เรื่อง ราชันย์มารทวนสวรรค์

ติดตาม
เล่มที่ 1 บทที่ 8: ยืมดาบฆ่าคน: คมดาบเริ่มปรากฏ
เล่มที่ 1 บทที่ 8: ยืมดาบฆ่าคน: คมดาบเริ่มปรากฏ
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

  “ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่งั้นรึ?ช่างกล้าพูดนัก!”


  เผชิญหน้ากับวาจาอันแสนโอหังของลู่เฉินชายชุดดำที่เป็นหัวหน้ากลุ่มกลับส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างดูถูกเหยียดหยามในสายตาของมันนายน้อยขยะที่ถูกตระกูลทอดทิ้งผู้นี้ก็แค่กำลังทำเก่งแต่เปลือกเพื่อข่มขวัญศัตรูไปงั้นเอง


  บรรยากาศในตรอกตันพลันหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง


  ชายชุดดำสามคนยืนล้อมเป็นรูปสามเหลี่ยมปิดตายทางหนีของลู่เฉินทุกทิศทางกลิ่นอายยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขาทำให้อุณหภูมิรอบข้างลดต่ำลง


  “โครงกระดูกโลหิต”


  สายตาของลู่เฉินกวาดมองสัญลักษณ์บนหน้าอกของทั้งสามมุมปากยกยิ้มเย็นชา“มิคาดว่าข้าลู่เฉินจะมีวาสนาเพียงนี้เพิ่งจะออกจากเมืองอูถ่านก็ทำให้พวกหนูสกปรกในท่อระบายน้ำอย่างพวกเจ้าตื่นตระหนกได้”


  “อย่ามัวพล่ามให้มากความ”


  หัวหน้าชายชุดดำสะบัดมือมีดสั้นสีดำสนิทสองเล่มเลื่อนลงมาสู่ฝ่ามือประกายแสงสีน้ำเงินประหลาดวูบวาบเห็นได้ชัดว่าอาบยาพิษร้ายแรง


  “ลงมือ!”


  เงาร่างสามสายพุ่งทะยานพร้อมกันดุจงูพิษจู่โจมลู่เฉินจากทิศซ้ายขวาและกลางการประสานงานของพวกเขาช่างไร้ที่ติปิดตายช่องว่างในการหลบหลีกของลู่เฉินจนหมดสิ้น


  ขั้นกลั่นลมปราณระดับเจ็ด...ระดับเจ็ด...และระดับแปด


  ฮวงประเมินความแข็งแกร่งของทั้งสามในชั่วพริบตา


  “ขั้นกลั่นลมปราณช่วงปลายสามคนคิดจะสังหารข้างั้นรึ?”ลู่เฉินยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยมิหนำซ้ำยังขยับหมวกฟางให้เข้าที่อย่างใจเย็น


  ในเสี้ยววินาทีที่มีดสั้นทั้งสามเล่มกำลังจะแทงทะลุร่างของเขา


  ลู่เฉินขยับแล้วทว่าเขาไม่ได้ใช้มือและไม่ได้ชักกระบี่แต่กลับอ้าปากกว้าง


  “โฮก——!”


  เสียงคำรามที่มิใช่เสียงมนุษย์ระเบิดออกมาจากส่วนลึกของลำคอ!นี่มิใช่เพียงเสียงธรรมดาแต่แฝงไปด้วยคลื่นเสียงสีดำที่มองเห็นด้วยตาเปล่า...มันคือวิชา“เสียงมารทะลวงหู”ของฮวง!


  “อ๊าก!”


  ชายชุดดำทั้งสามรู้สึกราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่สมองอย่างจังทัศนวิสัยมืดดับชั่วขณะการโจมตีที่เคยดุดันชะงักค้างไปทันที


  แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆแต่สำหรับลู่เฉิน...นั่นก็เพียงพอแล้ว


  วูบ!


  มือซ้ายที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อพุ่งออกมาดุจสายฟ้านิ้วทั้งห้าเกร็งเป็นกรงเล็บก่อเกิดเสียงลมหวีดหวิว


  ฉึก!


  ชายชุดดำคนที่พุ่งมาเร็วที่สุดยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกกรงเล็บภูตของลู่เฉินขย้ำเข้าที่ลำคอ


  “ศพที่หนึ่ง”


  เสียงเย็นเยียบของลู่เฉินดังก้องข้างหูมัน


  กร๊อบ!


  สิ้นเสียงกระดูกหักกรอบแกรบนักฆ่าระดับเจ็ดผู้นั้นยังไม่ทันได้กรีดร้องกระดูกคอก็ถูกบีบจนแหลกร่างอ่อนปวกเปียกร่วงลงสู่พื้น


  “เจ้าสาม!”


  สองคนที่เหลือหน้าถอดสีพวกมันมิเคยคาดคิดว่านายน้อยขยะที่ในข้อมูลระบุว่า“ไร้วรยุทธ์”จะมีพลังระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!


  “ไอ้เด็กนี่มันวิชาอาคมแก่กล้า!ใช้อาวุธลับ!”


  หัวหน้ากลุ่มปฏิกิริยาว่องไวร่างกายถอยกรูดพร้อมกับสะบัดมือทั้งสองตะปูทะลุกระดูกอาบยาพิษนับสิบเล่มพุ่งเข้าใส่ลู่เฉินดั่งพายุฝน


  ลู่เฉินมองดูตะปูพิษที่พุ่งเข้ามาเต็มฟ้านอกจากจะไม่หลบแล้วยังเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา


  ทันใดนั้นเขาคว้าศพของนักฆ่าที่เพิ่งตายขึ้นมาใช้ต่างโล่เนื้อบังหน้าตนเองไว้!


  ฉึก!ฉึก!ฉึก!


  ตะปูพิษระดมปักลงบนร่างของสหายผู้โชคร้ายจนพรุนศพนั้นเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำในพริบตาควันสีขาวส่งกลิ่นเหม็นคาวลอยฟุ้งออกมา


  “จุ๊ๆๆแม้แต่พวกเดียวกันก็ยังไม่ละเว้นโครงกระดูกโลหิตช่างโหดเหี้ยมสมคำร่ำลือ”


  ลู่เฉินเอ่ยเยาะเย้ยจากหลังศพ


  “ไอ้สารเลว!ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!”


  นักฆ่าอีกคนเห็นสหายตายอนาถนัยน์ตาแดงก่ำด้วยความแค้นกวัดแกว่งดาบยาวพุ่งเข้าใส่


  “อย่าบุ่มบ่าม!”หัวหน้ากลุ่มร้องห้ามแต่ก็สายเกินไปแล้ว


  ในจังหวะที่นักฆ่าผู้นั้นพุ่งมาถึงหน้าศพลู่เฉินก็ผลักศพกระแทกใส่มันอย่างแรง!


  นักฆ่าผู้นั้นเงื้อดาบฟันศพตามสัญชาตญาณ


  ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเองประกายแสงเย็นเยียบสายหนึ่งก็พุ่งลอดรักแร้ของศพออกมามุ่งตรงสู่หัวใจของนักฆ่า!


  นั่นคือ“กระบี่ผุ”ที่ลู่เฉินซื้อมาจากหอรวมสมุนไพรด้วยราคาเพียงสิบหินวิญญาณ!


  ซวบ!


  กระบี่เหล็กสนิมเขรอะแม้จะไร้คมแต่ภายใต้พละกำลังมหาศาลของลู่เฉินมันสามารถแทงทะลุเกราะหนังและเจาะเข้าสู่หัวใจได้อย่างง่ายดาย


  “อึก...”


  นักฆ่าผู้นั้นเบิกตากว้างก้มมองปลายกระบี่สนิมเขรอะที่ปักคาอกตนเองด้วยความไม่อยากเชื่อ


  “กระบี่เล่มนี้เป็นกระบี่ดีจริงๆเสียด้วย”


  ลู่เฉินดึงกระบี่ออกสะบัดเลือดบนตัวกระบี่ทิ้งลงพื้น“แม้สนิมจะเกาะกินแต่ก็ยังคมพอจะเชือดไก่ได้”


  “ศพที่สอง”


  บัดนี้ในตรอกเหลือเพียงหัวหน้าชายชุดดำผู้เดียวแววตาของมันเปลี่ยนไปแล้วจากความดูแคลนในตอนแรกกลายเป็นความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ


  “เจ้า...เจ้าไม่ใช่ลู่เฉิน!ลู่เฉินเป็นขยะที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้!เจ้าเป็นใครกันแน่?!”


  ชายชุดดำถอยกรูดปากก็เอ่ยถามเสียงสั่น


  “ข้าเป็นใคร?”


  ลู่เฉินก้าวเข้าไปหาทีละก้าวรองเท้าบูทเหยียบย่ำลงบนกองเลือดส่งเสียงเฉอะแฉะน่าสยดสยอง


  “ข้าคือผู้ที่จะมาทวงชีวิตพวกเจ้า”


  “ผู้ที่จ้างวานเจ้าด้วยเงินสองหมื่นหินวิญญาณ...คือผู้ใด?”


  ชายชุดดำกลืนน้ำลายแผ่นหลังชนกำแพงมันรู้ดีว่าหนีไม่พ้นแล้วแต่ยังกัดฟันตอบ“นักฆ่าย่อมมีกฎของนักฆ่าข้าบอกไม่ได้”


  “กฎ?”


  ลู่เฉินหัวเราะเขาเดินเข้าไปประชิดชายชุดดำใบหน้าเปื้อนเลือดดูดุร้ายราวกับอสุรกายในเงามืด


  “ในโลกใบนี้มีกฎเพียงอย่างเดียว”


  “นั่นคือกฎของคนเป็น”


  เขายื่นมือซ้ายออกไปกรงเล็บสีม่วงคล้ำวางเบาๆบนไหล่ของชายชุดดำไอสังหารเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านหัวไหล่เข้าสู่เส้นชีพจรทำเอาชายชุดดำตัวสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเหน็บ


  “ข้าจะนับหนึ่งถึงสามหากเจ้าไม่บอกข้าจะกระชากวิญญาณเจ้าออกมาแล้วจุดเป็นโคมสวรรค์”


  “หนึ่ง”


  “สอง”


  “ข้าบอก!ข้าบอกแล้ว!”


  กำแพงจิตใจของชายชุดดำพังทลายลงโดยสิ้นเชิงเมื่อเผชิญกับวิธีการอันน่าสยดสยองที่ไม่เคยพบเจอจรรยาบรรณนักฆ่าอะไรนั่นกลายเป็นเรื่องตลกไปทันที


  “คือ...คือผู้อาวุโสรองตระกูลลู่ลู่ชางไห่!เขาเป็นคนจ่ายเงิน!”


  การเคลื่อนไหวของลู่เฉินชะงักไปครู่หนึ่งผู้อาวุโสที่มักมีรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา...ไม่นึกเลยว่าท่านบรรพชนเพิ่งสิ้นใจเขาก็รีบร้อนลงมือกับตนทันที


  “หมาที่กัดคนมักไม่เห่าจริงๆด้วย”


  ลู่เฉินแค่นหัวเราะ


  “ข้า...ข้าบอกหมดแล้วปล่อยข้าไปได้หรือยัง?”ชายชุดดำอ้อนวอน


  “ย่อมได้”


  ลู่เฉินพยักหน้าคลายมือออก“ข้าเป็นคนรักษาสัจจะที่สุด”


  ชายชุดดำรู้สึกเหมือนได้รับอภัยโทษรีบตะเกียกตะกายหนีไปทางปากตรอก


  ทว่าทันทีที่มันวิ่งออกไปได้เพียงสองก้าว


  เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นจากด้านหลัง


  ฉึก!


  กระบี่เหล็กสนิมเขรอะพุ่งทะลุหัวใจจากด้านหลังตรึงร่างของมันไว้กับพื้นอย่างแม่นยำ


  “ข้าบอกว่าจะปล่อยเจ้าไป...แต่กระบี่ในมือข้ามันไม่ได้รับปากด้วย”


  ลู่เฉินเดินเข้าไปดึงกระบี่ออกเช็ดคราบเลือดกับเสื้อของชายชุดดำ


  “ศพที่สาม”


  เขามองดูศพเกลื่อนกลาดบนพื้นกลับรู้สึกว่าความอัดอั้นตันใจตลอดสิบแปดปีมานี้ได้ระบายออกไปส่วนหนึ่งการฆ่าฟันคือวิธีระบายความเครียดที่ดีที่สุดจริงๆ


  “ฮวงจัดการเก็บกวาดที”


  “จัดไป!”


  ฮวงขานรับอย่างตื่นเต้นสำหรับมันแล้วศพผู้ฝึกตนที่เพิ่งตายใหม่ๆคือ“ขนมขบเคี้ยว”ชั้นเลิศ


  ลู่เฉินอ้าปากแรงดูดที่มองไม่เห็นระเบิดออกมาอีกครั้งแสงวิญญาณจางๆลอยออกจากศพทั้งสามเข้าสู่ร่างกายเขาแม้จะเทียบไม่ได้กับท่านบรรพชนแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยพอจะชดเชยพลังที่เสียไปเมื่อครู่ได้


  ส่วนซากศพลู่เฉินเท“ผงสลายศพ”ที่จิ๊กมาจากหอรวมสมุนไพรลงไปเล็กน้อย


  ซู่...ซู่...


  หลังควันขาวลอยฟุ้งบนพื้นก็เหลือเพียงน้ำเหลืองสามกองและถุงเอกภพ


  ลู่เฉินเก็บถุงเอกภพขึ้นมาใช้จิตสำรวจดูแล้วก็ยิ้มกว้าง


  “สองพันหินวิญญาณกับโอสถคืนลมปราณอีกไม่กี่ขวดเจ้าพวกโครงกระดูกโลหิตนี่เป็นกุมารแจกโชคจริงๆ”


  รวมกับเงินหกพันหินวิญญาณที่ได้จากการขายยาก่อนหน้านี้ตอนนี้เขามีเงินเกือบหนึ่งหมื่นหินวิญญาณแล้วในเมืองอูถ่านนี่ถือเป็นเงินก้อนโตทีเดียว


  “เงินพร้อมยาพร้อมคนก็ฆ่าแล้ว”


  ลู่เฉินปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าสวมหมวกฟางให้เข้าที่แล้วเดินออกจากตรอก


  เขารู้ดีว่านับจากวันนี้ไปเขาไม่อาจกลับมายืนหยัดภายใต้แสงตะวันได้อีกแล้วเขาถูกลิขิตให้เดินหน้าต่อไปในความมืดมิดจนกว่าจะฆ่าล้างศัตรูจนหมดสิ้นหรือไม่ก็ถูกศัตรูฆ่าตาย


  “กลับโรงเตี๊ยม”


  ลู่เฉินเอ่ยในใจ


  “ช้าก่อน”ฮวงเอ่ยขัดขึ้นกะทันหัน“มีหางตามมา”


  “หาง?”แววตาของลู่เฉินคมกริบขึ้น


  “ตามมาตั้งแต่ตอนออกจากหอรวมสมุนไพรแล้วเป็นยอดฝีมือ...ขั้นสร้างรากฐานระดับต้น”


  หัวใจของลู่เฉินกระตุกวูบ


  ขั้นสร้างรากฐานระดับต้น!ตัวเขาในตอนนี้อาศัยพลังของฮวงและการจู่โจมทีเผลอพอจะฆ่าพวกระดับกลั่นลมปราณได้แต่ถ้าต้องปะทะกับขั้นสร้างรากฐานตรงๆเขาไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย


  “เป็นใคร?”


  “ไม่รู้แต่กลิ่นอายบนตัวมันคล้ายคลึงกับไอ้หนุ่มหวังเถิงนั่นน่าจะเป็นคนตระกูลหวัง”


  ตระกูลหวัง?


  สมองของลู่เฉินแล่นเร็วยอดฝีมือข้างกายหวังเถิงผู้นั้นดูออกว่ากระบี่เป็นของปลอมแต่ยังไม่แน่ใจในตื้นลึกหนาบางของลู่เฉินจึงอยากมาลองเชิงดู


  “แผนยืมดาบฆ่าคนดูท่าข้าจะยังเล่นไม่จุใจสินะ”


  มุมปากลู่เฉินยกยิ้มเย็นชา


  เขาไม่กลับโรงเตี๊ยมแต่หันหลังเดินตรงไปยังอาคารหรูหราใจกลางตลาด——“หอหมื่นสมบัติ”


  ที่นั่นคือแหล่งละลายทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดเฮยเหยียนและเป็นสถานที่ที่มีเบื้องหลังแข็งแกร่งที่สุดว่ากันว่าเถ้าแก่ใหญ่เบื้องหลังคือสำนักใหญ่ในแดนจงโจว


  “ในเมื่ออยากตามก็ตามเข้ามาสิ”


  ลู่เฉินเดินอาดๆเข้าไปในประตูใหญ่ของหอหมื่นสมบัติเขาจะใช้กฎของที่นี่...เตรียม“ของขวัญชิ้นใหญ่”ไว้ให้เจ้าหางที่ตามมานั่น!

ตอนต่อไป
เล่มที่ 1 บทที่ 9: ความจริงของ...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา