เรื่อง ทะลุมิติมาเป็นเซียนกระบี่พร้อมระบบเมรัยไร้เทียมทาน (สนพ. Evebook)
บที่ 16 การปรากฏตัวของชายชราปริศนา
เลือดและความโกลาหลแผ่ปกคลุมทั่วแท่นบวงสรวงสวรรค์ ปีศาจหมีเหมันต์ี่แฝงตัวเป็นขันทีใหญ่ยืนอยู่เหนือร่างของจักรพรรดิหลี่เจี้ยนหลงี่แม้จะรับการโจมตีของมันได้ด้วยมือเปล่า แต่พลังของทั้งสองฝ่ายก็แตกต่างกันเกินไป
บัดนี้ องค์จักรพรรดิทรงล้มลงกับพื้น พระโลหิตซึมจากมุมพระโอษฐ์ สีพระพักตร์ซีดเผือดผิดปกติ ดูเหมือนองค์จักรพรรดิจะทรงไม่สามารถต้านทานพิษปีศาจี่ซ่อนอยู่ในการโจมตีของปีศาจหมีเหมันต์ไม่ไหวแล้ว
"ฮ่า ๆ ๆ!" ปีศาจหมีเหมันต์ส่งเสียงหัวเราะก้องกังวาน "เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า! พิษปีศาจจะค่อย ๆ กัดกร่อนวิญญาณของเจ้า ทำให้พลังทั้งหมดของเจ้าไร้ประโยชน์!"
องครักษ์เงาี่ยังมีชีวิตเหลืออยู่พยายามพุ่งเข้าไปช่วยเหลือจักรพรรดิ แต่ก็ถูกปีศาจขั้นเจ็ดและขั้นแปดี่ปรากฏตัวขึ้นทั่วลานบวงสรวงสกัดไว้
หลี่เสี่ยวอวิ๋นค่อย ๆ ลุกขึ้นจากซากปรักหักพัง เลือดไหลจากมุมปาก เขามองไปยังสถานการณ์รอบตัวด้วยแววตาสิ้นหวัง ร่างของปีศาจี่แปลงเป็นมนุษย์เริ่มเผยร่างแท้จริงออกมาทีละตัว ทั้งปีศาจนกอินทรี ปีศาจกิ้งก่า ปีศาจหมาป่า และอีกนับไม่ถ้วน
ทันใดนั้น เสียงแหลมสูงของปีศาจอีกาดำก็ดังมาจากท้องฟ้า "พี่ใหญ่! พวกมันมาแล้ว! ฝูงปีศาจจากเขาร้อยวิญญาณี่ท่านเรียกมาถึงแล้ว!"
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ทั่วทั้งท้องฟ้าก็ปกคลุมไปด้วยร่างของปีศาจนับหมื่นตัว ปีศาจบินได้โฉบร่อนลงมาจากท้องฟ้า ขณะี่ปีศาจบนพื้นดินก็ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาตามไหล่เขา
"ฮ่า ๆ ๆ!" ปีศาจหมีเหมันต์ส่งเสียงหัวเราะอีกครั้ง "นี่แหละคือจุดสิ้นสุดของยุคมนุษย์! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาหลิงเหยาแห่งนี้จะกลายเป็นี่ล่าสัตว์ของเผ่าปีศาจ! พวกเจ้าทุกคนจะกลายเป็นอาหารของพวกเรา!"
ผู้คนบนลานบวงสรวงส่งเสียงกรีดร้อง ต่างพากันวิ่งหนีไปยังทางลงเขา แต่ก็ต้องพบกับฝูงปีศาจี่รออยู่ บางคนถูกฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ ทันที ทั้งลานบวงสรวงเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและกลิ่นคาวเลือด
หลี่เสี่ยวอวิ๋นฝืนพาร่างี่บาดเจ็บคลานเข้าไปหาจักรพรรดิผู้เป็นพระบิดา "เสด็จพ่อ! ลูกขอโทษี่ปกป้องพระองค์ไม่ได้..."
จักรพรรดิหลี่เจี้ยนหลงลืมตาขึ้นช้า ๆ สีพระพักตร์ซีดเผือด "เสี่ยวอวิ๋น... เจ้าเป็นลูกี่ดี... จงรีบหนีไปเถิด..."
"เสด็จพ่อ! ลูกจะไม่ทิ้งพระองค์!"
"ช่างน่าซึ้งใจเสียจริง!" ปีศาจหมีเหมันต์เอ่ยเสียงเยาะหยัน "แต่วันนี้พวกเจ้าจะต้องตายไปด้วยกันทั้งคู่!"
ขณะี่ปีศาจหมีเหมันต์กำลังจะลงมือ ทันใดนั้น เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"น่าเสียดายเหลือเกิน..."
ทุกคนหันไปมองตามเสียง พบชายชราในชุดสีเทาสะพายน้ำเต้ากำลังเดินมาท่ามกลางความโกลาหล ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ แต่ไม่ใช่เพราะผู้คนี่ตายไป หากแต่เป็นเพราะเขากำลังจ้องมองไปยังสุราเซียนจิ่วี่หกกระจายเต็มพื้น
"สุราเซียนจิ่วล้ำค่าขนาดนี้... เจ้าทำหกไปเกือบครึ่ง..." ชายชรากล่าวเสียงเครือ
ชายวัยกลางคนี่เคยพูดคุยกับชายชราก่อนหน้านี้เห็นเขาเดินตรงไปหาปีศาจก็ตกใจ รีบตะโกนเรียกด้วยความตื่นตระหนก "ท่านผู้เฒ่า! หนีเร็ว! อย่าเข้าไป!"
แต่ชายชราผู้นั้นกลับไม่สนใจคำเตือน เดินอาด ๆ ไปยังด้านหน้า สายตาจับจ้องไปี่ถังสุราเซียนจิ่วี่แตกกระจาย
ปีศาจหมีเหมันต์มองชายชราด้วยความสงสัย ก่อนส่งสัญญาณให้ปีศาจงูตัวหนึ่งเข้าโจมตี "เจ้าสังหารมัน!"
ปีศาจงูพุ่งตัวเข้าใส่ชายชราด้วยความเร็วสูง ทว่าก่อนี่มันจะทันได้เข้าใกล้ แสงสีขาววาบหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ปีศาจงูส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะร่วงลงพื้น ร่างของมันถูกผ่าเป็นสองซีกโดยไม่รู้ตัว
"เจ้า!" ปีศาจหมีเหมันต์อ้าปากค้างด้วยความตะลึง "เจ้าเป็นใคร!?"
ชายชราไม่ตอบ เพียงก้มลงแตะนิ้วลงบนสุราี่หกอยู่บนพื้น ชิมรสชาติแล้วถอนหายใจ "รสชาติช่างหอมหวานเสียนี่กระไร สุราดีถูกทำลายไปมากเพียงนี้..."
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตาเย็นเยียบจับจ้องปีศาจหมีเหมันต์ "สำหรับข้า สุราคือชีวิต... พวกเจ้าทำลายสุราไปมากเพียงนี้ วันนี้พวกเจ้าทั้งหมดต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
ปีศาจหมีเหมันต์ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ กระโดดขึ้นไปบนแท่นบวงสรวง คว้าหม้อสามขาขนาดมหึมาี่เป็นสัญลักษณ์แห่งราชวงศ์เว่ยหยางขึ้นมาเหนือศีรษะ ก่อนเหวี่ยงลงมาใส่ชายชราด้วยพลังมหาศาล
ชายชราเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย ลำแสงสีขาววาบเป็นเส้นสายพุ่งขึ้นฟากฟ้า มันมีขนาดประมาณกระบี่เล่มหนึ่ง แต่พอลำแสงนั้นปะทะกับหม้อสามขา หม้อทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ก็ถูกตัดขาดเป็นสองส่วนอย่างง่ายดาย แต่ละส่วนตกลงกระแทกพื้นสองข้างของชายชรา ไม่ได้แตะต้องร่างกายของเขาแม้แต่น้อย
ทั่วทั้งลานบวงสรวงตกอยู่ในความเงียบ แม้แต่ปีศาจี่กำลังออกล่าด้วยความกระหายเลือดก็ยังชะงักค้าง
"เจ้าไม่มีค่าพอจะทำลายสุราเหล่านี้หรอก" ชายชรากล่าวเสียงเย็นชา "ขอให้ไปเกิดใหม่ในภพภูมิี่ดีเถิด"
ชายชราเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ พลังมหาศาลพุ่งทะยานจากร่างของเขา กระบี่สีขาวบริสุทธิ์ปรากฏเหนือฝ่ามือ กระบี่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จากหนึ่ง เป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น... จนท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงกระบี่ระยิบระยับราวกับหมู่ดาว
ปีศาจหมีเหมันต์รู้สึกถึงอันตรายี่คุกคามชีวิต ตะโกนเสียงดัง "พี่น้องทั้งหลาย! ฆ่ามัน!"
เหล่าปีศาจขั้นเจ็ดและแปดพุ่งเข้าใส่ชายชราพร้อมกันทั้งจากทางพื้นดินและทางอากาศ แต่ก่อนี่พวกมันจะทันได้เข้าใกล้ ชายชราก็พึมพำเบา ๆ
"หมื่นกระบี่... คืนสู่สามัญ"
กระบี่แสงนับหมื่นพันพุ่งออกจากฟากฟ้าดั่ง-่าฝน ปักลงสู่ร่างของปีศาจทั้งหมด เสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมกัน ปีศาจขั้นเจ็ดและแปดถูกแทงทะลุร่าง ร่วงลงสู่พื้นเป็นซากศพในพริบตา
ลำแสงกระบี่ยังคงพุ่งลงมาไม่หยุด แม้แต่ปีศาจขั้นต่ำี่อยู่รอบ ๆ เขาก็ไม่เว้น ทั่วทั้งเขาหลิงเหยา ปีศาจล้มตายเป็นใบไม้ร่วง เลือดสีเขียวและเลือดสีดำไหลนองเป็นแม่น้ำ
ทว่าแสงกระบี่ทั้งหมดดูเหมือนมีชีวิต ไม่มีแม้แต่ลำแสงเดียวี่แตะต้องมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ มีเพียงปีศาจเท่านั้นี่ถูกโจมตี
ในท่ามกลางการสังหารอันดุเดือด ปีศาจหมีเหมันต์พยายามต้านทานลำแสงกระบี่ด้วยพลังของปีศาจขั้นเก้า มันเป็นเพียงปีศาจตัวเดียวี่ยังยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางซากศพปีศาจนับพันนับหมื่น
"เจ้าเป็นใคร!?" ปีศาจหมีเหมันต์คำรามด้วยความอาฆาต "มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางมีพลังเช่นนี้!"
ชายชราหัวเราะเบา ๆ "ข้าก็แค่คนขี้เมาคนหนึ่งเท่านั้น"
เขาชี้นิ้วไปี่ปีศาจหมีเหมันต์ ลำแสงกระบี่ทั้งหมดในฟากฟ้าพุ่งตรงไปยังจุดเดียวกัน รวมตัวกันเป็นกระบี่ยักษ์สีขาวเพียงเล่มเดียวี่ทอดยาวจากฟ้าจรดดิน
ปีศาจหมีเหมันต์รวบรวมพลังทั้งหมดี่มี สร้างโล่พลังปีศาจสีดำปกคลุมร่าง แต่เมื่อกระบี่ยักษ์ฟาดลงมา โล่นั้นก็แตกสลายราวกับเป็นแผ่นกระจกบางเบา
"ไม่!!!!!" ปีศาจหมีเหมันต์ส่งเสียงร้องครั้งสุดท้าย ก่อนร่างของมันจะถูกกระบี่ยักษ์ตัดขาดเป็นสองท่อน
ปีศาจอื่น ๆ ี่เหลือต่างพากันหวีดร้องหนีตาย แต่ก็ไม่มีตัวไหนรอดพ้นลำแสงกระบี่ี่ตามไล่ล่า เพียงชั่วอึดใจเดียว ปีศาจทั้งหมดบนเขาหลิงเหยาก็ถูกสังหารจนสิ้น
เมื่อปีศาจตัวสุดท้ายล้มลง ลำแสงกระบี่ก็ค่อย ๆ มลายหายไป ทิ้งให้ลานบวงสรวงจมอยู่ในความเงียบงัน
หลี่เสี่ยวอวิ๋นมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง ชายชราผู้นั้นเดินมาี่ถังสุราเซียนจิ่วี่ยังเหลืออยู่ ก้มลงใช้มือวักขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ ใบหน้าฉายแววพึงพอใจ
"ท่าน... ท่านเป็นใคร?" หลี่เสี่ยวอวิ๋นถามเสียงสั่น
ชายชรายิ้มบาง ๆ "ข้าเป็นแค่คนชอบดื่มสุรา ี่ไม่ชอบให้ใครมาทำลายความสุขของข้า"
จักรพรรดิหลี่เจี้ยนหลงทรงค่อย ๆ ลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก สีพระพักตร์ยังคงซีดขาว แต่แววพระเนตรกลับฉายประกายแห่งความประหลาดใจ
"ยอดฝีมือเช่นท่าน... เหตุใดข้าถึงไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์มาก่อน?" จักรพรรดิตรัสถาม
ชายชรายักไหล่ "บางทีอาจเป็นเพราะข้าชอบอยู่อย่างสงบ ดื่มสุราคนเดียวก็เป็นได้"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??