เรื่อง Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด
“ จากร่องรอยพวกมันน่าจะอยู่ที่นี่ ”
อีเธอร์เอลจำนวน 50 ตนหันมองไปรอบๆ เรดาร์ไม่สามารถสแกนหาสิ่งมีชีวิตได้ บนสถานีที่ซ่อนอยู่ภายในดาวเคราะห์ดวงเล็กๆไม่มีสัญญาณชีวิตเลยสักจุด
ขณะที่พวกมันกำลังกวาดตามองออกไปรอบๆเพื่อดูว่ามนุษย์ซ่อนอยู่ที่ใดบนใบหน้าของมันก็เกิดความตกใจ เมื่อจู่ๆมีลูกธนูสีดำพุ่งมาแต่ไกล มันออกมาจากอากาศอันว่างเปล่าแล้วพุ่งตรงเข้าหาพวกมันพร้อมๆกัน
ภายใต้ลูกธนูที่พุ่งมาราวกับ-่าฝน ตัวหนึ่งที่มีความสามารถในการควบคุมพลังจึงกางฝ่ามือไปบนอากาศหยุดลูกธนูทั้งหมดที่คิดจะพุ่งเข้าโจมตี เพียงแต่ว่าลูกธนูส่วนหนึ่งกลับอยู่ในอีกมิติ มันยังคงพุ่งเข้าหามันได้เช่นเดิมจึงต้องให้ตัวที่ครอบครองพลังเทพมิติแยกธนูออกมาจากมิติซ้อนทับ เพียงแต่ว่าลูกธนูที่กำลังพุ่งมานั้นกลับหลบเข้าไปในมิติมากมาย แม้จะมองเห็นแต่ก็สัมผัสไม่ได้ มันยังคงพุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ซึ่งพวกมันรู้ดีว่าลูกธนูเหล่านี้จะต้องออกมาจากมิติในช่วงที่เข้าถึงตัวพวกมันอย่างแน่นอน
อีเธอร์เอลจึงพยายามใช้พลังเข้าต้าน บางคนนำชุดเกราะออกมาซ้อนทับ เพียงแต่ว่าความสนใจที่มอบให้กับลูกธนูกลับกลายเป็นจุดบอด เมื่อจู่ๆมนุษย์ก็โผล่ออกมาจากมิติซ้อนทับแล้วใช้อาวุธในมือตัดคอพวกมันส่วนหนึ่งทิ้ง ยังไม่ทันจะได้สวนกลับ มนุษย์เหล่านั้นก็ได้หายเข้าไปในมิติซ้อนทับพร้อมกับซ่อนตนเองเอาไว้ในการล่องหนจนมองตามไม่ได้
ต่อให้พวกมันจะมีดวงตาพิเศษมากก็ตาม การมองวัตถุล่องหนในมิติอื่นกลับเป็นเรื่องยาก ซึ่งพวกมันไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะสามารถล่องหนแล้วเข้ามาสังหารได้ง่ายดายเช่นนี้
แอ็กเซลที่พึ่งรู้หนึ่งในจุดบอดของดวงตาอีเธอร์เอลฉีกยิ้มดีใจ ดวงตานี้สามารถมองเห็นพลังงานทั้งหมดได้ เพียงแต่ว่าพวกมันไม่สามารถมองเห็นพลังงานจากมิติที่ซ้อนทับกัน เขาจึงล่องหนเข้าไปในมิติซ้อนทับแล้วแอบลอบเข้าไปสังหาร
ในระหว่างที่ใช้ลูกธนูเป็นเหยื่อล่อเขาก็แอบเข้ามาหาพวกมัน สุดท้ายอีเธอร์เอลระดับ 14 ที่ไล่ตามมาจนถึงฐานบัญชาการที่ 99 ที่เขาเคยเตรียมเอาไว้ก็ถูกสังหาร
เดิมทีแผนการณ์ของเขาคือการล่ออีเธอร์เอลไปยังดาวเดม่อน แต่มีหลายสิ่งเกิดขึ้นจนเขาต้องเปลี่ยนแผนใหม่ ฐานหมายเลข 99 จึงเป็นเพียงสถานที่ที่เขาล่อมันมาฆ่าเท่านั้น
ระดับ 15 ดาวที่ใช้พลังเกี่ยวกับมิติเริ่มตรวจสอบหามนุษย์อีกครั้ง มันสัมผัสถึงแอ็กเซลได้แม้จะมองไม่เห็นก็ตาม เมื่อครู่หากมันรู้ว่าเขาจะลอบสังหารด้วยวิธีนี้คงเตือนอีเธอร์เอลที่มาด้วยกันได้แล้ว
ทันใดนั้นเองก็มีลูกธนูจำนวนมากยิงมาจากระยะไกล ครั้งนี้มันจึงไม่ปล่อยให้ตนเองพลาดพยายามตรวจสอบการใช้งานพลังมิติทุกอย่าง เพียงแต่ว่าศัตรูของมันกลับไม่ได้เข้าไปในมิติซ้อนทับ เขาปรากฎตัวพร้อมกัน 3 ร่างก่อนจะมุ่งเป้ามาที่มัน ด้วยพลังระดับ 15 ดาวของชุดเกราะยังไม่มากพอจะฆ่าอีเธอร์เอลในการโจมตีหนึ่งครั้ง
แต่การมีร่างแยกมากถึง 3 พวกเขาสามารถสร้างช่องว่างจนสามารถฆ่าอีเธอร์เอลในการบุกครั้งนี้ได้
เมื่อร่างแยกคนแรกแทงหอกออกไปสุดแรงเขาก็เร่งเวลาให้เร็วขึ้นพร้อมกับสร้างภาพลวงตาเสริมการโจมตีแล้วเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นจริงเพราะรู้ดีว่าภาพลวงตาเล่นงานอีกฝ่ายไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนทุกอย่างที่สร้างขึ้นให้กลายเป็นของจริงทั้งหมด
ร่างแยกคนที่สองเมื่อเห็นการโจมตีแรกส่งตรงไปยังอีเธอร์เอลระดับ 15 ดาวเขาก็ลอบเข้าไปทางด้านหลังแล้วโจมตีไปยังจุดบอดที่เกิดขึ้นจากการที่อีเธอร์เอลพยายามหลบการโจมตีจากร่างแยกคนแรก
ในจังหวะนี้เองร่างแยกที่ 3 ก็ได้ควบคุมพื้นที่เอาไว้ไม่ให้มันหลบเข้าไปในมิติใดได้อีกพร้อมกับขยายร่างใหญ่จนมีความสูง 100 เมตร หลังจากขยายร่างแล้วนี้เองเขาก็ได้สร้างดาบขนาดใหญ่ขึ้นมาถือแล้วฟันไปยังอีเธอร์เอลที่ถูกล้อมโจมตี ต่อให้มันจะมองเห็นการโจมตีรอบๆก็ตามที มันไม่สามารถหลบการโจมตีได้ทั้งหมด
อีเธอร์เอลระดับ 15 ที่รู้ว่ามันถูกบีบให้เลือกรับบาดแผลจากการโจมตีทั้ง 3 สมองของมันก็ถูกกระตุ้นให้ทำการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะตัดสินใจรับการโจมตีจากมนุษย์คนแรก เนื่องจากใบหอกไม่ได้ใหญ่มาก สิ่งที่ทำได้จึงเป็นการแทงทะลวงท้องของมัน ต่างจากดาบของมนุษย์คนที่สอง แม้จะเล็กแต่ก็สามารถผ่าร่างของมันได้ ส่วนร่างใหญ่ยักษ์ไม่ต้องพูดถึง แม้จะรับเข้าไปเพียงน้อยนิดร่างของมันก็สามารถตายได้ ดังนั้นการรับหอกจึงดีที่สุด
เมื่อหอกแทงทะลวงร่างมันก็พุ่งตรงเข้าหาผู้ถือหอกจนร่างของมันเลื่อนไปถึงมือของร่างแยก ภายใต้การพุ่งเข้าประชิดโดยไม่สนบาดแผลนี้เอง อีเธอร์เอลก็ได้คว้ามือเข้าไปจับคอของร่างแยกที่ถือหอกหวังจะฆ่าให้ตายแล้วลากร่างอีกฝ่ายออกไปจากจุดนี้ มันยังไม่สามารถหลบการโจมตีของร่างแยกอีก 2 ได้
แต่แล้วมันกลับตกใจ หอกในมือของอีกฝ่ายถูกปล่อยทิ้งไปอย่างง่ายดายก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไปถือมีดฟันมาที่แขนของมันจนต้องยกมือป้องกัน เพียงแต่ว่าดาบจากชายที่อยู่ด้านหลังก็ได้ฟันตัวของมันจนต้องกัดฟันแน่น บาดแผลที่เกิดขึ้นลึกมากจนราวกับว่าอวัยวะภายในจะหลุดออกมา แต่แล้วการโจมตีที่น่ากลัวที่สุดก็มาถึง เพียงแค่ศัตรูเปลี่ยนจากหอกเป็นมีดก็ทำให้มันพลาดท่าถูกดาบใหญ่ฟันร่างขาดออกเป็นสองส่วน
“ อย่าให้รอดไปได้ ”
กลินวูดเข้าสิงร่างระดับ 14 ดาวรอบๆแล้วกระจายออกไปสังหารระดับ 13 และ 14 ดาว ส่วนระดับ 15 ที่พึ่งถูกฆ่าตายได้รับการอ่านความทรงจำแล้วส่งมันไปช่วยเหลือจุดที่ร่างแยกไปไม่ถึง
จุดใดก็ตามที่ร่างแยกไม่สามารถตามไปได้จะมีระดับ 15 ดาวจากอีเธอร์เอลคอยรับหน้าเอาไว้แทน ทำให้ตอนนี้การกระจายกำลังทางฝั่งแอ็กเซลกว้างไกลมากยิ่งขึ้น
ร่างแยกทั้ง 50 ที่กระจายไปทั่วอวกาศไม่สามารถจัดการอีเธอร์เอลได้ เขาก็เลยต้องใช้กลินวูดช่วยเหลือ ถึงอย่างนั้นดูเหมือนว่าจำนวนกลินวูดจะไม่เพียงพอ หลังจากที่เขาตรวจพบว่าบริเวณดาวโครนอสมีการเปิดรูหนอนนับพัน สิ่งที่เดินทางออกมาจากรูหนอนคืออีเธอร์เอลจำนวนมาก ซึ่งภายในนั้นมีระดับ 16 ดาวเดินทางมาด้วย 1 ตน
จากการเพิ่มจำนวนของอีเธอร์เอลเขาคิดว่าการลอบสังหารที่เกิดขึ้นเพื่อขัดขวางไม่ให้พวกมันสำรวจกาแล็กซี่ คงไม่สามารถทำได้นานกว่านี้ ต่อให้เขาจะฆ่าพวกมันได้ก็ตามที สุดท้ายกองกำลังของเขาจะมีเพียง 5,000 จากการให้กลินวูดเข้าสิง แต่สำหรับอีเธอร์เอลพวกมันจะเพิ่มเป็นหลักหมื่นและอาจจะมากกว่านั้นจนเขาเองก็จินตนาการไม่ได้ว่าพวกมันมีเยอะแค่ไหน
จากความทรงจำของอีเธอร์เอลที่กระจายออกไปรอบๆเพื่อสำรวจกาแล็กซี่แห่งนี้ พวกมันมาจากกาแล็กซี่ที่ถูกตั้งชื่อว่า เอ็กตร้า ภายในกาแล็กซี่แห่งนั้นมีพวกมันอยู่นับแสน เขาจึงคาดการณ์ได้ว่าตนเองอาจจะต้องสู้กับพวกมันทั้งหมด
“ ดาวเทอร์ราออกไปหมดแล้ว เหลือแค่ผู้ที่ไม่อพยพ ”
หนึ่งในร่างแยกบอกกับทุกคนที่เชื่อมต่อผ่านสมอง นับเป็นเวลา 2 วันแล้วที่แอ็กเซลส่งข่าวให้ดวงดาวทั้ง 5 รับทราบ ตอนนี้บนดวงดาวทั้ง 5 จึงเหลือเพียงแค่คนที่ไม่ยอมเดินทางไปที่ไหน ทางกองทัพไม่มีการบีบบังคับแต่อย่างใด พวกเขาจึงปล่อยให้ผู้ที่คิดจะจบชีวิตไปกับดวงดาวได้อาศัยอยู่ภายในบ้านตนเองต่อไป
เมื่อร่างแยกทั้งหมดเห็นว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องรีบเร่งลงมือกับอีเธอร์เอลแล้ว จึงลดความเร็วในการลอบสังหารลง ปล่อยให้พวกมันได้สำรวจกาแล็กซี่แห่งนี้เพิ่มเติม ตอนนี้มนุษย์ไม่ได้อยู่ใกล้กับตำแหน่งของอีเธอร์เอล เขาจึงไม่จำเป็นต้องกระตุ้นให้พวกมันเรียกกำลังเสริมมาอีก ซึ่งเขาก็แอบหวังให้อีเธอร์เอลที่กระจายตัวไปรอบๆจนเข้าใกล้หลุมดำเจอของล้ำค่าเพื่อที่เขาจะได้แย่งมันมาใช้งาน ดังนั้นร่างแยกจึงลอบติดตามอีเธอร์เอลบางกลุ่มที่พยายามสำรวจกาแล็กซี่แห่งนี้อย่างตั้งใจ
---------------------------------------------------------------
“ ดูเหมือนฉันจะคาดหวังกับพวกมันมากเกินไปสินะ ”
แอ็กเซลถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางหมดหวัง เขาวางแผนเอาไว้หลายอย่าง นอกจากจะนำพลังเทพจากเดม่อนมาเป็นของตนเองได้แล้ว เขายังสร้างความกลัวที่พวกมันมีต่อมนุษย์ได้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับต่างออกไป เดม่อนทั้งหมดไม่เคยคิดเชื่อว่าพลังของพวกมันด้อยกว่ามนุษย์ ต่อให้พวกมันจะเห็นเขาทำลายฐานไปแล้วก็ตาม พวกมันกลับคิดว่าพวกที่ตายอ่อนแอ ดังนั้นจึงไม่มีการนำพลังเทพไปรวมกันเพื่อส่งมอบให้เขาแต่อย่างใด
เมื่อรู้ว่าเขาจะต้องกวาดล้างผู้มีพลังเทพเองแอ็กเซลจึงบอกให้ร่างแยกทั้งหมดลงสู่ดาวเดม่อนแล้วเข้าสังหารพวกที่คิดต่อต้านเขาทั้งหมด ซึ่งเขาไม่ลืมอ่านความทรงจำของพวกมันด้วยเช่นเดียวกันเพื่อหาฐานลับหรือดวงดาวอีกหลายแห่งเพื่อตามไปกวาดล้าง
ภายใต้การเดินเหยียบอากาศเผยตัวต่อหน้าเดม่อนในหลายเมือง พวกมันกลับไม่ได้เกรงกลัวต่อพลังที่เหนือกว่า แต่ละตัวล้วนแล้วคุยกันด้วยท่าทางสนุกสนานเพื่อเดิมพันหากพวกมันตัวใดตัวหนึ่งฆ่าศัตรูสำเร็จจะได้อะไรบ้าง
แอ็กเซลกลับไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาอีกต่อไป เพียงแค่เขาชูมือขึ้นไปเหนือหัวแล้วดีดนิ้วเบาๆเรียกใช้เวทเซารอนที่ 5 เข็มนับล้านก็ได้พุ่งตกลงมาฆ่าเดม่อนทั้งเมือง
ตัวใดที่มีพลังเทพถูกด้ายพลังงานพุ่งเข้าไปดึงร่างมากองไว้ด้านล่างจุดที่เขายืน ตัวใดที่มีอาชีพพิเศษถูกส่งให้บลูมมาเธอร์ เขาไม่จำเป็นต้องรอให้เดม่อนโจมตีเพื่อดูว่าพวกมันมีสกิลและอาชีพใด เพียงแค่อ่านจากความทรงจำตัวที่ตาย เขาก็รู้ข้อมูลทั้งหมดของเดม่อนแล้ว
อ้าก!
เสียงร้องดังก้องมาจากเดม่อนที่สิ้นชีวิต ต่อให้พวกมันจะมีจำนวนนับล้านเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเข็มเล็กๆที่ร่วงตกลงมาจากฟ้าไม่มีตัวใดสามารถเอาชีวิตรอดจากมันได้อีก ต่อให้จะหลบอยู่ใต้ดินลึกลงไปหลายพันเมตร เข็มที่ร่วงตกกลับเสียบแทงพวกมันได้เช่นเดิมด้วยการพุ่งทะลวงพื้นดินไปให้ลึกที่สุดเพื่อฆ่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนดาวดวงนี้
ทันใดนั้นเองแอ็กเซลก็ได้คว้าร่างไร้ชีวิตของหนึ่งในผู้นำของสหพันธ์มาอ่านความทรงจำ เมื่อรู้ว่าพวกมันมีอาวุธระดับ 13 เก็บเอาไว้ใช้ เขาก็ได้โยนร่างมันให้บลูมมาเธอร์สร้างไข่เพราะอาชีพของมันนับว่าหายาก
การปล่อยให้เดม่อนที่ถูกสังหารนอนตายนับว่าเป็นการเสียเปล่า เขาจึงเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นแมงมุม การนำศพไปทำเป็นพลังงานไม่เพียงพอจะเลื่อนระดับมอนสเตอร์ของเขาให้เป็นระดับ 13 ดาวได้ ดังนั้นการนำศพมาเปลี่ยนให้เป็นแมงมุมเพื่อหาอาชีพและสกิลดีๆมาใช้จึงเหมาะสมกว่า
ทันใดนั้นผู้นำอีก 9 ตัวก็ถูกสังหาร ก่อนที่แอ็กเซลจะอ่านความทรงจำแล้วพบว่ายังมีเดม่อนอีกจำนวนมากที่อาศัยอยู่บนดวงดาวที่ต่างออกไป เขาจึงสั่งให้ร่างแยกเร่งมือเพราะจะได้แยกย้ายกันไปดาวดวงอื่นเพื่อเก็บพลังเ.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??