เรื่อง หมื่นพิภพจงสยบต่อข้า
เหิงอี้พยายามรีบขยับตัว ให้พ้นไปจากระยะิหยินหยาง แต่ร่างกายของเขาบัดนี้หาได้ยอมฟังคำสั่งใด ผลจากการใช้ร่างกายมากเกินกว่า ที่จะแบกรับไหวจนลืมนึกถึงผลที่ตามมา
ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นระริกยืนโอนเอนไ่ยอมหยุดนิ่ง สายตาค่อย ๆ พล่ามัวมากขึ้นทุกขณะ หากไ่เป็นเพราะตนพยายามประครองสติไว้ เห็นทีคงจะสลบไปนานแล้ว
"บ้าจริง! ทำไมถึงไ่ยอมขยับ ขยับเร็วสิ!.."
เหิงอี้กล่าวอย่างไ่สบอารมณ์ ในตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรไปตั้งมากมาย แต่ต้องมาจบชีวิต้ิตัวนี้จริง ๆ หรือ เผยให้เห็นเหงื่อเม็ดเต็งผลุดไหลทั่วทั้งใบ้า เขามองยังคงจับจ้องิหยินหยาง ที่กำลังเลื้อยข้ามาใกล้ตนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นเองหยุนโม่ก็พูดขึ้น้น้ำเสียงราบเรียบ ปรากฏให้เห็นคิ้วขมวดเป็นปมเล็กน้อยบนใบ้า
"ครั้งนี้พอแต่เพียงเท่านี้ ถือว่าเจ้าทำได้ไ่เลว สำหรับการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสาม"
เหิงอี้ผ่อนลมหายใจออก้ความโล่งใจ เมื่อเห็นหยุนโม่ได้ปรากฏตัวขึ้นตรง้าตน เข้าขวางเจ้าิเอาไว้ ไ่ให้ขยับเข้ามาใกล้ตัวเขาอีก ดวงตากลมโตทั้งสองข้างของสัตว์อสูร ต่างจ้องมองยังหยุนโม่้ความงุนงง
เหตุใดมนุษย์ผู้นี้จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวออกมาขวางทาง ทว่ามีสิ่งึ่งที่ัรับรู้ได้ทันที นั้นคือชายเบื้อง้าเป็นภัยคุมคามต่อตัวั จึงร้องขู่ฟ่อใหญ่รีบชูคอขึ้นตั้งตรง
เีแ่หยุนโม่ปลายตามอง และแ่จิตัาออกมาเีแ่เล็กน้อย ทุกคนต่างก็ยืนตัวแข็งทื่อ ไ่มีใครกล้าขยับเขยื้อนหรือกะพริบตาเสีย้ซ้ำ แม้แต่หายใจออกมาก็ยังถือเป็นเรื่องที่โง่เขลา
ถึงกระนั้นิหยินหยาง ัหาได้หวาดกลัวต่อหยุนโม่ไ่ การแ่จิตัาเมื่อู่ทำได้เีแ่ ให้ัหยุดชะงักไปชั่วขณะ
นี้ิหยินหยางกลับมีทีท่าโกรธเกี้ยว และกระหายเลือดเพิ่มมากยิ่งขึ้น กว่าครั้งก่อนหลายเท่า
ัอ้าปากกว้างรวบรวมพลังปราณ เพื่อหมายจะกำจัดทุกคน ณ ที่แห่งนี้
ต้นไม้รอบตัวของพวกเขาเริ่มเกิดไฟลุกโชนขึ้น บ้างส่วนเริ่มจะแปรเปลี่ยนเป็นผนึกน้ำแข็ง อากาศทั้งสองแบบซึ่งแตกต่างกันสุดขั้ว ส่งผลให้ผิวังเริ่มแห้งกร้าน ร่างกายรู้สึกาวสะท้านสั่นไปทั้งตัว ลมหายใจกลายเป็นไอเย็นในฉับั
หยุนโม่ก้าวเดินเข้าไปใกล้ิหยินหยางอย่างเนิบช้า แล้วหยุดลงยังเบื้อง้าของั ห่างจากตัวไ่ถึงครึ่งจั้งเสีย้ซ้ำ เขายืนแหง่น้าขึ้นมองิหยินหยาง ในตาไร้ซึ่งความรู้สึกใด ราวกับว่าเห็นัเป็นเีแ่หินก้อนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้ทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไ่ถึง
"เฮ้อ สัตว์เดรัจฉาน!...อาศัยเพียงความดิบเถื่อนในการเอาชีวิตรอด ไ่แม้แต่จะกลัวความตายเสีย้ซ้ำ"
หยุนโม่ถอนหายใจพลางพูด้ความเบื่อ่าย ืทั้งสองข้างขึ้นจับไปยัง หัวทั้งสองของิหยินหยาง แล้วฉีกกระชากออก
ฟึบ!
เลือดสีแดงสดพุ่งทะลัก ขึ้นสู่บนท้องฟ้าตกลงมาปาน-่าฝน ลำตัวยาวหลังถูกฉีกแยกเป็นสองส่วน ยังคงขดม้วนดิ้นพล่านไปมาอยู่ตรงพื้น
ชายถือดาบใหญ่และพวกพ้องต่างยืนอึ้งอ้าปากค้าง รู้สึกาววูบวาบตรงาแ่นหลัง ักลืนน้ำลายลงคอไปหลายอึก เกิดความคิดเห็นเหมือนกันขึ้นมาในทันใด ว่าชายปริศนาเบื้องผู้นี้คือผู้อยู่ในระดับยุทธ์ใดกันแน่
ันึกย้อนกลับไปก่อน้านั้น ชายปริศนาได้ปัดการโจมตีิออกไป ก็นับว่าทำทำให้พวกตนประหลาดใจมากจนเกินพอแล้ว
แต่เหตุการณ์เมื่อู่กลับทำให้ พวกเขาตกใจยิ่งกว่าก็คือ ตอนลงมือดึงกระชากหัวิออก อย่างง่ายดายราวกับฉีกแบ่งหมั่นโถว แถบไ่อาจสัมผัสได้ถึงอากาศสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
ขนาดพวกเขาได้รุมโจมตีไปหลายครั้ง แต่กลับไ่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับั ชายถือดาบใหญ่ยืนครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มได้สติกลับมา ัยกฝามือขึ้นประกบก้มีะลงพลางกล่าว
"ผู้น้อยและพวกพ้องขอุผู้อาวุโส ที่เมตตายื่นมือเข้าช่วยเหลือ"
หยุนโม่ปลายตามองพยัก้าลงอย่างเนิบช้า หยิบยกเอาน้ำเต้าขึ้นกระดก โดยไ่สนใจผู้คนที่อยู่รอบข้างแต่อย่างใด
"จริงสิ! ผู้น้อยยังไ่ได้แนะนำตัวเลย ข้ามีนามว่า..." ชายถือดาบใหญ่เผยอปาก เตรียมจะพูดอีกครั้งึ่ง ยังไ่ทันจบประโยค หยุนโม่ก็รีบืขึ้นห้ามเสียก่อน
ชายถือดาบใหญ่เมื่อเห็นทีท่านี้ เขาจึงได้หยุดชะงักไ่ปริปากพูดต่อ
"เจ้าไ่ต้องพูดอะไรต่อแล้ว ข้ามีเรื่องึ่งอยากจะถามกับพวกเจ้า จงตอบข้ามาตามตรง" หมุนโม่กล่าวถามน้ำเสียงักแน่นแก่ชายถือดาบใหญ่
พวกเขาเมื่อได้ยินว่าหยุนโม่จะถามคำถาม ต่างเริ่มมีสี้าซีดเซียวเหงื่อเริ่มผุดออกมาให้เห็น พลางคิดในใจหากตนและพวกพ้องตอบคำถาม ได้ไ่ถูกใจผู้ฝึกยุทธ์คนนี้เห็นทีคงจะต้อง พบกับจุดจบเช่นเดียวกับิเป็นแน่ ชายถือดาบใหญ่ัสะบัดความคิดที่ฟุ้งซาน และตอบกลับแก่หยุนโม่้น้ำเสียงฟังดูจริงใจ
"ผู้อาวุโสเชิญท่านถามมาได้เลย ผู้น้อยยินดีตอบทุกข้อสงสัย"
"เหตุใดพวกต้องต่อสู้กับิตัวนี้ อย่างเอาเป็นเอาตาย้ หากรู้ตัวว่าไ่อาจสู้กับัได้ ทำไมไ่รีบีไปซะ ไ่เสียดายชีวิตหรืออย่างไร"
ชายถือดาบใหญ่มีสี้า้า กระอักกระอ่วนลังเลที่จะตอบ
"เรียนผู้อาวุโสข้าและพวกพ้อ เสี่ยงชีวิตเข้ามายังาหุบเขาป๋ายกู่ เพื่อล่าิหยินหยางนำแก่นแท้ ของัไปเป็นส่วนผสมในการปรุงโอสถ รักษานายท่านของพวกข้า"
หยุนโม่ยังคงฟังยืนฟังอย่างเงียบ ๆ ไ่ได้พูดสิ่งใด ก่อนจะหันมาพูดกับเหิงอี้ ที่กำลังง่วนอยู่กับการค้นหาแก่นแท้ ภายในตัวิหยินหยาง
"เด็กน้อยเป็นเช่นไร เจ้าหาเจอหรือยัง? ..."
"ผู้อาวุโส ข้าเจอแก่นแท้ของัแล้วขอรับ!" น้ำเสียงแจ่มใสพูดขึ้นั้ ในขณะชูแก่นแท้ในมือขึ้นเือีะ
ชายถือดาบใหญ่และพวกพ้องต่างพากันในตาลุกวาวเป็นประกาย เมื่อเห็นแก่นแท้ิหินยางในมือเหิงอี้
ชายถือดาบใหญ่กอกตาถี่ ก่อนจะกล่าวอย่างร้อนรน "เออะ เอ่อ...คือว่าผู้อาวุโส"
"นี่อาจจะฟังดูเป็นคำขอที่มากเกินไปสัก่อย? แต่พวกข้าขอแก่นแท้ของิหยินหยางตัวนี้ได้หรือไ่?"
"แก่นแท้ของัสำคัญต่อชีวิต นายท่านของข้ามากรับรองว่าเราจะตอบแทนท่านอย่างงาม" พวกเขาทุกคนล้มตัวลงคุกเข่า ัก้มโขกีะเสียงัสนั่น
ตึก ตึก ตึก
"ได้โปรดขอรับผู้อาวุโส ได้โปรดเมตตา้ พวกข้ายอมเป็นวัวเป็นม้าให้แก่ท่าน ได้โปรดมอบัให้แก่พวกข้าเถิด"
เหล่าชายฉกรรจ์ที่ต่อสู้กับิหยินหยาง อย่างองค์อาจบัดนี้กลับ ล้มตัวก้มโขกีะอย่างเวทนา ตัวเขาหาใช่เป็นคนไร้ความรู้สึก เมื่อเจอแบบนี้เข้าไปมีหรือจะไ่ยอมใจอ่อน
หยุนโม่กวาดสายตามองไปยังพวกเขาพร้อมกับถอนหายใจ ทำเอาถึงกับสะดุ้งเฮือกกันยกใหญ่ ก่อนจะบอกให้เหิงอี้นำเอาแก่นแท้ของิหยินหยาง ไปมอบให้กับชายถือดาบใหญ่
เขารีบยื่นมาคว้ารับจากเหิงอี้ รอยยิ้มเปี่ยมเต็มไป้ความสุขหาใดเปรียบปรากฏขึ้นบนใบ้า หยาดน้ำตาของเหล่าชายฉกรรจ์ ไหลออกมาโดยไ่ได้ตั้งใจ เสียงโ่้ออกมา้ความดีใจ ักังวาน้ทั่วทั้งาหุบ ืเช็ดาน้ำตาัก้มีะกล่าวุ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??