เรื่อง ท่านเทพเจ้าขา ข้าต้องการปลาทองของท่าน
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ ท่านอาจารย์ "
เสี่ยวเฟย เสี่ยวฝานที่ถูกศิษย์นอกประตูผลัดกันอุ้มเดินออกจากหุบเขา พวกมันทั้งสองก็หันไปมองทางด้านที่จะจากมาทุกๆ 10 นาที
เหตุการณ์แบบนี้สร้างความน่าสงสัยให้กับเฉินเย่มาก เพราะเขาไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เพราะต่อให้ศิษย์เอกทั้งสองของคุณหนูใหญ่จะต่อสู้บาดเจ็บเจียนตายขนาดไหน ก็ไม่เคยมีสีหน้ากังวลใจแบบนี้มาก่อน
" เป็นอะไรไปครับ ท่านเสี่ยวเฟยดูจะกังวลใจมาก "
เสี่ยวเฟย หันไปมองเฉินเย่เขาอุ้มมันด้วยมือข้างเดียว ด้วยความทะนุถนอมและเบามือเพราะกลัว ร่างของมันที่ไม่เกรียม แถมยังมีเลือดซึมออก ถึงแม้มันจะกินยาท่านอาจารย์ไปแล้วแต่ร่างภูตกับร่างมนุษย์นั้นต่างกันมากเกินไป ทำให้ผลลัพธ์ของยาไม่ได้แสดงประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วขนาดนั้นเหมือนพวกเจ้ามนุษย์พวกนี้
" กุ๊กๆๆ ท่านอาจารย์กำลังจะเลื่อนขั้น "
" คุณหนูกำลังจะเลื่อนขั้นแล้วไม่ดีหรือครับ "
เฉินเย่ไม่เข้าใจในเรื่องพวกนี้นัก เขารู้แต่ว่าการเลื่อนขั้นก็ยิ่งก้าวหน้าไม่ใช่หรือ
" กุ๊กๆๆๆ /จิ๊บๆจิ๊บๆ พวกนายโง่หรือเปล่าการเลื่อนขั้นใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป "
" ไม่เห็นงูดินที่แดนลี้ลับนั้นหรือ "
" ถ้าหากเลื่อนผ่าน ก็เป็นเรื่องดีที่สามารถก้าวหน้าไปอีกขั้นได้ แต่ถ้าไม่ผ่านพลังอาจถดถอยและย้อนกลับ หรือถ้าร้ายแรงก็อาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ไปเลย เอียนหยาหลานเฉลย ถึงแม้สีหน้าเขาจะเรียบเรื่อย แต่ดวงตากับกังวลอยากเห็นได้ชัด เพราะดูแล้วท่านอาจารย์จะไม่ค่อยมั่นใจในการเลื่อนขั้นครั้งนี้เลย "
" เกรงว่าอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้กับค่ายกลสุสาน เมื่อหลายเดือนก่อนจะยังไม่หายดี เพราะท่านเล่นสู้คนเดียว 3 วัน 3 คืนไม่หยุดพักไม่ใช้ยาเม็ด ไม่ใช้พลังเสริมใดๆทั้งสิ้น "
อาการบาดเจ็บที่ได้มา แลกกับความแข็งแกร่งหลายขั้น นับว่าคุ้ม
แต่มันจะคุ้มหรือกับการที่ ต้องรักษาตัวเพิ่มอีกหลายเดือน
แต่ทำไมเรื่องนี้มันคล้ายกับเรื่องของเขา ที่บ้าระห่ำระเบิดสุสานมาซะแล้ว
นี้มันศิษย์อาจารย์ลูกไม้หล่นใต้ต้นชัดๆ
ทั้งหมดอาศัยความมืดเดินทางผ่านหุบเขาด้วยเท้า หยุดพักเป็นระยะๆเกือบ 3 วันถึงจะสามารถออกจากหุบเขานี้ได้ในกลางดึก เข้าหมู่บ้านด้วยเส้นทางที่รู้กันเฉพาะพวกเขา เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านตื่นตัวกับสภาพของตนเอง
พึ่บ/พึ่บ/พึ่บ/พึ่บ/พึ่บ
กระโดดข้ามกำแพงสูงเข้าสู่ร้านบ้านตระกูลซ่ง ชายทั้ง 5 ถึงแม้ว่าจะเบาเสียงขนาดไหน แต่ก็ยังสามารถทำให้เหล่าบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่โดยรอบตื่นตัวขึ้นทันที
ใครจะบ้าข้ามกำแพงกระโดดเข้าบ้านคนในตอนตี 1 เหมือนพวกเขาล่ะ
มองจุดสีแดงบนหน้าผากที่เล็งเป้า โดยตรงพวกเขาทั้ง 5 ก็ได้แต่สะดุ้งสุดตัวอยู่ในใจ แต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้ตื่นตระหนกเสียชื่อทีมชั้นยอดในการต่อสู้
" พวกเราเอง " เฉินเย่ส่งเสียงกลับออกไปที่มุมมืดทิศทางที่ตนเองถูกแสงเลเซอร์สีแดงชี้เป้าอยู่
ได้ยินดังนั้นเหล่าผู้ที่อยู่ในมุมมืดก็ค่อยๆทยอยเผยออกมา พร้อมกับแสงไฟที่ค่อยๆถูกเปิดขึ้นมาทั่วบริเวณรอบลานบ้าน
" เฉินเย่ "
เมื่อเห็นเหล่าผู้บุกรุกเป็นใครพวกเขาก็วางปืนลงทันทีพร้อมกับมองสำรวจไปรอบๆ เหล่าทีม บอดี้การ์ดชั้นยอดที่เลือกติดตามคุณหนูใหญ่ หัวหน้าทีมนำโดยเฉินเย่ผู้นี้
ดูเหมือนว่าทีมนี้จะเปลี่ยนไปมากทีเดียว จนแทบจะจำไม่ได้ ทั้งรูปร่างหน้าตาและกลิ่นอายความแข็งแกร่ง ดูจะก้าวหน้าขึ้นจนพวกเขาเทียบไม่ติด ถ้าหากต่อต้องต่อสู้กันจริงๆตอนนี้พวกเขาเป็นสิบไม่สามารถล้มคนตรงหน้าได้แน่นอน
" พวกนายดูเปลี่ยนไปจนฉันจำไม่ได้เลยทีเดียว คงจะไปฝึกกลับมาสินะ "
เราเห็นสายตาของฝ่ายตรงข้ามดูอิจฉาเขา ซะจนเก็บอาการแทบไม่อยู่ เฉินเย่กับลูกน้องก็ยิ้มจนปากฉีก
" ก็ไปฝึกมานิดหน่อยนะ "
เห็นดังนั้นพวกเขาทุกคนต่างก็ไม่ถามอะไรอีกเพราะอดจะหมั่นไส้และอิจฉาไม่ได้ถึงได้รีบแยกย้ายกันออกไป ยังไงบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านของคุณหนูใหญ่ที่พวกเฉินเย่ ติดตามย่อมต้องรู้นอกออกในดีกว่าพวกเขาที่มาแค่ไม่กี่วันนี้
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ ปล่อยพวกเราลงได้แล้ว ถึงบ้านแล้วนะ "
ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกัน ก็ต้องได้ยินเสียงแปลกประหลาดที่อยู่ในมือทั้งสองของเฉินเย่อุ้มบางอย่างเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาหลายคู่เหลือบไปมองก่อนจะจดจ้องเป็นตาเดียว
ไก่ตัวใหญ่ ไร้ขน ไหม้เกรียม
นกตัวเขื่อง ไร้ขน ไหม้เกรียม
" พวกนายจับไก่กับนกมา จะตุ๋นซุปหรือให้พวกเราช่วยไหมยังขาดมื้อดึกอยู่พอดี "
สายตาเกือบสิบคู่จดจ้องไก่ตัวใหญ่และนกตัวเขื่อง ที่ไร้ขนและผิวหนังไหม้เกรียมตรงหน้า กลิ่นหอมของเนื้อที่ถูกย่างอ่อนๆก็ได้กลิ่นหอมออกมาจากทั้ง 2 ตัว พวกเขายังขาดมื้อดึกอยู่พอดีดูเหมือนว่าเฉินเย่จะต้องเอามาตุ๋นแน่ๆ
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ ตุ๋นบ้านแกน่ะสิไอ้พวกบ้า เดี๋ยวมันกระโดดถีบถีบหน้าซะเลยนี่ "
ในสายตาเกือบสิบคู่ก็จดจ้องไปที่ไก่และนกที่ถูกวางบนพื้นเรียบร้อยทั้ง 2 ตัวยืนชี้หน้าด่าพวกเขา ด้วยความโมโหโกรธเกรี่ยวอย่างรุนแรง
นี่พวกเขากำลังเห็นอะไรเห็นอะไรอยู่หรือ ไก่กับนกฟื้นคืนชีพจากการถูกเผา
ผีไก่กับนกพูดได้
" พี่ไก่พี่นกที่ไหนนี่มันศิษย์เอกของคุณหนูใหญ่นะ "
ฮ่าๆๆๆ
คนทั้งครอบครัวบ้านซ่งมองเจ้าไก่น่ากับนกศิษย์ตัวแสบของซ่งซิงเหลียนก็ได้ขบคันพวกมันอย่างอดไม่อยู่ สภาพของทั้ง 2 ตัวที่นอนอาบแดดกินลมชมวิวยามสายหน้าลานบ้าน ที่พวกมันชื่นชอบมากกว่าลานในบ้าน
ลานหน้าบ้านสามารถฟังเสียง ความคึกคักของเหล่าชาวบ้านยิ่งหูประสาทสัมผัสของพวกมันได้ยินไกลกว่า 10 ลี้ เรียกได้ว่าเสียงนินทาหน้าหมู่บ้านพวกมันก็ยังได้ยิน
" นี่พวกเธอถูกฟ้าผ่ามาอีกแล้วหรือ " ซ่งหลี่อดหัวเราะจนต้องนั่งลงกองกับพื้น แล้วกอดขาภรรยาเพื่อระบายอารมณ์อัดอั้นออกมา
" ฮ่าๆๆๆ นี่คืออะไรนี่คืออะไรกัน " เทียนเซี่ยและลูกชายพร้อมกับสะใภ้พ่อแม่ของซ่งซิงเหลียน ที่ยังอยู่บ้านหลังนี้ คอยการกลับมาของลูกสาวก็ยังอดทนอดกลั้นกับภาพตรงหน้าไม่ได้ถึงแม้ได้แค่พวกเขาจะตกใจก็เถอะ
พวกเขาไม่ได้รับข้อมูลว่าลูกศิษย์ของเจ้าหญิงน้อยบ้านเขา จะเป็นไก่นกและวิญญาณตนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆเขาถือร่มเอาไว้อยู่เนี่ย
แถมยังเจอกันในสภาพพร้อมตุ๋นซุป
เมื่อเช้าตื่นออกมาก็พบเจ้า 2 ตัวนี้ที่นอนอาบแดดอยู่บนโต๊ะก็สร้างความแปลกใจให้พวกเขามากพออยู่แล้ว คิดว่าเป็นไก่ย่างที่นำมาเซ่นไหว้เจ้าซะอีก
แต่ก็ต้องผงะร้องเสียงหลง ทันทีที่พวกมา 2 ตัวส่งเสียงร้องถามพวกเขาเป็นไก่และนกไม่พอ ยังเป็นไก่แล้วนกพูดได้ศิษย์ของเจ้าหญิงของบ้านถึงแม้จะให้เกียรติและความเอ็นดูพวกมันแล้ว แต่พวกเขาก็ยังปวดหัวเราะออกมาไม่ได้
" พวกเราไม่ได้ถูกฟ้าผ่ามาหรอกครับ " เอียนหยาหลานเฉลยพร้อมกับกระโดดถอยตัวออกห่าง ศิษย์พี่ทั้งสองที่มองมันที่มองเขาตาเขียวปั๊ดพร้อมกระโดดจิกหน้าวิญญาณของตนเอง
" แต่นี่มันเป็นรอยไหม้ทั้งตัวเลยนะไม่ถูกฟ้าผ่ามาเหมือนคราวที่แล้วแล้วถูกอะไรล่ะ "
ฮ่าๆๆๆ
เสียงหัวเราะครื้นเครงดังลั่นเท่าไหร่ เจ้า 2 ตัวกับก้มลงก้มหน้างุดด้วยความหงุดหงิดปนโมโหและอับอายไม่ได้ พวกมันไม่ได้ดูน่าเกลียดขี้เหร่อะไรเลย แต่ภาพนี้กลับทำให้พวกเขาอดเอ็นดูทั้ง 2 ตัวไม่ได้จริงๆ
มิน่าล่ะซ่งซิงเหลียนถึงได้ชอบพวกมันนักหนา
" จิ๊บๆ พวกเราไม่ได้ถูกฟ้าผ่ามา "
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ แต่พวกเราถูกขุมระเบิดของเอียนหยาหลานมา "
"" ........ ""
เกิดอาการเงียบงันทั้งบ้านมองพวกมันทั้ง 2 ตัวรวมถึงเอียนยาหลาน และเหล่าบอดี้การ์ดทั้ง 5 ที่ยืนเฝ้ารอบๆอยู่
สายตาของเฉินเย่และเหล่าลูกทีมที่ก้มหน้างุดลง พวกเขาไม่กล้าสบตาเจ้านายเหล่านี้เลยจริงๆมันเป็นเรื่องที่น่าอับอายสุดๆแต่ก็น่าภาคภูมิใจสุดๆที่รอดมาได้จากขุมระเบิดเหล่านั้น
ระเบิด
เกิดการเงียบอีกรอบใหญ่ เอาล่ะต่อไปนี้ทั้งครอบครัวจะไม่ถามอะไรพวกนี้อีก ถ้าหากได้เห็นสภาพแบบนี้ พวกเขาก็จะเงียบๆไว้เพราะไม่รู้ว่าจะถูกตอบกลับด้วยประโยคแบบไหน ที่สร้างความสงสารและเจ็บใจลึกๆให้กับตัวเอง
สงสารเจ้าพวกนี้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเจ็บใจที่ตัวเองไม่ได้มีความสามารถแบบพวกนี้ ที่สามารถเข้าสู่ดินแดนผจญภัยอันน่าตื่นตะลึง ที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถเข้าสู่ดินแดนนั้นได้
โลกอันกว้างใหญ่ของผู้ฝึกเซียน
ครืนนนนนนน
" ทิศทางนั้นมันมีอะไรหรือ " เทียนหวายอันมองตามสายตาของ เสี่ยวเฟยเสี่ยวฝาน เอียนหยาหลานและเหลาลูกทีมบอดี้การ์ดทั้ง 5 ที่มองไปทิศทางหุบเขาไกลลิบ ทำเอาพวกเขาทุกคนในบ้านต่างมองตามสายตานั้น
นอกจากทิศทางอย่างนั้นเริ่มมีเมฆรวมตัวหนาแน่น จนมองไม่เห็นยอดเขา พวกเขาก็ไม่ได้เห็นอะไรเลย ปรากฏการณ์แบบนี้ก็นับว่าน่าอัศจรรย์ใจ
" คงจะเป็นฝน-่าใหญ่ที่กำลังจะตกลงมาตามธรรมชาติแน่ " เทียนเซี่ยมองกลุ่มเมฆเหล่านั้นที่จับตัวหนาแน่นขึ้นจนมองไม่เห็นเขาทั้งลูก
แม้ว่าเขาลูกนั้นจะห่างจากที่
นี่หลายสิบกิโลเมตรก็เถอะ แต่รวมตัวหนาแน่นขนาดนี้
" ไม่ใช่ฝนจะตกหรอกขอรับ "
" กุ๊บๆ/จิ๊บๆ แต่ท่านอาจารย์กำลังจะเลื่อนขั้นแล้วต่างหาก "
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??