เรื่อง เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต
การเิาของเย่หยุนซีนั้นกินเวลาไม่นานมาก หลังจากผ่านไปสักพักทั้ง 4 ก็ได้มาถึงเบื้องบนท้องฟ้าเหนือจุดหมายปลายทาง โดยที่มีพลังจิตวิญญาณระดับเทพของฮั่นเหมยหลินปกปิดตัวตนเอาไว้
"ในฐานะที่เจ้าเป็นผู้เสนอแนะแนวทาง เจ้าเห็นควรว่าจะจัดการมันอย่างไร?"
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินคำถามก็กวาดสายตามองเหล่าทหารของอีกฝ่ายอย่างเรียบนิ่งเฉยชา "แน่นอนว่าย่อมต้องให้องค์หญิงฮั่งผิงลงมือก่อน เพื่อเป็นการทดสอบความสามารถของกายาศักดิ์สิทธิ์พิษสวรรค์"
"หือ เจ้าแน่ใจแล้วงั้นหรือ เผ่ามารกับเผ่ายักษาไม่ได้รับง่ายดายขนาดนั้น" ฮั่นเหมยหลินหรี่ตามองบุรุษหนุ่มพลางถามย้ำ ถึงแม้นี่จะเป็นเพียงกองกำลังย่อยของมัน แต่ก็มีระดับเซียนสวรรค์คอยควบคุมอยู่หลายตน
ดังนั้น! การที่จะให้ฮั่นผิงเป็นคนเปิดฉากจู่โจมมันจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าหากอีกฝั่งตั้งตัวได้ สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนไปกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก
"ฮ่าๆๆ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกขอรับ" สิ้นเสียงตอบกลับ เย่หยุนซีก็พลันสะบัดมือเบาๆ ธงค่ายกลสีขาวสลับดำจำนวนมากพุ่งทะยานกระจายกันออกไปปิดล้อมพื้นที่
หลังจากนั้นเย่หยุนซีก็ได้หลับตาทำสมาธิ ในขณะที่มือทั้งสองข้างเริ่มสอดประสาทกันเป็นสัญลักษณ์ต่างๆอย่างลื่นไหล
เมื่อเวลาครึ่งชั่วยามผ่านพ้นไป! ธงค่ายกลก็พลันส่องแสงสีขาวดำเจิดจ้า เบื้องบนท้องฟ้าเหนือเมฆาปรากฏวงเวทย์ขนาดมหึมาลวดลายวิจิตรงดงาม แผ่กลิ่นอายอัสนีบาตสวรรค์สีทองอร่ามอย่างไม่ขาดสาย
"พลังสายฟ้าที่น่าหวาดกลัวนี้มันคืออะไร?" ทัั้งฮั่นเหมยหลิน ฮั่นผิง รวมไปถึงแม่ทัพเกาต่างอุทานเสียงสั่นเมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้า
"มันคือค่ายกลอัสนีบาตสวรรค์ระดับเซียนซึ่งจะดูดกลื่นพลังงานโดยรอบและแปรเปลี่ยนเป็นพลังสายฟ้า" เย่หยุนซีไม่รอช้า รีบเอ่ยปากอธิบายในทันที
"ถ้าเหตุการณ์ดูเหมือนบานปลาย ข้าจะใช้ค่ายกลนี้เพื่อถล่มมันในคราเดียว ส่วนท่านก็ไปจัดการเซียนสวรรค์"
"อะ อืม ตกลงตามนั้นก็แล้วกัน" องค์จักรพรรดินีเมื่อตั้งสติได้ก็ตัดสินใจที่จะเชื่อคำชี้แนะจากบุรุษหนุ่ม ก่อนที่นางจะหันไปพูดกับผู้เป็นหลานด้วยความเอ็นดูและห่วงใย
"แสดงฝีมือให้เต็มที่ อย่าประมาทนะรู้ไหม?"
"รับทราบแล้วเจ้าค่ะท่านป้้า ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้" ฮั่นผิงเผยสีหน้ามุ่งมั่นตั้งใจ จากนั้นหมุนกายบินตรงดิ่งลงไปยังค่ายทหารโดยไม่คิดชักช้า
"ฟุ๊บ"
"มีผู้บุกรุกๆ!!" เหล่าหน่วยเฝ้้ายามของเผ่ามารและเผ่ายักษารีบกู่ร้องตะโกนเสียงดังลั่น เพื่อแจ้งเตือนให้ทุกคนเตรียมการรับมือศัตรูที่กำลังบินเข้ามา
"สายเกินไปแล้ว" หลังสิ้นสุดวาจา! รูปลักษณ์ผู้เป็นองค์หญิงภูตราตรีก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมที่จากเดิมเป็นสีม่วงกลับกลายเป็นสีขาวสะอาดราวกับหิมะ อีกทั้งยังมีลวดลายอักขระสีม่วงปรากฏขึ้นตามร่างกาย
"พิษสวรรค์ ปลดปล่อย"
คนงามหยุดชะงักฝีเท้าที่บริเวณใจกลางค่าย ไอพิษสีขาวซึ่งมีลักษณะคล้ายกับละอองน้ำฟุ้งกระจายเป็นวงกว้างในเวลาอันสั้น ส่งผลให้เหล่ามารและยักษาระดับต่ำลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายเพราะความเจ็บปวดทรมาน
"อ๊าก!! พิษ! แย่แล้ว! ร่างของข้ากำลังถูกกัดกร่อนจนกลายเป็นน้ำ!!"
"ไม่! ไม่จริง! นี่มันพิษบ้าอะไรกัน แม้แต่ผิวหนังอันแข็งแกร่งของข้ายังมิอาจต้านทานมันได้!!"
"อ๊อก!! ท่านแม่ทัพได้โปรดช่วยเราด้วย เรายังไม่อยากตาย!!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นมาไม่ขาดสายภายใต้หมอกพิษสีขาวนั้น
"ตูม!"
"บัดซบ! ใครบังอาจรนหาที่ตายกัน" ขณะที่กองทัพกำลังอยู่ในสภาวะวิกฤต ผู้แกร่งกล้าระดับเซียนสวรรค์ขั้นต้น 4 คนก็พลันปรากฏตัวขึ้นเบื้องบนท้องฟ้า
2 คนเป็นชายเผ่ายักษาร่างกำยำมี 4 แขน ส่วนอีก 2 คนเป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผิวสีแทน ที่แผ่กลิ่นอายคำสาปออกมาจากร่างกายอยู่ตลอดเวลา
"อั่ก! ท่านแม่ทัพ ช่วยเราด้วย เป็นนาง สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะนาง!!" ผู้แกร่งกล้าระดับเซียนดินของเผ่ามารคนหนึ่งยกมือขึ้นชี้ไปทางฮั่นผิงแล้วกล่าวอย่างยากลำบาก
2 แม่ทัพมาร 2 แม่ทัพยักษาเมื่อได้สดับก็เบนสายตาไปมองอีกฝ่าย ก่อนที่ใบหน้าจะกลับกลายเป็นจริงจัง
"ลักษณะแบบนี้ กายาศักดิ์สิทธิ์พิษสวรรค์??" มันคิ้วขมวดพลางกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน กายาศักดิ์สิทธิ์อับดับ 2 ของสายพิษมันที่เป็นถึงแม่ทัพจะไม่รู้จักได้อย่างไร
"ไม่คิดเลยว่าเผ่าภูตราตรีจะมีไม้ตายแบบนี้ซ่อนไว้" แม่ทัพมารแห่งเปลวไฟ กงซุนหยาง เอ่ยปากกล่าว
"เหอะ พิษสวรรค์แล้วอย่างไรเล่า บังอาจมาสร้างปัญหาในถิ่นของข้า นังนั่นต้องตาย!!" แม่ทัพยักษาปฐพี โย่วไป๋กล่าวต่ออย่างเดือดดาล ซึ่งในพริบตานั้น ร่างกายอันแข็งแกร่งของมันก็พุ่งทะยานฝ่าทะลวงหมอกพิษสวรรค์ตรงไปหมายจะสังหารหญิงสาว
"เมื่ออยู่ในร่างนี้ ข้าไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้เลยสักนิด" องค์หญิงฮั่นผิงปรายตามองอีกฝ่ายพลางกล่าวอย่างเฉยชา หมอกพิษจำนวนมหาศาลควบแน่นกันจนกลายเป็น-่าฝนลูกศรพิษโจมตีสวนกลับไป
"เหอะ การโจมตีง่อยๆแบบนี้ จะทำอะไรข้าได้"
"ตายซะ! นังวิปริตพิษสวรรค์!!" สิ้นคำ ผิวพรรณของโย่วไป๋ก็มีลักษณะคล้ายกับหินผา ตัวมันฝ่า-่าฝนลูกศรพิษจนกระทั่งในที่สุดก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของฮั่นผิง พร้อมทั้งง้างหมัดสุดแขน แววตาแฝงเร้นด้วยเจตนาสังหาร
แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีที่มันกำลังจะลงมือนั้น จู่ๆร่างกายของมันก็พลันแข็งค้างกลางอากาศราวกับรูปสลัก แถมยังรู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บสุดขั่วหัวใจที่ประดังเข้ามา
"เห้ยๆ ชักจะไม่ตลกแล้วนะ!!" แม่ทัพยักษาปฐพีอีกคน นามว่า โยว่หมิง ร้องอุทาน ก่อนที่มันจะพุ่งทะยานออกไปหมายจะช่วยเหลือสหายร่วมเผ่า
"ข้าขอคืนให้กับเจ้า" ฮั่นผิงซัดฝ่ามือไปที่ร่างของโย่วไป๋ จนมันปลิวกระเด็นไปหาโย่วหมิง
"ปั้ง!"
"ฟุ๊บ"
"หือ! ไม่! ไม่จริง!!" หลังจากที่รับร่างอันแข็งทื่อมาแล้ว โย่วหมิงก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า เพราะโยว่ไป๋สหายของมันบัดนี้ถูกพิษบางอย่างเข้าแช่แข็งอวัยวะทั้งภายนอกและภายใน
ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่ตาย แต่ก็คงต้องตายในไม่ช้า
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??