เรื่อง เทพยุทธ์ระบบพิสดาร
กรงเล็บะสีดำิฬพุ่งาดุจัีบาตฟาดฟัน หมายเจาะทะลวงหัวใจร่างเนื้อผู้หลับใหล อนธการไร้รูปทรงแสยะยิ้มอำมหิตในความว่างเปล่า ชัยชนะอยู่เพียงเอื้อมมือ
ทว่า...
เปลือกตาของหลินเฟิงเปิดโพลง!
นัยน์ตาสองข้างทอประกายผิดแผก ข้างซ้ายสีเทาหม่นลึกล้ำดุจเถ้าถ่านไร้ก้นบึ้ง ข้างขวาสีม่วงัีวาวโรจน์ดุจสายฟ้าสวรรค์
หมับ!
ฝ่ามือเรียวขาวซีดยกขึ้นรับกรงเล็บะไว้... ด้วยมือเปล่า! แรงปะทะมหาศาลระเบิดออก คลื่นกระแทกอัดกระหน่ำห้องหทัยแห่งเมฆาจนพังยับเยิน เสาหินหักโค่น เพดานถล่มาดุจ-่าฝน ท่ามกลางความโกลาหล... ร่างบุรุษหนึ่งยังคงนั่งตระหง่านบนเตียงหยก หลินเฟิงมิได้ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว ฝ่ามือผู้รับกรงเล็บ... ไร้รอยขีดข่วน
"เจ้า..."
ผู้คืบคลานไร้นามส่งเสียงตะกุกตะกักด้วยความตื่นตระหนก มันพยายามชักกรงเล็บกลับ ทว่าไร้ผล ฝ่ามือนั้นดุจคีมเหล็กกล้าจากนรก
ฉ่า!
ควันสีเทาลอยขึ้นจากจุดสัมผัส "ปราณเถ้าัี" ไหลบ่าจากมือหลินเฟิง ลุกลามกัดกินแขนของอนธการอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม หลินเฟิงจ้องมองมันด้วยสายตาเรียบเฉย... ทว่าอำมหิต
"เจ้ากล้ารบกวนการตื่นของนาง... โทษตายละเว้นได้ แต่โทษเป็นมิอาจหลีกเลี่ยง"
เปรี้ยะ!
สายฟ้าสีม่วงแล่นพล่านจากฝ่ามือ ไหลย้อนกลับไปทำลายเส้นชีพจรวิญญาณของศัตรูจนสิ้นซาก
พลันบนแท่นหยกศิลา ร่างระหงเริ่มขยับกาย เปลือกตาคู่สวยค่อยๆ เปิดขึ้น นัยน์ตานางมิใช่สีนิลกาฬดั่งกาลก่อน หากแต่ทอประกายสีเทาหม่นลึกล้ำดุจเถ้าถ่าน ปะปนประกายสังหารเย็นเยียบ ไอเย็นแผ่ซ่านออกจากร่างมิใช่สีขาวบริสุทธิ์ มันคือ "เหมันต์ิฬ" ความหนาวเหน็บสีดำสนิท ดูดกลืนแสงสว่างรอบกายจนมืดมิด บิดรูปแม้กระทั่งแสงสว่าง
นางมิเอื้อนเอ่ยถามความ สายตาจับจ้องแผ่นหลังกว้างของหลินเฟิง เข้าใจสถานการณ์ในเสี้ยวพริบตา จิตวิญญาณเชื่อมโยงดุจคนคนเดียวกัน นางสะบัดหัตถ์เรียวคราหนึ่ง
เคร้ง!
โซ่ตรวนน้ำแข็งสีดำิฬพุ่งทะยานจากความว่างเปล่า พุ่งเข้าพันธนาการข้อเท้าของอนธการไร้รูปทรงไว้แน่นหนา ไอะสีดำเริ่มลุกลามจากโซ่ตรวน แช่แข็งความมืดให้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งวิญญาณตรึงร่างศัตรูมิให้ขยับเขยื้อน ซูเม่ยเหยายันกายลุกขึ้นยืนเคียงข้างหลินเฟิง อาภรณ์ขาวพลิ้วไหวตัดกับไอเย็นสีดำิฬ นางดูงดงามดุจเทพธิดาแห่งความตาย จ้องมองศัตรูเบื้องหน้า มุมปากยกยิ้มเหยียด
"คิดหนี... สายไปแล้ว"
อนธการไร้รูปทรงตระหนักภัยคุกคามถึงชีวิต โซ่ตรวนน้ำแข็งิฬกัดกินกายวิญญาณ ปราณเถ้าัีแผดเผาความมืด มันกรีดร้องโหยหวนไร้เสียง สละกายเนื้อจำแลง กลายเป็นกลุ่มควันดำข้นคลั่ก พุ่งทะยานสู่รอยแยกประตูห้อง หมายหลบหนีเอาตัวรอด
หลินเฟิงแสยะยิ้มอำมหิต "ข้าบอกแล้ว... สายไปแล้ว"
ฝ่าเท้ากระทืบลงบนพื้นศิลาหยก
ตึง!
อักขระสีแดงฉานนับพันตัวผุดขึ้นทั่วผนังห้อง เพดาน พื้น ดุจตาข่ายโลหิตสวรรค์ แสงสีแดงสาดส่อง ขับไล่ความมืดมิดจนสิ้นซาก กลิ่นหอมโอสถลอยอวลในห้องตลอดราตรี มิใช่เพียงเครื่องหอมบำรุงจิต มันคือ "เชื้อไฟ"
หลินเฟิงสะบัดมือคราหนึ่ง
พรึ่บ!
อากาศธาตุลุกเป็นไฟ เปลวเพลิงวิญญาณสีทองอร่ามลุกโชนทั่วทิศทาง ผสานกับอักขระค่ายกล ปิดตายทางหนีทุกทิศ ห้องหทัยแห่งเมฆา... แปรสภาพเป็น "เตาหลอมยักษ์" อนธการูขัง ูเผาผลาญ ดิ้นรนทุรนทุรายกลางทะเลเพลิง มันพยายามพุ่งชนกำแพงไฟ ทว่าูดีดกลับด้วยความร้อนแรงหลอมละลายวิญญาณ
"จงกลายเป็นเถ้าธุลี"
ราชันย์โอสถประกาศิต ฝ่ามือบีบเข้าหากัน เปลวเพลิงบีบอัดเข้ามาจากทุกทิศทาง ทะเลเพลิงวิญญาณลุกโชนโชติช่วง อนธการไร้รูปทรงดิ้นรนทุรนทุรายกลางกองไฟ เสียงกรีดร้องโหยหวนก้องสะท้อน ยิ่งกว่าภูตผีูลงทัณฑ์ในขุมนรก
หลินเฟิงก้าวเดินฝ่าเปลวอัคคี ร่างกายอาบไล้แสงสีทอง ัีสีม่วงแล่นพล่านรอบกาย ดุจเทพสงครามจุติลงทัณฑ์มาร
"เจ้าคิดหนีความตาย... ทว่าข้าไม่อนุญาต"
ฝ่ามือข้างหนึ่งยื่นออก หุ้มด้วยปราณเถ้าัีหนาแน่น หัตถ์แกร่งคว้าจับส่วนศีรษะจำแลงของกลุ่มควันดำ นิ้วมือจิกเกร็ง กรงเล็บปราณแทงทะลุเข้าสู่แก่นวิญญาณ
"วิชาค้นวิญญาณ!"
ตูม!
กระแสจิตกระแทกเข้าใส่ความทรงจำศัตรู ภาพนิมิตไหลบ่าเข้าสู่ห้วงสมองหลินเฟิงดุจน้ำป่า ภาพหุบเหวลึกไร้ก้น... สถานที่ซึ่งแสงตะวันส่องไม่ถึง... ทิศตะวันตกสุดขอบแคว้น แท่นบูชาศิลาอาบโลหิต... กลิ่นอายะคละคลุ้ง... ร่างเงาในชุดคลุมดำนับร้อย และสัญลักษณ์หนึ่ง... ดวงตาสีเลือด... มีปีกค้างคาวโอบล้อม!
"อ๊ากกกกก!"
อนธการกรีดร้องลั่น จิตสังหารระเบิดออก มันรู้ตัว... ความลับูล่วงรู้ แก่นวิญญาณกลางลำตัวเริ่มบวมพอง แสงสีดำิฬส่องวาบ มันเลือก "ระเบิดวิญญาณ" เพื่อปิดปาก แรงระเบิดมหาศาลก่อตัว เตรียมฉีกกระชากห้องหทัยแห่งเมฆาให้เป็นจุณ
หลินเฟิงแค่นเสียง "ต่อหน้าข้า... แม้แต่ความตาย เจ้าก็มิอาจเลือกเอง"
ฝ่ามือผู้จับกุมพลันเปลี่ยนรูปแบบ "กลืนกิน!" ปราณเถ้าถ่านหมุนวนเป็นหลุมดำขนาดจิ๋วบนฝ่ามือ แรงระเบิดกำลังปะทุูดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น!
วูบ!
ทุกอย่างหายไปในพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าในกำมือ ความลับูเปิดเผย... ภัยคุกคามูกำจัด... กลายเป็นเพียงเถ้าธุลีเสริมพลังให้แก่เขา หลินเฟิงสะบัดมือ ทิ้งเศษธุลีวิญญาณสุดท้ายลงพื้น แววตาคมกริบทอดมองไปทางทิศตะวันตก... ทิศที่ตั้งหุบเหวนั้น
"ดวงตาปีกค้างคาว..."
เปลวเพลิงมอดดับ ค่ายกลสลายตัว ภายในห้องหทัยแห่งเมฆา... เหลือเพียงซากปรักหักพัง ประตูหยกแตกละเอียด ผนังห้องไหม้เกรียม หลินเฟิงยืนตระหง่านกลางห้อง ซูเม่ยเหยายืนเคียงข้าง เหยาหลิงพยุงกายลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก มองดูทั้งสองด้วยแววตายำเกรง
เสียงฝีเท้าสับสนดังมาจากโถงทางเดิน ผู้คุ้มกันสามตระกูลใหญ่ผู้รอดชีวิต วิ่งกรูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ศาสตราในมือสั่นเทา ภาพที่เห็น... ทำให้พวกมันต้องหยุดชะงัก ท่ามกลางซากหายนะ... บัณฑิตหนุ่มและสตรีชุดขาว ยืนเคียงคู่กันสง่างาม ไร้รอยขีดข่วน กลิ่นอายพลังกดดันจนหายใจไม่ออก
ซูเม่ยเหยาหันมามองหลินเฟิง มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือเขาแน่น ไอเย็นสีดำจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่น
"ข้ากลับมาแล้ว..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าหนักแน่น "...ครั้งนี้ ข้าจักเป็นคมดาบให้เจ้า"
หลินเฟิงบีบมือนางตอบ รับรู้ถึงคำสัตย์สาบาน เขาหันไปมองเหล่ายอดฝีมือจากสามตระกูลใหญ่ กวาดสายตามองเลยออกไปนอกหน้าต่าง... ไปยังทิศตะวันตก ทิศที่ตั้งศัตรูที่แท้จริง
"จงไปบอกนายของพวกเจ้า..."
น้ำเสียงก้องกังวาน ประกาศิตกึกก้องทั่วนครวายุ
"...บอกพวกมัน... ราชันย์โอสถรับคำท้า"
สิ้นคำประกาศิต สายลมแห่งนครวายุพลันกรรโชกแรง หอบเอาเจตจำนงแห่งราชันย์... พัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ ประกาศก้องถึงยุคสมัยใหม่ที่กำลังจะมาถึง
--- จบตอนที่ 88 ---
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??