เรื่อง อสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์
บที่ 1181: เงาพยัคฆ์เคลื่อนพล
รัตติกาลในเทือกเขากระซิบมรณะมิใช่ความมืดมิดี่สงบเงียบ แต่มันคือผืนผ้าใบีำทมิฬี่ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงหวีดหวิวของสายลมี่กรีดร้องผ่านช่องเขาหินปูนราวกับวิญญาณร้ายี่กำลังโหยหวน
ทว่า ในคืนนี้... แม้แต่เสียงกระซิบแห่งความตายก็ยังต้องสยบลง
ลึกเข้าไปในหุบเหวี่ซ่อนเร้น แสงสีเขียวมรกตจาก "ค่ายกลดูดซับพลังงานบรรพกาล" ส่องสว่างวาบขึ้นเป็นจังหวะคล้ายชีพจรของหัวใจยักษ์ี่กำลังตื่น มันอาบไล้ร่างของบุรุษและสตรีนับพันี่ยืนเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบอยู่บนลานหินกว้าง
ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีเสียงขยับตัว แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความหนาวเหน็บ
นี่คือกองทัพี่เคยแตกพ่าย... ผู้รอดชีวิตี่เคยหนีตายหัวซุกหัวซุนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แต่บัดนี้ สายตาี่มองตรงไปข้างหน้าของพวกเขาหาได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ไม่ มันถูกแทนี่ด้วยประกายไฟเย็นเยียบี่ลุกโชนอยู่ในเบ้าตา... ประกายไฟแห่ง "ศรัทธา" ี่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งี่ขวางหน้าตามบัญชาของนายเหนือหัว
บนแท่นศิลาี่ยกสูงขึ้นไป เย่เฉินยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองลงมายังกองทัพของเขา
เสื้อคลุมีำสนิทของเขาสะบัดไหวไปตามแรงลม เส้นผมสีเงินยวงี่ยาวสยายตัดกับความมืดมิดรอบกายราวกับแสงจันทร์ รอยอักขระสีเทาบนหน้าผากของเขาเรืองแสงจางๆ แผ่ "บารมี" ี่กดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เขาไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ปลุกใจด้วยถ้อยคำี่สวยหรู
เพราะสำหรับเขา... การกระทำสำคัญกว่าคำพูดเสมอ
เย่เฉินหันหน้าไปทางขวา ชายหนุ่มผมสีเทาในชุดเกราะเบาีำยืนอยู่ตรงนั้น ไคก้มหน้าลงเล็กน้อย มือี่กำด้ามดาบคู่กายสั่นเทาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหยุดนิ่งสนิทเมื่อเย่เฉินวางมือลงบนบ่าของเขา
"ไปเถอะ"
เสียงของเย่เฉินราบเรียบ แต่หนักแน่นดุจขุนเขา "คืนนี้... เจ้าคือราชันย์ของพวกเขา"
ไคเงยหน้าขึ้น สบตากับเย่เฉิน ในแววตานั้นมีความลังเลี่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนี่ด้วยความมุ่งมั่นี่ยอมแลกด้วยชีวิต เขาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะก้าวออกมาี่หน้าแท่นบัญชาการ
เย่เฉินถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว หายเข้าไปในเงามืดหลังเสาหิน ยืนกอดอกพิงผนังถ้ำ ปล่อยให้เวทีนี้เป็นของสหายรักแต่เพียงผู้เดียว
ไคสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของเถ้าถ่านและโอโซนจากค่ายกลไหลเข้าสู่ปอด เขาชูมือขวาขึ้นสูง สัญญาณมือี่เรียบง่ายแต่เด็ดขาดถูกส่งออกไป
พรึ่บ!
เสียงฝีเท้านับพันขยับพร้อมกันเป็นเสียงเดียว กองทัพ "รังพยัคฆ์" เริ่มเคลื่อนตัว ไม่ใช่การเดินทัพแบบทหารทั่วไป แต่เป็นการ "ไหล" ไปตามเงามืดราวกับสายน้ำีำี่เชี่ยวกราก
พวกเขาไม่ได้มุ่งหน้าออกทางปากถ้ำปกติ แต่ไคชี้มือไปทาง "รอยแยกมิติ" ี่เย่เฉินได้เปิดไว้ด้วยกุญแจเข็มทิศ เส้นทางลัดี่ทะลวงผ่านใจกลางขุนเขา มุ่งตรงสู่สันหลังของศัตรู
ไคหันกลับมามองเย่เฉินอีกครั้ง เย่เฉินเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ จากในเงามืด
'ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง' ไคกล่าวในใจ ก่อนจะกระโจนนำหน้ากองทัพหายลับเข้าไปในความมืด
~
เทือกเขากระซิบมรณะในยามราตรีคือเขาวงกตแห่งความตาย
โขดหินแหลมคมี่งอกเงยขึ้นมาจากพื้นดินดูราวกับคมเขี้ยวของสัตว์ร้าย หมอกหนาทึบี่ลอยต่ำบดบังทัศนวิสัยจนเหลือเพียงไม่กี่ก้าว อสูรเงาี่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดคอยจ้องมองผู้บุกรุกด้วยความหิวกระหาย
แต่คืนนี้... ผู้ล่าได้กลายเป็นผู้ถูกล่า
กองทัพรังพยัคฆ์เคลื่อนี่ด้วยความเร็วี่น่าเหลือเชื่อ พวกเขาไม่ได้เหยียบย่างลงบนพื้นดินให้เกิดเสียง แต่ใช้วิชาตัวเบาี่ได้รับการขัดเกลาจาก "เคล็ดวิชาเงา" ี่เย่เฉินมอบให้ กระโดดไปตามชะง่อนผาและเงาไม้ราวกับวิญญาณ
ไควิ่งอยู่แถวหน้าสุด ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง สัญชาตญาณนักล่าี่ถูกปลุกเร้าด้วย "อักขระสุญญตา" ในร่าง ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงสิ่งี่คนทั่วไปมองไม่เห็น
"หยุด"
ไคยกกำปั้นขึ้น กองทัพทั้งหมดยุดชะงักทันทีโดยไม่มีใครเสียหลัก ร่างกายของพวกเขาแนบสนิทไปกับโขดหิน กลมกลืนไปกับความมืดจนแยกไม่ออก
เบื้องหน้า ห่างออกไปประมาณร้อยก้าว มีแสงไฟวูบวาบจางๆ
"หน่วยลาดตระเวน..." ไคกระซิบผ่านข่ายจิตสื่อสาร เสียงของเขาดังก้องในหัวของหัวหน้าหน่วยย่อยทุกคน "สามนาย... สองคนบนพื้น หนึ่งคนซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้ทางซ้าย... พวกมันใช้ 'เนตรเหยี่ยวหิมะ' ตรวจจับความร้อน"
ข้อมูลของไคแม่นยำและรวดเร็ว เขาไม่ได้ใช้ตามอง แต่ใช้ "สัมผัส" ของอักขระี่จับคลื่นพลังงานของศัตรูได้
"หน่วยเงาเหยี่ยว... จัดการ"
สิ้นเสียงสั่งการ ร่างเงาสิบสายแยกตัวออกจากกองทัพหลัก พวกเขาคือยอดฝีมือี่ไคคัดเลือกและฝึกฝนมาด้วยตนเอง สวมชุดรัดรูปีำี่ทอจากใยแมงมุมอเวจี ซึ่งมีความสามารถในการดูดซับเสียงและอำพรางกลิ่นอาย
เงาทั้งสิบเคลื่อนี่ไปข้างหน้า ไม่ใช่การวิ่ง แต่เป็นการ "ร่อน" ไปตามกระแสลม
ทหารลาดตระเวนของกลุ่มเกล็ดหิมะคนหนึ่งี่ยืนอยู่บนพื้นหันขวับไปมองความมืด เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหว
"มีอะไรหรือเปล่า?" เพื่อนของเขาถาม มือกระชับปืนยาวพลังงานเวท
"เปล่า... คงแค่ลม..."
นั่นคือประโยคสุดท้ายในชีวิตของเขา
ฉึก!
ไม่มีเสียงร้อง มีเพียงเสียงมีดสั้นี่แหวกผ่านอากาศและจมลึกลงไปในลำคอ ร่างของทหารทั้งสองทรุดลงพร้อมกัน โดยมีเงาดำประคองร่างไว้ไม่ให้ล้มกระแทกพื้น
ในวินาทีเดียวกัน บนยอดไม้สูง เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหลังพลซุ่มยิง มือี่สวมถุงมือหนังบิดคอของเหยื่ออย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ
กร๊อบ...
เสียงกระดูกหักแผ่วเบาถูกกลบด้วยเสียงลมหวีดหวิว
"เคลียร์" หัวหน้าหน่วยเงาเหยี่ยวรายงานกลับมา
ไคพยักหน้า เขาไม่ได้แสดงความยินดีหรือผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงด่านแรก
"เคลื่อนพลต่อ... รักษาความเร็วระดับเดิม"
กองทัพรังพยัคฆ์เคลื่อนตัวผ่านซากศพของศัตรูไปอย่างรวดเร็ว ราวกับฝูงมดี่เดินข้ามใบไม้ี่ร่วงหล่น ไม่มีใครหยุดมอง ไม่มีใครแสดงความสงสาร
เย่เฉินี่ลอยตัวอยู่เหนือยอดไม้สูง มองดูภาพเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยสายตาี่คาดเดาไม่ได้
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
'ดี...' เขาคิดในใจ 'ความโหดเหี้ยมไม่ใช่สิ่งี่ข้าต้องการสอน... แต่ความเด็ดขาดคือสิ่งี่จำเป็นสำหรับผู้นำ... ไค เจ้าเริ่มเข้าใจแ้ว่าการแบกรับชีวิตของผู้ติดตามหมายความว่าอย่างไร'
การเคลื่อนทัพดำเนินต่อไปตลอดทั้งคืน พวกเขาหลบเลี่ยงค่ายกลกับดักี่วางไว้อย่างซับซ้อนด้วยการนำทางของไคี่แม่นยำราวกับจับวาง และสังหารหน่วยลาดตระเวนอีกสามชุดโดยี่ศัตรูไม่มีโอกาสได้ส่งสัญญาณเตือนภัย
ความเงียบคืออาวุธี่ทรงพลังี่สุดของพวกเขา
จนกระทั่ง... รุ่งสางเริ่มมาเยือน
~
แสงอาทิตย์แรกเริ่มสาดส่องขอบฟ้า ย้อมยอดเขาน้ำแข็งให้กลายเป็นสีทองระยิบระยับ
แต่สำหรับทหารยามของ "ค่ายหน้าด่านี่ ๗" แห่งกลุ่มเกล็ดหิมะ แสงอาทิตย์นี้ไม่ได้นำมาซึ่งความอบอุ่น แต่มันกำลังจะเปิดเผยฝันร้าย
ค่ายหน้าด่านตั้งอยู่ในหุบเขาแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยกำแพงผลึกน้ำแข็งสูงสิบเมตร มีหอคอยสังเกตการณ์สี่ทิศ และม่านพลังงานโปร่งแสงครอบคลุมน่านฟ้า เป็นป้อมปราการี่ดูแข็งแกร่งและไม่มีทางตีแตกได้ง่ายๆ
ทหารยามบนหอคอยด้านทิศใต้บิดขี้เกียจเล็กน้อย กะของเขากำลังจะจบลง
"เงียบสงบดีจริงๆ" เขาพึมพำกับตัวเอง "พวกกบฏบ้านั่นคงหนาวตายกันหมดแ้มั้งป่านนี้"
เขากวาดสายตามองไปทางแนวสันเขาเบื้องหน้า ตามความเคยชิน
แต่แ้... ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
บนสันเขานั้น... มีเงาตะคุ่มๆ ปรากฏขึ้น ตัดกับแสงอาทิตย์ี่กำลังขึ้นด้านหลัง
หนึ่งเงา... สองเงา... สิบเงา...
ร้อยเงา... พันเงา...
ทหารยามขยี้ตา เขาคิดว่าตัวเองตาฝาด หรืออาจเป็นภาพลวงตาจากหมอกแดด
แต่เมื่อเขามองอีกครั้ง เงาเหล่านั้นก็ชัดเจนขึ้น
มันคือกองทัพ... กองทัพีำทมิฬี่ยืนเรียงรายกันเต็มแนวสันเขา ราวกับฝูงพยัคฆ์ี่กำลังจ้องมองเหยื่อจากี่สูง ชุดเกราะีำของพวกเขาทะมึนทึน ตัดกับหิมะสีขาวโพลนอย่างน่าสะพรึงกลัว
ไม่มีเสียงกลองรบ ไม่มีเสียงตะโกนโห่ร้อง
มีเพียงความเงียบ... ความเงียบี่กดดันจนทำให้ทหารยามหายใจไม่ออก
ี่ใจกลางของแนวรบนั้น ชายหนุ่มในชุดเกราะีำ (ไค) ยืนตระหง่าน ผ้าคลุมสีแดงเข้มสะบัดไหว เขาไม่ได้มองมาี่ทหารยาม แต่มองข้ามไปยังใจกลางค่าย... ไปยัง "เสาหลักพลังงาน" ี่ตั้งตระหง่านอยู่
ไคยกมือขวาขึ้นช้าๆ
ทหารยามบนหอคอยรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น เขาพยายามจะเอื้อมมือไปกดปุ่มสัญญาณเตือนภัย แต่มือของเขาแข็งทื่อด้วยความกลัว
วินาทีนั้น... ราวกับเวลาถูกยืดออก
ไคสะบัดมือลงอย่างแรง
"ฆ่า!!!"
เสียงคำรามเดียวดังก้องกังวานสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วหุบเขา มันไม่ใช่เสียงของคนคนเดียว แต่เป็นเสียงคำรามของความอัดอั้นี่ถูกเก็บกดมานานนับเดือน ของผู้ี่ถูกล่าี่กลับมาทวงคืนศักดิ์ศรี
ตูมมมม!
พร้อมกับสิ้นเสียงคำราม คาถาระยะไกลนับร้อยสายพุ่งออกจากแนวสันเขา ถล่มลงมาใส่กำแพงผลึกน้ำแข็งราวกับ-่าฝนดาวตก
สงครามแห่งการพิพากษา... ได้เปิาขึ้นแ้
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??