เรื่อง ร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit

ติดตาม
ตอนที่ 76 ลับกระบองให้คมดุลกระบี่
ตอนที่ 76 ลับกระบองให้คมดุลกระบี่
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

หลังจาก๸ู๯ารประลองในสายล่างจนจบช่วงเย็น พวกเราจึงได้รู้ว่าคู่ต่อสู้ของโหวหวังก็คือมี่หวังคนดีคนเดิม

คนที่เจ้าเพื่อนหน้าขนเคยเอากระบองยัดปากมันแล้วสั่งให้กระทุ้งท้องนั่นแหละ

พวกเราทั้งกลุ่ม.. คนตระกูลซุนและผมก็พากันกลับมาที่เรือนรับรอง

แต่วันนี้ดูจะแปลกหน่อย เพราะทันทีที่มาถึง ผมก็เห็นคนตระกูลฮูมายืนรอพร้อมบอกว่าต้องการพูดคุยกับคนตระกูลซุน

ซึ่งผมก็แอบเห็นว่าดันมีสาวหน้าตาจิ้มลิ้มติดตามมาด้วย

แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเองเท่าไหร่ ก็เลยขอตัวกลับห้องดีกว่า

ปล่อยให้พวกเขาเล่นบทเจ้าบ้านต้อนรับแขกกันไป

พอกลับถึงห้อง หลินซินก็ได้เดินตรงดิ่งเข้ามาหาผมพร้อมยื่นอะไรบางอย่างให้

ของสิ่งนั้นมันเป็นกระดาษเนื้อแข็ง ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือผมหน่อยเดียว จับแล้วรู้เลยว่าแข็งจริงจัง ชนิดที่ผมนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าถ้าเอากระแสธาราฟาดโดยไม่เสริมพลังปราณ มันจะขาดไหมเนี่ย

ด้านหน้ากระดาษเขียนด้วยอักษรสีทองงดงาม แปะตราตระกูลฮูเอาไว้อย่างภาคภูมิ ส่วนข้อความด้านหลังมีอักษรตัวใหญ่ ๆ เขียนว่า 'แด่ผู้ทรงเกียรติ'

ผมก็เคยได้ยินเรื่องบัตรแบบนี้อยู่บ้าง มันเหมือนบัตรผ่านประตูสู่ชั้นบนสุดของสำนักการค้าตระกูลฮู

ว่ากันว่าบัตรใบนี้ได้ยากนักยากหนา

แต่ตอนนี้กลับอยู่ในมือของผม

แม้จะสงสัยในที่มาที่ไปของบัตรที่อยู่ในมือ

แต่ก็นะ..

การที่บัตรใบนี้มาอยู่ในมือก็ดูน่าสนใจดี แถมในอนาคตก็อาจใช้การอะไรได้บ้าง ผมเลยคิดที่จะเก็บเอาไว้

แต่ความน่าสนใจที่ผมมีก็ต้องลดลงแทบจะทันที หลังจากที่ผมเลื่อนสายตาอ่านบรรทัดต่อมา

ทำเอาหน้าผมแทบซีด

'หลิว เจี้ยน นายท่าใหญ่แห่งท่าเรือเมืองนพบุรี'

เขียนชัดเป๊ะพร้อมลงชื่อเสร็จสรรพ ไม่เผื่อทางหนีไว้ให้ผมแม้แต่น้อย

เอ่อ..คือ.. ผมอาจจะลืมเล่าให้พวกนายฟัง..

คือตระกูลหลิวน่ะ.. ตระกูลของผม..

คือตระกูลเจ้าของท่าเรือของเมืองนพบุรี

เอาง่าย ๆ

ผมเป็นเด็กบ้านรวยน่ะนะ ถึงแม้ว่าเงินที่ว่าจะเป็นของท่านย่าก็เถอะ

แต่การที่ตระกูลฮูลงตราประทับชื่อแบบนี้มา มันจึงทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

ผมไม่ทราบว่าตอนนี้ตระกูลฮูสืบเรื่องของผมลึกไปขนาดไหนแล้ว

ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าข้อความท่อนนั้นเป็นเรื่องที่พวกมันสืบได้มา หรือเป็นการลองเชิงของผมกันแน่

จากบัตรที่คิดว่า 'จะเก็บเอาไว้' มันกลายเป็น 'ต้องเก็บเอาไว้' แทน

“นายน้อย.. จะทำเช่นไรต่อไปดีเจ้าคะ?”

หลินซินถามออกมาทันทีที่ผมหยิบดูบัตรเชิญใบนั้น

สีหน้าเธอดูร้อนใจชัดเจน

ซึ่งเข้าใจได้..

เพราะดูเหมือนเธอจะเห็นมันก่อนหน้าผมอีก แล้วก็มานั่งรอ เก็บความอึดอัดอยู่ตรงนี้จนกว่าผมจะกลับมา

ผมถอนหายใจช้า ๆ หนึ่งเฮือก ก่อนตอบ

“ข้าไม่คิดว่าพวกมันรู้แล้วหรอกว่าข้าคือลูกของอาป๊าและอาม้า”

น้ำเสียงของผมตอนนั้นนิ่งมาก จนอาจจะฟังดูเย็นชาไปด้วยซ้ำ

แต่ในหัวกำลังไล่เรียงข้อมูลทั้งหมดที่มีอย่างเป็นระบบ

“เพราะอย่างไรในอดีต คนพรรคมารฯ ก็ได้ประกาศว่าได้สังหารอาป๊าและอาม้าของข้าลงไปแล้วพร้อมด้วยยี่ฟู่ของข้า

อีกทั้งไม่มีข่าวคราวใดในยุทธภพอีกเลย หรือต่อให้พวกมันคิดเช่นนั้น

พวกมันก็ไม่มั่นใจจริง ๆ หรอกว่าข้าคือคนตระกูลหลิวจากเมืองนพบุรีจริง ๆ หรือไม่..

แล้วด้วยความไม่รู้..

พวกคนตระกูลฮูเลยลองเสี่ยงดู”

“แล้วพวกเขาส่งบัตรใบนั้นมาด้วยเหตุอันใดหรือเจ้าคะ? ไหนจะข้อความที่ระบุเจาะจงเช่นนี้อีก”

“ไม่เพื่อมาลองเชิงข้า..

ก็น่าจะเพื่อผูกสัมพันธ์กับข้าน่ะ

แต่ก็อาจเป็นทั้งสองอย่าง”

ผมพูดออกไป

“คนพวกนั้นน่าจะคิดว่าข้าคือลูกของหกกระบี่คนอื่นที่ยังเหลืออยู่..

หรืออย่างน้อย ๆ ก็ลูกศิษย์ของพวกเขา

เผลอ ๆ อาจคิดว่าข้าคือลูกลับ ๆ ของท่านเจ้าสำนักสาขาหลักด้วยซ้ำ เพราะข้าสนิทสนมกับคนตระกูลซุนเป็นพิเศษ

แต่ก็อย่างว่า..

ตระกูลฮูคงแค่คิดลองเชิงข้า.. และคงจะกอดเรื่องที่มันสืบได้ไว้แน่น ๆ ก่อนจะแน่ใจว่าข้าคือใคร”

ผมจำได้ดีว่าโหวหวังมันเคยเล่าเรื่องตระกูลฮูให้ฟัง..

มันเคยบอกว่าถ้าจะหาตระกูลที่อ่อนสุดในห้าตระกูลเสาหลัก ก็ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล ตระกูลฮูนั่นแหละตัวเต็ง

ดูอย่างงานประลองศึกปัญจมิตรปีนี้ก็ได้

พวกมันเป็นถึงเจ้าภาพแท้ ๆ แต่ดันไม่มีแม้แต่ตัวแทนคนสกุลฮูลงแข่งสักคน..

พวกนายว่าแปลกไหมล่ะ?

ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะตระกูลฮูประสบปัญหาหนักเรื่องการให้กำเนิดยอดฝีมือมาตลอด

เหมือนโดนคำสาปยังไงยังงั้น..

กว่าจะปั้นคนเก่งออกมาได้สักคนมันช่างยากเย็นเกินบรรยาย

แต่ถึงจะอ่อนด้านฝีมือ..

พวกเขากลับชดเชยด้วยการเล่นเกมการเมืองเก่งเอาเรื่อง

ทำการค้าก็เก่ง ผูกมิตรก็เป็น แถมยังพูดจาเข้าหูแบบสุด ๆ

จึงทำให้ไม่ยาก ที่พวกมันจะผูกสัมพันธ์และมีลูกหลานที่แต่งเข้าตระกูลโน้นตระกูลนี้ไปทั่ว

ยกตัวอย่างง่าย ๆ

หม่าเหวินพ่อของหม่าเฟย..

เขานั่นแหละมีภริยาเอกเป็นคนตระกูลฮู ชื่อฮูฟูยู่

อาจฟังดูแปลก.. แต่การแต่งเข้าไปในตระกูลหม่าของเธอก็ช่วยดันชื่อของตระกูลฮูให้ยืนหยัดอยู่ในห้าหลักต่อไปได้

แถมลูกของเธอก็ยังเป็นคู่ต่อสู้ของผมในอีกสองวันข้างหน้าด้วย

หม่าชุนเฟิง..

“แต่มันยังไม่แน่นอน..

หลินซินจำได้ว่าพวกเขามีเด่นเรื่องข่าวสารมิใช่หรือเจ้าคะ..

ไม่แน่พวกเขาอาจรู้เบื้องลึกอะไรบางอย่างบ้างแล้วก็ได้นะเจ้าค่ะ”

“ก็นะ”

ผมไหล่เบา ๆ ไปทีหนึ่งเหมือนจะไล่ความเครียด

แต่มันก็แค่ท่าทางมากกว่า..

เพราะสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือรอดู..

“ต่อให้พวกนั้นรู้.. พวกนั้นก็คงไม่พูดมากอะไรหรอก..”

“ด้วยเหตุใดหรือเจ้าคะ?”

ผมเห็นหลินซินขมวดคิ้วนิด ๆ

ผมยิ้มมุมปากนิด ๆ ก่อนจะตอบเธอไป

“ก็อย่างที่บอก.. พวกนั้นคงอยากเป็นมิตรกับข้ามากกว่าเป็นศัตรูล่ะนะ

อย่างน้อย ๆ ก็จนกว่าจะแน่ใจว่าข้าคือใครกันแน่..”

.

.

เช้าวันต่อมา ก่อนการประลองคู่แรกประมาณหนึ่งชั่วโมง

พอผมได้เจอกับโหวหวัง ผมก็เลยถามมันเรื่องที่คนตระกูลฮูมาหามันเป็นการส่วนตัว

เพราะยังไง..

ตระกูลฮูก็ส่งบัตรผู้ทรงเกียรติมาให้ผม ผมจึงอยากจะรู้ถึงเหตุผลที่คนตระกูลนั้นมาหาเพื่อนของผม

แล้วพอผมรู้ ผมก็ถึงกับอ้าปากค้าง

“คนตระกูลฮูส่งแม่สื่อมาสู่ขอเจ้าให้ลูกสาวของเขา?”

ผมเอ่ยขึ้นเสียงสูงเล็กน้อยเมื่อได้ยินในเรื่องที่มันเล่า ก่อนจะเอ่ยถามออกไป

“ให้ข้าเดานะ... เจ้าคงตอบตกลงไปแล้วใช่ไหม?”

เอาล่ะ ผมจะมาสอนสมการง่าย ๆ ในการคิดคำนวณเรื่องนี้ที่ไม่มีสอนในห้องเรียน

หากมีคำว่า ซุนโหวหวัง แล้วมีคำว่า ผู้หญิงรวมอยู่ในสมการ ยิ่งในสมการนั้นมีคำว่าหมั้นหมายพร้อมด้วยหน้าตาของผู้หญิงที่ดูดีระดับหนึ่ง

คำตอบที่ได้ล้วนมีเพียงหนึ่งเดียว

แต่งครับ!

จำเอาไว้สอบได้เลยนะพวกนาย

“ไม่.. ฉันตอบปฏิเสธ”

พ๊วด! ผมนี่ถึงกับพ่นข้าวต้มกับไข่เค็มในปากออกมาจนหมด

บ้าน่า! สมการมีผิดด้วยเหรอเนี่ย!

“ขะ...ขออภัยขอรับท่านทั้งสอง...”

ผมถึงกับรีบหันไปขอโทษบุพการีทั้งสองของซุนโหวหวังในทันทีที่ทำเสียมารยาท ก่อนจะหันกลับไปหาไอ้เจ้าหน้าขนข้างตัว

“ปฏิเสธ? จริงเหรอ? ไม่...ไม่...ไม่! นายล้อฉันเล่นแล้ว

แบบนี้ไม่ใช่นิสัยนายสักนิด!

คนอย่างซุนโหวหวังปฏิเสธผู้หญิง..

เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!!”

ตอนผมพูด ผมก็ต้องก้มหน้าเก็บเม็ดข้าวที่ผมทำหกอยู่บนโต๊ะไปด้วย

แต่สายตาของผมก็ยังมองไปที่โหวหวังเพื่อรอคำตอบ

“แม่ฮูหงเปาเพิ่งสิบปีเท่านั้น.. เอ็งจะให้ฉันแต่งเธอมาทำอะไร?

เป็นพ่อให้เธอดอกฤๅ?”

โหวหวังย่นคิ้วจนแทบจะติดกันเป็นปม ดูท่าแล้วเจ้าหมอนี่จะตกใจจริง ไม่ได้แกล้งทำ

“ถึงฉันจะมักมาก แต่เด็กเท่านี้ฉันเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน...”

ผมเหล่ตามองสหายคนนี้แล้วอดยิ้มในใจไม่ได้

ถ้าฮูหงเปาอายุมากกว่านี้อีกสักห้าปี..

ผมกล้าพนันเลยว่าเจ้าหน้าขนต้องเปลี่ยนใจแน่นอน

เผลอ ๆ อีกห้าปีข้างหน้า ถ้าคนตระกูลฮูยังไม่หมดความสนใจในตัวโหวหวัง บางทีฮูหงเปาอาจได้มาเยือนบ้านตระกูลซุนอีกครั้งก็ได้

หรือให้เร็วที่สุด..

ทางฝั่งนั้นก็อาจหาคนใหม่มาแทน

หลังจากกินข้าวกันจนอิ่ม ผมกับคนตระกูลซุนก็ต้องรีบเดินขบวนไปสนามประลองในทันที

เพราะวันนี้ในการประลองรอบแรก ซุนโหวหวังมันต้องขึ้นสังเวียนเจอกับมี่หวังอีกครั้ง

ใช่ครับ..

มี่หวังคนเดิมที่โหวหวังเคยใช้วิธีสุดจะน่ารังเกียจทำให้ตกรอบไปเมื่อสองวันก่อน

นี่มันรีแมตช์ที่น่าดูเหมือนกัน

เพราะท่าทางมี่หวังน่าจะโกรธแต่ไม่ถึงกับแค้นที่โหวหวังมันทำให้ขายหน้าไปตอนก่อนหน้านี้

ซึ่งพวกเราก็มาถึงสนามประลองจนเรียกได้ว่าเฉียดชิวเป็นที่สุด

เพราะมาถึง.. ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง.. ฮูจินก็ยืนรออยู่บนสนามประลองแล้ว

หลังจากฮูจินประกาศเรียกชื่อทั้งสองคนขึ้นสนาม..

สายตาของมี่หวังที่มองซุนโหวหวังมันเปลี่ยนไปจากเดิมราวฟ้ากับเหว

ซึ่งผมก็เข้าใจ.. ถ้าเป็นผม.. เจอคนเคยทำให้ขายหน้าโดยไม่ได้แพ้แบบลูกผู้ชาย ก็คงจะเจ็บใจไม่ต่างกัน

ส่วนซุนโหวหวังน่ะเหรอ.. เอาตรง ๆ หมอนั่นไม่ได้รู้สึกผิดอะไรนักหรอก ความรู้สึกผิดในวันนั้นมันมีอยู่แค่กับตระกูลตัวเอง ส่วนเรื่องกับมี่หวัง สองวันผ่านไป อารมณ์นั้นมันก็จืดจางเหมือนข้าวต้มตอนเช้าที่ถูกลืมไว้ในชามนั่นแหละ

แต่รอบนี้มาแปลก..

หมายถึงฮูจินน่ะนะ

“หากพร้อมแล้ว.. เริ่มประลองได้!”

เหมือนกับว่าคนเป็นกรรมการจะมองขาด ว่ารอบนี้น่าจะดุเดือดเพราะเป็นการรีแมตช์

จึงได้ประกาศเริ่มการประลองไปเลยทั้งอย่างนั้น

แล้วพอเสียงประกาศจางลง..

ทั้งสนามก็ตกอยู่ในความตึงเครียดแบบที่ใคร ๆ ก็สัมผัสได้

มี่หวังเริ่มก่อนเหมือนเดิม..!

หมอนั่นวิ่งฉิวไปรอบสนาม ไม่ใช่แค่เพื่อโชว์ความเร็วแต่เพื่อหาจังหวะซัดอาวุธลับที่ติดตัวไว้ทีละชิ้น ด้วยท่าทางแบบเดิมเป๊ะ ๆ ไม่มีเปลี่ยน

ส่วนโหวหวังของพวกเรา แน่นอน.. มันก็ไม่เสียเวลาลังเลอะไรเหมือนกัน

มันรีบเร่งท่าร่างประจำตระกูลแล้ววิ่งลุยตรงเข้าหามี่หวังเต็มสปีด

กระบองในมือก็แกว่งรับอาวุธลับที่พุ่งเข้าใส่แทบจะไม่หยุดมือ

“ฤทธิ์กระบองบ้านสกุลซุน กระบวนที่ 3 กำแหงสุดกู่!”

ดูเหมือนประสบการณ์จากการเจอกันครั้งก่อนจะทำให้โหวหวังรู้ว่าควรทำเช่นไร

มันจึงได้ใช้วิชาที่เพิ่มความเร็วยิ่งขึ้นผสมกับท่าร่างประจำตระกูล เพราะด้วยรู้ว่าท่าร่างของมี่หวังนั้นเด่นกว่าในเรื่องความเร็ว แถมอีกฝ่ายยังเป็นมืออาวุธซัดด้วย

เมื่ออาวุธระยะกลางปะทะกับอาวุธระยะไกล แน่นอนว่าระยะห่างของคนทั้งสองล้วนมีผล

โหวหวังมันเลยต้องย่นระยะเข้าประชิดตัวให้ได้เร็วที่สุด

โหวหวังโน้มตัวไปข้างหน้าขณะยังวิ่งต่อเนื่อง มือขวาลากกระบองครูดไถไปกับพื้น มือซ้ายเกือบแทบจะช่วยยันเหมือนเป็นเท้าอีกข้าง

ท่าทางแบบนั้นใครเห็นก็บอกได้เลยว่า วานรของแท้!

แล้วดูสิ..

มีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าขน แต่คราวนี้มันไม่ใช้กระบองที่ตีส่ง ๆ เหมือนเดิม

โหวหวังตั้งใจฟาดกระบองใส่มีดสั้นนั่นแบบไม้เบสบอล

สงสัยหวังตีโฮมรัน

ผลคือมีดสั้นพุ่งกลับไปหาเจ้าของเร็วกว่าตอนปาออกเสียอีก

แล้วด้วยมีดคมที่ลอยสวนกลับมา มี่หวังเลยต้องเบี่ยงตัวหลบไปทางขวา

แต่ไม่ใช่แค่หลบอย่างเดียว เจ้าหมอนั่นยังปาอาวุธอีกเล่มใส่โหวหวังในจังหวะที่หลบไปด้วย

คงอยากจะรักษาระยะห่างแม้ว่าจะถูกไล่ต้อนอยู่ก็ตามที

แต่ก็เหมือนเดิม..

โหวหวังตีอาวุธที่มี่หวังขว้างมาโต้กลับไปหาตัวเจ้าของตลอด ไม่ได้หวังให้โดนหรือสร้างบาดแผลอะไรหรอก

หมอนี่แค่ใช้ลูกเล่นนี้เพื่อ 'ต้อน' ให้มี่หวังวิ่งไปตรงมุมที่มันต้องการก็เท่านั้น

ซึ่งพอถึงจุดหนึ่ง..

โหวหวังก็สามารถต้อนมี่หวังให้เหลือเพียงห้าเมตร

ซึ่งเป็นระยะที่พอเหมาะพอเจาะสำหรับกระบองปราบมังกรที่สามารถยืดหดได้ดั่งใจนึก

แต่มี่หวังก็ไม่ใช่คนโง่

มันย่อมรู้ดีว่ากระบองของโหวหวังมีจุดเด่นยังไง เพราะโดดกระบองนั้นยัดเข้าพุงมากับตัวเองแล้ว

แล้ววิธีที่หมดนั่นเลือกก็เป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดเหมือนกัน

เพราะหมอนั่นเลือกที่จะวิ่งพุ่งตรงเข้าหาโหวหวังแทนการรักษานะยะห่างแบบช่วงแรก

แค่นั้นไม่พอ มือซ้ายขวาก็ได้จับมีดสั้นไขว้ออกไปทางด้านหน้า พร้อมกับพลังปราณที่เอ่อท้นขึ้นมา

“คมกริบสลาตัน!”

แค่ได้ยินชื่อท่า ผมก็รู้ว่าเรื่องใหญ่กำลังจะมา!

ในชั่วพริบตา อาวุธสั้นทุกชิ้นรอบตัวมี่หวังถูกสั่งให้ลอยกลับมารวมกัน พร้อมหมุนวนรอบตัวเจ้าของเหมือนปราการแหลมคมติดปีก

ทุกเล่มทั้งคมและหมุนเร็ว..

แค่เห็นก็นึกภาพว่าถ้าเข้าใกล้ไปโดนเข้าคงไม่ต่างอะไรกับถูกใบพัดเครื่องบินเฉือนเนื้อ

จากการต่อสู้ระยะไกลเปลี่ยนเป็นการต่อสู้ระยะประชิดในทันทีที่มี่หวังใช้ท่านั้นออกมา

มีดสองเล่มที่คนถือต่างพุ่งทะลวงจ้วงแทงใส่เพื่อนหน้าขนของผม บีบให้โหวหวังไม่อาจออกกระบองได้ถนัด

ซ้ำร้าย..!

-่ามีดสั้นและอาวุธซัดที่ลอยอยู่ก็ผลัดกันพุ่งเข้าหาโหวหวังราวกับมีมือที่มองไม่เห็นสอดแทรกแทงเข้าใส่

โหวหวังรับทุกคมมีดที่วิ่งเข้าหาแบบคล่องแคล่วอยู่คู่หนึ่ง

ผมเห็นหน้าตาของเพื่อนก็รู้ว่ามันนั้นแม้จะมีงานชุก แต่ใบหน้าของมันกลับไม่ได้บอกเลยว่ารู้สึกลำบาก

ดูสบายเกินไปด้วยซ้ำ

จนเมื่อได้จังหวะ!

กระบองโหวหวังก็ได้วาดกวาดเข้าใส่มี่หวังที่หนึ่ง พร้อมหอบเปลวนิพพานที่ลุกขึ้นอาบฉาบไปทั่วตัวกระบองปราบมังกรราวกับเป็นของแถม

บีบให้มี่หวังที่บุกทะลวงเข้าหาจำต้องกระโดดหลบฉากออกไปไกลกว่าเดิมเล็กน้อย

แน่นอน..

เปลวนิพพานนั้นเป็นอะไรที่ไม่อาจยุ่งได้หากไม่มั่นใจว่าสามารถสู้ได้

พอได้จังหวะที่มี่หวังถอยไปตั้งหลัก!

โหวหวังมันก็ไม่รอช้า บังคับกระบองให้ยืดออก ดีดตัวเองกระโดดเข้าหามี่หวังไปราวกับเงาตามติด

พออยู่กลางอากาศ กระบองก็หดกลับย่อขนาดลง!

แต่รอบนี้กระบองมันหดเหลือสั้นแค่หนึ่งเมตร ทั้งท่าจับกระบองของโหวหวังก็เปลี่ยนไป

จากที่เคยจับตรงกลางตลอดมาตลอด ตอนนี้มันกลับจับไปที่ส่วนปลายเหมือนถือกระบี่

ตอนผมมองผมยังเห็นภาพย้อนตัวของผมกับโหวหวังซ้อนทับกัน

แล้วผมก็รู้ได้ในทันทีว่าโหวหวังมันจะทำอะไร

พลังปราณสีชาดพร้อมด้วยเปลวนิพพานถูกเร่งขึ้นมาทั่วตัวกระบอง

ปากของโหวหวังก็ได้ตะโกนก้องออกไปเสียงดังลั่น

“วิชากระบี่โบยสวรรค์ ขั้นที่ 3 อสูรสูญ!!”

กระบองในร่างจำแลงของกระบี่ถูกกดฟาดลงไป หอบเอาทั้งพลังปราณและปราณธาตุวาบผ่านเป็นเส้นสาย

มี่หวังเห็นทุกการเคลื่อนไหวของโหวหวัง มันจึงได้รีบรวบอาวุธซัดของมันที่บิดอยู่รอบตัวให้มากระจุกรวมกัน

หวังใช้อาวุธทั้งสิบเล่มต้านหนึ่งกระบอง

ตุ๊บ..!! เคล้ง..!!

ซึ่งการป้องกันนั้นก็สามารถต้านยันวิชากระบี่โบยสวรรค์ที่โหวหวังใช้ออกมาได้

ทว่าการทำแบบนั้น..

ต้องแลกกับการ์ดป้องกันของตนเองที่แตกกระเจิง พร้อมอาวุธทุกเล่มที่ถูกเปลวนิพพานแผดเผา

ดวงตาของมี่หวังถึงกับหดเล็กลง..

เพราะสิ่งที่โหวหวังกำลังจะทำต่อไปนั้น..

“ฤทธิ์กระบี่บ้านสกุลซุน กระบวนที่ 1 กวาดผืนธรณี!”

ตุ๊บ..ฉัววะ!!

เสียงกระบองสั้นของโหวหวังฟาดเข้ากลางลำตัวมี่หวังเต็มแรง

เกิดเสียงหนักแน่นผสมระหว่างการทุบและการเฉือนก้องไปทั้งสนาม

พร้อมกัน!

ร่างของมี่หวังปลิวไปตามทางที่กระบองเลือก เกิดเป็นสายโลหิตสีแดงกระเซ็นไปตามทางที่คนปลิดปลิว

สายตาผมมองตามรอยแผลที่ท้องของมี่หวัง..

เอาจริง ๆ มันดูไม่เหมือนโดนกระบองฟาดเลย!

เป็นแผลเหวอะเหมือนมีดหรือดาบฟันใส่มากกว่า ไม่ใช่รอยฟกช้ำหรือบวมแบบที่ควรจะได้จากกระบองธรรมดา

“ผู้ชนะในรอบแปดคนสุดท้ายสายล่างคำรบสองได้แก่..

ซุนโหวหวังแห่งบ้านตระกูลพญาวานร!!

มันได้ผ่านเข้าสู้รอบสี่คนสุดท้ายคำรบแรกต่อไป..!”

ฮูจินประกาศผลออกไปเสียงดังก้องสนาม ก่อนจะรีบส่งสัญญาณให้หน่วยแพทย์เข้ามาปฐมพยาบาลมี่หวังทันที

ผมนั่งดูสีหน้าคนดูบนอัฒจันทร์..

ทุกสายตามองไปที่เวทีแบบเหม่อลอยไปที่ร่างของมี่หวังที่อยู่ตรงขอบเวที

พวกเขาคงคิดวนอยู่แต่คำถามเดียว

ทำไมกระบองธรรมดาถึงสร้างแผลเหมือนถูกฟันด้วยของมีคม ทั้งที่มันไม่มีคมสักนิด

ท่านซุนต้าหลี่หันมาถามผมตรง ๆ

ใบหน้าของเขาเหมือนคนที่มองขาดแต่ก็ยังต้องการคำยืนยัน

“ฤๅว่าลูกหวัง..

เป็นปราณกระบี่ของสำนักสี่ขุนเขา?”

ผมหัวเราะแห้ง ๆ ตอบแกไปตามตรง

“ใช่แล้วขอรับท่านผู้เฒ่าวานร..

ผมเป็นคนสอนมันเอง”

แน่นอนอยู่แล้ว..

เพราะผมกับโหวหวังเราฝึกด้วยกันมานาน จะว่าผมรู้ทุกจุดแข็งจุดอ่อนของเจ้าหมอนี่ก็ไม่ผิด

แล้วด้วยความที่บ้านตระกูลซุนมีดีทั้งวิชากระบี่และวิชากระบอง ผมเลยคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเอาจุดเด่นของกระบองที่ยืดหดได้มาผสมกับเคล็ดปราณกระบี่ของสำนัก ไหนจะเคล็ดกระบี่ประจำตระกูลซุนอีก

จะเปิดทางเลือกให้โหวหวังได้อีกเยอะ

ผมก็เลยสอน 'ปราณกระบี่' ของสำนักสี่ขุนเขาให้เจ้าหน้าขนไปเลยแบบฟรี ๆ

เพราะวิชานี้มันเปลี่ยนให้ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นอาวุธที่คมกริบได้หมด ไม่จำเป็นต้องเป็นกระบี่ก็ยังฟันแหลก

ซึ่งก็เข้าทางซุนโหวหวังที่มันถือกระบองที่ไร้คม

แต่ด้วยตระกูลซุนนั้นเด่นดังเรื่องกระบอง วิชากระบี่ประจำตระกูลนั้นถือเป็นของพื้น ๆ

ผมเลยแถมวิชากระบี่โบยสวรรค์ให้อีกชุด

เพราะด้วยความที่กระบองปราบมังกรของมันนั้นมีจุดเด่นเรื่องขนาดของตัวกระบองที่ไม่แน่นอน

หากว่าเพื่อนของผมคนนี้เป็นทั้งวิชากระบี่และวิชากระบอง แถมระยะการสังหารยังยืดหดได้ตามความยาวของกระบอง

ในอนาคตหากมันเจนจัดทั้งสองแขนง

มันต้องเป็นจอมยุทธ์ที่มีลูกเล่นพลิกแพลงหลากหลาย

คู่ต่อสู้ย่อมเดาทางไม่ถูกเหมือนกับมี่หวังในครั้งนี้

แล้วถ้าถามว่าผมเอาเบสความคิดนี้มาจากไหน..

ก็เป็นตัวของท่านเจ้าสำนักสาขาหลักนั่นแหละ

ผมรู้มาจากโหวหวังว่า ท่านซุนป๋ายเหยียนท่านอาของมันนั้นเก่งกาจวิชากระบี่

ผมเลยคิดว่าโหวหวังน่าจะทำได้ไม่ต่างกัน

แล้วมันก็ออกมาอย่างที่เห็น..

ผลออกมาดีใช้ได้ในการต่อสู้จริงจัง..

ตอนต่อไป
ตอนที่ 77 ช็อปปิ้ง!

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา