เรื่อง อสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์
บที่ 1186: ภูตพรายในพายุหิมะ
สายลมกรรโชกแรงราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับหมื่นดวงี่ถูกจองจำ พายุหิมะในเทือกเขากระซิบมรณะไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่มันคือคมมีดน้ำแข็งนับล้านี่เชือดเฉือนผิวหนังและกัดกินความอบอุ่นไปจนถึงกระดูกสันหลัง ความมืดมิดของราตรียิ่งขับเน้นให้สีขาวโพลนของหิมะดูน่าสะพรึงกลัว ราวกับผ้าห่อศพผืนยักษ์ี่รอคอยจะห่มคลุมร่างของผู้ี่อ่อนแอ
ท่ามกลางความบ้าคลั่งของธรรมชาติ กองทัพหนึ่งกำลังเคลื่อนี่ตัดผ่านพายุด้วยความเร็วี่น่าเหลือเชื่อ
พวกเขาไม่ได้วิ่งอย่างแตกตื่น แต่เคลื่อนี่ดั่งฝูงพยัคฆ์ี่กำลังออกล่าเหยื่อ—เงียบเชียบ เป็นระเบียบ และเปี่ยมด้วยเจตจำนงสังหารี่เข้มข้นจนแทบจะแช่แข็งอากาศรอบตัวได้ ทหารเกราะหนักวิ่งนำหน้าเป็นกำแพงต้านลม ทหารหน่วยความเร็วเคลื่อนี่ขนาบข้างเพื่อระวังภัย ในขณะี่หน่วยสนับสนุนถูกโอบล้อมไว้ตรงกลาง
นำหน้าขบวนทัพนั้น คือร่างของชายหนุ่มผมสีเงินผู้สวมเสื้อคลุมยาวสีดำสนิท
เย่เฉินไม่ได้ใช้พลังปราณกางม่านป้องกันเพื่อแหวกทาง แต่เขาเลือกี่จะใช้ร่างกายเปล่าๆ ปะทะกับพายุโดยตรง ทุกย่างก้าวของเขาหนักแน่นและมั่นคง ทิ้งรอยเท้าลึกไว้บนผืนหิมะเพียงชั่วครู่ก่อนี่มันจะถูกลมพัดกลบหายไป ดวงตาสีเทาของเขาส่องประกายวาวโรจน์ในความมืด กวาดมองผ่านม่านหิมะี่หนาทึบราวกับมันไร้ตัวตน
ภายในจิตใจของราชันย์หนุ่ม ความคิดกำลังแล่นพล่านด้วยความเร็วี่เหนือกว่าฝีเท้า
'ข้อมูล... ถ้าพวกมันรู้เรื่องแขนขวาของข้า ทุกอย่างจะจบสิ้น'
ความกังวลนี้ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นการคำนวณี่เยือกเย็น ในอดีต เขาอาจเลือกี่จะพุ่งไปข้างหน้าเพียงลำพัง ทิ้งทุกคนไว้เบื้องหลังเพื่อความรวดเร็วสูงสุด แต่ภาพของไคี่บาดเจ็บและแววตาี่มุ่งมั่นของเป้าได้ตอกย้ำความจริงใหม่ลงในจิตวิญญาณของเขา—ราชันย์ี่ไร้กองทัพ คือราชันย์ี่เปราะบาง การปกป้องความลับนี้ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเขา แต่เพื่อความอยู่รอดของทุกคนี่ฝากชีวิตไว้กับเขา
"เร่งความเร็ว!" เสียงของไคดังก้องกังวานแข่งกับเสียงลม "รักษารูปขบวน! อย่าให้ใครหลุดแถว!"
ไควิ่งเคียงข้างเย่เฉิน ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดแต่แววตาเต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ เขาไม่ได้เป็นเพียงเงาี่คอยตามหลังอีกต่อไป แต่เป็นเขี้ยวเล็บี่คอยสั่งการและควบคุมจังหวะของกองทัพ เพื่อให้เย่เฉินสามารถมุ่งสมาธิไปี่การ "นำทาง" ได้อย่างเต็มี่
ทันใดนั้น เย่เฉินก็ยกมือขวาขึ้น
"หยุด!"
คำสั่งเดียวหยุดการเคลื่อนไหวของคนนับร้อยได้ในพริบตา กองทัพรังพยัคฆ์หยุดนิ่งราวกับก้อนหิน ไม่มีแม้แต่เสียงหอบหายใจให้ได้ยิน มีเพียงเสียงหวีดหวิวของลมพายุเท่านั้น
"นายท่าน?" ไคกระซิบถาม มือจับี่ด้ามดาบโดยสัญชาตญาณ
เย่เฉินหรี่ตาลง นัยน์ตาสีเทาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นวงวนลึกลับี่หมุนวนช้าๆ—"เนตรแห่งกลยุทธ์"
ในสายตาของคนทั่วไป เบื้องหน้าคือทุ่งหิมะี่ว่างเปล่าและมืดมิด แต่ในสายตาของเย่เฉิน เขาเห็นเส้นสายพลังงานจางๆ ี่ถูกขึงพาดไปมาในอากาศราวกับใยแมงมุมี่มองไม่เห็น มันคือ "เจตจำนง" ี่ตกค้างอยู่—เจตจำนงแห่งการซุ่มโจมตี
"พวกมันทิ้งของขวัญไว้ให้เรา" เย่เฉินกล่าวเสียงเรียบ "แนวป้องกันเคลื่อนี่... ห่างออกไปสามร้อยก้าว"
"จำนวน?" ไคถามสั้นๆ
"โกเลมน้ำแข็งระเบิดห้าสิบตัว... หน่วยซุ่มยิงบนยอดผาสองฝั่ง... และกับดักค่ายกลเพลิงน้ำแข็ง" เย่เฉินแจกแจงรายละเอียดราวกับเขากำลังอ่านรายงานบนกระดาษ "พวกมันไม่ได้กะจะฆ่าเราให้หมด แต่ต้องการชะลอความเร็ว"
ไคแสยะยิ้มเย็นี่มุมปาก "ถ่วงเวลาหรือ... พวกมันประเมินความหิวโหยของพยัคฆ์ต่ำไป"
เขาหันกลับไปหากองทัพ ตะโกนสั่งการด้วยรหัสมือี่รวดเร็ว
"หน่วยเกราะหนัก! แปรขบวนเป็น 'เกล็ดเต่าดำ' รับแรงปะทะด้านหน้า! หน่วยความเร็ว... แยกปีกซ้ายขวา อ้อมไปจัดการพวกซุ่มยิง! ี่เหลือ... เตรียมบดขยี้!"
"รับทราบ!"
สิ้นเสียงตอบรับ พื้นหิมะเบื้องหน้าก็ระเบิดออก
ตูม! ตูม! ตูม!
โกเลมน้ำแข็งรูปร่างบิดเบี้ยวผุดขึ้นมาจากใต้หิมะราวกับฝันร้าย ร่างกายของพวกมันส่องแสงสีฟ้าเจิดจ้าพร้อมจะระเบิดตัวเองได้ทุกเมื่อ ศรน้ำแข็งอาบยาพิษพุ่งลงมาจากหน้าผาราวกับ-่าฝน
แต่กองทัพรังพยัคฆ์ไม่ได้ชะลอฝีเท้าลงแม้แต่น้อย
หน่วยเกราะหนักยกโล่ขึ้นกระแทกเข้าใส่โกเลมระเบิดโดยตรง เสียงระเบิดดังกัมปนาท เศษน้ำแข็งปลิวว่อน แต่แนวป้องกันของพวกเขากลับไม่สั่นคลอน ในขณะเดียวกัน เงาสีดำหลายสิบสายก็พุ่งทะยานขึ้นสู่หน้าผา เสียงกรีดร้องของหน่วยซุ่มยิงศัตรูดังขึ้นและเงียบหายไปในพริบตา
เย่เฉินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหล เขาไม่ได้ชักดาบ และไม่ได้ขยับตัว
เขาเพียงแค่ "มอง"
ทุกครั้งี่ศัตรูพยายามจะรวมกลุ่ม หรือวางแผนตลบหลัง สายตาของเย่เฉินจะจับจ้องไปี่จุดนั้น และปลดปล่อย "จิตสังหาร" ี่แหลมคมราวกับเข็มพุ่งเข้าใส่จิตใจของศัตรูโดยตรง
มันไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่เป็นแรงกดดันทางวิญญาณี่ทำให้ศัตรูชะงักงัน ขาแข็งทื่อ และหายใจไม่ออก เพียงเสี้ยววินาทีี่พวกมันหยุดนิ่ง คมดาบของทหารรังพยัคฆ์ก็จะบั่นศีรษะของพวกมันหลุดออกจากบ่า
นี่คือวิธีต่อสู้ของราชันย์—ไม่จำเป็นต้องลงมือเองกับมดปลวก เพียงแค่ "กำกับ" สนามรบด้วยสายตา และปล่อยให้คมเขี้ยวของบริวารจัดการส่วนี่เหลือ
"ไปต่อ!" ไคตะโกนก้อง ร่างของเขาอาบไปด้วยเลือดของศัตรู "อย่าหยุด! อย่าให้พวกมันได้พักหายใจ!"
กองทัพเคลื่อนี่ผ่านซากศพและกองเพลิงสีฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งความพินาศ
แต่เย่เฉินรู้ดีว่านี่เป็นเพียงบทนำ
เข็มทิศสีเทาเงินในอกเสื้อของเขาสั่นสะเทือนเบาๆ มันไม่ได้ชี้ไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่กำลังหมุนวนและกระตุกถี่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังนับถอยหลังสู่วิกฤต
"มันรู้ตัวแล้ว" เย่เฉินพึมพำ "ผู้บัญชาการนั่น... มันรู้ว่ากับดักเด็กเล่นพวกนี้หยุดข้าไม่ได้"
เบื้องหน้าของพวกเขา เส้นทางเริ่มบีบแคบลงสู่ช่องเขาี่สูงชันสองข้างทาง หน้าผาสูงเสียดฟ้าบดบังแสงจันทร์จนมืดมิด บรรยากาศกดดันหนักอึ้งราวกับปากของอสูรร้ายี่กำลังรอคอยเหยื่อ
เย่เฉินหยุดฝีเท้าอีกครั้ง
"นายท่าน?" ไคหยุดตาม มองไปี่ช่องเขาด้วยความระแวง "ข้างหน้ามีกลิ่นอายแปลกๆ... เงียบเกินไป"
"ไม่ใช่แค่เงียบ" เย่เฉินหยิบเข็มทิศออกมา แสงสีเงินจางๆ ส่องสว่างวาบขึ้น "โครงสร้างของหุบเขากำลังเปลี่ยนไป... มีคนกำลังยุ่งกับแกนกลางของปฐพี"
ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน
ไม่ใช่การสั่นสะเทือนจากกองทัพ แต่เป็นเสียงครืนครางี่ดังมาจากส่วนลึกของโลก หินผาขนาดมหึมาบนยอดเขาทั้งสองฝั่งเริ่มปริร้าว เศษหินร่วงกราวลงมา
"ค่ายกลถล่มหุบเขา!" ไคเบิกตากว้าง "พวกมันจะฝังเราทั้งเป็น!"
"ถอย!" เสียงตะโกนของแม่ทัพเฒ่าเป้าดังมาจากแนวหลัง
"ไม่ทันแล้ว" เย่เฉินกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาของเขาจับจ้องไปี่จุดหนึ่งบนยอดผาี่ไกลออกไป จุดี่มีแสงสีแดงกระพริบถี่ๆ "มันเชื่อมต่อแกนกลางค่ายกลเข้ากับชีพจรของภูเขา... ถ้าเราถอย หินจะถล่มไล่หลัง ถ้าเราบุก ก็จะถูกทับตายคาช่องเขา"
มันคือแผนการี่โหดเหี้ยมและขี้ขลาด—ยอมทำลายภูมิประเทศเพื่อปิดปากศัตรู
"แล้วเราจะทำยังไง?" ไคถาม น้ำเสียงเริ่มร้อนรน "ทำลายหินพวกนั้น?"
"เสียเวลา... และเปลืองแรงเกินไป"
เย่เฉินก้าวออกมาข้างหน้า ร่างของเขาลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย เสื้อคลุมสีดำสะบัดไหวตามแรงลมี่หมุนวนรอบตัว
"ในเมื่อมันใช้กฎเกณฑ์ของปฐพีมาเล่นงานเรา..."
เขาแบมือขวาออก แสงสีเทาหม่นของพลังสุญญตาควบแน่นขึ้น กลายเป็นหอกยาวี่ดูเหมือนสร้างจากความว่างเปล่าและรอยร้าวของมิติ—"หอกสุญญตา"
"...ข้าก็จะลบกฎเกณฑ์นั้นทิ้งซะ"
เย่เฉินหลับตาลง จิตวิญญาณของเขาเชื่อมต่อกับเข็มทิศ ปรับเทียบ "พิกัด" ของแกนกลางค่ายกลี่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในเนื้อหิน
ล็อกเป้า.
ดวงตาของเขาลืมโพลง ประกายแสงสีเทาเจิดจ้า
"สลาย!"
ฟิ้ว—!
หอกสุญญตาพุ่งออกจากมือของเขา ไม่ได้เกิดเสียงแหวกอากาศ แต่เกิดเสียงเหมือนกระจกี่ถูกกรีด รอยแยกสีดำลากยาวเป็นทางพุ่งตรงไปยังจุดแสงสีแดงบนหน้าผา
มันทะลวงผ่านหินผาี่แข็งแกร่งราวกับผ่านเต้าหู้
ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีเปลวไฟ
มีเพียงความเงียบงันเมื่อเป้าหมายถูกกระทบ และวินาทีต่อมา หน้าผาจุดนั้นก็ "หายไป"
ใช่... หายไป หลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นแทนี่หินผา รอยอักขระค่ายกลี่กำลังทำงานส่องแสงวูบวาบก่อนจะดับลงและสลายกลายเป็นฝุ่นผง การสั่นสะเทือนหยุดลงทันทีราวกับถูกตัดสวิตช์
หินก้อนยักษ์ี่กำลังจะถล่มลงมา ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศชั่วครู่ ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว—แต่ไม่ใช่บนหัวของพวกเขา เป็นการร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงปกติ ไม่ใช่การถล่มี่ถูกควบคุม
"ไป!" เย่เฉินลดมือลง สีหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อยจากการใช้พลัง แต่แววตายังคงดุดัน "ประตูนรกเปิดแล้ว... อย่าให้มารยาทของเจ้าบ้านต้องเสียเปล่า"
กองทัพรังพยัคฆ์โห่ร้องกึกก้อง และพุ่งทะยานผ่านช่องเขาไปราวกับกระแสน้ำป่า
เมื่อพวกเขาทะลวงผ่านความมืดของช่องเขาออกมา ภาพี่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้แม้แต่ทหารี่เจนศึกี่สุดยังต้องกลั้นหายใจ
หุบเขาเบื้องหน้าไม่ได้ว่างเปล่า
ใจกลางหุบเขาี่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาน้ำแข็ง มีสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ มันไม่ใช่ป้อมปราการ และไม่ใช่ค่ายทหาร
มันคือ "อสูรเหล็ก"
โรงงานขนาดมหึมาี่สร้างจากโลหะสีดำและเนื้อเยื่อชีวภาพฝังตัวลงไปในภูเขา ปล่องควันนับสิบพ่นไอสีเขียวมรกตี่มีกลิ่นคาวคลุ้งออกมาสู่ท้องฟ้า ท่อลำเลียงโปร่งใสขนาดใหญ่เลื้อยพันไปรอบตัวอาคารราวกับเส้นเลือด ภายในท่อนั้นมีของเหลวสีแดงข้นคลั่กไหลเวียนอยู่ และเสียงเครื่องจักรี่ดังกระหึ่มอยู่นั้น ไม่ใช่เสียงเฟืองขบกัน... แต่ฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องี่ถูกบีบอัดของสิ่งมีชีวิตนับพัน
โรงงานผลิตหมายเลข 9
บนยอดเนิน เย่เฉินหยุดฝีเท้าลง จ้องมองไปยังประตูเหล็กยักษ์ี่หน้าโรงงานซึ่งกำลังค่อยๆ เลื่อนปิดลง
ี่ช่องว่างสุดท้ายของประตู เขาเห็นร่างของผู้บัญชาการค่ายี่กำลังแสยะยิ้มเยาะเย้ยมาให้เขา ก่อนจะหันหลังเดินหายเข้าไปในความมืด
แต่สิ่งี่ทำให้ดวงตาของเย่เฉินลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ไม่ใช่รอยยิ้มนั้น
แต่เป็นสิ่งี่อยู่เบื้องหลังประตู
มันคือสายพานขนาดใหญ่ี่กำลังลำเลียง "วัตถุดิบ" เข้าสู่ปากเตาหลอมี่ลุกโชนด้วยไฟสีวิญญาณ... และบนสายพานนั้น คือร่างของมนุษย์และอสูรนับพันี่ถูกแช่แข็งในรังไหม
"นั่นมัน..." ไคกระซิบด้วยเสียงี่สั่นเทา มือี่กำดาบเกร็งแน่นจนข้อขาวซีด "พวกมัน... พวกมันเอาคนเป็นๆ มา..."
กลิ่นเหม็นไหม้ของโอโซนและเนื้อสดลอยมาตามลม ปะปนกับกลิ่นความตายี่เข้มข้นจนแทบสำลัก
"เรามาช้าไป..." แม่ทัพเฒ่าเป้าพูดด้วยเสียงี่แหบพร่า "ประตูกำลังจะปิด"
"ไม่..."
เสียงของเย่เฉินราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความอำมหิตี่ทำให้คนรอบข้างต้องถอยห่าง
นัยน์ตาสีเทาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทของสุญญตา สะท้อนภาพของโรงงานนรกเบื้องหน้า
"เรามาทันเวลาพอดี..."
เขาก้าวเดินลงจากเนินเขา มุ่งหน้าสู่ประตูเหล็กี่กำลังจะปิดตาย ไม่มีความเร่งรีบในฝีเท้าอีกต่อไป มีเพียงความหนักแน่นของคำพิพากษา
"เวลาี่จะเผามันให้วอดวาย... ไม่ให้เหลือแม้แต่เถ้าธุลี"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??