เรื่อง คัมภีร์เทพอสูรเทวะ
แสงจันทร์ีซากศพา่ลงมาหุบเขาอสูรที่พังทลายดุจห้วงกลืนกินที่ถูกฉีกกระชาก ผืนดินแตกร้าวเป็นหลุมลึกนับพันจั้ง หมอกีเถ้ายังคงลอยอ้อยอิ่งเหนือซากหินผาและเลนโคลน กลิ่นเนื้อไหม้ โลหิตข้นหนืด และแรงอาฆาตที่ถูกขย้อนออกมาจากใต้พิภพยังคงคละคลุ้ง ที่ก้นหลุมมรณะนั้น ก้อนเนื้อโสมมกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาจากขุมนรก กรงเล็บมือขวาจิกลงพื้นศิลาจนเล็บหลุดลอก ลากสังขารที่แทบไม่เหลือเค้าโครงของมนุษยชาติขึ้นมาทีละนิ้ว ท่อนแขนซ้ายเหลือเพียงกระดูกีดำคล้ำที่ปริร้าวและพับผิดองศา มวลกล้ามเนื้อหน้าอกฉีกเปิดจนเห็นก้อนเนื้อที่เต้นอ่อนแรงอยู่ภายใน กระดูกซี่โครงแทงทะลุเปลือกผิวีหมึกออกมา โลหิตพิษไหลเยิ้มออกจากทั่วร่างราวกับมวลสารกำลังละลาย ทุกครั้งที่กายหยาั้นสูดปราณ จะเกิดกังวานของเหลวข้นหนืดในปอดเียดีกันดังกึกก้อง ทุกครั้งที่ขยับเขยื้อน ข่ายเส้นเอ็นและกระดูกทั่วร่างจะลั่นกรอบแกรบดุจเศษไม้ผุ กากเดนนี้สมควรแตกดับไปแล้ว สมควรสูญสิ้นสัจธรรมตั้งแต่ในครรภ์มารใต้พิภพ ทว่ามันยังคงขยับ ยังคงดิ้นรน และยังคงแสยะยิ้มวิปลาส “สัจธรรม... ของโลกใี้...” สำเนียงหัวเราะแหบพร่าดุจการเลื่อยกระดูกปะปนกับลิ่มเลือดที่ขย้อนออกจากปาก เนตรมารบรรพกาลหมุนวนอย่างเชื่องช้าทว่าตะกละตะกลาม ความหิวโหยในไขกระดูกรุนแรงยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่า เตาหลอมวิปลาสในร่างกำลังร่ำร้องขอสารอาหาร มันต้องการโลหิต ต้องการแก่นชีวิต ต้องการเนื้อสดมาอุดรอยรั่วของการวิวัฒนาการ หากไม่ได้รับการเติมเต็ม ทากมารอเวจีในร่างจะกัดกินภาชนะนี้จนแหลกสลายจากภายในอย่างแน่นอน ทันใดนั้น กระแสปราณเบื้องถูกฉีกกระชาก ลำแสงเจ็ดสายพุ่งฝ่าม่านหมอกลงมา แสงสว่างจอมปลอมที่น่ารังเกียจสาดกระจายทั่วความเน่าเฟะ ผู้ฝึกตนเจ็ดคนในชุดคลุมีขาวบริสุทธิ์ลอยตัวลงมาช้าๆ ศัสตราบิน บุรุษด้านหน้าสุดมีใบหน้าเรียบเฉยเย่อหยิ่ง กลางหน้าผากมีตราสัญลักษณ์เมฆทอง สตรีด้านข้างถือศัสตราหยกีฟ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะอิดสะเอียน ผู้ติดตามที่เหลือกระจายตัวปิดล้อมค่ายกลอย่างเป็นระบบ เพียงสบตาก็รู้ว่ามาจากขุมกำลังชั้นสูง และคุ้นเคยกับการชำแหละผู้ด้อยกว่ามานักต่อนัก
ทว่าขณะที่พวกมันทอดสายตาลงมายังก้นหลุม สัจธรรมความเย่อหยิ่งพลันแข็งค้าง เพราะภาพสะท้อนเบื้องล่างก้าวล่วงความเป็นมนุษย์ไปไกลลิบ มันคือก้อนเนื้ออัปลักษณ์ที่ยืนคลุกคลีอยู่กับซากศพ สังขารเหวอะหวะ เบ้าตาข้างหนึ่งกลวงโบ๋และอาบโลหิต อีกข้างหมุนวนเป็นหลุมพรางแห่งอเวจี ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายมารร้ายที่ผุดขึ้นจากนรกขุมลึกที่สุด สตรีชุดขาวถึงกับก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ข่ายเส้นเอ็นสั่นสะท้าน “ก้อนเนื้อผิดสัณฐานอันใดกัน...” บุรุษชุดขาวด้านหน้าขบกรามแน่น ทว่าความโลภในทะเลวิญญาณพลันลุกโชน มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมารบรรพกาลจากเศษเนื้อตรงหน้า วาสนาวิปลาสเช่นนี้ หากช่วงชิงกลับไปสังเวย ย่อมเป็นการต่ออายุขัยและบารมี “คุกเข่าลงซะ” กระแสคำรามของมันถูกห่อหุ้มด้วยปราณบังคับ “เจ้าทำลายความชอบธรรม ปล่อยมลทินมารใต้พิภพ สละแก่นวิญญาณแต่โดยดี ข้าอาจยอมให้เจ้าแตกซ่านอย่างรวดเร็ว” มัจจุราชในคราบมนุษย์เงียบงัน เพียงก้มมองหยาดโลหิตีหมึกของตนที่หยดลงศิลา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า จ้องมองอาหารทั้งเจ็ดชิ้น เนตรมารหมุนวนอย่างตะกละตะกลาม ในคลองจักษุข้ามสัจธรรมของเขา เปลือกผิวของคนทั้งเจ็ดถูกลอกออก เหลือเพียงโครงสร้างข่ายเส้นเอ็น ก้อนเนื้อขั้วหัวใจ จุดชีพจร แก่นโลหิต ตะกรันพลัง คุณภาพของเนื้อ ทุกอย่างถูกแยกส่วนวิเคราะห์ในเี้ยวพริบตาดุจตำราอาหาร เนื้อธาตุน้ำหนึ่งชิ้น เนื้อธาตุไฟสองชิ้น หนึ่งชิ้นซุกซ่อนโอสถในถุงมิติ สตรีถือศัสตราหยกมีตราประทับสายเลือดที่สดใหม่ที่สุด กายหยาบของชายหนุ่มสั่นสะท้าน มิใช่เพราะบาดแผลฉกรรจ์ แต่เพราะทิพย์วารีสลายวิญญาณในปากกำลังหลั่งไหล มุมปากที่ฉีกขาดค่อยๆ แสยะขึ้น เผยให้เห็นคมเขี้ยวที่อาบด้วยโลหิต “พวกเจ้า...” สำเนียงแหบพร่าดุจกระซิบจากก้นหลุมศพ ศิษย์สำนักทั้งเจ็ดขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ “พูดเพ้อเจ้ออันใด?” มารร้ายในคราบมนุษย์เงยหน้ามองดวงจันทร์ีซากศพ ก่อนที่กังวานหัวเราะดุจเลื่อยกระดูกจะสะท้อนขึ้นเบาๆ “มารในใจของข้า... กำลังหิวพอดี” เขาก้มหน้าลง เนตรมารีโลหิตสาดประกายความหิวโหยที่ฝืนวิถีสวรรค์ “เนื้อพวกเจ้า... น่าจะพอยาไส้” ตูมมมม!!! พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าระเบิดเป็นหลุมอุกกาบาต! ก้อนเนื้อโสมมชำแหละห้วงมิติหายไปจากก้นหลุม อาหารทั้งเจ็ดชิ้นเบิกตากว้างพร้อมกัน สัญชาตญาณความตายกรีดร้องก้องในทะเลวิญญาณ ในเี้ยววินาทีที่ก้อนเนื้อโสมมชำแหละห้วงมิติหายไปจากคลองจักษุ สัจธรรมของยอดฝีมือทั้งเจ็ดพลันวิรูป ปราณวิปลาสที่สูบกลืนไอชีวิตแผ่ซ่านขึ้นมาตามข้อเท้า ไต่ขึ้นสู่ไขกระดูกสันหลังดุจลิ้นของทากมารอเวจีที่กำลังเลียทะเลวิญญาณ พวกมันหาได้หวาดกลัวต่อพละกำลังที่เหนือกว่า แต่ข่ายเส้นเอ็นของพวกมันกำลังสั่นสะท้านเพราะการสูญเียเป้าหมายในวิถีแห่งผู้ล่า กลิ่นอายเน่าเฟะนั้นหายไปจากผืนพิภพโดยสมบูรณ์ ราวกับว่ามันได้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในลมหายใจของพวกมันแล้ว บุรุษชุดขาวด้านหน้าสุดเบิกตากว้างจนเส้นเลือดฝอยปริแตก รูม่านตาหดแคบลงดุจเข็มหมุด สัญชาตญาณร้องเตือนถึงความตายที่บั้นเอว! “ระวังด้านห—” ฉัวะ!!! กังวานเตือนของบุรุษชุดขาวถูกอัดกระแทกกลับลงคอหอย ศีรษะของศิษย์ทิศประจิมพลันหลุดกระเด็นออกจากบ่าดุจลูกจันทน์ร่วงหล่น โลหิตร้อนจัดพุ่งทะลักออกจากหลอดลมที่ถูกฉีกขาดเป็นสายน้ำพุีแดงฉาน ฉาบชโลมใบหน้าของสตรีถือศัสตราหยกจนแดงเถือก นางแข็งค้างอยู่กับสัจธรรมตรงหน้า ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลน นางค่อยๆ หันศีรษะที่สั่นเทาไปมอง และพบกับเศษซากในคราบมนุษย์ ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังซากศพไร้หัว กรงเล็บมือขวาของมันยังคงกำกระดูกสันหลังีขาวโพลนที่ถูกกระชากออกมาทั้งยวง โลหิตข้นหนืดหยดลงศิลาทีละหยด แหมะ... แหมะ... แหมะ... หยาดของเหลวตกกระทบพื้นสร้างกระแสสั่นสะเทือนกึกก้องในทะเลวิญญาณของอาหารที่เหลืออีกหกชิ้น ราวกับระฆังมรณะ ก้อนเนื้อโสมมเอียงคอช้าๆ จนกระดูกคอลั่นกรอบแกรบ เนตรมารบรรพกาลหมุนวนอย่างตะกละตะกลาม มันไม่ได้กำลังโกรธแค้น แต่มันกำลังคัดสรรคุณภาพของเนื้อ “ชิ้นต่อไป...” สำเนียงแหบพร่าดุจกระดูกบดทับกันดังลอดไรฟัน เพียงพยางค์เดียว ข่ายเส้นเอ็นแห่งความชอบธรรมของศิษย์สำนักก็พังพินาศโดยสมบูรณ์
“หนี!!!” ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของวิถีเซียน! ในเี้ยวพริบตา อาหารทั้งหกชิ้นแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง ดุจแมลงสาบที่หนีแสงไฟ และนั่นคือสัจธรรมที่ผู้ล่าโปรดปรานที่สุด มุมปากที่ฉีกขาดค่อยๆ แสยะกว้างขึ้นจนโลหิตีหมึกทะลัก มันฉีกกรามหัวเราะอย่างวิปลาส สำเนียงหัวเราะนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับเปลี่ยนแสงจันทร์ีซากศพ ให้กลายเป็นค่ายกลสังหารที่ไร้ทางหนี “ใช่... จงหนี... ดิ้นรนให้ข่ายเส้นเอ็นสูบฉีด... แก่นโลหิตของพวกเจ้าจะได้ไร้ซึ่งกลิ่นคาวความกลัว!” ตูม!!! พื้นศิลาแตกระเบิดเป็นหลุมลึก กายหยาบของชายหนุ่มพุ่งทะยานดุจมารร้ายที่หลุดจากผนึก บุรุษชุดขาวกัดฟันจนฟันเคลือบปริร้าว ฝืนบังคับจุดชีพจรไม่ให้สูญเียการทรงตัว มันตระหนักดีว่าหากกระจายกำลัง ย่อมตกเป็นเศษเนื้อให้ปีศาจขย้ำทีละชิ้น “ร่ายข่ายกระบี่เจ็ดดารา!” กังวานตวาดแฝงปราณบริสุทธิ์ กระชากสติอาหารที่เหลือให้หวนกลับคืน ทั้งห้าชีวิตฝืนข่มความหวาดผวา พลิกสังขารกลับเข้าสู่ค่ายกล ศัสตราบินหกเล่มทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหา ปราณกระบี่ีทองเชื่อมต่อกันเป็นข่ายมรณะเจ็ดแฉก แสงแห่งสัจธรรมา่ลงมาดุจโซ่สวรรค์ หมายจะผนึกร่างอัปลักษณ์ไว้กลางห้วงมิติอากาศ ทว่าก้อนเนื้อโสมมกลับชะงักฝีเท้า มันเงยหน้ามองโซ่แสงเหล่านั้นอย่างเยือกเย็น เนตรมารบรรพกาลหมุนวนช้าลง ช้าลง ก่อนจะทะลวงผ่านเปลือกตาของค่ายกลจนทะลุปรุโปร่ง ในคลองจักษุข้ามสัจธรรมของมัน เห็นความขลาดเขลาที่สั่นไหวในข้อมือของพวกมัน เห็นกระแสปราณที่ปริร้าวตามจุดชีพจร และเห็นจุดบอดเพียงหนึ่งเดียวที่รอการบดขยี้ สตรีทิศอาคเนย์ ผู้มีตราประทับสายเลือดสดใหม่ที่สุด แต่ทะเลวิญญาณอ่อนแอที่สุด หลุมพรางแห่งการชำแหละได้เปิดออกแล้ว ฟิ้ว! สังขารีหมึกชำแหละห้วงมิติหายไปจากคลองจักษุอีกครา! “ทิศประจิม—!” บุรุษชุดขาวแผดกังวานคำราม ทว่าช้าไปเียแล้ว มารร้ายในคราบมนุษย์ผุดขึ้นเบื้องหน้าสตรีทิศอาคเนย์ดุจภูตพราย! นางกรีดร้องสุดหลอดลม ข่ายเส้นเอ็นเต้นตุบด้วยความหวาดผวา ศัสตราในมือพุ่งแทงออกไปอย่างบ้าคลั่ง! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! คมศัสตราศักดิ์สิทธิ์แทงทะลุร่างเป้าหมายนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าสัจธรรมใบหน้าของนางกลับซีดเผือดดุจเถ้ากระดูก เพราะสิ่งที่นางแทงทะลุคือเศษวิญญาณที่ถูกทิ้งไว้เป็นภาพติดตา! กายหยาบจริงของก้อนเนื้อโสมมโผล่ขึ้นเบื้องหลังนาง กรงเล็บมือขวาทะลวงฝ่ากระดูกสันหลัง ฉีกกระชากซี่โครง และขย้ำก้อนเนื้อขั้วหัวใจที่ยังเต้นตุบอยู่คามือ! ดวงตาของนางเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยแตก หยาดน้ำตาและโลหิตทะลักออกจากเบ้า “ศิษย์... พี่...” โผล๊ะ!!! ก้อนเนื้อขั้วหัวใจถูกบีบจนแหลกคามือ! สังขารของนางทรุดฮวบลงเป็นเพียงเศษเนื้อเน่า ข่ายกระบี่เจ็ดดาราพังพินาศในเี้ยววินาที ศัสตราทั้งหลายร่วงหล่นลงคลุกฝุ่น อาหารที่เหลือี่ชิ้นกระอักโลหิตออกมาพร้อมกัน ทะเลวิญญาณปริร้าวจากการถูกตีกลับ สัจธรรมของบุรุษชุดขาวแหลกสลายจนสิ้น มันจ้องมองเศษซากในคราบมนุษย์ดุจมองมฤตยูจากนรก “ก้อนเนื้อ... ผิดสัณฐานอันใดกันแน่...” เดรัจฉานหิวโซก้มมองเศษหัวใจที่แหลกเหลวในฝ่ามือ ก่อนจะอ้ากรามที่ฉีกรั้ง ยัดมันเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม กร้วม!!! โลหิตอุ่นจัดทะลักท่วมโพรงปาก เตาหลอมวิปลาสในกายส่งกังวานคำรามด้วยความปีติ ท่อนแขนซ้ายที่เหลือเพียงกระดูก เริ่มกระตุกเต้นและถักทอเนื้อใหม่ขึ้นมาอย่างน่าสะอิดสะเอียน
ก้อนเนื้อโสมมเงยหน้าขึ้น เนตรมารีโลหิตสาดประกายจับจ้องอาหารที่รอการเคี้ยวกลืน ไร้ซึ่งเี้ยวเวลาให้ความขลาดเขลาได้ร้องขอชีวิต ทันทีที่สตรีทิศอาคเนย์ถูกบดขยี้ขั้วหัวใจ อาหารที่เหลืออีกี่ชิ้นแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง ดุจแมลงสาบที่หนีแสงไฟและสูญเียโครงสร้างฝูง ชิ้นหนึ่งรีดเร้นข่ายเส้นเอ็นชำแหละห้วงมิติขึ้นสู่เวหา ชิ้นหนึ่งมุดศีรษะหนีลงสู่ก้นหุบเขา อีกสองชิ้นเผาผลาญแก่นโลหิตจนทะลักออกจากรูขุมขน หวังเพียงตะเกียกตะกายให้พ้นจากอาณาเขตการกลืนกินนี้ ทว่าเนตรมารบรรพกาลของก้อนเนื้อโสมมกลับหดแคบลงอย่างเยือกเย็น มันไม่ได้รีบพุ่งทะยานเข้าฉีกกระชาก มันเพียงจ้องมองการดิ้นรนเหล่านั้น ราวกับกำลังประเมินคุณภาพของหยาดเหงื่อและความหวาดผวา มุมปากที่ฉีกรั้งค่อยๆ แสยะขึ้นจนโลหิตีหมึกไหลซึม “หนีสิ... ข้าชอบกลิ่นโลหิตของเหยื่อที่หืดหอบที่สุด” ตูม!!! พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าระเบิดเป็นหลุมอุกกาบาต กายหยาบีหมึกชำแหละห้วงมิติหายวับไปจากคลองจักษุ ศิษย์ชุดขาวผู้หนีขึ้นสู่เวหา สัมผัสได้เพียงเงามฤตยูที่พาดบังแสงจันทร์เบื้อง มันเงยหน้าขึ้นด้วยสัญชาตญาณเดรัจฉาน และพบกับมารร้ายในคราบมนุษย์กำลังร่วงหล่นลงมาดุจทัณฑ์จากสวรรค์ที่ตายแล้ว! “ม่ายยย—!!” ฉัวะ!!! ทัณฑ์ปฐพีีเลือดฟาดผ่าสังขารตั้งแต่ไหปลาร้าซ้ายทะลุสะโพกขวา! กายหยาบถูกชำแหละแยกออกเป็นสองซีกกลางเวหา ก้อนเนื้อขั้วหัวใจ ลำไส้ และตะกรันวิญญาณ ร่วงหล่นกระจายดุจ-่าฝนเนื้อเน่า ยังไม่ทันที่ซากศพจะร่วงหล่นถึงพื้น ก้อนเนื้อโสมมพลันบิดกายหยาบฝืนสัจธรรมกลางห้วงอับดาร เหวี่ยงกรงเล็บมือขวาพุ่งทะลวงเข้าใส่สังขารที่กำลังมุดหนีลงหุบเขา! ปึก! กรงเล็บีดำทะลวงฝังลึกเข้าที่ข่ายเส้นเอ็นข้อเท้า! เหยื่อผู้นั้นแผดกังวานร้องฉีกหลอดลม ถูกกระชากลากถูครูดไปกับแง่งหินแหลมคมจนใบหน้าและผิวหนังถูกถลกเห็นกระดูกขาวโพลน! “ไว้ชีวิตข้า! ข้ายอมมอบสัจธรรมทุกอย่างให้เจ้า! อาจารย์ข้าคือผู้อาวุโสแห่งสำนักเมฆาสวรรค์! หากเจ้าชำแหละข้า สำนักจะ—” กร๊อบ! ก้อนเนื้อโสมมเหยียบลงกะโหลกของมันจนยุบจมลงไปครึ่งหนึ่ง “ในสายตาของนักล่า...” สำเนียงกระซิบแหบพร่าดุจเศษกระจกบาดคอดังลอดไรฟัน “เหยื่อที่ร้องโวยวาย... คือเหยื่อที่รสชาติเน่าเหม็นที่สุด” โผล๊ะ!!! กะโหลกถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด! เศษสมองีขุ่นและโลหิตสาดกระเซ็นย้อมผืนศิลาจนแดงเถือก
อาหารอีกสองชิ้นที่เหลือเห็นสัจธรรมตรงหน้า ทะเลวิญญาณแทบแตกซ่านหลุดลุ่ย หนึ่งในนั้นกัดปลายลิ้นจนแหว่ง พ่นโลหิตีแดงสดใส่ยันต์สื่อสาร หวังอ้อนวอนความช่วยเหลือ ถ้อยคำยังมิทันส่งถึงปลายทาง เนตรมารบรรพกาลพลันหมุนวนอย่างวิปลาส! กระแสปราณในร่างของมันถูกแทรกแซงและตีกลับอย่างรุนแรง! ยันต์สื่อสารระเบิดปะทุคามือ! ท่อนแขนขวาขาดกระจุยเป็นชิ้นเนื้อ! มันล้มกลิ้งเกลือกไปกับกองเลือด ร้องไห้สะอึกสะอื้น ปล่อยของเียเรี่ยราดอย่างไม่อาจควบคุมข่ายเส้นเอ็น “อย่าชำแหละข้า...ข้าไม่อยากตกเป็นอาหาร... ข้ายังไม่อยากถูกกิน!!!” เศษซากในคราบมนุษย์คืบคลานเข้าใกล้มันอย่างเชื่องช้า ก่อนจะทะลวงกรงเล็บเข้าสู่ทรวงอก กระชากแก่นวิญญาณเนื้อที่เต้นตุบออกมา ยัดเข้าสู่กรามของตนเองต่อหน้าเนตรที่กำลังพรึงเพริดของเหยื่อ! กร้วม! ชายผู้นั้นสิ้นลมหายใจทันทีจากความช็อกของข่ายเส้นเอ็น เหลือเพียงบุรุษชุดขาวผู้เป็นศิษย์เอกชิ้นสุดท้าย มันทรุดเข่าจมกองเลือดอย่างสิ้นไร้สัจธรรม ศัสตราหลุดร่วงจากมือ หยาดน้ำตาแห่งความตายไหลอาบใบหน้า “เหตุใด... เหตุใดก้อนเนื้อวิรูปเช่นเจ้า... ต้องผุดขึ้นมาทำลายความชอบธรรม...” ก้อนเนื้อโสมมหยุดยืนเบื้องหน้ามัน เนตรมารีโลหิตจ้องทะลุเข้าไปในทะเลวิญญาณที่แตกสลาย “เพราะสัจธรรมความชอบธรรมของพวกเจ้า...” ท่อนแขนีหมึกที่เหลือเพียงกรงเล็บ ค่อยๆ วางทาบลงกะโหลกของศิษย์เอก “มันเน่าเฟะ... จนคายสัณฐานเดรัจฉานอย่างข้าออกมาอย่างไรเล่า” กร๊อบ... กร๊อบ... กร๊อบ... ศิษย์เอกแผดกังวานกรีดร้องสุดหลอดลม ขณะที่กระดูกกะโหลกถูกแรงกดทับค่อยๆ บีบอัดจนปริแตก ปัง!!! ห้วงอนธการตกสู่ความเงียบงันโดยสมบูรณ์ ลมบาดาลพัดผ่านหุบเขาอสูรอย่างเยือกเย็น โลหิตข้นหนืดหยดลงจากปลายทัณฑ์ปฐพีีเลือด ทีละหยด กองทัพอสูรที่ซุกซ่อนตัวอยู่ทั่วหุบเขา ต่างทรุดตัวหมอบกราบราบแทบพื้นดิน เบื้องหลังซากหินผาที่พังพินาศ ศิษย์ฝึกหัดวัยเยาว์ ผู้ดิ้นรนติดตามขบวนมาเพื่อหาวาสนา สั่นสะท้านจนฟันเคลือบกระทบกัน กายหยาบของมันประจักษ์ถึงสัจธรรมทุกประการ มันรีบใช้สองมืออุดปากตนเองแน่น เพื่อไม่ให้กังวานกรีดร้องเล็ดลอด หยาดน้ำตาหลั่งรินด้วยความหวาดผวาที่ฝังลึกถึงไขกระดูก ‘มารร้าย... มันคือมารร้ายจากอเวจีจริงๆ...’ ก้อนเนื้อโสมมเงยหน้าขึ้นช้าๆ เนตรมารบรรพกาลมองทะลุม่านหมอกีเถ้า ข้ามหุบเหว ข้ามยอดเขา จับจ้องตรงไปยังสถาปัตยกรรมสูงเียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดขอบฟ้า สถานที่ที่เคยกดขี่และเหยียบย่ำมัน มุมปากที่ฉีกรั้งค่อยๆ แสยะกว้างขึ้น ภายใต้แสงจันทร์ีซากศพ คลื่นกระซิบดุจกระดูกเียดีกัน ล่องลอยไปกับสายลมแห่งความตาย “ล้างคอรอการย่อยสลายของพวกเจ้าไว้ให้ดี... เพราะความหิวโหยของข้า...” ทัณฑ์ปฐพีีเลือดลากครูดไปกับพื้นศิลา บังเกิดประกายไฟีชาดลากยาวเป็นทางในห้วงอนธการ “เพิ่งจะได้ลิ้มรสอาหารเรียกน้ำย่อยเท่านั้น”
[จบตอนที่ 82]
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??