เรื่อง เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต
บรรยากาศโแปรเปลี่ยนเป็หนักอึ้ง ปะุนิกายั้ำทั้ง 4 หยัดยืนดูเชิงกันและกัน ไ่มีใครกล้าลงมือบุ่มบ่ามเลยัิ เพราะถ้าหากลงมือผิดพลาด อาจจะนำมาสู่ความพ่ายแพ้ในเสี้ยวพริบตา ซึ่งไ่น่ามีใครอยากให้มันเกิดขึ้นกับตนเองมากนัก
โดยเฉพาะฝั่งของนิกายพยัคฆ์หมอกที่ถือเป็ขุมกำลังาต่างแดนเพียงหนึ่งเดียวในบรรดานิกายทั้งสี่ หากพวกมันพลาดท่าเสียที อาณาจักรพยัคฆ์ขาวย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลเพื่อนำตัวพวกมันกลับไป และสุดท้ายอาจจะจบด้วยการถูกคาดโทษหรือไ่ก็ลิดรอนอำนาจ
‘เห้อ ไฉนพวกเขาไ่สู้กันเสียทีนะ’
แลเห็นภาพสุดแสนจะน่าอึกอัดนี้ เย่หยุนซีที่นั่งเฝ้ามองอยู่อีกฝั่งอดไ่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจอย่างเบื่อหน่าย แต่เมื่อดวงตาของเขาเบนไปเห็นร่างงามปะุนิกาย ลู่หลิน ใบหน้าอันหล่อเหลาก็ผันเปลี่ยนกลายเป็นิ่งชะงักค้างในชั่วพริบตานั้น
“ที่แท้เป็ท่าน!!”
“หือ! มีอะไรอย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงซึ่งเต็มไปด้วยความฉงนสงสัยของหลิงหยวนดังขึ้นมา
ยกมือขึ้นชี้ไปทางผู้ซึ่งได้รับฉายาพิรุณหยกสวรรค์เบื้องหน้า เย่หยุนซีเอ่ยปากด้วยซุ้มเสียงตะลึงงัน “สตรีท่านนั้นเคยดูแลข้าในวัยเด็ก ทั้งยังมีความรู้สึกพิเศษให้ท่านพ่อของข้า”
“เปรี้ยง!”
ราวกับถูกสายอัสนีบาตรฟาดฝ่า ทุกคนต่างหันหน้ามองเย่หยุนซีและลู่หลินสลับกันไปมาอยู่หลายครั้ง
“หลานชายมั่นใจแล้วหรือว่าไ่ได้พลาดพลั้งจำผิด วังหยาดพิรุณเป็นิกายที่รับเฉพาะสตรีและพวกนางฝึกฝนทักษะที่ต้องถือครองพรหมจรรย์ การที่ผู้เป็ปะุอย่างลู่หลินจะออกนอกลู่นอกทางไปเกี่ยวพันกับบิดาเจ้าจึงแทบจะเป็ไปไ่ได้” ส่ายศีรษะเบาๆ หลิงหยวนพยายามกล่าวอธิบายตามสิ่งที่เขารู้มา
“ไ่ผิดตัวแน่ขอรับ เป็นางจริงๆ” เย่หยุนซียังคงยืนยัน ในช่วงเวลาที่ได้พบเจอกับลู่หลินเป็ครั้งแรก ตัวเขาอายุประมาณ 7-8 ปี และมีความทรงจำที่ดีเอามากๆ
ดังนั้น! ถึงแม้จะเป็ช่วงเวลาเพียงสั้นๆ เด็กหนุ่มก็ยังจำได้ดีว่าสตรีนางนี้นี่แหละที่เคยเลี้ยงดูเขาและเคยอยู่เคียงข้างเย่ชิงหยาง แต่ก็ไ่รู้เพราะเหตุเหมือนกันจู่ๆนางก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทำเอาเขาร้องไห้ฟูมฟายไปหลายวัน ส่วนบิดาของเขานั้นก็ไ่พูดถึงนางอีกเลยจวบจนถึงปัจจุบัน
“เห้อ ชักจะน่าปวดหัวเสียแล้วสิ ถ้าแบบนี้ลุงควรจะไปช่วยนางหรือเปล่า?” หลิงหยวนถึงขั้นกุมขมับเอ่ยถาม
“ทำตามแผนที่ท่านลุงวางไว้เถอะขอรับ ถึงอย่างไรนางก็เป็ระดับจักรพรรดิย่อมไ่พลาดท่าง่ายๆ” ส่ายศีรษะเล็กน้อย เย่หยุนซีตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ไ่นำเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานนับว่าดีมาก แบบนี้สิถึงจะเหมาะทำการใหญ่” พยักหน้าอย่างพึงพอใจ หลิงหยวน เย่หยุนซี รวมถึงคนอื่นๆต่างหันกลับไปมองสถานการณ์ในสนามรบซึ่งบัดนี้กำลังถูกเปิดฉากโดยทางฝั่งของนิกายพยัคฆ์หมอกและบรรพตโลหิต
“หมีสงครามศิลา!”
“พยัคฆ์หมอกทิวา!”
พวกมันเรียกจิตอสูรของตนเองออกมา ส่งผลให้หมียักษ์ที่มีชั้นผิวหนังเป็หินปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับพยัคฆ์ตัวสีเทาที่ดูเลื่อนลอยไร้รูปร่าง
“ซาลาเมนเดอร์เพลิงโลกันตร์”
“ราชันฉลามหยกสวรรค์”
ทางฝั่งปะุนิกายเทพสุริยันและวังหยาดพิรุณเองก็ปลดปล่อยจิตอสูรเช่นกัน ที่บริเวณด้านหลังของพวกเขาปรากฏซาลาแมนเดอร์เกล็ดสีแดงฉานและฉลามขาวที่มีลวดลายสีเขียววิจิตรราวกับหยกชั้นดี
ภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ ทำให้บรรยากาศโปกคลุมไปด้วยไอปราณลม น้ำ ดิน และฟ้าอย่างครบครัน เหล่าจิตอสูรทั้ง 4 คำรามใส่กันอย่างเกรี้ยวกราด
“น้ำกับไฟเข้ากันไ่ได้ แยกกันสู้เถอะ” เป็ลู่หลินที่เสนอความคิดเห็น ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาจอมพลังแดนเหนือ เจิ้นหนานในทันที
ส่วนฝ่ายต้าหลงเองก็มิได้รอช้า รีบบินเข้าไปหาจื่อหยางแห่งนิกายบรรพโลหิต พร้อมทั้งโจมตีใส่ด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ราวกับจะแผดเผาสรรพสิ่งได้
“เหอะ เจ้ายังอ่อนด้อยก่อนไป” ทั่วทั้งตัวของจื่อหยางถูกหุ้มด้วยชั้นเกาะหินผาหลายต่อหลายชั้น ภาพหนึ่งคนป้องกัน หนึ่งคนระดมโจมตีจึงปรากฏขึ้น ทั้งยังกินเวลายาวนานเอามากๆ
ผิดกับทางด้านลู่หลินกับเจี้นหนาน ที่ทั้งสองฝั่งต่างงัดพลัง กระบวนท่าน และทักษะออกมาโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง ไหลรื่น ไ่ติดขัด หนึ่งคนใช้หมัด หนึ่งคนใช้กระบี่ไ่มีใครยอมใคร
“เปรี้ยง!”
ปะทะกันสุดแรง ก่อนที่ทั้งสองจะถอยร่นเว้นระยะห่างออกากันคนละเกือบสิบก้าว
ลู่หลินชูกระบี่ในมือขึ้นฟ้า ไอปราณธาตุน้ำเริ่มก่อตัวกลายเป็เข็มเล็กๆจำนวนมหาศาลราวกับเม็ดฝน
“หยกพิรุณจู่โจม” นางตวัดกระบี่ชี้ไปทางเป้าหมาย ส่งผลให้เข็มน้ำจำนวนมากพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุดของมัน
“ไร้ประโยชน์ ก็แค่เม็ดฝนเล็กๆเท่านั้น”
“พยัคฆ์หหมอกทิวาคำราม!”
พูดจบ! จิตอสูรพยัคฆ์หมอกทิวาของเจิ้นหนานก็คำรามเสียงดังจนเกินไปเกลียวพายุพุ่งเข้าปะทะกับ-่าฝนหยกของอีกฝ่าย
“หึ! ช้าเกินไป” จิตอสูรราชันฉลามหยกสวรรค์ของลู่หลินสะบัดหาง การโจมตีรูปแบบพระจันทร์เลี้ยวซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังธาตุน้ำพุ่งผ่าอากาศ ฟาดฟันเกลียวพายุเสียงคำรามจนมลายสิ้น
“เกราะวายุห้าชั้น!”
เมื่อเห็นว่าท่าไ่ดี จอมพลังแดนเหนือรีบสร้างเกลี้ยวพายุป้องกันตัวเอง ในใจเริ่มเกิดความตื่นตระหนก เพราะนี่คือการถูกไล่ต้อนในรอบหลายสิบปีของมัน
“การป้องกัน 5 ชั้น?” ปะุนิกายลู่หลินหรี่ตามองพลางอุทาน จิตอสูรราชันฉลามหยกสวรรค์อ้าปากรวบรวมพลังปราณสีเขียวอมฟ้าก่อนจะบีบอัดจนเหลือขนาดเพียงหนึ่งกำปั้น
“ราชันฉลามหยกสวรรค์คำราม ลำแสงสะบั้นพัชระ!” ลู่หลินกล่าว! ราชันฉลามหยกสวรรค์ปลดปล่อยลำแสงเล็กๆแต่มีความเร็วสูงมากตรงเข้าเาะทะลวงทักษะป้องกัน 5 ชั้น แถมยังตัดแขนอีกฝ่ายได้หนึ่งข้าง
ภาพนี้ทำเอาเย่หยุนซีถึงเฝ้ามองถึงกับอึ้งงัน ทักษะธาตุน้ำนี่มันอะไรกัน! อำนาจเาะทะลวงไ่ต่างาธาตุาฟ้าเลยัิ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??