เรื่อง ระบบตัวร้ายพันธุกรรมป่วนฟ้า (จบ)
ไครเซอร์เมื่อได้ยินเช่นนั่นก็เพ่งมองอย่างสนใจ บุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในดาวเคราะห์สีฟ้าแห่งนี้ ผู้บัญชาการสูงสุดของสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลก ตัวของชายหนุ่มเองก็เคยได้ยินมาอยู่บ้าง ว่ากันว่าเขาเป็นริปเปอร์ที่มีพลังในการแปรเปลี่ยนร่างกายของตนเองเป็นสัตว์ป่าสิงโต การลงมือที่รุนแรงและเด็ดขาดของเขานั่นถึงกับถูกเรียกขานกันว่าเป็นราชสีห์คลั่งเลยก็ว่าได้ ในสมาพันธ์แห่งดวงดาวเอง ถึงขั้นพลังของเขาจะมีเพียงแค่ดาวฤกษ์ ไม่สามารถเอาอะไรไปทัดเทียมกับขั้นคอสมิกที่แท้จริงได้ แต่ทว่าตัวของชายวัยกลางคนก็ได้ผู้สนับสนุนที่เป็นถึงระดับสูงอยู่ภายในองค์กรอยู่ไม่น้อย จึงทำให้อิทธิพลของเขานั่นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
ที่เศษซากอาคารของสมาพันธ์การ์เดี้ยน คิงคองยักษ์ที่กำลังเข้าทุบทำลายทุกสิ่งอยู่ก็ถึงกับหยุดชะงักลง กำปั้นของมันที่กำลังกระแทกเข้าใส่ในตอนนี้ได้ถูกหยุดไว้โดยร่างเงาของบุคคลผู้นึง เขาเพียงแค่ยกแขนขึ้นก็สามารถหยุดฝ่ามือนั่นไว้ได้อย่างสบายๆ แต่ถ้ามองให้ดีจะเห็นว่าแขนของเขานั่นไม่ใช่ผิวหนังของมนุษย์เลยซักนิด ตลอดทั้งแขนถูกปกคลุมไปด้วยเส้นขนทีน้ำตาลอ่อนพร้อมกับมัดกล้ามที่เต็มไปด้วยพลังอันมหาศาล
"ไอ้เจ้ามนุษย์ กล้าเข้ามาหยุดข้าที่เป็นถึงจ้าวแห่งผืนป่า!!"
คิงคองยักษ์เมื่อเห็นว่ามีใครเข้ามาหยุดยั้งมันก็ส่งเสียงขึ้น แขนอันใหญ่โตสั่นไหวและพยายามจะบดขยี้มันผู้นั่นออกเป็นชิ้นๆ แต่ทว่ากำปั้นของมันที่ถูกจับเอาไว้ก็แทบจะไม่สะเทือนไปถึงบุคคลด้านล่างเลยซักนิด มันแสดงให้เห็นถึงความต่างของร่างกายและพละกำลังอย่างใหญ่หลวง
"คิงคองยักษ์? แกสร้างปัญหามามากพอแล้ว!!!"
ชายวัยกลางคนพูดจบก็จ้องมองไปร่างยักษ์ด้วยความโกรธ วินาทีต่อมาร่างกายของเขาก็เริ่มสูงขึ้นกว่าสองเมตร ชุดคลุมเริ่มขยายใหญ่ขึ้นตามลักษณะ มัดกล้ามได้ถูกแทรกโดยเส้นขนสีน้ำตาลเข้ม ฝ่ามือรวมถึงบริเวณขาเต็มไปด้วยกรงเล็บที่แหลมคม ทั้งใบหน้ารวมถึงทุกสิ่งได้เปลี่ยนแปลงไป มันคือพลังริปเปอร์แห่งการเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ป่า รูปลักษณ์สิงโต สัตว์ร้ายที่น่าเกรงขามและเป็นสัญลักษณ์ของจ้าวแห่งสัตว์ร้ายทั้งปวง
โฮกกกกกกกกก!
จากนั่นเขาก็คำรามออกมาเสียงดังจนทุกสิ่งรอบด้านเริ่มสั่นสะเทือน พลังงานอันมหาศาลของนักสู้แห่งดาวฤกษ์ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เสียงคำรามของราชันย์แห่งสัตว์ป่าได้ดังลั่นไปทั่วทั้งเมือง ทำให้ทุกสิ่งต้องสั่นไหวกับเสียงที่ได้ยิน การคำรามนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคิงคองยักษ์ไปหลายสิบเท่า
"พลังนี่มัน?!!"
คิงคองยักษ์สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่อยู่เบื้องล่าง มันรีบใช้การแปรเปลี่ยนธาตุของตนเองอย่างฉับพลัน เส้นขนสีดำได้กลายเป็นสีทองอร่ามที่เจิดจรัส มันคือการเปลี่ยนแปลงธาตุทองที่เพิ่มทั้งพละกำลังและการป้องกันให้กับร่างกาย
"ตาย!"
โทมัสตะโกนขึ้นเสียงดังพร้อมกับซัดหมัดอีกข้างขึ้นสู่ด้านบน ประกายแสงสีแดงเพลิงลุกโชนขึ้นที่หมัดและระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง
ปัง!
หมัดราชสีห์เพลิงกระแทกเข้าใส่กำปั้นของคิงคองยักษ์จนเป็นแตกกระจาย พร้อมกับร่างของมันที่ปลิวกระเด็นไปไกลหลายร้อยเมตร ความร้อนของมันเผาไหม้ทุกสิ่งที่อยู่รอบบริเวณจนสิ้น เกิดเป็นพายุเพลิงที่น่าสะพรึงกลัว มันคือพลังพิเศษที่นักสู้แห่งดาวฤกษ์สามารถใช้งานมันได้ ตัวของชายวัยกลางคนได้รับการเปลี่ยนแปลงธาตุไฟ ว่ากันว่าในบรรดาธาตุทั้งห้าที่ปรากฏขึ้น มันคือพลังพิเศษที่ทรงพลังในด้านการทำลายล้างอย่างถึงที่สุด
โฮกกกกกกกกก!
คิงคองยักษ์ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด บริเวณกำปั้นแตกสลายจนกลายเป็นชิ้นๆพร้อมกับถูกความร้อนของเปลวไฟเผาไหม้ ละอองแสงสีทองที่ปกคลุมทั่วทั้งร่างแทบจะจางหายไปทั้งหมด เพียงแค่หมัดเดียวของชายวัยกลางคนก็ทำให้แขนของมันต้องหมดสภาพ กล้ามเนื้อของสัตว์ร้ายที่มันภาคภูมิใจอย่างถึงที่สุดถูกสะกดข่มในด้านพละกำลังและการป้องกัน
"มันยังไม่จบว้อยยยยยย!!"
โทมัสแสดงดวงตาของสัตว์ร้ายที่แดงกล่ำ เขาพุ่งเข้าใส่ร่างที่ปลิวกระเด็นนั่นพร้อมกับซัดหมัดออกไปอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงลุกโชนราวกับเป็น-่าฝนสังหาร หมัดราชสีห์เพลิงระเบิดเข้าใส่ร่างกายที่สูงกว่า70เมตรนั่นอย่างรุนแรง ต้องบอกก่อนว่าความแตกต่างของทั้งสองมีช่องว่างอย่างใหญ่หลวง นักสู้แห่งดาวฤกษ์ระดับที่4อย่างชายวัยกลางคนย่อมสามารถที่จะสร้างความเสียหายอันร้ายแรงให้กับคิงคองยักษ์ตนนี้
ปัง! ปัง! ปัง! ............
เสียงหมัดที่ดังก้องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกสารทิศ
เหตุการณ์ในเวลานี้ได้แปรเปลี่ยนไป มีเพียงแค่เสียงการระเบิดของเปลวเพลิงอันบ้าคลั่งที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ออกัสกับคนอื่นๆยังต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ พวกเขารู้ดีว่าท่านโทมัสนั่นเป็นยังไง เขานั่นบ้าคลั่งยิ่งกว่าคิงคองยักษ์ตนนั่นซะอีก เมื่อเขาโกรธขึ้นมาอย่าหวังเลยว่าอาชญากรจะรอดชีวิต เขาจะไม่ปล่อยให้เหยื่อของตนเองได้ตั้งหลัก ไม่ปล่อยโอกาสให้กับศัตรูของตนเอง มันคือวิธีการต่อสู้ที่เด็ดขาดของเขา ถ้ามีจังหวะในการฆ่าสังหาร ตัวของชายวัยกลางคนจะลงมือจัดการในทันที เพราะเหตุนี้เองเขาถึงถูกเรียกว่าเป็นราชสีห์คลั่งแห่งสมาพันธ์
"อะไรเนี่ย..?!! เขาเป็นมนุษย์จริงดิ เรียกว่าเป็นสัตว์ป่าที่โหดเหี้ยมดีกว่ามั้ง?"
อีกด้านไครเซอร์เมื่อเห็นถึงการลงมือก็อุทานขึ้นอย่างตกใจ กลิ่นอายของราชสีห์ที่บ้าคลั่งนั่นแตกต่างไปจากมนุษย์ยิ่งนัก เขาเหมาะสมที่จะเป็นอาชญากรมากยิ่งกว่าการเป็นผู้บัญชาการของสมาพันธ์แห่งดวงดาวซะอีก การที่เขาได้รับพลังริปเปอร์ของสัตว์ร้ายมา ย่อมทำให้ชายวัยกลางคนผู้นั่นได้รับสัญชาตญาณของสัตว์ร้ายมาด้วย การลงมือของเขาก็ดุดันจนแทบจะไม่เปิดช่องว่างให้กับศัตรูของตนลงมือต่อ
"เหอะๆ เด็กน้อยคนนี้ยังอ่อนหัด!!"
แต่ทว่าแอตลาสกับส่งเสียงหึออกมาอย่างเฉย นัยน์ตาแสดงความเบื่อหน่ายเมื่อเห็นถึงพลังของชายวัยกลางคน พลังระดับนี้มีถาโถมไปในจักรวาลที่กว้างใหญ่ พลังริปเปอร์ของชายวัยกลางคนก็อ่อนแอจนน่าสมเพช การแปรเปลี่ยนร่างกายเป็นสัตว์ร้ายเพียงแค่เพิ่มพละกำลังรวมถึงความเร็วขึ้นนิดหน่อย มันเป็นพลังที่เรียกได้ว่าธรรมดาเป็นอย่างมาก
เพียงไม่นานเหตุการณ์ทั้งหมดก็ได้จบสิ้นลง ชายวัยกลางคนยืนอยู่บนซากศพของคิงคองยักษ์อย่างสงบนิ่ง ส่วนสภาพของมันไม่ต้องไปพูดถึง เพราะร่างกายของมันถูกกระแทกจนกลายเป็นหลุมลึก ตามลำตัวไหม้เกรียมไปด้วยการถูกเผาไหม้ โลหิตไหลรินทะลักไปทั่วจนกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดย่อม ต่อให้จะมีกล้ามเนื้อที่แปรเปลี่ยนเป็นธาตุทอง แต่พลังการโจมตีของชายวัยกลางคนนั่นรุนแรงยิ่งกว่าที่คิงคองยักษ์จะสามารถต้านทานได้
"จะโทษก็โทษตัวแกเองเถอะคิงคองยักษ์ แกออกมาอาละวาดทำร้ายผู้คนจนฉันต้องลงมือในที่สุด"
ชายวัยกลางคนพูดจบก็เริ่มกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม ลักษณะของเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างใจนึก
"หือ!! กลิ่นอายที่น่าสยดสยองนี่มันอะไรกัน..?!!"
ระหว่างนั่นเขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่ผันผวนออกมาจากยอดตึกแห่งนึง ใบหน้าเริ่มหันมองไปยังทิศทางแห่งนั่นพร้อมกับนัยน์ตาที่เบิกกว้าง สีหน้าของโทมัสแปรเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อเห็นถึงชายวัยกลางที่มีรอยแผลเป็นนั่น
"โอ้ สัมผัสได้ถึงพลังของฉันงั้นหรอ"
แอตลาสพูดจบก็แสยะยิ้มออกมา เขาไม่ได้ขยับไปไหนพร้อมกับกระดกเหล้าที่อยู่ในมือของตน สำหรับเขาแล้วบุคคลตัวเล็กจ้อยแค่นนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องหวาดกลัวเลยซักนิด ถ้าอยากจะจับเขาละก็ต้องไปเรียกผู้บัญชาการสูงสุดแห่งสมาพันธ์ดวงดาวสาขาหลักมาโน่น
"แอตลาสสสสสสสส!! หรือว่านี่เป็นฝีมือของแก!!"
ทันใดนั่นโทมัสก็ตะโกนลากเสียงยาว เขาบินเข้ามาด้วยสีหน้าอันเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด
พรึ่บ!
เพียงพริบตาเดียวระยะห่างของพวกเขาก็ห่างกันไม่ถึง10เมตร ชายวัยกลางคนอย่างโทมัสกำลังบินอยู่ด้วยท่าทีอันเคร่งเครียด ความโกรธที่กำลังลุกไหม้ของเขานั่นทำให้ไม่ได้สังเกตเห็นถึงบุคคลที่นั่งอยู่ด้านข้าง ภายในใจมีเพียงแค่ความคิดเดียว ไม่ผิดอย่างแน่นอน เจ้านี่คืออาชญากรระดับSSS ผู้มีพลังระดับคอสมิกที่แท้จริง ไม่คิดเลยว่าเขาจะยังอยู่ที่อาณาเขตในเมืองแห่งนี้ สถานการณ์ชั่งเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก
"ฮ่าฮ่าฮ่า!!"
แอตลาสหัวเราะขึ้นจากนั่นก็ตอบกลับออกไป
"เสียใจด้วยนะ ไม่ใช่ฝีมือฉันหรอกแต่เป็นเด็กน้อยเพื่อนใหม่ของฉันตังหากเล่า"
พูดจบเขาก็ได้ชี้ไปยังบุคคลที่กำลังนั่งอยู่ด้านข้าง
"หือ ไม่ใช่ฝีมือของแกแล้วจะเป็นฝีมือของใคร..?!"
โทมัสก็หันหน้ามองไปยังเป้าหมายที่แอตลาสกำลังบอกกล่าว วินาทีนั่นนัยน์ตาของก็สั่นไหว ใบหน้าที่คุ้นเคย เส้นผมสีเทาที่มาพร้อมกับดวงตาสีแดงอัญมณี คิดจบเขาก็ได้อุทานขึ้นเสียงดัง
"ไครเซอร์ นี่เป็นฝีมือของแก!!"
เขาพูดขึ้นเสียงสั่นพร้อมกับเอ่ยถามมันออกมา ภายในใจตอนนี้ลุกโชนไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด จะบอกว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของอาชญากรมือใหม่คนนึงเนี่ยนะ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรแถมเขายังพยักหน้ายอมรับมันอีกตังหาก
"ใช่แล้ว ฝีมือผมเองแหละไม่เกี่ยวกับท่านแอตลาสเลยซักนิด"
"ว่าแต่ยินดีที่ได้รู้จักนะครับท่านโทมัส ได้ข่าวว่าพวกท่านอยากจะจับตัวผมไม่ใช่หรอ?"
ไครเซอร์ที่กำลังนั่งอยู่ด้านข้างก็ไม่ได้เกรงกลัวเลยซักนิด ในทางกลับกันเขายกมือขึ้นทักทายผู้บัญชาการสูงสุดเป็นครั้งแรก จากนั่นมุมปากของเขาก็เริ่มแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้น
"มาสิ ผมอยู่เบื้องหน้าท่านตอนนี้แล้วเนี่ย เชิญมาจับได้เลยครับ!!"
..
แหม ไอ้เด็กนี่มันกวนตีน 55+
พรุ่งนี้งด1วันนะครับ อาจจะมีชดเชยให้ภายหลัง พอดีผมไปหาหมอ ^^
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??