เรื่อง อสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์
บที่ 962: เงามัจจุราชในพายุหิมะ
ตูมมมมมมมมมมมม!
การปะทะกันของเจตจำนงได้แปรเปลี่ยนเป็นสงครามี่จับต้องได้ในชั่วพริบตา! แสงสีเงินเยือกเย็นี่พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินปะทะเข้ากับลำแสงสีดำทมิฬกลางอากาศอย่างจัง! มันไม่ใช่การระเบิดของเปลวเพลิง แต่คือการระเบิดออกของ "กฎเกณฑ์" ี่บริสุทธิ์! คลื่นพลังงานี่มองไม่เห็นซัดกระหน่ำไปทั่วทุกทิศทางราวกับสึนามิ! อาคารบ้านเรือนี่อยู่ใกล้เคียงพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผนังศิลาปริแตกราวกับใยแมงมุม กระเบื้องหลังคาปลิวว่อนขึ้นไปในอากาศราวกับเศษใบไม้!
เสียงกรีดร้องี่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เย่เฉินมาถึง มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่คือเสียงกรีดร้องี่ว่างเปล่าและไร้ซึ่งจิตวิญญาณของเหล่าชาวเมืองหุ่นเชิดี่ระบบควบคุมของพวกมันกำลังปั่นป่วนจากการปะทะกันของพลังงานระดับสูง บรรยากาศของเมืองี่เคยสงบนิ่งราวกับสุสาน บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลอันบ้าคลั่งโดยสมบูรณ์
"บังอาจ!" เสียงคำรามี่เต็มไปด้วยโทสะของผู้นำตำหนักเงาอสูรดังก้องมาจากฟากฟ้า "แค่เศษเสี้ยวพลังป้องกัน กล้าดีอย่างไรมาขวางทางข้า! สังหารให้สิ้น!"
สิ้นเสียงบัญชา กองทัพเงาในชุดเกราะทมิฬนับร้อยี่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศก็พลันเคลื่อนไหว! พวกมันพุ่งทะยานลงมายังพื้นดินราวกับฝูงอสรพิษรัตติกาล ในขณะเดียวกัน จากทั่วทุกมุมมืดของเมือง ร่างในชุดเกราะสีดำสนิทพร้อมตราสัญลักษณ์เกล็ดหิมะก็ปรากฏตัวขึ้นมาราวกับภูตผี! กองกำลังทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันทันที! เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่ว! แสงแห่งเคล็ดวิชาสาดส่องไปมา! เมืองเมฆาล่อง...บ้านเกิดของเขา...บัดนี้ได้แปรสภาพเป็นสมรภูมิี่ลุกเป็นไฟโดยสมบูรณ์แล้ว
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เย่เฉินผู้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดกลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด ดวงตาสีเทาเงินของเขาไม่ได้จับจ้องไปยังการต่อสู้ี่ดุเดือดเบื้องหน้า แต่กำลังวิเคราะห์ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับเป็นผู้เล่นหมากรุกี่มองกระดานจากมุมสูง ‘นี่คือโอกาส...’ กระแสสำนึกของเขาเยือกเย็นยิ่งกว่าพายุหิมะ ‘โอกาสเดียวี่จะเคลื่อนไหวโดยไม่มีผู้ใดสังเกต’ เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือยินดี แต่กลับรู้สึกถึงภาระี่หนักอึ้ง เขาตระหนักดีว่าความโกลาหลนี้คือ "ม่านบังตา" ี่สมบูรณ์แบบี่สุดี่โชคชะตาหยิบยื่นให้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือบททดสอบี่โหดร้ายี่สุดเช่นกัน หากเขาเคลื่อนไหวผิดพลาดเพียงก้าวเดียว ม่านบังตานี้ก็จะกลายเป็นผ้าคลุมศพของเขาทันที
จิตวิญญาณของเขากำลังถูกบีบคั้นอย่างรุนแรง ความปรารถนาี่จะมุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลเย่เพื่อค้นหาความจริงมันรุนแรงจนแทบจะฉีกร่างของเขาออกเป็นเสี่ยงๆ แต่สัญชาตญาณของนักล่าี่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนกลับกรีดร้องเตือนสติเขาไว้ การกระทำเช่นนั้นคือการเดินเข้าสู่ใจกลางพายุด้วยตนเอง เป้าหมายในตอนนี้ไม่ใช่การค้นหาความจริง แต่คือการ "เอาชีวิตรอด" และหลบหนีออกจากกระดานหมากี่อันตรายนี้ให้ได้ก่อน เขาจะต้องเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเอง...เชื่อมั่นในความเยือกเย็นี่หล่อหลอมเขาขึ้นมา...และเชื่อมั่นว่าตราบใดี่เขายังมีชีวิตอยู่ ย่อมมีโอกาสี่จะกลับมาทวงคืนทุกสิ่งได้เสมอ
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ร่างของเย่เฉินก็พลันหลอมรวมเข้ากับเงามืดี่ลึกี่สุด...และเริ่มเคลื่อนไหว!
เย่เฉินเคลื่อนไหวราวกับภูตเงาในรัตติกาล เขาไม่ได้ใช้ความเร็ว แต่ใช้ "ความเข้าใจ" ในกฎเกณฑ์ี่เพิ่งบรรลุ เขาไม่ได้วิ่ง แต่กำลัง "ลบล้าง" การดำรงอยู่ของตนเองชั่วขณะ เขาก้าวเท้าออกไป...และในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของเขาก็พลันโปร่งแสงราวกับภาพมายา เสียง...กลิ่น...แม้กระทั่งเงาของเขาเองก็เลือนหายไปจากโลกชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้งในเงามืดของตรอกถัดไปี่ห่างออกไปหลายสิบเมตร มันคือการเคลื่อนไหวี่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทางกายภาพโดยสิ้นเชิง
เขาลัดเลาะไปตามเส้นทางี่คุ้นเคยในความทรงจำ...ตรอกแคบๆ ี่เขาเคยวิ่งเล่นในวัยเด็ก...หลังคาบ้านี่เขาเคยแอบปีนขึ้นไปดูดาว...ทุกย่างก้าวคือการหวนคืนสู่อดีตี่เจ็บปวด แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นอาวุธี่ทรงพลังี่สุดของเขา เมืองทั้งเมืองคือบ้านของเขา คือสนามรบี่เขารู้จักทุกซอกทุกมุม ในขณะี่ศัตรูทั้งสองฝ่ายเปรียบดังแขกผู้รุกรานี่เดินอยู่ในเขาวงกตี่มองไม่เห็น ความรู้สึกของการควบคุมสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขาอย่างช้าๆ
ความคิดของเขาแล่นเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าฟาด เขาวิเคราะห์ทุกความเป็นไปได้ ‘กลุ่มเกล็ดหิมะมีอำนาจควบคุมเมืองนี้อย่างสมบูรณ์ พวกมันย่อมต้องวางค่ายกลตรวจจับไว้ทั่วทุกแห่ง แต่ค่ายกลใดๆ ย่อมมีจุดบอด...โดยเฉพาะค่ายกลี่ถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของเมืองเก่า...’ เขาระลึกถึงตำราโบราณี่เคยอ่านในหอสมุด...ตำราี่กล่าวถึง "เส้นชีพจรปราณ" ใต้ดินของเมืองเมฆาล่อง...เส้นทางพลังงานโบราณี่เชื่อมต่อกันเป็นตาข่ายี่ซับซ้อน และมีจุดหนึ่ง...จุดี่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา...อุโมงค์ระบายน้ำเก่าแก่ทางทิศตะวันตก...นั่นคือจุดบอดเพียงแห่งเดียว!
เขาทะยานร่างหลบหลีกเศษซากอาคารี่ร่วงหล่นลงมาราวกับ-่าฝนได้อย่างเฉียดฉิว แสงจากการปะทะกันของเคล็ดวิชาสาดส่องวาบขึ้นมาเป็นครั้งคราว เผยให้เห็นภาพความพินาศี่น่าสะพรึงกลัว แต่ดวงตาของเย่เฉินกลับไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย เขามุ่งตรงไปยังเป้าหมายด้วยความเด็ดเดี่ยวี่น่าพรั่นพรึง เขาสัมผัสได้ถึงอิสรภาพี่อยู่ใกล้แค่เอื้อม...อีกเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น...เขาก็จะหลุดพ้นจากสมรภูมินรกนี้ได้สำเร็จ...
ในขณะี่เขากำลังจะก้าวออกจากซากปรักหักพังของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายี่กั้นระหว่างเขากับความมืดมิดภายนอก...
สัญชาตญาณนักล่าี่ถูกขัดเกลามาจากการผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน...พลันกรีดร้องขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
เวลาพลันหยุดหมุน!
ความรู้สึกของการถูกจ้องมอง...มันไม่ได้มาจากด้านหน้า...ไม่ได้มาจากด้านหลัง...แต่มันมาจาก "เบื้องบน"!
เย่เฉินตวัดสายตาขึ้นมองในเสี้ยววินาที...และหัวใจของเขาก็พลันเย็นเยียบ!
เงาร่างหนึ่ง...ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหน้าเขาโดยี่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว! มันคือหนึ่งในยอดฝีมือระดับสูงของตำหนักเงาอสูรในชุดเกราะทมิฬ แต่สิ่งี่แตกต่างออกไปคือ...มันไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ี่โกลาหลเบื้องล่าง แต่กลับยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดหลังคาี่พังทลาย...ราวกับเหยี่ยวี่เฝ้ามองสนามรบจากมุมี่สูงี่สุด...มันคือ "นักล่า" ี่แท้จริง...ผู้ซึ่งไม่สนใจฝูงกวางี่กำลังแตกตื่น...แต่กลับเฝ้ารอคอยเพียงพยัคฆ์ร้ายตัวจริงเผยตัวออกมา!
‘บัดซบ! มันไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้...แต่มันกำลัง "ล่า" ข้าอยู่ตลอดเวลา!’ ความคิดนั้นระเบิดขึ้นในหัวของเย่เฉิน ความรู้สึกของการควบคุมสถานการณ์พังทลายลงในพริบตา! เขารู้ได้ทันทีว่ากลิ่นอายของเขาี่รั่วไหลออกมาเพียงน้อยนิดในตอนี่เขาใช้ "กฎเกณฑ์แห่งสุญญตา"...มันมากเกินพอสำหรับนักล่าระดับนี้!
ยังไม่ทันี่เขาจะได้ทันตอบโต้...ร่างของนักล่าคนนั้นก็พลันเลือนหายไป!
ฟุ่บ!
ในชั่วพริบตา...มันกลับมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา...ใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบจากชุดเกราะ! ความเร็วระดับนี้...มันอยู่เหนือกว่าทุกสิ่งี่เขาเคยเผชิญมา!
ดาบสั้นสีดำทมิฬี่สั้นและไร้ซึ่งประกายแสงใดๆ...ถูกจ่ออยู่ี่ลำคอของเย่เฉินในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งนิ้ว... ไอสังหารอันเย็นเยียบี่แผ่ออกมาจากปลายดาบทำให้ผิวหนังของเขาแสบร้อนราวกับถูกเปลวไฟแผดเผา
ชายในชุดเกราะดำเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาภายใต้เงาทมิฬจ้องมองมายังเขา...มันคือดวงตาี่เต็มไปด้วยความพึงพอใจของนักล่าี่ต้อนเหยื่อจนมุมได้สำเร็จ... ก่อนี่มันจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงี่เยือกเย็นและเย้ยหยัน...เสียงกระซิบี่ดังกว่าเสียงระเบิดนับพันลูกในใจของเย่เฉิน...
"ในี่สุดก็เจอตัว... 'กุญแจ' ดอกน้อย"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??