เรื่อง นิทานคีตา กาลครั้งนั้น
ตอนที่ 94 เจรจา
“คุยธุรกิจงั้นเหรอครับ งั้นขอแสดงความยินดีด้วยนะครับองค์หญิง องค์หญิงทำให้คุณตาคนนี้สนใจได้แล้วล่ะครับ” นัยน์ตาอารากะสาดประกายเจิดจ้า เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย สลัดคราบคุณตาใจดีเข้าสู่สภาวะนักธุรกิจผู้กร้านโลกในทันใด
“ก่อนอื่นเราไปหาที่นั่งกันดีกว่าค่ะ” องค์หญิงไิยิ้มมุมปาก เธอดึงเวลาเพื่อสร้างความ่าตื่นเต้นและกระตุ้นความสนใจอารากะ
อารากะได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย เขาผายมือเชิญทั้งกลุ่มไปนั่งที่ศาลาริมน้ำอันแสนวิจิตร เหล่าคนรับใช้ราวกับจับตาดูอยู่แล้ว เมื่อพวกเขาทิ้งตัวลงนั่งกันครบเหล่าคนรับใช้ก็พากันยกกินและเครื่องดื่มมากมายแจกจ่าย
ไลล่าและองค์หญิงไิไม่ได้รีบร้อนอะไร เพียงนั่งจิบชาชั้นดีอย่างสบายอารมณ์ส่วนอารากะก็เจนสนามไม่แพ้กัน เขาไม่มีท่าทีตื่นเต้นหรือสนใจแม้แต่น้อย เพียงนั่งนิ่งมององค์หญิงไิด้วยรอยยิ้มบางเท่านั้น
“กลุ่มา้าเชียนเป่าได้สิทธิ์เป็นตัวแทนขนส่งการคมนาคมทางบกสายย่อยในนครรัตนะโดยต้องจ่ายภาษีต่ำมากรวมถึงการขยับขยายความหมายการเก็บภาษีย้อนหลัง กลุ่มา้าอิสึกะคงทราบดีอยู่แล้วใช่มั้ยคะ” องค์หญิงไิเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ
“ครับ เพราะสิทธิ์เหล่านั้นกลับได้รับการอนุมัติอย่างไม่่าเชื่อ แถมที่่าตลกิ่่าคือ่าโาเพื่อเิามาเขตา้าหลักกลุ่มา้าอิสึกะเราเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว” อารากะกล่าวยิ้ม ๆ
“ผลกระทบเล็กน้อยเพียงแค่นั้นกลับส่งผลให้ร้านค้ามากมายเราสูญเสียรายได้ไปถึง 2ใน10 ทีเดียวครับ” แม้ใบหน้าเขาจะยิ้ม หากสายตาอารากะกลับไม่ยิ้มตามไปด้วยแม้แต่น้อย
“จากที่เราทราบ ว่าด้วยสนธิสัญญาา้าเมื่อร้อยปีก่อน ร้านค้าสมบัติและโรงรังสรรค์ต้องถูกภาษีมากถึง 4ใน10 ผลกำไรเลยใช่มั้ยคะ” องค์หญิงไิกางบันทึกเล่มหนึ่งพลางพลิกไปยังหน้าที่ว่าด้วยสนธิสัญญา
“ถูกต้องครับ แม้จะค่อนข้างสูงมาก แต่ในฐานะเมืองหลวงแห่งมหาอำนาจเช่นนครรัตนะซึ่งเป็นศูนย์รวมหลากเผ่าพันธุ์ ทางเรามองว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งครับ” อารากะยิ้มเล็กน้อย
“แต่เรามองว่าเศรษฐกิจมหภาคอาณาจักรเราเปลี่ยนแปลงไปจากร้อยปีก่อนมากมายนัก สนธิสัญญาบางส่วนสมควรได้รับการแก้ไข คงจะเป็นการดีหากได้รับการเสนอแนะจากคุณตาค่ะ” องค์หญิงไิยกชาขึ้นจิบ
“กลุ่มา้าอิสึกะยินดีมีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นครับ เรายินดีมอบทั้งความรู้เรื่องเศรษฐกิจและดัชนีต่าง ๆ ที่ทางเรารวบรวมมาหลายปี” อารากะเอนหลังพิงพนัก
องค์หญิงไิได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย หากก็แปลงสีหน้ากลับไปเป็นรอยยิ้มบางเช่นเดิม เธอต้องการคำพูดยืนยันจากปากอารากะในแง่ที่ว่าเขายินดีร่วมมือกับเธอ หากเขากลับพูดถึงเพียงแง่การมอบข้อมูล
จะอย่างไรสิ่งที่เธอเสนอก็คือการจะร่างแก้สนธิสัญญาใหม่เรื่องการเก็บภาษีที่เธอมั่นใจว่าอารากะย่อมสนใจ
“ราชวงศ์ย่อมยินดียิ่งที่จะได้รับข้อมูลจากกลุ่มา้าอิสึกะค่ะ ข้อมูลเหล่านั้นสามารถทำให้เราร่างสนธิสัญญาที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีตได้” องค์หญิงไิวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา
“งั้นกระผมจะรวบรวมข้อมูลส่งให้ทางราชวงศ์ในเร็ววันครับ” อารากะไม่เผยจุดอ่อนแม้แต่น้อย เพียงยิ้มบางขณะจับจ้องไปที่นัยน์ตาสีชมพูอ่อนที่เวลานี้เริ่มสั่นเครือเล็กน้อย
“ขอความกรุณาเพิ่มข้อมูลด้านยอดขายโรงประมูลด้วยนะคะ สนธิสัญญาใหม่ที่เราได้ลองร่างคร่าว ๆ กับทางคณะกรรมการพวกเราลงความเห็นกันว่าควรจะระบุให้โรงประมูลถือเป็นส่วนหนึ่งา้าสมบัติค่ะ มีแนวโน้มสูงมากที่สนธิสัญญานี้จะถูกปรับใช้ในเร็ววัน” องค์หญิงไิพลันเผยรอยยิ้ม
อารากะที่กำลังจะยกชาขึ้นมาจิบพลันชะงักไปเล็กน้อย เขาจับจ้องไปที่องค์หญิงไิชั่วครู่แล้วจึงเอ่ยต่อ
“รับทราบครับ ทางเราจะรวบรวมข้อมูลในเร็ววัน” อารากะยังคงควบคุมตนได้อย่างดียิ่ง โรงประมูลเป็นหนึ่งในหน้าตากลุ่มา้าอิสึกะเสมอมา เม็ดเงินที่พวกเขาได้รับย่อมสูงจนไม่่าเชื่อ และที่สำคัญคือโรงประมูลไม่ถูกนับเป็นา้าสมบัติ เป็นา้าแบบพิเศษจึงไม่ถูกภาษี 4 ใน 10ส่วน
แต่หากร่างกฎหมายนี้ผ่าน ผลกำไรหลักกลุ่มา้าอิสึกะจะหายไปอีกจำนวนมาก
อารากะจึงชะงักไปเนื่องจากสิ่งที่องค์หญิงไิกล่าวออกมานี้ใกล้เคียงกับการข่มขู่เป็นอย่างมาก
“และตามข้อกฎหมายที่ถูกเพิ่มเข้ามาเมื่อไม่นานมานี้ จากสิทธิ์ในการขยายความหมายการเก็บภาษีจากกลุ่มา้าเชียนเป่า การเก็บภาษีย้อนหลังจะถูกย้อนกลับไปถึง 30ปีก่อนเช่นกันค่ะ” องค์หญิงไิยิ้มหวาน
คราวนี้สีหน้าอารากะพลันแข็งค้างอย่างชัดเจน แม้แต่นัยน์ตาที่แข็งแกร่งเขาพลันปรากฏความหวั่นไหวขึ้นมา หากยังไม่ทันที่อารากะจะตอบอะไร องค์หญิงไิพลันฉวยโอกาสกล่าวเสริมขึ้นมา
“ส่วนตัวเราเองไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ เราเลยพูดคุยกับคณะกรรมการเรื่องการเพิกถอนการขยายความหมายนี้ หากจะให้มตินี้ผ่านเราคงต้องใช้สิทธิ์ในฐานะผู้ประคองบัลลังก์” องค์หญิงไิเอนหลังกับพนัก มือหนึ่งหยิบขนมชิ้นเล็กขึ้นมากินอย่างเรียบร้อย
อารากะเลิกคิ้วขึ้น เขาจ้องมองใบหน้าองค์หญิงไิเป็นระยะเวลานาน ก่อนจะหัวเราะออกมาน้อย ๆ
“แม้ตัวผมเองจะเห็นด้วยกับความคิดองค์หญิง แต่มตินี้สมควรผ่านคณะกรรมการได้ไม่ง่ายนักหรอกครับ การเก็บภาษีย้อนหลังย่อมส่งผลถึงประชาชนต่าง ๆ มากมาย ไม่สมเหตุสมผลนักที่จะก่อให้เกิดความแตกแยก ยิ่งถ้าผู้ประคองบัลลังก์ปฏิเสธขึ้นมาด้วยแล้ว” อารากะลองเชิง
อารากะพูดได้ถูกต้อง กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้หากผ่านขึ้นมาโดยง่ายประชาชนจำนวนมากย่อมไม่พอใจ จะอย่างไรการเก็บภาษีย้อนหลังเกือบ 30ปีก็เป็นเรื่องที่ไร้สาระเกินไปมาก
เขายังเสริมลองเชิงด้วยการที่ออกตัวว่าผู้ประคองบัลลังก์สามารถปฏิเสธข้อกฎหมายนี้ได้ เป็นการย้ำเตือนว่าตัวเขายังไม่ได้เลือกฝั่งใด และตัวเขาเองสามารถเข้าร่วมฝักฝ่ายอื่นได้
“ถึงไม่ได้ผ่านโดยง่ายแต่เรื่อง่าปวดหัวย่อมตามมาอีกเป็นพรวนค่ะ ยิ่งช่วงเวลาใกล้ ๆ นี้กลุ่มา้าเชียนเป่าแสดงตัวอย่างชัดเจนว่าเพียงเข้าร่วมเพื่อผลประโยชน์ ไม่ว่าจะฝั่งใดพวกเขาย่อมไม่ยอมให้คู่แข่งได้รับผลประโยชน์ร่วม”
“กลุ่มา้าอิสึกะก็มองไว้เช่นนั้น หากศึกผู้ประคองบัลลังก์นี้มิได้เป็นศึกสองทาง” อารากะกล่าวเตือน
“ถูกต้องค่ะ ดังนั้นเราจึงคิดว่าการเข้าร่วมฝักฝ่ายที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดจึงเป็นตัวเลือกที่ฉลาดที่สุด”
“ดังนั้นแล้วหากฝักฝ่ายหนึ่งสามารถมอบผลประโยชน์ อีกฝักฝ่ายหนึ่งเพียงกดข่มด้วยเหตุการณ์ในอนาคต บางทีการไม่เลือกเลยอาจจะเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องนะครับ” อารากะเลิกคิ้ว
ระหว่างองค์ชาย 1 ที่สามารถมอบผลประโยชน์ให้เขากับองค์หญิงไิที่ข่มขู่เช่นนี้ ฝ่ายใดจะ่าสนใจกว่าคงไม่ใช่เรื่องยากนักที่จะตัดสินใจ
“เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ กลุ่มา้าเชียนเป่าไม่มีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธการขยายความหมายการเก็บภาษี ยิ่งเพิ่มพูนไปด้วยสิทธิ์การคมนาคม เดาไม่ยากเลยล่ะค่ะว่าฝั่งไหนกันที่มีเปรียบ” องค์หญิงไิอธิบาย
เธอไม่ต้องการให้อารากะมองว่าเธอเพียงข่มขู่แต่อย่างใด จะอย่างไรหากองค์ชายจันทรกานต์ชนะการเลือกตั้งขึ้นมา ร้อยทั้งร้อยกลุ่มา้าเชียนเป่าย่อมไม่ปล่อยให้กลุ่มา้าอิสึกะอยู่สบาย
อารากะไม่ตอบอะไร เขาเพียงคิดเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
“เป็นความจริงครับ หาก่าเสียดายที่กำไรจากนครรัตนะแม้จะมากมหาศาล หากกลับไม่สูงค่าพอให้กลุ่มา้าอิสึกะเรายินยอมมีอริอย่างเปิดเผยกับทางราชวงศ์ในกรณีที่ผู้ประคองบัลลังก์ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มา้าเชียนเป่า” อารากะส่ายหน้า
ในฐานะเมืองหลวงมหาอำนาจอย่างอาณาจักรไฟกัลป์ ผลกำไรที่พวกเขาได้รับจากที่นี่นั้นมหาศาล แต่จากการวิเคราะห์เขา ผลกำไรส่วนนี้ยังไม่มากพอให้เขานำกลุ่มา้าอิสึกะไปผูกกับราชวงศ์และปัญหาภายใน
พวกเขายินยอมเสียผลกำไรส่วนนี้ได้ แต่ถ้ากลุ่มา้าอิสึกะอยู่ผิดฝั่งขึ้นมา การเป็นศัตรูกับราชวงศ์ย่อมไม่ใช่ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย
“แต่ผลประโยชน์ที่สามารถพัฒนารากฐานทั้งตระกูลได้ย่อมมีค่าพอใช่มั้ยคะ” องค์หญิงไิเผยรอยยิ้ม เธอชำเลืองมองไปทางนิทานที่ตีสีหน้าเครียดจากการพยายามทำความเข้าใจการสนทนาอันเต็มไปด้วยความหมายแฝงมากมายนี้
อารากะห-ี่ตาลงจ้องมององค์หญิงไิ เขาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวเธอราวกับต้องการจับว่าเธอกำลังโกหกหรือไม่
“ผลประโยชน์เช่นนั้นมิใช่อะไรที่องค์หญิงผู้หนึ่งจะสามารถหยิบยื่นให้ได้ครับ” อารากะปฏิเสธอย่างชัดเจน เขาไม่เชื่อไิแม้แต่น้อย
“เราย่อมทำเช่นนั้นไม่ได้อยู่แล้ว ที่เรามอบให้ได้คือโอกาสค่ะ” องค์หญิงไิยิ้ม
“กลุ่มา้าอิสึกะทราบใช่มั้ยคะว่าในรอบหลายร้อยปีหรืออาจจะหลายพันปีมานี้ ผู้ใดคือผู้ที่แตกฉานที่สุดในด้านการพัฒนาสายพันธุ์สัตว์อสูร” องค์หญิงไิหยั่งเชิง
“ย่อมต้องเป็นตระกูลอิสึกะเราครับ การขยายพันธุ์ปลาคาร์ปผนึกอักษรคือหลักฐานที่ดีที่สุด” อารากะตอบอย่างภูมิใจ
“แต่ดูเหมือนจะติดขัดมานานหลายปีแล้วใช่มั้ยคะ” องค์หญิงไิจี้จุด
“การพัฒนาสายพันธุ์สัตว์อสูรเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้เวลานานในการวิจัยครับ” อารากะยังคงมั่นใจในกลุ่มา้าอิสึกะ การพัฒนาและขยายสายพันธุ์มิใช่อะไรที่อยากจะทำก็ทำได้ ต้องใช้ทั้งเวลาและการทดลองจำนวนมาก ลองผิดลองถูกสะสมข้อมูล กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างออกมาได้เวลาหลายปีเป็นเรื่องธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง
“แต่เราคิดว่าการข้ามสายพันธุ์หรือการผสมสายพันธุ์เป็นแนวทางหนึ่งที่มีค่าพอให้ทดสอบดูนะคะ อย่างเช่นวิธีการขุนนางพันธุ์ผสม” องค์หญิงไิยิ้ม้า
อารากะได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ จะอย่างไรขุนนางพันธุ์ผสมก็เป็นผู้แสวงวิถีผู้หนึ่งผู้เป็นเอกด้านการผสมข้ามสายพันธุ์ สังเกตได้ง่ายจากกองทัพเขาที่ล้วนเกิดขึ้นจากการข้ามสายพันธุ์หรือในสุสานเขาเองที่มีแต่สัตว์อสูรดัดแปลง
“เป็นความจริงครับ หากแต่ว่าขุนนางพันธุ์ผสมเสียชีวิตมากว่าร้อยปีแล้ว ข้อมูลวิจัยเหล่านั้นถูกกักเก็บรักษาไว้ในชั้นในสุดสุสาน หากให้ผู้แข็งแกร่งทำลายเข้าไปโดยตรงมีโอกาสสูงมากที่ข้อมูลจะถูกทำลาย แต่หากใช้เพียงนักสลักเอกเข้าไป การเข้าไปถึงส่วนลึกที่สุดนั้นแทบไม่มีหวัง” อารากะถอนหายใจ
นี่คือหนึ่งในเรื่องที่กลุ่มา้าอิสึกะวางแผนมาหลายเดือน ข้อมูลชุดนี้มีค่ากับพวกเขามากจริงหากการจะไปเอานั้นไม่ง่ายเลย ไม่มีใครรู้ว่าขุนนางพันธุ์ผสมผู้นั้นเก็บข้อมูลไว้ในรูปแบบใด หากใช้กำลังถล่มโดยตรงอาจทำให้ข้อมูลส่วนนี้เสียหายไป พวกเขาเพียงมั่นใจว่าขุนนางพันธุ์ผสมย่อมมีบันทึกตลอดชีวิตเขาเก็บเอาไว้ในสุสานนั้น
“ข้อมูลวิจัยเหล่านั้นมีค่ามากจริง ๆ ครับ มากพอจะยินยอมให้กลุ่มา้าอิสึกะเข้าร่วมสงครามการเมืองอย่างเต็มตัว ไม่ใช่ในฐานะตัวแทนผม แต่เป็นฐานะกลุ่มา้าอิสึกะทั้งกลุ่ม” อารากะกล่าวอย่างหนักแน่น เขามองที่นัยน์ตาองค์หญิงไิเพื่อเสาะหาว่าเธอได้โป้ปดอันใดหรือไม่
ข้อมูลชุดนั้นมีคุณค่ามากพอให้พวกเขากระโจนเข้าสู่สงครามจริง แต่ตัวเขาเองย่อมไม่เชื่อว่าองค์หญิงไิสามารถนำมันมาได้ ไม่เพียงแต่ต้องใช้นักสลักเอกทั้ง ๆ ที่สัตว์อสูรและกับดักในนั้นอันตรายเกินกว่านักสลักระดับต้นไปมาก
จะให้พวกเขาหว่านหานักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 4คำก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หน่ออ่อนชั้นยอดเหล่านั้นส่วนมากมักตกไปอยู่ในมือขุมกำลังใหญ่เสียหมดแล้ว
ไม่ต้องกล่าวถึงตัวตนอย่างผู้เรียนรู้ 5คำในตำนาน ให้พวกเขาส่งคนเข้าไปตายนับพันนับหมื่นยังมีโอกาสสูงกว่า
“เราบอกแล้วค่ะว่าสิ่งที่เราจะมอบให้คือโอกาส โอกาสในการพูดคุยและจ้างวานโดยตรงกับผู้เรียนรู้อัจฉริยะที่เทียบเคียงได้กับนักสลัก” องค์หญิงไิมองไปทางนิทาน
นิทานเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจน้อย ๆ เขาพอจะเดาได้ตั้งแต่ตอนที่ไิพูดถึงขุนนางพันธุ์ผสมแล้ว แต่ก็ยังดีที่เธอเพียงพูดคร่าว ๆ ว่าเขาเทียบเคียงนักสลักเท่านั้น ไม่ได้เปิดเผยความสามารถที่แท้จริงเขาแต่อย่างใด
อารากะหันมามองสำรวจนิทานตั้งแต่หัวจรดเท้า ชายชราท่าทางใจดีคนนี้ใช้สายตาราวกับอินทรีล่าเหยื่อจับจ้องเขาทุกลมหายใจราวกับกำลังประเมินสมบัติล้ำค่า
“ผมคงต้องบอกว่า่าประทับใจ แต่ข่าวต่าง ๆ ย่อมไม่่าเชื่อถือเท่าการได้เห็นด้วยตาตนเองหรอกนะครับ” อารากะพูดขณะมองมาทางนิทาน
นิทานหันไปมองหน้าองค์หญิงไิเล็กน้อย เขาเห็นสายตาซุกซนเธอ หากในนั้นกลับไม่ได้ปรากฏความวิงวอนขอร้อง กดดัน หรือ บังคับอะไร
เธอได้กล่าวไปอย่างชัดเจนแล้ว เธอให้โอกาสในการเจรจากับเขา และผู้ตัดสินใจมีเพียงเขาเท่านั้น จะอย่างไรการที่เธอมอบการเจรจาให้เช่นนี้เท่ากับว่าผลประโยชน์มากมายย่อมมาถึงตัวเขาโดยตรง
นิทานคิดเช่นนั้นก็อดยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้ เขาหยิบหอกอย่างดีออกมาเล่มหนึ่ง ส่วนทางคีตาก็เข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อม มันเริ่มโคจรพลังในร่าง ระบุเป้าหมายการไล่ตามเป็นมนุษย์ต้นไม้ สัตว์อสูรระดับกึ่งนักสลักโทที่มันเคยต่อกรที่หมู่บ้านเปลวเหมันต์ แล้วจึงมอบพลังทั้งหมดให้นิทาน
ความแข็งแกร่งนิทานพุ่งขึ้นสูง เมื่อได้รับพลังจากคีตาที่ทุ่มสุดตัว พลังกายเขาเวลานี้จึงไม่ด้อยไปกว่านักสลักโทแม้แต่น้อย เพียงพลังกายอย่างเดียวก็สามารถต่อกรกับสัตว์อสูรระดับนักสลักได้
เขาฉีกยิ้ม้าพลางเริ่มอัดพลังใส่หอกอย่างที่ทำเป็นประจำ ประกายสายฟ้าเริ่มแลบลั่น การหมุนเร็วจี๋ทำให้ตัวหอกปรากฏกลิ่นไหม้คละคลุ้ง ประกายแสงสีฟ้าเริ่มสว่างจ้าออกมาจากตัวหอกที่ถูกปั่นจนกลายเป็นเส้นสีขาว
“ท่านป้าคะ รบกวนด้วยค่ะ” องค์หญิงไิแม้จะตกใจไม่น้อยที่นิทานยอมทุ่มพลังมากมายถึงเพียงนั้นแต่เธอก็เก็บสีหน้า เพียงฉีกยิ้มราวกับมองเรื่องธรรมดา ๆ ที่เกิดขึ้นในทุกวัน เธอกล่าวขอให้อริยะแปลงเพลิงลงมือ
อริยะแปลงเพลิงได้ยินเช่นนั้นก็เสกลูกไฟก้อนมหึมาก้อนหนึ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า เธอซัดลูกไฟเข้าใส่นิทานโดยตรงท่ามกลางสายตาตกใจอารากะ
จากระดับพลังที่อริยะแปลงเพลิงปล่อยออกมา ลูกไฟยักษ์นั่นเกือบเทียบเท่ากับอริยะแล้ว ไม่ว่านักสลักคนใดก็ไม่อาจต้านทานได้ ไม่ต้องพูดถึงผู้เรียนรู้ทั่ว ๆ ไปคนหนึ่ง
นิทานฉีกยิ้ม้าพลางซัดวัชระดาวตกพุ่งตรงเข้าใส่ลูกไฟขนาดมหึมานั้น
ตูม!
เสียงระเบิดดังลั่นไปทั่วบริเวณ ฝุ่นควันกระจายคละคลุ้งจากแรงปะทะ กระทบกับข่ายอาคมรอบสระปลาคาร์ปเกิดเป็นม่านแสงมากมายปกคลุม
เมื่อฝุ่นควันจางหาย อารากะจึงได้เห็นนิทานที่ยืนนิ่งอย่างไร้รอยขีดข่วน เพียงมีลมหายใจที่หอบเบาและท่าทางอ่อนล้าเล็กน้อย หากมั่นใจได้เต็มที่ว่ายังสามารถเข้าปะทะได้ต่อเนื่อง
อารากะสีหน้าแข็งค้างไป ปากอ้า้านัยน์ตาเบิกโพลงอย่างไม่อาจเชื่อสายตา เขาไม่เหลือมาดนักธุรกิจผู้เจนสนามแม้แต่น้อย
อารากะจับจ้องไปที่นิทานอย่างไม่วางตา นัยน์ตาเขาเรืองแสงขึ้นเล็กน้อย มองไล่ไปยังอุปกรณ์ทุกชิ้นบนร่างนิทาน หากยิ่งมองก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น
"ไม่มีร่องรอยการปิดบัง เป็นผู้เรียนรู้จริง ๆ..." อารากะพูดเสียงเบา
“หากรอเพียงสักครู่และผลประโยชน์มากพอ เราคิดว่าเพื่อนเรา่าจะพอบุกเข้าไปส่วนลึกที่สุดสุสานไหวนะคะ” องค์หญิงไิยิ้ม้า
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??