกฤา์ได้สองก้าวและมองไปที่รูปปั้นหินรูปตัวเองที่สั่งแกะโดยช่างฝีมือดีที่สุดแห่งวาซิลาสและหินชั้นดีจากแกรนิต เข่าของอามอโฟสแทบจะทรุดลงเพราะหัวใจที่จะวาย โลกเขามันราวกับพังทลายและาโพลนไปหมด
"นี่มัน...อะไรกัน"
อามอโฟสไม่รู้ว่าวันนี้พวกชาวเมืองมันเป็นอะไรกันไปหมด ไม่รู้ว่าพวกมันรวมหัววางแผนฆ่าเขาด้วยการยั่วให้โมโหตายหรือเปล่า แต่เขาเหลืออดแล้ว ถ้าข้ารับใช้พวกนั้นส่วนใหญ่ไม่เป็นที่พ่อเขาส่งมา เขาคงจะประหารพวกมันไปแล้ว
ยามนี้ มองไปที่เบื้องหน้า รูปปั้นอันทรงสง่าและเปี่ยมด้วยเกียรติภูมิของอามอโฟสที่กำลังชูดาบและถือหัวแม่ทัพของอาณาจักรศัตรูอย่างองอาจ ตอนนี้มันถูกแต่งแต้มให้เสื่อมเสียด้วยสิ่งปฏิกูลและสีที่คาดว่าน่าจะมาจากพืชรากหญ้าชั้นต่ำ ศักดิ์ศรีของเขาถูกป่นปี้ด้วยของชั้นต่ำพรรค์นั้น อามอโฟสเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ
ในท้ายสุดอามอโฟสไปหาพี่ชายของตนและระบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้กับอีกฝ่าย เมื่ออิชการ์เป็นเดียวที่ตลอดมาอยู่ข้างเขาเสมอ
"เจ้าชาวเมืองสารเลวพวกนั้น! ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด! จะฆ่าล้างโคตรพวกมันให้ไม่เหลือเลย อย่าให้ข้ารู้ว่าใครเป็นผู้ทำเรื่องพวกนี้!? มันช่างกล้าดีนักที่มาทำเช่นนี้กับข้า อามอโฟส บุตรชายลำดับที่สองแห่งวาซิลาส!" อามอโฟสเดินทางมาถึงเมืองอัสตาไปที่เป็นเมืองชั้นในของเพโตและอยู่ติดไม่ไกลกับเซสตอสที่เป็นเมืองชั้นในของอาโนอิทอสและอามอโฟส เมื่อมาถึงก็ไม่คิดอะไรนอกจากบ่นออกมาเป็นสิ่งแรก
อิชการ์มีใบหน้าที่สงบเสมอต้นเสมอปลาย ไม่แตกต่างจากเมื่อวาน นั่งจิบชาด้วยสีหน้าที่ไม่สนไม่แคร์สิ่งใดบนโลกใบนี้
"ท่านพี่! ชาวเมืองพวกนี้มันกำแหงขึ้นทุกวัน พวกมันคงจะไม่พอใจที่ข้าทิ้งพวกมันไว้ที่อาฟีโนนั่นจึงได้คิดแก้แค้น หากปล่อยไปแบบนี้คงจะมีข่าวว่าเชื้อพระวงศ์วาซิลาสถูกรังแกโดยชาวเมืองตนเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นตระกูลของเราต้องเสียชื่อเสียงและตกเป็นที่หัวเราะเยาะของพวกเอซโทรซเป็นแน่ ข้าว่าข้าอาจจะใช้เหตุผลนี้ไปบอกท่านพ่อ ขออนุญาตให้กำจัดชาวเมืองอาฟีโนทุกทิ้งเสีย ท่านพ่อจะต้องอนุญาตแน่ๆ ท่านคิดว่าอย่างไร?"
อิชการ์หลับตา ไม่สนใจอะไร เขาดื่มชาอย่างสงบเสมือนกับผู้ที่ไม่สนความเป็นไปของโลก แต่เมื่ออามอโฟสยังส่งสายตารอคำตอบน่ารำคาญรบกวน อิชการ์จึงวางถ้วยชาและตอบ "นั่นเป็นความคิดที่แย่อย่างมาก หากกษัตริย์สั่งโทษประหารชาวเมืองทั้งเมือง
ด้วยจำนวนที่มากขนาดนั้น จะก่อให้เกิดความกลัวและการกบฏขึ้นในเร็ววัน วาซิลาสจะถูกล้มล้างอำนาจในไม่ช้าเมื่อเจ้าขอเช่นนั้นกับท่านพ่อ"
อามอโฟสตะโกน "พวกมันก็แค่อาฟีโนไม่กี่พัน ฆ่าพวกมันทั้งเมืองก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับวาซิลาสหรอก! เหตุใดท่านพี่จึงได้กลัวเพียงแค่นั้น!?"
อิชการ์ตอบ "กบฏที่ข้ากำลังพูดถึงไม่ใช่หมายถึงพวกอาฟีโน แต่เป็นชาวเมืองทั้งหมดของอาณาจักรวาซิลาส"
ทันทีที่อิชการ์พูดเช่นนั้น อามอโฟสพลันเงียบกริบ พูดอะไรไม่ออกเพราะเพิ่งจะเข้าใจความหมายของอิชการ์
อิชการ์บอก "ฆ่าล้างประชาชนตนเองทั้งเมืองด้วยเหตุผลเล็กจ้อยเพียงแค่นั้น แน่นอนว่าจะต้องสร้างความกลัวให้กับชาวเมืองในเมืองอื่นๆ ด้วยผู้ปกครองที่อารมณ์ขึ้นลงๆและฆ่าเป็นผักปลาเช่นนี้ ใครจะไม่กลัวว่าวันดีคืนดีเจ้าปกครองอาจจะหงุดหงิดแล้วสั่งโทษประหารล้างโคตรทั้งเมืองพวกมันอีกเมือง? เมื่อถึงยามนั้นประชาชนทั้งหมดแห่งวาซิลาสย่อมนิ่งเฉยไม่ได้และจำใจต้องลุกขึ้นสู้กับวาซิลาส และด้วยความต่างระหว่างจำนวนประชาชนกับอัศวินที่เรามี ข้าคงไม่ต้องบอกเจ้าว่าฝ่ายไหนจะแพ้อย่างย่อยยับ"
อามอโฟสหน้าซีด เพราะเพิ่งรู้สึกตัวว่าความคิดตัวเองวาบเดียวเกือบจะนำพาจุดจบมาสู่สายเลือดวาซิลาสแล้ว แต่ว่าพอคิดว่าใช้วิธีนี้ไม่ได้เขาก็ยิ่งหงุดหงิด เพราะแบบนี้มันก็หมายความว่าเขาไม่สามารถทำอะไรพวกชาวเมืองสารเลวนั่นได้เลยไม่ใช่หรือยังไง?
"บัดซบ!"
อิชการ์มองเห็นความวุ่นวายในดวงตาของอามอโฟส รู้สึกเห็นใจเขาจึงบอก "หากเจ้าคิดจะแก้แค้นจริงๆ แทนที่จะจับผิดทั้งกลุ่ม เจ้าควรจะหาทางจับแค่ร้ายตัวก่อเหตุเดียวและลงโทษมัน เมื่อเป็นเช่นนั้นย่อมไม่มีปัญหาอะไร"
"แต่ว่าทำเรื่องนี้ก็คือหนึ่งในพวกชาวเมือง แล้วตอนนี้พวกมันก็กำลังไม่พอใจข้าที่ข้าทิ้งพวกมันไปคราวก่อน จะให้ข้าพาอัศวินไปหาตัวร้ายอย่างไรในเมื่อไม่มีชาวเมืองไหนจะยอมช่วยเหลือข้าเลย?"
อิชการ์มองอามอโฟส "เจ้ายังไม่รู้อย่างนั้นหรือว่าพวกข้ารับใช้ของเจ้าและพวกชาวเมืองกำลังไม่พอใจอะไรเจ้า?"
อามอโฟสเผยสีหน้าที่งุนงง "ท่านพี่กำลังพูดถึงสิ่งใด?"
อิชการ์บอก "ข้าไปได้ยินมาว่าพวกอาฟีโนไม่ได้โกรธเจ้าเรื่องที่เจ้าทิ้งพวกมันไป แต่กำลังโกรธเจ้าที่คิดจะเอาเปรียบอาโนอิทอสที่ไปแย่งผลงานของมันแล้วยังคิดจะขู่เข็ญเอาอาวุธของมันด้วย"
ทันทีที่อิชการ์บอก ดวงตาอามอโฟสเบิกกว้าง ที่แท้เจ้าพวกนั้นตลอดทั้งวันก็กำลังนินทาเขาเรื่องนี้เองหรอกหรือ!? หัวใจอามอโฟสเผาไหม้ด้วยความโกรธ
อิชการ์บอก "เจ้าทอดทิ้งพวกมันไปก็สร้างความบาดหมางให้มากพอแล้ว แต่กลับยังคิดจะหาเรื่องอาโนอิทอสที่เป็นผู้มีพระคุณของพวกมัน นั่นย่อมทำให้พวกมันทนไม่ได้เป็นธรรมดา หลังจากที่เจ้าทิ้งพวกมันคราวก่อนแล้วกดดันให้พวกมันเผชิญหน้ากับความตายตามลำพัง อาโนอิทอสที่เข้าไปช่วยชีวิตพวกมันก็เปรียบเสมือนเทพเจ้าของพวกมันไปแล้วเจ้าที่หาเรื่องกับเทพเจ้าของพวกมัน ต่อให้มียศเจ้าชายคุ้มกะลาหัวพวกมันก็ไม่สนหรอก"
อามอโฟสกัดฟันกรอด "เจ้าพวกเนรคุณ พวกมันอาศัยอยู่ในดินแดนของวาซิลาสก็ต้องเสียสละเป็นของตอบแทนบ้างพวกมันทำได้อย่างไรจึงมาแว้งกัดผู้มีพระคุณอย่างข้า?"
อิชการ์บอก "ตามธรรมชาติของมนุษย์ย่อมนึกถึงตนเองก่อนเสมออยู่แล้ว ยังไงก็ตาม ที่เจ้าควรสนใจตอนนี้ไม่ใช่คิดเรื่องแก้แค้นพวกมัน แต่ตามหาตัวร้าย ตามที่ข้าเล่าให้ฟัง ทำให้เดาได้ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากการที่มีใครบางปล่อยข้อมูลการสนทนาที่เจ้าคุยกับอาโนอิทอสเมื่อวันก่อนออกไป ทำให้พวกชาวเมืองได้ยินจึงโกรธ เป้าหมายของร้ายก็คงจะเพื่อทำให้ชาวเมืองไม่พอใจและต่อต้านเจ้า เจ้านั่นคือร้ายตัวจริงที่เจ้าควรจะจับมาลงโทษจริงๆ ไม่ว่าใครก็ตามที่รู้ข้อมูลการเจรจาในวันนั้นก็คือผู้ต้องสงสัย"
อามอโฟสมองอิชการ์ "ท่านพี่ ท่านคิดว่าที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เป็นอาโนอิทอสหรือไม่?"
อิชการ์นิ่งไปสักพัก ราวกับกำลังนึกถึงใบหน้าเมื่อวานนี้ของอาโนอิทอส ไม่นานนักเขาส่ายหน้า "ตัดอาโนอิทอสออกไปได้เลย อ้างอิงจากที่มันพูดเมื่อวาน ข้าไม่คิดว่ามันจะก่อเรื่องพวกนี้ขึ้นหรอก ถึงจะไม่อยากเชื่อแต่ข้าก็คิดว่ามันน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว ที่พูดเรื่องความปลอดภัยของชาวเมืองมาก่อนเป็นอันดับแรกเช่นนั้นไม่มีเวลาว่างมาแกล้งอื่นหรอก เจ้าไปหาตัวร้ายอื่นได้เลย"
เมื่ออิชการ์ยืนยันเช่นนั้นดวงตาของอามอโฟสก็แดงเดือดด้วยจิตสังหาร ตราบใดที่ก่อเหตุไม่ใช่เชื้อพระวงศ์เขาก็สามารถลงโทษมันอย่างไรก็ได้ ในเมื่ออาโนอิทอสไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เขาก็จะลงโทษร้ายให้สูงสุด!
ในวันเดียวกันนั้น อามอโฟสรีบกลับเมืองตนเองแล้วตรงไปหาข้ารับใช้หนึ่งของตน อีกฝ่ายเป็นสหายเขาที่ทำงานรับใช้เขาอย่างใกล้ชิดมาตลอด นอกจากนี้มันก็ยังเป็นเดียวที่เขาเอาเรื่องที่คุยกับอาโนอิทอสมาเล่าให้ฟัง
"ฟีรอส! เจ้าเศษสวะเนรคุณไร้ค่า! เจ้านี่เองที่หักหลังข้า!" เมื่อมาถึงอามอโฟสพุ่งเข้าหาฟีรอสอย่างรวดเร็วแล้วซัดอีกฝ่ายติดกำแพง
ใบหน้าของฟีรอสซีดา ยกมือขึ้นป้องหัวตนเอง "ฝะ ฝ่าบาท!? ทรงทำเช่นนี้ทำไมพะย่ะค่ะ!? กระหม่อมทำอะไรผิด!?"
อามอโฟสคำรามด้วยความเดือดดาล "อย่ามาเสแสร้งนะเจ้าปลิ้นปล้อน! เจ้าลอบกัดข้า เจ้าเอาข้อมูลที่ข้าเล่าให้ฟังไปบอกพวกชาวเมืองใช่หรือไม่!?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หน้าฟีรอสยิ่งซีดเข้าไปใหญ่ "ฝะ ฝ่าบาท! ทรงพูดเรื่องอะไรพะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่รู้เรื่อง กระหม่อมไม่ได้เอาเรื่องนั้นที่ฝ่าบาทเล่าให้ฟังไปบอกใครทั้งนั้น ฝ่าบาทดีกับกระหม่อมมาตลอด กระหม่อมไม่หักหลังฝ่าบาทหรอก!"
อามอโฟสคำราม "อย่ามาโกหกข้านะ! เจ้า--!"
ฟีรอสตะโกน "ข้าไม่ได้โกหกนะฝ่าบาท! ข้าไม่มีทางหักหลังฝ่าบาทได้หรอก หากข้าทำเช่นนั้นแล้วทำให้ฝ่าบาทลำบากข้าจะได้ประโยชน์อะไร!?"
เมื่อฟีรอสตอบกลับมาเช่นนี้ อามอโฟสก็พูดอะไรไม่ออก ราวกับว่าเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตัวเองทำเรื่องโง่ๆลงไปแล้ว "นี่เจ้า...ไม่ได้เป็นร้ายหรอกหรือ?"
ฟีรอสกุมหน้าของตนเองด้วยความเจ็บปวด เขาบอก "กระหม่อมบอกแล้วว่ากระหม่อมไม่ได้หักหลังฝ่าบาท กระหม่อมจะกล้าทำเช่นนั้นได้อย่างไรในเมื่อหากฝ่าบาทจับได้กระหม่อมก็ย่อมต้องถูกประหาร กระหม่อมจะอยากให้ตัวเองถูกประหารแลกกับทำให้ฝ่าบาทแค่ถูกแกล้งไปทำไมกัน?"
อามอโฟสอึ้ง จากนั้นก็รู้สึกว่าที่ฟีรอสพูดมามีเหตุผล เขาพลันรู้สึกโง่ที่มากล่าวหาฟีรอสเช่นนี้ แต่ถ้าหากฟีรอสไม่ใช่ร้ายแล้วร้ายมันเป็นใคร?
ตอนนั้นเอง ดวงตาของอามอโฟสก็สว่างวาบขึ้นมา จะว่าไปก่อนหน้าที่จะไปเจรจา ที่แนะนำให้เขาขู่เข็ญและแย่งผลงานของอาโนอิทอสมาก็คือที่ปรึกษากลอดัสของเขานี่? อามอโฟสพลันเผยรอยยิ้มเย็นเยียบในใจ เมื่อรู้ตัวร้ายในที่สุด อามอโฟสวิ่งไปที่ห้องทำงานของกลอดัส เมื่อมาถึงก็ถีบประตูออก เห็นชายวัยกลางหนึ่งนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะอามอโฟสก็เลือดขึ้นหน้าแล้วตรงไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วก่อนจะปัดเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะทิ้งแล้วต่อยหน้าอีกฝ่าย
"เจ้าชั่วช้าสารเลว! เจ้าอยู่ข้างข้ามาตลอดจนถึงตอนนี้ คอยช่วยเหลือข้ามาตลอดอย่างภักดิ์ดี แต่ข้าไม่เคยรู้เลยว่าหลังหน้ากากความภักดิ์ดีนั้นจะเป็นเจ้างูเจ้าเล่ห์จอมหลอกลวง!" อามอโฟสคำราม
กลอดัสที่อยู่ดีๆก็โดนต่อยก็มองอามอโฟสด้วยความโกรธ "ฝ่าบาท! ฝ่าบาททำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรพะย่ะค่ะ!?"
อามอโฟสคำราม "อย่ามาไขสือ! ข้ารู้หมดแล้วว่าเจ้าหักหลังข้า! เจ้าเอาเรื่องที่ข้าข่มขู่อาโนอิทอสไปบอกชาวเมืองให้พวกมันเกลียดข้าใช่หรือไม่!? เจ้าและฟีรอสเป็นสองที่รู้เรื่องนี้ ฟีรอสพิสูจน์ว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์แล้วก็เหลือเจ้าเดียวที่น่าสงสัย เจ้าใช่ไหมที่หักหลังข้า!?"
กลอดัสคำรามด้วยความโกรธ "ฝ่าบาทได้โปรดระวังคำพูดด้วย! กระหม่อมจะทำเช่นนั้นไปให้มันได้ประโยชน์อะไร!"
อามอโฟสตะโกน "ข้าไม่รู้! เจ้าเจ้าเล่ห์อย่างเจ้าคิดแผนชั่วอะไรในใจใครจะบอกได้? เจ้าอาจจะเกลียดชังข้ามานานจึงอยากจะหาทางกำจัดข้าก็ได้ หรือดยุคที่ไหนอาจจะเสนอตำแหน่งให้เจ้าเจ้าจึงได้หักหลังข้าก็ได้ บอกมาข้าผิดหรือถูก?"
กลอดัสกุมหน้าตนเองด้วยความเจ็บปวดและความโกรธ ไม่นึกว่าตนเองต้องมาโดนต่อยฟรีเพราะเจ้าชายโง่ๆเช่นนี้เขาบอก "ฝ่าบาท! ลองคิดให้ดี! ถ้าหากกระหม่อมทำเรื่องเช่นนั้นอย่างการเอาเรื่องที่เจรจาไปบอกพวกชาวเมือง เช่นนั้นมันจะไม่ทำให้กระหม่อมโดนลูกหลงไปด้วยหรือในเมื่อกระหม่อมเป็นแนะนำแผนนี้ให้ฝ่าบาทเอง!"
เมื่อกลอดัสแก้ต่างแบบนี้อามอโฟสก็หน้าเบี้ยว แต่ครู่ต่อมาเขาก็ตะโกน "งั้นเจ้าก็อาจจะได้รับข้อเสนอบางอย่างจากดยุคที่เป็นปฏิปักษ์กับข้าให้ทำเรื่องพวกนี้ก็ได้ไม่ใช่รึไง!? ในเมื่อมีดยุคหนุนหลังและมีตำแหน่งดีๆรอคอย ใครจะไม่อยากรับ!?"
กลอดัสพยักหน้าและยิ้มอย่างเย็นชา "ใช่พะย่ะค่ะ ในเมื่อมีดยุคใหญ่ๆหนุนหลังและมีตำแหน่งดีๆรอคอยเป็นใครก็คงอยากได้ แต่ว่าถ้างั้นทำไมกระหม่อมยังอยู่ที่นี่อีกในเมื่อมีตำแหน่งดีๆรอคอย?"
อามอโฟสหน้าซีด
กลอดัสกล่าวอย่างเย็นชา "หากกระหม่อมหักหลังฝ่าบาท ฝ่าบาทคิดว่ากระหม่อมจะอยู่รอให้ฝ่าขาทเอาตัวไปตัดหัวหรือ? หากกระหม่อมหักหลังฝ่าบาทจริงๆกระหม่อมไม่มานั่งทำงานอยู่แบบนี้แต่คงจะวิ่งไปหาดยุคที่เสนอตำแหน่งให้กระหม่อมไปแล้ว ฝ่าบาทคิดว่ากระหม่อมจะโง่ขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ?"
เพียงแค่คำอธิบายเท่านี้ก็ชี้ให้เห็นชัดว่ากลอดัสไม่ใช่ร้าย อีกเช่นเคยอามอโฟสรู้สึกว่าตัวเองทำเรื่องโง่ๆไปอีกแล้วเขาสร้างความไม่พอใจให้กับใกล้ชิดที่สุดสองของตนเอง ทำให้ตอนนี้ไม่มีใครเชื่อใจเขาแล้ว อามอโฟสรู้สึกหงุดหงิดและเครียด ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็เท่ากับเขาไม่มีเบาะแสของร้ายเลยไม่ใช่รึยังไงกัน? แล้วใครที่หักหลังเขา!?
"บัดซบ!" อามอโฟสทนไม่ไหวสุดท้ายก็ได้แต่สบถออกมา
กลอดัสหงุดหงิดที่ถูกต่อยฟรี และหงุดหงิดที่เห็นหน้าอามอโฟสตอนนี้ ไม่อยากให้มันอยู่ที่นี่นานให้เขาคันหมัด กลอดัสเลยบอก "ฝ่าบาท บางทีอาจจะไม่มีใครหักหลังฝ่าบาทหรอกพะย่ะค่ะ ในเมื่อพวกเราเป็นของฝ่าบาท จะมีใครกล้าแทงข้างหลังฝ่าบาทแล้วเสี่ยงตายกับการกลั้นแกล้งเล็กๆน้อยๆเช่นนี้?"
อามอโฟสกำหมัด "แล้วถ้าหากไม่ใช่พวกเจ้า! แล้วมันจะเป็นใครได้เล่า! มันจะต้องมีใครสักหักหลังข้าเรื่องแบบนี้มันจึงได้เกิดขึ้นมาไม่ใช่หรือยังไงกัน!?"
กลอดัสรู้สึกเหนื่อยกับการมีผู้นำโง่ๆ เขาเลยอดทนบอก "กระหม่อมกำลังบอกว่าต่อให้จะไม่มีใครในฝ่ายท่านหักหลังท่าน เรื่องแบบนี้มันก็เกิดขึ้นได้อยู่ดีพะย่ะค่ะ"
อามอโฟสมองกลอดัส "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
กลอดัสบอก "ที่รู้เรื่องเจรจาไม่ได้มีแค่ของฝ่าบาทแต่ก็ยังมีของท่านอิชการ์กับอาโนอิทอสไม่ใช่รึยังไง? ในห้องนั้นไม่ได้มีแค่พวกท่านสามอยู่จริงหรือไม่? ท่านลองนึกดูให้ดีๆสิว่ามีใครอยู่ในห้องนั้นตอนเจรจาบ้าง?"
อามอโฟสรู้ว่ากลอดัสกำลังจะพูดอะไรแต่เขาบอก "แต่ท่านพี่บอกว่าอาโนอิทอสไม่มีทางเป็นร้ายได้ งั้นรับใช้ของมันก็ย่อมไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ไม่ใช่หรือยังไง? ในเมื่ออาโนอิทอสไม่ได้เป็นร้าย อาโนอิทอสก็ไม่ได้เป็นสั่งหากไม่มีสั่ง รับใช้จะไปทำอะไรพลการเองทำไม?" เพราะว่าคำพูดของอิชการ์นั้นถูกต้องเสมอ ทำให้ทันทีที่ได้ยินว่าอาโนอิทอสไม่ใช่ร้าย อามอโฟสจึงตัดความเป็นไปได้ทั้งหมดเกี่ยวกับข้ารับใช้ของอาโนอิทอสที่ได้ยินเรื่องนี้ไปและคิดว่ามีแต่ข้ารับใช้ตนเองที่เป็นร้าย
กลอดัสบอก "จริงอยู่ว่าอาโนอิทอสอาจจะไม่ได้เป็นบงการ แต่การที่อาโนอิทอสไม่ได้บงการก็ไม่ได้หมายความว่าข้ารับใช้นั้นของมันจะทำอะไรพลการเองไม่ได้นี่พะย่ะค่ะ?"
อามอโฟสอึ้ง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
กลอดัสบอก "เจ้านายที่ดีนั้นคือเจ้านายที่สร้างความรักให้แก่ลูกน้อง ตราบใดที่เจ้านายสร้างความเคารพและภักดิ์ดีให้ผู้ใต้ปกครองเพียงพอ ถึงแม้เจ้านายจะไม่เอ่ยสิ่งใด ผู้ใต้ปกครองก็ยินยอมแม้กระทั้งถวายชีวิตเพื่อผลประโยชน์ของเจ้านายหรือแม้กระทั้งถวายชีวิตเพื่อแก้แค้นแทนเจ้านาย"
"เจ้าหมายความว่า.."
กลอดัสบอก "ร้ายก็คือข้ารับใช้ที่อยู่กับอาโนอิทอสในวันนั้นพะย่ะค่ะ"
อามอโฟสกำหมัดแน่น เมื่อรู้ตัวร้ายในที่สุด ดวงตาเขาเดือดพล่านด้วยความโกรธ ในเวลาต่อมา ไม่รอช้าเขานำกำลังทหารควบม้าบุกไปที่ฤา์อาโนอิทอสทันที
เคล้ง!
เมื่อมาถึงอามอโฟสถีบประตูฤา์ของอาโนอิทอสแล้วบุกเข้าไปด้านใน
"ทะ ท่านอามอโฟส! มีธุระอันใดถึงได้มาที่นี่เจ้าคะ?" ข้ารับใช้ที่คอยต้อนรับแขกเมื่อเห็นอามอโฟสมาพร้อมกับทหารหลายด้วยใบหน้าโกรธก็ทำให้เธอหวาดกลัวแล้วพยายามเข้าไปคุยกับอีกฝ่าย
อามอโฟสถาม "เจ้าข้ารับใช้ที่เข้าไปในห้องประชุมกับอาโนอิทอสเมื่อวานซืนอยู่ที่ไหน!? ข้าอยากเจอตัวมัน!?"
ข้ารับใช้สาวตอบด้วยเสียงตะกุกตะกัก "หะ..หากท่านอามอโฟสกำลังตามหาแขกท่านนั้น กระหม่อมได้ยินว่าเขาออกจากฤา์ไปตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ"
อามอโฟสตวาด "มันไปที่ไหน!?"
ข้ารับใช้สั่นกลัว เธอบอก "กระหม่อมได้ยินว่าเขาอยากได้ยามาทำน้ำหอมจึงไปเก็บกล้วยไม้ที่ป่าหลังเมืองเจ้าค่ะ"
ทันทีที่ได้ตำแหน่ง อามอโฟสและทหารก็ควบม้ามุ่งไปยังที่แห่งนั้นทันที เหล่าข้ารับใช้ของอาโนอิทอสได้แต่สั่นกลัวกับที่และไม่รู้ว่านี่มันเรื่องอะไรกัน
ในเวลาไม่กี่ชั่วยาม อามอโฟสก็ได้นำกำลังของตนมาถึงป่าหลังเมืองในที่สุด ที่นี่เป็นร้างและปลอดผู้ ในตอนแรกอามอโฟสลำบากคิดว่าจะหาทางฆ่าข้ารับใช้ของอาโนอิทอสเงียบๆไม่ให้มีใครเห็นยังไง แต่พอรู้ว่าอีกฝ่ายมาที่นี่มันก็ทำให้อามอโฟสสบายใจเพราะแบบนี้จะช่วยย่นเวลาให้อามอโฟสทรมานเจ้าร้ายนั่นเล่นได้ง่ายขึ้น
ตรงหน้าถ้ำเดียวดายนั้นอามอโฟสเห็นม้าตัวหนึ่งมัดเชือกไว้อยู่ แสดงให้เห็นว่าเจ้าร้ายยังอยู่ที่นี่
"พวกเจ้าไปล้อมทางออกไว้ ส่วนที่เหลือไปหาตัวมัน" อามอโฟสสั่งการไป หลังจากนั้นเหล่าทหารสิบกว่านายก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน
อามอโฟสรออยู่ด้านนอกให้ของตัวเองนำร้ายออกมา
เขารออยู่แบบนั้น ตอนแรกอามอโฟสคิดว่ามันจะใช้เวลาไม่นาน แต่ว่า..
ผ่านไปแล้ว 5 นาที อามอโฟสก็ยังไม่เห็นใครออกมา
หรือผ่านไปแล้ว 10 นาที อามอโฟสก็ยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะมีใครกลับมาเร็วนี้ๆ
อามอฟอสรออยู่แบบนั้น แต่ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนเขาก็ไม่เห็นมีใครออกมา ทหารที่เขาส่งไปก็ไม่มีใครกลับมารายงานสัก อามอโฟสเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลจึงเข้าไปดูด้านในด้วยตัวเอง ด้านในนี้มืดสนิททำให้มองไม่เห็นอะไร อามอโฟสเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆจนคิดว่าจะสุดปลายทางถ้ำ เพราะตรงนั้นอามอโฟสมองเห็นแสงสว่าง อามอโฟสเดินไปที่ปลายอุโมงค์ และตรงนั้นเองที่อามอโฟสพบร่างศพของทหารมากมายที่นอนตายเกลื่อนอยู่บนพื้น ใบหน้าของทหารทุกนายอามอโฟสจดจำได้ดีเพราะมันคือทหารที่อามอโฟสสั่งให้เข้ามาตอนแรก
ใบหน้าของอามอโฟสซีด
"ฝะ ฝ่าบาท...หนี...หนีไปขอรับ นะ นี่เป็น..กับดัก--"
แผล๊ะ!
ทหารหนึ่งที่พยายามเตือนอามอโฟส อยู่ดีๆก็มีขวานจามเข้ามาที่หัวทำให้หัวแบะเป็นสองซีก ทหารนั้นตายในทันที
อามอโฟสหวาดกลัวจนร่างกายแข็งทื่อไปหมด
ทันใดนั้นเอง กลุ่มชายฉกรรจ์และหญิงสาวกว่า 1500 นำโดยชายหนุ่มหนึ่งที่สวมหน้ากากที่อามอโฟสเห็นเมื่อวานนี้เดินออกมาตรงหน้าอามอโฟส คามิวดุสถอดหน้ากากและมองอามอโฟสด้วยรอยยิ้มเย็นชา "สวัสดี เจ้าชายลำดับที่สอง"
อามอโฟสหน้าซีด "เจ้า...เจ้า คามิวดุส"
คามิวดุสแสยะยิ้ม "ดูเหมือนตัวตลกแห่งวาซิลาสจะยังไม่ลืมตัวตนของข้าไปสินะ ช่าง่าิีจริงๆ"
ร่างของอามอโฟสสั่นเครือพลันรู้แล้วว่าเรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของใครและตนเองถูกวางกับดักเข้าเต็มเปา "เจ้า...เจ้านี่เองที่เป็นผู้ปล่อยข่าวเรื่องนั้นให้พวกชาวเมือง เจ้าวางแผนจะทำอะไร!? คิดจะหาทางสังหารข้าอย่างนั้นหรือ!?" อามอโฟสพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
คามิวดุสหัวเราะเยาะ "ฮ่าฮ่าฮ่า สังหารเจ้า? ตัวโง่งมไร้ค่าที่ไม่รู้แม้แต่ที่ปั่นหัวตนเองมาตลอดวันเต็มทั้งๆคำตอบเฉลยให้เห็นทนโท่ เจ้าตัวโง่งมที่ข้ามีโอกาสสังหารกว่าสองร้อยรอบเช่นเจ้า คิดว่าข้าให้ความสำคัญกับเจ้าขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าตีค่าตัวเองสูงไปนัก เจ้าไม่ใช่เทเซริสน้องสุดท้องหรือคลีซอส วาซิลาสบิดาชั่วของเจ้าเทียบกับสองนั้นเจ้าก็แค่ที่ไม่สำคัญ ข้าไม่คิดจะสังหารเจ้าหรอก"
อามอโฟสกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ เขาตวาด "เช่นนั้นเจ้าลักพาตัวข้ามาทำไมเล่า!? เจ้าคิดจะสร้างความวุ่นวายให้วาซิลาสเหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนอีกอย่างงั้นหรือ!?"
คามิวดุสบอก "ความวุ่นวายในตอนนั้นจะไม่เกิดขึ้นเลยหากเทเซริสน้องชายสุดรักของเจ้าตอบรับข้อเสนอของข้า แต่เพราะความดื้อรั้นของมันทำให้มันและเมืองของมันพบกับจุดจบ เป้าหมายของข้าเดิมทีมีเพียงแค่หัวของบิดาเจ้า ลูกหลานของคลีซอสข้าไม่เคยสนใจสักนิด ไม่ว่าจะอิชการ์หรือแม้แต่เจ้า"
อามอโฟสมองคามิวดุสด้วยเวงตาที่สั่นไหว "เช่นนั้นทำไม..."
เมื่อคำถามนั้นหลุดออกมา ต่อมาอามอโฟสก็เห็นแววตาของคามิวดุสเปลี่ยนเป็นเย็นชาจับขั้วหัวใจ เสี้ยววินาทีต่อมาคามิวดุสพุ่งมาหาเขาแล้วกระชากหัวเขาอย่างแรง คามิวดุสพาเขาไปที่แม่น้ำด้านข้างแล้วกดหัวเขาให้จมลงน้ำ
"อั่ก!! อั่ก!! อั่ก!!" อามอโฟสดิ้นทุรนทุรายเพราะหายใจไม่ออก
"ขะ ขะ ข้า ปะ ปล่อย ข้าไป!" เขาพยามขอความเมตตาจากอีกฝ่ายจากใจจริง
คามิวดุสมีใบหน้าที่เย็นชา ไร้ความเมตตาและกดหัวอีกฝ่ายลงน้ำอย่างเย็นชา เขาบอก "ข้าไม่เคยหมายหัวเจ้าและไม่เคยคิดจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องไร้สาระที่เจ้าทำกับชีวิตไร้ประโยชน์ตัวเอง แต่ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าข่มขู่สหายของข้าเป็นอันขาด ชีวิตของเจ้าสำหรับข้ามันก็เล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียวที่แสนไร้ค่า มันเล็กจ้อย ข้าสามารถกำจัดเจ้าเมื่อใดก็ได้ที่ข้าต้องการแต่ที่ข้าปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้เพราะเจ้ามันเล็กจ้อยจนไม่เป็นอันตรายใดๆในแผนของข้า น้องชายเจ้าฉลาดหลักแหลมและขู่จะเล่นงานอาโนอิทอสเพราะแบบนั้นมันถึงได้ตาย แต่เพราะเจ้าโง่ดังนั้นข้าจึงจะเตือนเบาะๆให้เป็นข้อเตือนใจก่อนข้าจะไปจากเมืองนี้"
คามิวดุสนับ 1 ถึง 120 จากนั้นดึงหัวอามอโฟสขึ้นมา อามอโฟสดิ้นและกระอักน้ำออกมาอย่างทรมาน เขาร้องไห้ออกมา อามอโฟสมีใบหน้าที่หวาดกลัวมองคามิวดุส คามิวดุสกล่าวกับอามอโฟสอย่างเย็นชา "วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าเบาๆให้จำ คราวหน้าถ้าไม่อยากโดนแบบวันนี้ก็อย่ายุ่งกับเพื่อนข้า"
*******
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวเมืองอาฟีโนทุกตื่นมาอย่างสดใส แต่แทนที่จะได้สูดอากาศที่สดชื่นรับเช้าแรกของวันกลับต้องตกใจแทนเมื่อเห็นชายหนุ่มหนึ่งที่มีสภาพถูกซ้อมปางตายและโดนเปลื้องผ้าถูกแขวนไว้ที่เสากลางเมือง ชาวเมืองทุกต่างตกตะลึงที่เห็นภาพนี้ เพราะชายนี้คือผู้ปกครองของพวกเขา เจ้าชายลำดับที่สองแห่งวาซิลาส อามอโฟส!
ข่าวนี้ดังอย่างมาก ทันทีที่อิชการ์ได้ยินเขารีบควบม้าแล้วมุ่งตรงไปที่เซสตอส เขาไปที่ฤา์ของอาโนอิทอสและถามหาชายหนึ่ง เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็ตรงไปชั้นสองแล้วเปิดประตูออกไป อิชการ์เห็นชายหนึ่งในนั้น กำลังนั่งอยู่
"เจ้า..." อิชการ์มีใบหน้าที่ดำมืดขณะมองอีกฝ่าย
"พาตัวมันไปหากษัตริย์!" อิชการ์สั่งการไป จากนั้นทหารหนึ่งร้อยนายก็เข้าไปคุมตัวกบฏนั้น เขาถูกคุมตัวไปกลางเมือง ท่ามกลางฝูงชน ทุกต่างออกมาดูใบหน้าของรองแม่ทัพแห่งกองปฏิวัติ ผู้ที่ก่อความวุ่นวายให้กับวาซิลาสมาตลอด 5 ปีนี้และผู้ที่เพิ่งจะสังหารศักดิ์ศรีของเจ้าชายลำดับที่สองไป
คามิวดุส!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??