เรื่อง ฮวงจุ้ย เกมส์ กล คนแปรชี่
ทันทีที่หยุด ปอย็พุ่งตัวาประตูไปโอบกอดุุและีั้งสองในทันที ก่อนที่วิษณุ ดาว และ นาย จะก้าวขาตามลงมา
“ป่อแม่…นี้คือหัวหน้ากับรุ่นพี่น้องที่ทำงาน” ปอยหันหน้าไปยังทีมงานของตน ก่อนจะหันกลับมายังบุพการีทั้งสอง “นี้พ่อกับแม่ปอยเองค่ะ”
“สวัสดีครับ/ค่ะ” ทั้งสามกล่าวประโยคทักทาย พร้อมกับประนมมือขึ้นไหว้
“มาๆๆ” บิดาของปอยเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “เข้ามาตางในกันก่อน”
“แม่ยะกับข้าวไว้นักเลย” มารดาของเธอเสริมคำขึ้นด้วยใบหน้าที่เป็นมิตรไม่ต่างกัน ก่อนจะมองหันกลับไปที่ด้านหลัง ซึ่งมีสตรีผู้หนึ่งยืนมองอยู่ใกล้ๆ “เดือนมาช่วยปี่ยกกระเป๋าหน่อย”
สตรีผู้นั้นผงกศีรษะรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินมา ็เป็นทันทีกับที่ปอยเอ่ยขึ้น
“น้าเดือนบ่อต้องมาช่วยยก็ได้ เดี๋ยวพวกน้องยกกันเข้าไปเอง”
อีกครั้งที่เธอพยักหน้าอย่างว่าง่าย ใบหน้ายังคงเรียบเฉยเช่นเดิม ภายในดวงตาไม่ปรากฏความเคลือบแคลงหรือสงสัยอันใด แต่กลับบ่นงึมงำเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์อย่างเปิดเผยแทน
นายรู้สึกแปลกใจกับอากัปกิริยาของสตรีตรงหน้าแต่ไม่ได้เอ่ยถามอันใดออกไป ขณะที่วิษณุนั้นเดินยิ้มหราตรงไปยังบิดามารดาของปอยพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
“น้องปอยพูดถึงที่บ้านและคุณพ่อกับคุณแม่ตลอดเลยครับ” วิษณุบอก ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงปอยแทบจะไม่ได้พูดถึงเรื่องที่บ้านเลย “สมกับที่น้องปอยบอกเลยนะครับ ว่าบ้านน้องเขาสวยมากเพราะว่าคุณพ่อเป็นคนออกแบบ ส่วนคุณแม่็เป็นคนตกแต่งบ้านด้วยตัวเองและที่สำคัญ น้องปอยยังบอกอีกว่า คุณแม่นะทำอาหารอร่อยมาก” วิษณุใส่สีตีไข่อวยชัยอย่างไม่สนใจอาการเบ้ปากของดาวที่อยู่ด้านหลัง ขณะที่เขาหันกลับมา “จะยืนรอพระแสงของ้าวอะไรอยู่ละ เร็ว….รีบเข้ามา” ไม่ฟังคำตอบ วิษณุ็ค่อมตัวอย่างสุภาพ พลางผายมือเดินนำเข้าไปด้วยเทคนิคที่ช่ำชองของตน ซึ่งนั้น็ทำใหุุ้และีั้งสองต้องก้าวขาเดินอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่ปอย็เดินเข้าไปกับพ่อแม่ของตน ทิ้งให้ดาวและนายยืนงงงันอยู่กับที่ดั่งต้องมนต์สะกด
“ปลาไหลจริงๆ” ดาวถอนหายใจออกยาว “ฉันไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ว่าทำไมถึงได้ทำงานกับพี่แกมานานขนาดนี้กันนะ”
“แกยังไม่ชินอีกเหรอ” นายเอง็ถอนหายใจออกยาวไม่ต่างกัน “แต่ว่านั้นนะ เอาไว้ก่อนเฮอะ เพราะว่าตอนนี้นะแกกับฉันโดนพี่แกเล่นอีกแล้วว่ะ”
“เล่นอะไร”
“็กระเป๋าท้ายไงไอ้ดาว” นายบอก พลางมองกลับไปที่ซึ่งนิ้งสนิท “คงต้องเป็นแกกับฉันสองคนที่ต้องขนเข้าไปแล้วละ”
“เออ…ว่ะ” ดาวพลันได้สติ “เลวววววมากกกก”
“บ่นไป็เท่านั้น” นายส่ายศีรษะอย่างระอา “มาเฮอะ รีบๆ ขนเข้าไปให้เสร็จๆ จะได้พักผ่อนเร็วๆ เหนื่อยมาทั้งวันละ”
“เออ…” ดาวรับคำอย่างอารมณ์เสีย
ขณะที่ทั้งสองช่วยกันลำเลียงกระเป๋าาท้าย สตรีผู้มีสายตาเหม่อลอย็เดินเข้ามาลากกระเป๋าของพวกเขาเข้าไปในบ้านที่ใช้เป็นโฮมสเตย์โดยไม่มีคำพูดได้หลุดออกมา แม้ว่าทั้งนายและดาวจะเอ่ยทักท้วงว่าไม่ต้องช่วย็ได้เพราะไม่ได้มีสัมภาระอะไรมากมาย แต่ทว่าสตรีผู้นั้นคล้ายกับจะไม่ได้ยินเสียง (หรืออาจจะไม่รับรู้สิ่งใดเลย) เพราะเธอนั้นลากกระเป๋าเข้าไปด้านในโดยไม่กล่าววาจาใดๆ ออกมา นอกจากบ่นพึมพำคล้ายดั่งพูดกับตนเองที่จับประโยคได้ประมาณว่า
“รู้เหรอ ว่าอยู่ไหน…ไปที่ไหน…จะไปยังไง…จะทำยังไง…จะแก้ยังไง” ซ้ำๆ วนไปวนมา
ซึ่งมัน็ทำให้นายและดาวพอจะเข้าใจถึงสิ่งที่เธอจะสื่อ กลับกันกับท่าทางอากัปกิริยาอาการแปลกๆ ของสตรีผู้นี้ ที่พวกเขาทำได้เพียงแค่เ็บความสงสัยไว้ในใจ และทำได้แค่แบกหิ้วกระเป๋าสัมภาระที่เหลือตามเธอเข้าไปในบ้าน
กระเป๋าสัมภาระถูกบิดามารดาของปอย และ สตรีผู้นั้นยกขึ้นไปบนบ้านที่พวกเขาจะใช้พักผ่อนในช่วงอยู่ที่นี่ โดยที่ให้ปอยที่เป็นทั้งแขกและเจ้าบ้านนั่งต้อนรับขับสู้พวกเขาอยู่บริเวณยกพื้นด้านล่างตัวบ้านที่ใช้เป็นสถานที่รับประทานอาหาร โดยมีขันโตกที่เต็มไปด้วยอาหารคาวหวานของชาวล้านนาจัดวางไว้อย่างสวยงามชวนหิว
“กินได้เลยค่ะ” ปอยบอกด้วยรอยยิ้ม “รับรองว่าทุกคนจะต้องชอบแน่นอน เพราะนี้คืออาหารเหนือฉบับต้นตำรับเลยนะคะ”
แทบจะไม่ทันจบประโยคที่ปอยบอก ดาวที่เฝ้ารอมานาน็ได้เปิดฉากใช้ช้อนตักหนึ่งในอาหารที่ว่างเรียงรายอยู่ ก่อนจะส่งมันเข้าปากและเคี้ยวด้วยแววตาเบิกกว้าง
“โหว…อร่อยอะ” ดาวพูดโยใช้มือปิดปากขณะที่ยังเคี้ยวอยู่ พลางใช้ช้อนตักขึ้นมาชู้ไว้ด้านหน้าของปอย “นี้เรียกว่าอะไรเหรอ แล้วผักอะไรเนี้ยะ หวานจัง”
“นี้เรียกว่าคั่วแห้มไก่ค่ะพี่” ปอยมองอากัปกิริยาของดาวอย่างดีใจ “ส่วนผักนั้นชื่อใบโกศลค่ะ”
“ใบโกศลเหรอ” วิษณุดูจะแปลกใจไม่น้อย พลางใช้ช้อนตักขึ้นมาอีกคน “ใช่ใบโกศลสีๆ ที่ปลูกไว้ตามบ้านรึเปล่า…มันกินได้ด้วยเหรอ”
“ใช่ค่ะพี่” ปอยพยักหน้ารับ “กินได้ อร่อยด้วย พี่ลองกินดูซิ”
จบประโยควิษณุ็ส่งของในช้อนเข้าปากอีกคน ขณะที่นายกลับนั่งมองอาหารเกือบห้าหกอย่างตรงหน้าอย่างชั่งใจ
“ทำไม กินไม่เป็นเหรอ” ปอยพูดทันทีที่เห็นอาการของเขา “ถ้ากินไม่ได้ จะไปทอดไข่มาให้เอาไหม”
“ปะ….เปล่า” นายเงยหน้าช้าๆ ขึ้นมองปอย ก่อนจะเหลือบมองไปรอบบริเวณอย่างหวาดระแวง “คือว่า…มันกินได้…” เขาพูดเสียงอู้อี้ “น้าคน…นั้น…คือว่า….”
“อ๋อ…กลัวตายอีกแล้วละซิ” วิษณุเอ่ยคำพูดขึ้นอย่างรู้ทัน “ไอ้นายมัน็เป็นแบบนี้แหละน้องปอย กลัว-่าอะไรไม่เคยกลัว กลัวอยู่อย่างเดียวเรื่องกินนี้ละ ตั้งแต่เด็กละ กินยากกินเย็นฉิบหาย”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??