เรื่อง ตำนานผู้วิเศษ
"นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ข้าได้บอกทุกอย่างกับท่านไปแล้ว และเมื่อครู่ท่านก็สัญญากับข้าว่าท่านจะปล่อยข้าไป ตอนนี้สมบัติทุกอย่างของข้าก็อยู่ในมือท่านแล้ว ท่านไม่ควรที่จะมีเหตุผลที่จับข้าไว้อีก ได้โปรดสงสารชายแก่ที่อ่อนแอที่เป็นแค่ดวงวิญญาณด้วยเถอะ"
เซี่ยซีหานตอนนี้อยากหัวเราะฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา เอ็งเป็นแค่ชายแก่คนหนึ่งจริงๆ เห ตอนเอ็งเล่นบทร้ายเอ็งไม่ใช่แบบนี้นี่หว่า
นอกจากนั้น กว่าเอ็งจะพูดแต่ละอย่างออกมาได้ ก็จำต้องโดนเฆี่ยนด้วยแส้อาบพลังแห่งรุ่งอรุณจนตัวลาย ไม่ใช่ว่ายอมสยบง่ายๆ
ตอนนี้เซี่ยซีหานมอง 'จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' และหนังสือมิติเก็บของอีกสองเล่มที่กองอยู่ที่พื้น นี่คือสมบัติทั้งหมดที่ปล้นมาจากฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาได้
ต้องให้พูดตรงๆ เซี่ยซีหานไม่รู้สึกว่าเขามาต่างโลกแบบในจินตนาการสักนิด แม้เขาจะได้ปล้นฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาสำเร็จ
แต่ทรัพย์สมบัติที่ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาพกติดตัว มันกลับช่าง... น้อยนิดจนน่าใจหาย ในอดีตเซี่ยซีหานเคยอ่านนิยาย เขาพบว่าเวลาพระเอกฆ่าตัวละครสำคัญสำคัญ แล้วได้แหวนมิติหรือถุงเก็บของ-่าเหวอะไรมา มันจะคล้ายกับว่า ไอ้แหวนมิติหรือถุงเก็บของเหล่านั้น ใส่สมบัติทั้งโคตรเหง้าของตระกูลเอาไว้ทั้งหมดในวงเดียว
แต่พอเซี่ยซีหานได้สังหารเหล่าบอสใหญ่บ้าง สิ่งที่ได้มากลับน้อยนิด ในหนังสือมิติเก็บของ เซี่ยซีหานแทบไม่เห็นของมีค่าเลย แน่นอนว่ามันมีสิ่งจำเป็นสำหรับการต่อสู้บางอย่างอยู่ไม่น้อย ที่ดีที่สุดคือเงินติดหนังสือที่มีอยู่ราวๆ 500 บูลนี่ สำหรับเซี่ยซีหาน 500 บูลนี่ คือสิ่งมีค่าที่สุดของหนังสือมิติเก็บของของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา
หากไม่นับตอนบุกไปที่รังของพวกมัน อย่างคฤหาสน์ของอมนุษย์กุ่ยหราน หรือ ถิ่นของกองกำลังหมาล่าเนื้อของติงฉี ที่ฆ่าเสร็จแล้วได้ปล้นบ้านพวกมันต่อ ตอนนี้เซี่ยซีหานคาดการณ์ว่า ต่อจากนี้หากต้องฆ่าเหล่าผู้วิเศษ สิ่งที่ได้ติดมือกลับมาคงไม่มีของมีค่าอะไรมากนัก ดังเช่นฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา
จริงอย่างที่เคอซวนผู้วิเศษหน้าแก่เคยพูดไว้ ในเวลาที่เจ้าจะออกไปสู้ เจ้าจะพกสมบัติติดตัวมากมายไปทำไม เจ้าควรพกแต่สิ่งจำเป็นไป
เซี่ยซีหานคิดว่าผู้วิเศษคนอื่นๆ ของโลกใบนี้ คงมีทัศนคติเช่นเดียวกับเคอซวนแบบนี้แน่ๆ
แต่ก็ช่วยไม่ได้ หนังสือมิติเก็บของของโลกใบนี้ ถูกทำลายง่ายเกินไป ไม่แปลกที่ทุกคนจะไม่พยายามพกสิ่งที่ไม่จำเป็นในนี้เยอะ
"เจ้าไปได้แล้ว..."
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาซึ่งเป็นดวงวิญญาณงงงัน เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เตรียมใจในเรื่องนี้เช่นกัน "เจ้าจะปล่อยข้าไปจริงๆ เห"
"เอ่อ ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการแบบนี้เห" เซี่ยซีหานยิ้มก่อนจะพูดต่ออีกประโยคหนึ่ง "ข้าเป็นคนรักษาสัญญา"
อยู่ๆ ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาก็รู้สึกแปลกๆ เซี่ยซีหานทำมือไล่เขาไป ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาลอยตัวห่างจากเซี่ยซีหานอย่างช้าๆ เขาไม่คิดว่าเซี่ยซีหานจะปล่อยเขาไป ฮุ่ยเฟินกลัวว่าเซี่ยซีหานจะโจมตีเขาลับหลัง ดังนั้น สายตาของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา จึงไม่กล้าคลาดจากเซี่ยซีหานแม้แต่วินาทีเดียว
จนกระทั่งเขาลอยตัวไปได้ระยะหนึ่งที่ไกลพอสมควร
ในใจของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาก็กรีดร้องอย่างร่าเริง 'ไอ้เจ้านี่มันช่างโง่จริงๆ มันปล่อยข้าตามที่มันพูด ดี ดีมากๆ วันหน้าข้าจะตอบแทนเจ้า ตอบแทนเจ้าด้วยการฆ่าเจ้าอย่างทรมานถึงที่สุด ฮะฮาฮ่า' โดยที่เซี่ยซีหานไม่รู้ตัว ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา เขาได้ลงคำสาปสัญลักษณ์เขาไว้ที่ผ้าคลุมของเซี่ยซีหาน
มันไม่ใช่การประทับคำสาปใส่ตัว ดังนั้น เซี่ยซีหานจึงไม่รู้ตัวและสัญชาตญาณแห่งจิตนักรบก็ไม่ทำงานด้วย
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาเขาคาดคิดในใจว่า เซี่ยซีหานนั้นมีจิตนักรบ เพราะทักษะการต่อสู้อันบ้าคลั่ง นอกจากนั้นยังหลบการโจมตีของเขาและคนอื่นๆ ได้ทั้งหมด
ในฐานะผู้วิเศษมากประสบการณ์ ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผามีจิตใจคิดแก้แค้น และเขาก็พอรู้วิธีรับมือกับผู้มีจิตนักรบอยู่บ้าง
นั้นก็คือการสังหารนักรบผู้นั้นโดยไม่เพ่งเล็งไปที่ตัว แต่งมุ่งหมายที่สิ่งของแทนหรือพื้นที่แทน เพื่อป้องกันจิตนักรบทำงาน นี่คือจุดอ่อนที่เซี่ยซีหานยังไม่ตระหนักถึงของจิตนักรบของตัวเขา
เสื้อคลุกของเซี่ยซีหานมีตราประทับวิญญาณที่ยากจะมองเห็นอยู่ หากไม่สังเกตดีๆ
ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาหันหลัง ก่อนหัวเราะแผดเสียงอย่างมีความสุข เขาพุ่งตัวเร็วอย่างถึงที่สุด ดีใจที่ดชีวิต เพียงแต่ว่า
ครือออออออออออออออ ครือ ครือ ตึง โซ่เพลิงสีเขียวพุ่งึ้จากใต้พื้นดิน มันร้อยรัดดวงวิญญาณของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผา ก่อนจะคล้ายมีเสาแหลมที่ใหญ่โตที่เกิดจากไฟสีเขียว พุ่งปักดวงวิญญาณของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผากลางกาย
ดวงวิญญาณของฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาสั่นระริก เขาไม่เข้าใจว่าใครเป็นผู้ลงมือ ระยะของเขากับไอ้คนสวมหน้ากากไม้ลึกลับห่างกันมากเกินไป นี่ไม่ใช่ขอบเขตที่ใช้พลังวิเศษของมันมาถึงแน่ๆ
แต่ในความแปลกใจ ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาก็ได้ยินเสียงที่คล้ายจะคุ้นเคย
"นี่คือโทษของเจ้าที่หลอกลวงข้า"
"ฉีเยี่ยนผู้วิเศษเจ้ายมโลก เป็นเจ้างั้นรึ" จากนั้นฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาก็มองเพลิงสีเขียวอย่างเข้าใจ ใช่แล้วใช่แล้วเปลวไฟแห่งนรกสีเขียวนี้มีแต่ผู้ใช้พลังวิเศษแห่งความตายเท่านั้นที่จะใช้มันได้
ในมุมไกลๆ มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมา พร้อมด้านหลังมีนักรบหกดาบเดินตามหลัง นอกจากนั้นยังมีหุ่นกระบอกเงอะงะ เดินไปสะดุดล้มไปตามมาอีกด้วย
"ใช่แล้ว แต่ตอนนี้ข้าไม่มีอะไรต้องพูดกับเจ้าอีกแล้ว" พูดจบด้านหน้าของฉีเยี่ยนวงเวทย์สีเขียวปรากฏ ดาบที่ลวดลายสวยงามแต่ทำให้เขารู้สึกถึงอำนาจแห่งวิถีความตายและนรก พุ่งออกจากวงเวทย์นั้นไม่หยุด ฮุ่ยเฟินราชาหมื่นบุปผาซึ่งเป็นดวงวิญญาณ ร่างสั่นระริกต่อเนื่องเมื่อดาบเหล่านั้นพุ่งผ่าน ดวงวิญญาณของเขาแตกร้าวและสลายเป็นอณูวิญญาณในที่สุด
...
"ในที่สุดท่านก็เผยตัว ท่านต้องการ 'จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' จากข้าใช่หรือไม่" เซี่ยซีหานเดินลากดาบไม้ของตัวเองมา เขาดูห้าวหาญ
ฉีเยี่ยนส่ายหน้า
"ไม่... ข้าแค่อยากเป็นเพื่อนกับเจ้า"
'หึ' เซี่ยซีหานหัวเราะเย้ยหยันในใจ 'พอเจ้าอ่อนแอกว่าข้าก็คิดอยากได้ข้าเป็นเพื่อน ในโลกใบนี้มีอะไรง่ายๆ แบบนี้ด้วยเห เอ็งคงคิดหาผลประโยชน์จากข้าและสุดท้ายก็หลอกใช้ข้า คิดว่าข้าจะอ่านไม่ออกงั้นเห ไหนๆ ก็ฆ่ามาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่สู้ปิดปากให้หมดจะได้ปลอดภัยไม่ดีกว่าเห'
อาจจะเพราะเซี่ยซีหานสู้ชนะติดต่อกันมาหลายครั้งและเขาก็เริ่มรู้สึกย่ามใจ
เขาจึงพูดอย่างมั่นหน้ามั่นโหนก "ข้าไม่คิดจะเป็นเพื่อนกับคนอ่อนแอ"
ฉีเยี่ยนเขาได้ยินคำตอบของเซี่ยซีหานแบบนี้ เขายิ้ม ใบหน้าไม่ได้แฝงความโกรธแม้แต่น้อย เขาแค่หันมองนักรบหกดาบของเขา
กัวเฉินหน้าย่นขมวดคิ้วข้างหนึ่ง "คุณชายไอ้เด็กนี่มันปากดี มันไม่คิดเป็นเพื่อนกับคุณชาย ข้าคิดว่าคุณชายควรจะสั่งสอนเจ้าเด็กนี่สักหน่อย และการคบกันเป็นสหายนั้นดูจะไม่เหมาะสม ข้าคิดว่าสอนมันและจับมันเป็นสัตว์เลี้ยงจะดีกว่า"
"นายท่านจัดการมันเลย จัดการไอ้เจ้านี่ที่ทำร้ายเสี่ยวจู"
ฉีเยี่ยนยิ้มและส่ายหน้า ก่อนจะพูดว่า "ไม่ไม่ไม่ ข้าไม่ชอบทำอะไรโหดร้ายแบบนั้น ข้าอยากเป็นเพื่อนกับเขาจริงๆ"
"แต่ข้าไม่อยากเรียกไอ้เด็กนี่ ด้วยคำพูดให้เกียรติ" กัวเฉินพูดึ้
"กัวเฉินข้าเคยบังคับอะไรเจ้างั้นเห สิ่งต่างๆ มันึ้อยู่กับเจ้า แต่เจ้าต้องรู้ ข้าแค่อยากเป็นเพื่อนกับสหายน้อยคนนี้เท่านั้น เจ้าช่วยทำให้ข้าเป็นเพื่อนกับเขาหน่อยสิ"
เซี่ยซีหานตอนนี้อยากจะแผดเสียงต่อหน้าชายทั้งสองคนและหนึ่งหุ่นกระบอกว่า ปากดี แต่เขาไม่ทำ ในฐานะตัวเอกของโลกใบนี้ เขาต้องรักษาภาพลักษณ์ของพระเอก เซี่ยซีหานพูดเสียงแผ่วเบาอย่างเย่อหยิ่งว่า "พวกเจ้าเข้ามาเถอะ ข้าจะทำให้พวกเจ้ารู้ว่า การจะเป็นเพื่อนกับข้ามันยากลำบากขนาดไหน"
ด้านหลังเซี่ยซีหาน แผ่นดินสั่นไหว ก่อนแผ่นดินจะก่อรูปเป็นเทพอสูรร่างยักษ์สามตน ที่ใบหน้าแยกเขี้ยว มือไม้ตั้งท่าสังหาร ในมือของเทพอสูรร่างยักษ์ทั้งสามต่างถือศาตราวุธที่อาบไปด้วยเปลวเพลิง ดวงตาที่มีเปลวไฟลุกท่วมทำให้เทพอสูรร่างยักษ์ดูน่ากลัวึ้ไปอีก
หากคนธรรมดา นักรบหรือผู้วิเศษระดับต่ำอยู่ที่นี่ พวกเขาคงต้องหวาดกลัวภาพลักษณ์อันยิ่งใหญ่ของเทพอสูรทั้งสามที่เซี่ยซีหานสร้างึ้ เพราะมันดูแข็งแกร่งมากๆ
แต่... ปัญหาของการก่อรูปเทพอสูรของเซี่ยซีหานที่ใหญ่โตนับร้อยเมตรนี่ก็คือ มันเน้นโชว์ไม่เน้นใช้งาน ร่างเทพอสูรที่ใหญ่ยักษ์แท้จริงกลวงโบ๋ มันไม่มีพลังทำลายอย่างแท้จริงซ่อนอยู่
ฉีเยี่ยนเห็นเช่นนั้น เขาขบขัน ดวงตาแห่งวิหครุ่งอรุณของเขามองสิ่งนี้ออกในทันที
กัวเฉินร่างกะพริบและหายตัวไปในพริบตา
อยู่ๆ เส้นขนทั่วร่างของเซี่ยซีหานก็ลุกตั้งชัน ปากเขาพึมพำได้เพียงแค่ว่า "!เร็ว"
---
เล่ม 8 ตอน 211-240 วางขายแล้วนะั , pintobook.com , mebmarket.com วางขายแล้ว Dek-d.com ึ้ว่าแปลงไฟ์อยู่ั
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??