เรื่อง ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)
สถานีตำรวจใตัวเมืองZ
วันนี้ใสถานีตำรวจดูจะวุ่นวายกว่าทุกวัน ผู้ปกครองวัยรุ่น 7-8 คนที่เพิ่งโดนซ้อมจนปางตาย รวมตัวกันมาร้องเรียน โวยวายเสียงัั่ไปทั่วทั้งสถานี
“ฉันไม่ยอมนะ ลูกฉันโดนำร้ายขนาดนี้ คนร้ายก็รู้ตัวแล้ว ำไมไม่ไปจับมาสักที”แม่เหยื่อคนหนึ่งกรีดร้องใส่เจ้าหน้าที่เสียงัั่ด้วยความโกรธ
ถึงแม้ว่าเหยื่อจะโดนกระทืบจนเละ แต่ว่าบางคาการที่ใบหน้ากับปากไ่ไ้สาหัสมาก พอฟื้นขึ้นมาก็สามารถบอกได้ว่าคนที่ำคือ
ผู้ปกครองเด็กกลุ่มนี้รู้จักกันดีอยู่แล้วเพราะลูกๆนั้นก่อเรื่องอยู่บ่อยครั้งำให้ต้องเจอกันตอนจัดการปัญหา เมื่อได้ยินคำให้การเหมือนกัน ต่างคนต่างก็ยิ่งโกรธ ร่วมกันบุกมาที่สถานีด้วยความหวังจะกดดันให้ตำรวจรีบจับตัวคนร้าย
“ใจเย็นๆก่อนสิครับคุณแม่ ทุก่ามันมีขั้นตอน”ตำรวจนายหนึ่งพยายามพูดปลอบให้เธอใจเย็นลง
“ขั้นตอะไรอีกหละ ลูกฉันนแทบจะตายอยู่แล้ว ยังจะรออะไร รอให้มันไม่ฆ่าลูกฉันก่อนหรอ”แม่เหยื่ออีกคนถามทั้งน้ำตา
ก่อนจะมาที่สถานีตำรวจเธอพึ่งจะกลับจากเยี่ยมลูกชายที่โรงพยาบาล และหมอที่เป็นเจ้าไข้ก็บอกเธอว่าลูกชายเธออาจจะพิการ ำให้เธอเสียใจเป็ย่างมาก
“รีบๆไปจับได้แล้ว เอาแต่ขั้นตอนๆอยู่ได้ เพราะแบบนี้ไงระยำมันถึงได้เต็มเมือง”พ่อเหยื่อคนหนึ่งตวาดเสียงัั่โดยที่ไ่ไ้ดูิัลูกชายตัวเองเ
“ใช่ๆ”
“จับมันเ”
“ไปเอามันเข้าคุก”
จนตอนนี้หลายเสียงก็ตะโกนก็ดังกระหึ่มำเอานายตำรวจ4-5คนที่พยายามคุมสถานการณ์ต้องขมวดคิ้วด้วยความเคร่งเครียด
“พอแล้ว”
พอเสียงดังมากๆเข้าผู้กำกับก็เดิอกมาจากห้องำงานเองด้วยสีหน้าที่รำคาญสุดขีด พร้อมตวาดเสียงัั่สถานี
“พออะไร อยากให้พอก็ำหน้าที่สิ ไปจับมันมา”หนึ่งใพ่อแม่ยังตะโกนต่อโดยไม่สนใจำให้หลายๆคนเสียงดังตามทันที
“ก็บอกไปแล้วว่ามันมีขั้นตอน หลักฐานก็ไม่มี พยานก็ไม่มี อยู่ๆไปจับได้ที่ไหน จะให้ไปจับเพราะคำพูดปากเปล่ารึไง”ผู้กำกับตอบสวนกลับไป่าไม่สบอารมณ์
“พยานหลักฐาะไร ก็ลูกเรานปางตายอยู่ที่โรงพยาบาลจะบอกว่ามันำตัวเองรึไง”ผู้ปกครองคนหนึ่งโวยขึ้นมา
“แล้วลูกเราก็บอกแล้วว่าไอ้เด็กที่ชื่อำ ยังจะต้องมีอะไรอีก จะบอกว่าลูกเราโกหกหรอ”
“อาจจะใช่ก็ได้ไง”ผู้กำกับตอบสวนไป่าไม่ใยดี เขาเอือมไอ้นี้เต็มทน
ผู้ปกครองนี้ตอนลูกตัวเองำคื่นเงียบกริบแถมายังอ้างโน่นนี่เพื่อให้ตัวเองรอดด้วยซ้ำ พอโดนบ้างมาำโวยวาย
ทุเรศสิ้นดี
“เฮ้อ พูดหมาๆแบบนี้ได้ไงวะ มาว่าลูกเราโกหก"เมื่อได้ยินผู้กำกับสวนมาผู้ปกครองก็ั่ทันที
“แล้วำไมผมต้องเชื่อ ถ้ามีคนมาบอกว่าลูกคุณเอาตูดหมาที่บ้านเขา ผมก็ต้องเชื่อเรึไง ถ้าอยากให้เชื่อก็ไปหาหลักฐานมาสิ”
“มันหน้าที่ตำรวจไม่ใช่รึไงวะ”
“นั่นสิมาบอกให้ประชาชนไปหาหลักฐานแล้วจะมีตำรวจไว้ำไม”
แน่นว่าผู้ปกครองยังคงโวยวาย่าต่อเนื่อง
“แล้วจะไปหาหลักฐานได้ยังไงใเมื่อผมต้องมานั่งคุมผู้ใหญ่ที่ำตัวเป็นเด็กอยู่นี่”ผู้กำกับเถียงสวนไปด้วยสีหน้าเอือมระอา
"อย่าโยนว่าเป็นความผิดเรานะ ถ้ากฏหมายมันแข็งแรงมันกล้าำหรอที่เป็นแบบนั้นก็เพราะตำรวจ่าแกนั่นแหละ พออายุไม่ถึง20โทษก็เามันถึงได้กล้าำแบบนี้ไง
ผู้กำกับได้ยินก็อยากจะบ้าตาย ก็จริงแหละที่เรื่องนี้เขาต้องช่วยให้รอด แต่ต่อให้ไม่ใช่เรื่องที่กฏหมายมันเาก็ไ่ไ้เกี่ยวอะไรกับเขาเสียหน่อย
“ถ้าจะบ่นเรื่องนี้ก็ไปบ่นกับคนที่ออกกฏหมายโน่นสิวะ”เขาบ่นเาๆให้ตัวเองได้ยินคนเดียว ชาวบ้านนี้เอะอะอะไรเกี่ยวกับกฏหมายก็โทษตำรวจมันหมด
อีก่าที่พูดมาเนี่ยไ่ไ้ดูสารรูปลูกตัวเองเ แต่ละคนนักเลงทั้งนั้น ถ้าไม่ไปำก่อนมีหรือจะโดนเอาคืนหนักขนาดนี้
ปัง ปัง ปัง
“พอได้แล้ว”ผู้กำกับที่รำคาญเต็มทีชักปือกมายิงลงพื้น3นัดซ้อนแล้วตวาดัั่ ทุก่ากลายเป็นเงียบสนิท พ่อแม่รวมถึงตำรวจที่อยู่ใสถานีตัวแข็งทื่อ
แน่นว่าสถานการณ์ปกติถ้าำแบบนี้ต่อให้เป็นผู้กำกับก็โดนพักงานเป็ย่างน้อยแน่น
แต่ตรงหน้าคือที่เป็นครอบครัวศัตรูทั้งนั้นเพราะงั้นเขาเไม่สน
“บอกให้หุบปาก ใครเสือกพูดแทรกกูอีกรับรองเได้ไปนข้างๆลูกตัวเองแน่"เขาตวาดก้องอีกครั้งด้วยความรำคาญ
“ตำรวจใช้ปืนขู่กันแบบนี้ได้หรอ”ผู้ปกครองคนหนึ่งพยายามำใจกล้าถามออกมาเาๆ
“ลูกมึงโดนคนกระทืบ แต่ยังไม่รู้ว่าใครำ คำให้การเหยื่อไม่ใช่พยานชี้ตัว คนร้ายต้องมีพยานบุคคลหรือหลักฐาื่นยืนยัน ไม่ใช่แค่ปากบอกว่าใช่แล้วจะลากคอใครไปขังคุกได้เ”ผู้กำกับตอบอธิบายออกไปด้วยน้ำเสียงรำคาญและสีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
เขากวาดสายตาที่ดุร้ายไปทั่ว
เดิมชื่อเสียงผู้กำกับที่มาก็ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว ปีแรกที่เขาย้ายมาใหม่ๆก็สั่งฆ่าค้ายาเสียเหี้ยน มีคนเห็นเขาลากพ่อค้ารายใหญ่ออกมากระหน่ำยิงกลางฝูงชนเด้วยซ้ำ เพราะงั้นถึงตอนนี้ผู้ปกครองเไม่กล้าเสียงดังอีกแล้ว
“มึงก็รู้ว่าลูกตัวเองิัส้น-ีนแค่ไหน อาจจะไปมีเรื่องกับระยำที่ไหนก็ไม่รู้แล้วไม่กล้าเอาเรื่องก็เโยนขี้ให้ที่เคยรังแกก็ได้ไม่ใช่รึไง”ผู้กำกับถามต่อ
“แล้วอย่าลืมว่าลูกมึงเคยำอะไรกับเด็กที่ชื่อเอาไว้ ถ้าเขาอยากจะแกแค้นก็ไ่ไ้น่าแปลกใจหรอก”
“ถ้าใครสะเออะบอกว่าลูกฉันเป็นคนดีรับรองเได้มีคนฟันร่วงแน่”ผู้กำกับตวาดอีกครั้งเมื่อหันไปเห็นผู้ปกครองคนนึงำท่าจะพูดอะไรแทรกขึ้นมา
“มันบูลลี่เด็กที่ชื่อมาตลอด2ปีกว่า ำร้ายร่างกาย ดูหมิ่น หมิ่นประมาท นี่ถ้าจะให้นับแล้วเอาตามกฏหมายรับรองเว่าติดคุกกันมากกว่าคนที่ำมันแน่ๆ จะลองมั้ยหละ”ใบหน้าเขากวาดมองไปทั่วขณะที่ขู่จะจับลูกพ่อๆแม่ๆที่มาโวยวาย
“ถ้าไม่อยากให้เป็นแบบนั้นก็หุบปากแล้วเดินกลับไปซะ ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนเมื่อได้พยานหลักฐานแล้วกูพูดชัดเจนนะ”พอถึงตรงนี้เขาก็ตัดจบแล้วไล่ผู้ปกครองให้กลับไปแล้วก็หันมาหาลูกน้อง
“ส่งกลับบ้านไปให้หมดถ้าใครยังงี่เง่าจับข้อหาก่อความวุ่นวายได้เ บอกก่อนนะว่าไ่ไ้ขู่แต่กูให้จับจริงๆ”เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแล้วก็เดินกลับไปที่ห้องำงานตัวเองทันที
พอเป็นแบบนั้น...
พ่อแม่ทั้งหลายก็ได้แต่กัดฟันแน่น เดิอกจากสถานีตำรวจด้วยสีหน้าแค้นเคืองเต็มอก
“แบบนี้มันได้เหรอวะ?”
“ฉันจะร้องเรียนแม่งให้ถึงที่สุดเ!”
“นั่นสิ! ลูกเราโดนำร้ายแท้ ๆ แทนที่จะรีบจับคนผิด กลับมาขู่กันซะงั้น!”
เสียงบ่นดังขึ้นทันทีที่เดินพ้อกมาจากสถานี
ายิ่งเดือดจัด ถึงขั้นพูดกันว่า“จะฟ้องแม่งข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เ คอยดู!”
หลังจากนั้นทุกคนเริ่มทยอยดำเนินการร้องเรียนกันจริงจัง ทั้งร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรง ส่งเรื่องไปยังสถานีตำรวจแห่งชาติ ไปจนถึงหน่วยตรวจสอบภายใ
แต่ิ่ที่ได้รับกลับมา...คือความเงียบ
ไม่มีแม้แต่จดหมายตอบรับ ไม่มีแม้แต่การส่งเรื่องต่อ ไม่มีแม้แต่การชี้แจงเหตุผลใดๆ
ยิ่งไปกว่านั้น พอโทรศัพท์ไปตามเรื่องที่ศูนย์กลางสถานีตำรวจแห่งชาติ
ปาสายตัดสายทิ้ง่าไร้เยื่อใยทันทีที่ได้ยินว่าโทรมาตามเรื่องอะไร
ทุกคนเริ่มรู้ตัวแล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะำแบบนี้
"แม่งเอ๊ย..."าสบถเาๆ ่าสิ้นหวัง
แ้ใแทบั่ แต่ำอะไรไ่ไ้เ
ใที่สุดครอบครัวไอ้์ก็ได้ััถึงิ่ที่เคยู้ึสมัย่ม.ปา
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??