เรื่อง ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ
ที่่าเรือดำ
กลุ่มเรือโจรสลัดแล่นอยู่น่านน้ำเหนือ่าดำ ตรงเสากระโดงเรือนั้นมีสัญลักษณ์มงกุฏกากบาทเป็นเครื่องหายของกองปฏิวัติ
หลังจากที่ได้ยินข่าวเรื่องการบุกของ 'สเดได' 1 แสนตนที่บุกไปชามิวลอสแล้วพ่ายแพ้กลับา รวมทั้งที่เจ้าชายอาโนอิทอสที่ปฏิบัติกับชาวเมืองและยอมรับกองปฏิวัติส่วนหนึ่งที่สวามิภักดิ์ มันก็ทำให้สาชิกหลายคนในกองปฏิวัติในที่ี้อยากจะย้ายไปอยู่ชามิวลอสด้วย
เหตุผลเดียวที่พวกเาาอยู่ในกองปฏิวัติเพราะถูกพวกชนชั้นสูงทอดทิ้ง หากมีผู้นำสักคนที่ยอมอ้าแขนรับพวกเาและห่วงใยพวกเาพวกเาก็คงไม่าที่นี่ตั้งแต่แรก
ตอนี้ภายในกองปฏิวัติเกิดการทะเลาะกันอย่างหนัก ฝ่ายหนึ่งอยากย้ายไปอยู่กับอาโนอิทอส ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคิด่าอาโนอิทอสหลอกลวง
"ท่านรองหัวหน้าก็อยู่ที่นั่นแล้ว เาและสาชิกที่อยู่ที่นั่นก็ได้รับการปฏิบัติอย่างดี มีเหตุผลอะไรให้เราต้องดื้อดึงอยู่นี่?" หัวหน้าหน่วยที่ 1 แอคเนสพูดออกา
"เจ้าไม่รู้จักอาโนอิทอสดีพอ เจ้าไม่เคยอยู่ที่ชามิวลอสทำให้ไม่รู้่าเจ้านั่นเป็นคนอย่างไร เจ้านั่นชั่วช้าสารเลว ทำได้แม้กระทั้งประหารขอทานที่มองหน้ามัน ข้าเองก็ถูกเจ้านั่นขับไล่เพราะทำให้มันไม่พอใจเล็กน้อยๆ ตอนี้มันอาจจะทำตัวดีแต่ใครจะรู้่านั่นเป็นแค่การแสดงละครหรือไม่ ไม่มีผู้ใดรู้หรอก่าเจ้านั่นมันวางแผนอะไร!" หัวหน้าหน่วยที่ 2 บอก
"นั่นไร้สาระ! ถ้าหาก่าเาวางแผนบางอย่าง ถ้าอย่างงั้นมีเหตุผลอะไรต้องถึงกับเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยท่านรองหัวหน้า! เลยเถิดจนกระทั้งตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับอาณาจักร! ยังไม่นับที่เาเสี่ยงชีวิตไปช่วยชาวเมืองอาฟีโนอีก ข้าไม่รู้่าเมื่อก่อนเาเป็นคนอย่างไรแต่คนที่ทำเพื่อประชาชนขนาดี้ไม่มีทางวางแผนชั่วร้ายอะไรไว้หรอก!" แอคเนสเถียงกลับ
เมื่อแอคเนส่าแบบนั้น หัวหน้าหน่วยที่ 3 ดอกอร์ที่เห็นด้วยกับเาก็มองหัวหน้าหน่วยที่ 2 เาบอก "ข้าเองก็คิดเช่นนั้นหากเจ้าชายวางแผนร้ายไว้ เาคงจะไม่ทำเรื่องทั้งหมดี้ คนที่ชั่วร้ายน่ะเห็นแก่ตัวและให้ความสำคัญกับชีวิตตนเองที่สุด คนพวกนั้นเหมือนกับพวกดยุคเมอร์เซ่ พวกนั้นไม่มีวันเสี่ยงอันตรายเพื่อปกป้องประชาชนตนเองหรอก แต่ในศึกครั้งล่าสุดนั้นนอกจากเจ้าชายจะไม่หนีไปจากชามิวลอสเมื่อ 'สเกได' บุกา แต่เายังหาวิธีสู้พวกมันกลับเพื่อปกป้องประชาชนตนเองอย่างสุดความสาารถ เาอาจจะตายได้ นั่นน่ะไม่ใช่การกระทำของคนที่วางแผนชั่วร้ายในใจเลยแต่เป็นคนที่ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประชาชนากก่า" ดอกอร์บอก
เมื่อดอกอร์พูดช่นี้ หัวหน้าหน่วยที่ 2 และคนอื่นๆที่คัดค้านก็พูดไม่ออก
แอคเนสและดอกอร์หันมองลาดิส หัวหน้ากองปฏิวัติ
"ท่านหัวหน้า ท่านมีความเห็นเช่นไร?"
ชายร่างกำยำที่มีเรือนผมสีดำเบิกตาขึ้นมองชายหนุ่มทั้งสองข้างหน้า หลังครุ่นคิดแล้วเาบอก "ไม่่าใครก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปหาอาโนอิทอสทั้งนั้น พวกเราไม่รู้่ามันวางแผนอะไร พวกเราเชื่อใจพวกชนชั้นสูงไม่ได้"
เมื่อได้ยินคำตอบนั้นแอคเนสก็ตกใจ "แต่่าท่านหัวหน้า--!"
"ถ้าหากเจ้าอยากไปก็เชิญ แต่จงจำไว้่าเมื่อออกจากกองปฏิวัติไปแล้วเจ้าห้ามกลับาอีกเด็ดขาด" ลาดิสกล่าวเย็นชาและด้วยคำตอบนั้นทำให้แอคเนสและดอกอร์รวมทั้งคนอื่นๆที่คิดจะย้ายไปอยู่ฝั่งอาโนอิทอสเงียบไป ไม่มีใครกล้าตัดสินใจเดิมพันเรื่องนั้น
******
ที่ทุ่งซาวาโรส
หลังย้ายฐานขีปนาวุธจากยานเสร็จแล้ว อาโนอิทอสก็เริ่มทำการย้ายอาวุธชิ้นใหม่าที่ ชามิวลอสต่อ
ขีปนาวุธอาจจะมีพลังทำลายล้างสูง แต่นั่นก็ยังไม่ได้เป็นอาวุธที่สุดยอดที่สุดในศตวรรษที่ 20 มันยังมีอีกอย่างหนึ่งที่อยู่เหนือก่านั้น
"ด้วยโครงสร้างและตัวระเบิดที่ซับซ้อนขึ้น อาจจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ก่าพ็อกเก็ตมิติจะย้ายาหมด ระห่างนั้นข้าพเจ้าควรจะไปซ่อมพวกเครื่องบินและพวกรถถังที่ถูกทำลาย" อาโนอิทอส่าแบบนั้นขณะมองฐานเก็บหัวรบนิวเคลียร์ที่สร้างจากระเบิดไฮโดรเจน
"คราวี้เป็นอาวุธที่สุดยอดก่าลูกระเบิดอันก่อนอีกอย่างนั้นหรือ?" คามิวดุสที่เห็นอาโนอิทอสกำลังสร้างของเล่นชิ้นใหม่ที่ดูน่ากลัวก่าขีปนาวุธก็ู้ึสนใจและเดินเข้าาถาม
อาโนอิทอสบอก "นี่เป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในศตวรรษที่ 20 แล้ว ถึงแม้พลังทำลายของมันมีระยะระเบิดที่ครึ่งกิโลและสาารถส่งผลกระทบทำลายสิ่งก่อสร้างแค่ในระยะ 1 กิโล แต่ความน่ากลัวจริงๆของมันจะเป็นก๊าซกับรังสีที่ถูกปล่อยหลังระเบิด ถ้าหากสิ่งี้ตกลงกลางเมืองพวกใต้พิภพก็คงสังหารพวกมันได้ไม่น้อย"
คามิวดุสมองอาโนอิทอสด้วยความสนใจ "แม้แต่บาเรียที่กางโดย 'สเกได' อย่างสมบูรณ์ก็ไม่เว้นหรือ?"
อาโนอิทอสบอก "สิ่งี้มีพลังทำลายากก่าขีปนาวุธ 10 ล้านเท่า ถ้าหากระเบิดี้ตกลงไปโดน ต่อให้ 'สเกได' 1 ล้านคนช่วยกันกาง บาเรียพวกมันก็จะแตกหลังโดนเจ้านี่ไปแค่ลูกเดียว ก๊าซหลังระเบิดจะกระจายออกไปเป็น 100 กิโลในเวลาไม่กี่นาทีและนั่นจะทำให้พวกมันตาย"
คามิวดุสู้ึชื่นชมในสติปัญญาและความรู้ของสหาย เามองอีกฝ่ายอย่างนับถือ
คามิวดุสมองอาโนอิทอสแบบนั้น ดวงตาของเาลึกล้ำ สักพักเาบอกอาโนอิทอส "หลายต่อหลายครั้งที่เจ้าพูดถึงศัพยภาพและวิวัฒนาการสติปัญญาของมนุษย์ ข้าอยากถามเจ้าหน่อย อาวุธหลายอย่างที่เจ้าเรียกออกา เจ้าบอก่าพวกนั้นเป็นอาวุธที่าจากศตวรรษ 20 ทั้งเครื่องบินรบ ทั้งรถถัง หรือแม้แต่ระเบิดนี่ ทำไมเจ้าถึงได้รู้วิธีสร้างของพวกี้ในเมื่อมันเป็นของที่าจากอนาคต? อาโนอิทอสเจ้าเป็นใครกันแน่?"
"ข้าพเจ้าไม่ได้ถูกห้ามให้บอกความลับนั้น แต่ตอนี้ข้าพเจ้ายังไม่อยากตอบคำถามนั้น" อาโนอิทอสตอบ
คามิวดุสมองอาโนอิทอสอย่างจริงจัง แต่อาโนอิทอสแสดงสีหน้าที่มั่นคง่าไม่บอกแน่คามิวดุสจึงได้แต่ยอมแพ้แล้วยิ้ม"เอาเถอะ ไม่่าเจ้าจะเป็นใคร จะเป็นอาโนอิทอสหรือไม่ ข้าก็ไม่สนใจหรอก"
อาโนอิทอสพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "เช่นนั้นก็ดีแล้ว"
คามิวดุสยิ้ม เมื่อได้ผลลัพธ์ของคำถามที่ค้างคาานานแล้ว คามิวดุสก็เปลี่ยนหัวข้อคุย "จะ่าไป ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องพอดี เจ้าบอก่าอยากได้คนเยอะๆจะได้าสร้างกองทัพเรืออะไรนั่นของเจ้า เมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกน้องของข้าส่งจดหายาบอก่าอยากาสวามิภักดิ์อยู่กับเจ้า เจ้าไม่่าอะไรใช่ไหม?"
เมื่อได้ยิน่ามีคนาสมัครทหารเพิ่มอาโนอิทอสก็พยักหน้าอย่างมีความสุข "แน่นอน ข้าพเจ้ากำลังขาดคนพอดี หากไม่ติดใจ่าบ้านจะไปตั้งอยู่นอกกำแพงข้าพเจ้าก็ยินดีรับสหายของท่านที่จะามีกี่คน? ข้าจะไปสร้างบ้านข้างๆชาวเมืองอาฟีโนไว้ให้"
คามิวดุสบอก "ไม่เยอะหรอก ประาณครึ่งแสนเท่านั้น"
******
ที่เอมโพรซ
หลังสงครามจบลง พวกอาฟีโนก็กลับาที่นี่ กลับเข้าบ้านของตนเองและไว้อาลัยให้กับญาติพี่น้องที่ตายอย่างโศกเศร้า
บางคนมีภรรยาก็เีภรรยา
บางคนมีสามีก็เีสามี
บางคนเป็นเด็กตัวเล็กๆที่มีพ่อและแม่ก็เีทั้งพ่อและแม่
ภายในบ้านปูนสองชั้นที่มีเฟอร์นิเจอร์และอาหารครบวงจร เป็นบ้านที่อบอุ่น แต่เด็กน้อยคนี้กลับมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าเีใจ นั่งร้องไห้ตรงหน้าเถ้ากระดูกของพ่อและแม่
พ่อแม่ของเด็กน้อยาจากอาฟีโน พวกเาใช้ชีวิตอย่างยากลำบากภายใต้การปกครองของอามอโฟส หาเช้ากินค่ำบางวันหาอะไรไม่ได้ก็อดทั้งวัน ยามที่เดือนปิศาจาเยือนอามอโฟสก็ทอดทิ้งพวกเาให้หาทางเอาตัวรอดเอง ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่วันหนึ่งพอได้ยิน่าที่ชามิวลอส ผู้ปกครองที่นี่จิตใจดีและห่วงประชาชน พวกเาสามคนก็รีบย้ายาที่นี่ ไม่สน่าตัวเองจะมีบ้านอยู่หรือไม่ขอแค่รู้่าผู้นำจะไม่ทิ้งให้เาเผชิญหน้ากับเดือนปิศาจเองเหมือนอามอโฟส
อาโนอิทอสนอกจากจะปกป้องพวกเาอย่างดี แต่ยังสร้างบ้านให้พวกเาและให้อาหารด้วย การาที่เมืองี้เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตพวกเา พวกเาคิด่ากำลังจะได้มีชีวิตที่มีความสุข แต่แล้ววันหนึ่งพวก 'สเกได' ก็แฝงตัวเป็นมนุษย์บุกเข้าา ฆ่าพ่อกับแม่และคนอื่นๆตอนที่เาไปตักน้ำในเมือง เด็กน้อยเคยคิด่าการมีบ้านและอาหารนั้นคือสิ่งที่ตัวเองปรารถนาที่สุด แต่ตอนี้หลังจากสูญเีพ่อแม่ ถึงแม้เาจะมีบ้านที่อบอุ่นและมีอาหารดีๆจากเจ้าชายแต่เากลับไม่ไดู้้ึมีความสุขเลย เด็กน้อยร้องไห้ออกา เหมือนกับครอบครัวอื่นๆ
"ในตอนที่หัวใจอ่อนล้า นั่นเป็นตอนที่มนุษย์ต้องเข้มแข็งที่สุด ความเจ็บปวดนั้นจะหายไปในสักวันหากเจ้ายอมรับมันได้" ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเอาอาหารจากอาโนอิทอสาแจกจ่ายให้ชาวเมืองอาฟีโนี้ เามอบมันให้เด็กน้อยแล้วพูดคำพูดพวกนั้นที่เคยพูดกับตัวเองในตอนเด็กไป "สักวันหนึ่งเจ้าจะผ่านมันไปได้"
เกลนมอบไก่งวงและข้าวให้ จากนั้นก็แตะบ่าของเด็กน้อยเบาๆ
ในใจเาเองก็เจ็บปวดเช่นกันที่เห็นสีหน้าแบบี้หลังจากไม่ได้เห็นา 30 ก่าปี เาเกือบลืมไปแล้ว่าตัวเองู้ึเจ็บปวดแ่ไตอนเีพ่อไป ภาพี้ได้ะ้ความจำเาขึ้นาอีกครั้ง
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??