เรื่อง อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง
คาาิน่ามองชายผมแดงที่เพิ่งปรากฏตัวแม้เธอจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแต่เธอก็รับรู้ได้ถึงอันตรายที่ได้จากตัวเขา เขาหันมาิ้ให้กับเธอพร้อมกับออกแรงบีบที่มือดาบแสงเล่มนั้นก็สลายไปทันที เขาพูดกับริคทั้งที่ยังคงจ้องหน้าคาาิน่าว่า
“ได้ของชิ้นนั้นมารึยัง?”
ริคเือบมองร่างเตี้ยเล็กที่อยู่ข้างล่างก่อนจะตอบว่า
“ยังครับแต่ผมรู้ว่าของจะเอาของชิ้นนั้นมาได้ยังไง”
ชายผมแดงมองตามสายตาของริคก็รู้ว่าริคหมายถึงอะไร
“จัดการได้เลยเดี๋ยวฉันจะตรึงผู้หญิงคนนั้นไว้เอง”
“ครับ”
ริครับคำก่อนจะพุ่งไปหาเออร์วินที่อยู่ด้านล่าง คาาิน่าที่เห็นดังนั้นก็พูดว่า
“อย่าหวังว่าจะทำแบบนั้นได้”
ดาบแสงเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นก่อนจะพุ่งไปที่ริคแต่ชายผมแดงได้เข้ามาจับดาบนั่นไว้ก่อนจะออกแรงบีบอีกครั้งจนดาบแสงสลายไปอีกรอบก่อนจพพูดกับคาาิน่าทั้งรอยิ้ว่า
“ใจเย็นก่อนสิเล่นกับหมอนั่นไม่สนุกหรอกนะ”
คาาิน่าไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายดาบแสงสามเล่มปรากฏขึ้นพร้อมกันก่อนพุ่งลงไปปักที่ร่างของชายผมแดงทั้งสามเล่ม ด้วยแรงของดาบที่พุ่งไปทำให้ร่างของเขาพุ่งที่พื้นราวกับว่าวที่เชือกขาด คาาิน่าแปลกใจไม่น้อยเพราะเธอไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะสิ้นท่าง่ายขนาดนี้ เธอหันไปที่กริฟฟินศิลาก่อนมีดาบแสงปรากฏขึ้นที่ข้างกายเธอ ปลายดาบแงเล้งไปที่กริฟฟินศิลาตัวนั้นแต่ไม่ทันที่ดาบแสงจะได้พุ่งไปกลับต้องเปลี่ยนรูปแบบเป็นขวางเธอไว้ พร้อมกับที่มีใครบางคนพุ่งเข้ามาชกเธอด้วยความเร็วสูงแต่กลับชกถูกดาบแสงเล่มนั้น
พอหันไปมองพบว่าเป็นชายผมแดงที่มีปีกที่ด้านังหมัดที่เขาชกนั้นมีไฟติดอยู่ หน้าอกยังคงมีรอยแผลเป็นจากการถูกแทงสองรอย ที่หน้าท้องอีกหนึ่งรอย แต่ตอนนี้ไร้ซึ่งดาบแสงที่พึ่งเสียบตัวเขาเมื่อสักครู่แต่กลับมาเลือดไออกมาจากรอยแทง ทว่าสีหน้าของเขายังคงิ้ราวกับว่าไม่รู้สึกถึงรอยแผลเ่านั้น
“บอกแล้วไงเล่าว่าเล่นกับหมอนั่นไม่สนุกเหรอก”ชายผมแดงพูดขึ้นพร้อมกับมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นตรงตำแหน่งที่ที่ถูกดาบแสงแทง
คาาิน่าที่ได้เห็นเปลวเพลิงลูกขึ้นมาเองตรงจุดที่มีแผลก็หรี่ตามอง
แม้ว่าจะไม่ได้ยินบทสนทนาที่ชายผมแดงพูดกับกริฟฟินศิลานั้นแต่เออร์วินก็เดาได้อย่างไม่ยากว่าคนๆ นี้ต้องเป็นกำลังเสริมที่เจ้ากริฟฟินศิลานี้เรียกมาแน่
‘ในที่สุดตัวละครก็โผล่มากันครบสักทีนะขอเก็บข้อมูลหน่อยเถอะว่าทุกท่านจะมีความสามารถระดับไหน’
เมื่อคิดจบเออร์วินก็เห็นกริฟฟินศิลาพุ่งตรงมาที่เขา ใบหน้าภายใต้หน้ากากแสยะิ้อีกครั้งก่อนจะเล็งปืนไปที่กริฟฟินศิลตัวนั้นแล้วลั่นไกไปสี่นัด ผลคือกริฟฟินศิลากลับบินบออกข้างอย่างรวดเร็วแล้วบินพุ่งมาที่เขา เออร์หันลำกล้องปืนทั้งสองตามพร้อมลั่นไกลอีกสองครั้ง แต่กริฟฟินศิลาตัวนั้นกลับหมุนควงออกข้างก่อนจะบินขึ้นแล้วกระพือปีกใส่จนตัวเขากระเด็นไปด้านังเมื่อกลับมายืนได้ก็พบว่ากริฟฟินศิลาตัวนั้นได้เข้ามาประชิดตัวแล้ว
ด้วยการตอบที่ทั้งรวดเร็วและเฉียบคมเออร์วินไม่ตกใจไม่ลนลาน เขาทิ้งตัวลงกับพื้นทำให้กริฟฟินศิลาบินข้ามตัวเขาไป เออร์วินรีบพลิกตัวนอนคว่ำแล้วขึ้นมาคุกเข่าข้างหนึ่งหันลปากลำกล้องปืนทั้งสองกระบอกไปที่กริฟฟินตัวนั้นแล้วทำการลั่นไกจนหมดเกลี้ยง
ริครู้สึกเจ็บบริเวณที่โดนยิงแต่เขาไม่สนใจเพราะขนาดตัวเขาในตอนนี้ใหญ่เกินกว่าที่ลูกกระสุนจะทำอันตรายเขาได้ เขาบินวกกลับไปพบว่าอีกฝ่ายกำลังทำการบรรจุกระสุนใหม่ เขาแค่นเสียงดังเฮอะก่อนที่ปีกของเขาจะทำการพองขยายใหญ่เพื่อเตรียมปล่อย-่าฝนขนนกศิลา
เออร์วินที่กำลังบรรจุกระสุนอย่างใจเย็นสังเกตเห็นการกระทำของกริฟฟินศิลาที่กำลลังลอยอยู่กลางอากาศก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร เขาไม่คิดจะให้อีกฝ่ายทำสำเร็จสะบัดปืนเพื่อส่งลูกโม่เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่สนว่าบรรจุเสร็จไปกี่นัด หันลำกล้องปืนไปที่อีกฝ่ายลั่นไกหนึ่งที กระสุนเจาะเข้าที่ลำตัวของกริฟฟินศิลาโดยที่อีกฝ่ายไม่มีการเอาปีกมาบังเหมือนครั้งก่อนๆ หรือไม่แม้แต่จะบ สิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงร้องของอีกฝ่ายที่บ่งบอกว่าถูกยิงเพียงสั้นๆ เท่านั้น
‘ดูเหมือนลูก 9 มม. จะเล็กไปสินะ’ เออร์วินคิดในใจก่อนจะตัดสินใจประเคนให้อีกายนัดจนเป็นการลั่นไกเปล่าทั้งสองกระบอก ผลที่ได้ก็คือเสียงร้องของอีกฝ่าย
“มันเจ็บนะโว้ยไอ้เวรนี่”จบคำพูด-่าฝนขนนกศิลาจำนวนมากก็พุ่งลงมาลงยังร่างเตี้ยเล็กที่อยู่บนพื้น ทว่า-่าฝนที่เขาปล่อยออกมารอบนี้กินรัศมีกว่าที่ผ่านมาลิบลับ เออร์วินรีบใช้อย่างก้าวเงาภูติกระโดดออกมาจากรัศมีของ-่าฝนเ่านั้น
ทว่าทันทีที่ขาเขาแตะพื้นกริฟฟินศิลาก็พุ่งเข้ามาพร้อมก็ง้างกรงเล็บขึ้นหมายจะตบเขาเออร์วินรีบดีดตัวไปทางด้านังพร้อมกับยกแขนขึ้นตั้งการ์ด แม้ว่าจะบได้อย่างฉิวเฉียดแต่ปลายกรงเล็บของกริฟฟินก็กรีดแขนของเขาจนเป็นแผลยาว
เออร์วินไม่สนใจแผลที่แขนของเขาแต่กลับจ้องหน้าอีกฝ่ายรอยิ้ของเขายังคงปรากฏอยู่ภายใต้หน้ากาก
“อาวุธของเจ้าทำอะไรข้าในตอนนี้ไม่ได้ถ้าเจ้ายอมมอบของชิ้นนั้นให้แต่โดยดีข้าสัญญาว่าจะให้เจ้าตายสบาย ไม่อย่างนั้นข้าจะจัดการให้เจ้ารู้สึกว่าตายเสียดีกว่าอยู่จนกว่าข้าจะได้ของที่ต้องการแล้วเมื่อถึงตอนนั้นข้าจะอนุญาตให้เจ้าตาย เจ้าเลือกเอาว่าจะเลือกตายแบบไหนระหว่างตายสบายกับถูกทรมานก่อนตาย”
กริฟฟินศิลาพูดด้วยท่าทีวางอำนาจเพราะเห็นว่าตอนนี้ตนถือไพ่เหนือกว่าขณะที่รอดูว่าอีกฝ่ายจะมีท่าทียังไงกลับพบว่าร่างเตี้ยเล็กนั่นสั่นเทิ้มเล็กน้อย ไม่คล้ายว่ากำลังหวาดกลัวแต่เหมือนกับกำลังกลั้นขำมากกว่า ริคสังสัยว่าตนเองอาจจะเข้าใจผิดจนเมื่อเออร์วินเก็บปืนทั้งสองกระบอกลงในซองหนังที่เอวก่อนจะหยิบถุงผ้าออกมาแล้วทำในสิ่งที่เขาต้องอุทานว่า
“ถุงมิติของสมาคมการค้าไครอส”เพราะสิ่งที่เขาเห็นคืออีกฝ่ายหยิบดาบรูปร่างประาดออกมาซึ่งดูจากขนาดแล้วไม่มีทางที่จะยัดดาบลงในถุงผ้าที่เล็กกว่าได้เว้นแต่ถุงผ้านั้นจะเป็นถุงมิติ ที่เขามองออกว่าเป็นดาบเพราะลักษณะโดยรวมของมันแต่เขากลับต้องสงสัยเพราะไม่เคยเห็นดาบแบบนี้ในทวีปอาร์เคนัสมาก่อน เป็นดาบที่เรียวยาวและโค้งเล็กน้อย และที่สำคัญตัวดาบนั้นยังยาวกว่าแขนของเออร์วินเสียอีกจนดูแล้วไม่น่าจะชักดาบได้
เออร์วินจับดาบเล่มนั้นด้วยความรู้สึกคุ้นเคยราวกับได้ย้อนกลับไปในโลกเก่า เขาจับดาบเล่มนั้นในมือซ้ายก่อนจะปัดกระบังดาบให้ด้ามดาบเลื่อนไปข้างหน้าเผยให้เห็นใบดาบ ก่อนจะจับตัวดาบไว้แล้วเลื่อนปลอกดาบไปทางด้านังจนดาบทั้งเล่มุดออกจากปลอกดาบ เผยให้เห็นดาบคาตานะเล่มงามที่มีอยู่เพียงเล่มเดียวในโลกนี้
ทันที่เห็นดาบเล่มนั้นเขาก็ยิ่งสงสัยเพราะมันทั้งเล็กจนเกินกว่าจะใช้ฟันและก็โค้งจนไม่น่าจะแทงได้ดีเท่าเรเปียร์ และที่สำคัญเขาสัมผัสไม่ได้ถึงการดูดซับมานาจากในอากาศหรือในร่างอีกฝ่าย ก็หมายความว่ามันไม่ใช่ทั้งอาร์ติแฟกต์และอุปกรณ์เวทย์มนต์ ถ้าอย่างนั้นดาบนั่นคืออะไรกันแน่หรือว่าจะเป็นการดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
เออร์วินจับดาบแบบกลับด้านในมือซ้ายก่อนจะควักชักปืนลุกโม่ที่ซองเอวด้านขวาออกมาทำการรีโด ลักษณะท่าทางนั้นช่างดูใจเย็นไม่รีบไม่ร้อนจนทำเอาเขาหงุดหงิดขึ้นมา เพราะเขารู้สึกเหมือนถูกดูแคลน
“เจ้าคิดจะเลือกเช่นนี้จริงๆ?”
เออร์วินไม่พูดอะไรแต่สะบัดปืนเพื่อส่งลูกโม่กลับสู่ตำแหน่งแล้วจ้องหน้ากริฟฟินศิลาตัวนั้น ริคที่เห็นท่าทีของอีกฝ่ายก็รู้ว่าสิ่งที่ตนพูดนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเลย
“ในเมื่อเจ้าเลือกเช่นนี้ล่ะก็ย่อมได้”
พูดจบกริฟฟินศิลาก็ลอยตัวขึ้นพร้อมกระพือปีกใส่จนเออร์วินกระเด็นกลับังแต่เขาก็ปักดายคาตานะกับพื้นเพื่อเบรคไม่ให้ตัวเขากระเด็นไปไกลกว่านี้ ริคก็ไม่รอช้าพุ่งเข้าหาเออร์วินด้วยความเร็วแต่เออร์วินก็เบี่ยงตัวออกข้างจนกริฟฟินศิลานั้นผ่านตัวเขาไปพร้อมกับรอยแผลจากการถูกฟันที่บริเวณลำตัวของกริฟฟิน ริคไม่สนใจบาดแผลนั้นแต่รีบหมุนตัววกกลับมาพรุ่งใส่เออร์วินออกรอบ เออร์วินปลักดาบกับพื้นดินโดยที่มือซ้ายยังคงกุมด้ามดาบอยู่วางมือขวาที่ถือปืนลงบนข้อมือซ้าย วางศูนย์เล็งให้อยู่ระดับเดียวกับสายตาก่อนจะลั่นไกสามนัดติด ทุกนัดเจาะเข้าที่หัวอีกฝ่ายแตะและตำแหน่งไม่ห่างกันมาก แต่กริฟฟินศิลากลับยังพุ่งเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน
เออร์วินชักดาบคาตานะขึ้นมาจากพื้นดินจังหวะเดียวกับที่กริฟฟินศิลากำลังตะปบกงเล็บใส่เขาเออร์วินก็เบี่ยงตัวออกข้างแล้วพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาจดูเหมือนเป็นแค่การพุ่งผ่านธรรมดาแต่ทว่ากริฟฟินตัวนั้นกลับทรุดลงกับพื้นไปเสียดื้อๆ พร้อมกับมาเลือดพุ่งออกมาจากลำตัวข้างหนึ่ง กริฟฟินศิลาฝืนลุกขึ้นยืนก่อนจะหันกลับมามองเออร์วินแล้วมองดาบในมือเขาด้วยความสงสัย
“ดาบนั่นมันอะไรกัน”
เออร์วินไม่ตอบแต่เพียงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ
คาาิน่าสร้างดาบแสงเล่มหนึ่งขึ้นปักไปที่หน้าอกของชายผมแดง ไม่กี่นาทีมาทั้งคู่รับมือกันไปมาไม่ว่าเธอจะเรียกดาบแสงมาโดมใส่อีกฝ่ายกี่ครั้งกี่หน บาดแผลที่ชายผมแดงได้รับก็จะมีเปลวไฟลุกขึ้นจากนั้นก็จะหายดี ส่วนชายผมแดงนั้นไม่ว่าจะโจมตีไปกี่ครั้งก็จะมีดาบแสงขนาดใหญ่มาขวางกั้นเสมอทำให้การโจมตีของเขาไม่เคยมาถึงตัวเธอเลยสักครั้ง
ดาบใหญ่ปักเข้าที่อกของชายผมแดงแต่เขาเพียงแค่แค่นเสียง
“เฮอะ!”ปีกอัคคีที่ด้านังเขากระพือหนึ่งทีทำให้เกิดเปลวเพลิงจุดเล็กๆ เหมือนหิวห้อยสีแดงลอยออกมา หิงห้อยสีแดงเ่านั้นพุ่งเข้าหาคาาิน่าแล้วก็ให้เกิดการระเบิดขึ้น ชายผมแดงรู้ว่าแค่นี้คงทำอะไรเธอที่เป็นอัศวินไม่ได้จึงใช้มือที่หุ้มไปด้วยเปลวเพลิงบีบดาบแสงที่ปักหน้าอกเขาจนมันสลายไปเผยให้เห็นรูบนหน้าอกที่มีเลือดพุ่งออกมาแต่ชายผมแดงไม่มีทีท่าที่จะแสดงความเจ็บปวด เขาเพียงแยะิ้ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกขึ้นที่รูบนหน้าอกของเขา สายตาของเขามองไปยังกลุ่มควันที่เกิดจากแรงระเบิดตรงหน้า และเมื่อเปลวเพลิงดับลงก็เผยให้เห็นหน้าอกที่ปราศจากบาดแผลพร้อมกับการสลายของควันที่เผยให้เห็นคาาิน่าที่ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน
คาาิน่าสู้กับชายผมแดงไปพลางเือบมองข้างล่างไปพลาง เธอรู้ดีว่าชายผมแดงยังไม่เอาจริงเลยด้วยซ้ำและเธอก็เช่นกันที่ยังไม่เฉียดแม้แต่เสี้ยวเดียวของคำว่าเอาจริง นั่นคือสาเหตุที่เธอกล้าสู้ไปด้วยแบ่งสมาธิดูสถานการณ์ข้างล่างไปด้วยแต่สิ่งที่เธอเห็นข้างล่างนั้นกลับทำให้เธอต้องตื่นตะลึง แม้ภายนอกของเธอตอนนี้จะดูสงบแต่ทว่าภายในใจกลับเปรียบเหมือนระลอกคลื่น
‘ที่แท้อาวุธนั่นสามารถยิงต่อเนื่องได้’คาาิน่าย่อรู้จักปืนไฟของพวกคนแคระ แม้ว่าอานุภาพมันจะน่าพึ่งแถมเป็นสิ่งที่ใครก็ใช้งานได้โดยไม่เกี่ยงว่าพลังเวทย์จะเป็นแบบไหม แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในายๆ ด้าน ทั้งความยุงยากในการใช้งานความช้าในการยิงแต่ละนัดและที่สำคัญคือความแม่ยำ แต่อาวุธนี่ทำลายข้อจำกัดเ่านั้นไปจนหมดสิ้น
แต่แล้วเธอกลับต้องทึ่งรอบสองเมื่อได้เห็นเขาชักดาบที่เธอไม่เคยเห็นออกมา ขณะที่เธอสงสัยว่าดาบนั่นมันอะไร เธอก็พบว่าเขาได้ใช้ดาบนั้นฟันสวนไปยังร่างของกริฟฟินศิลาที่พุ่งเข้ามาสองครั้ง ทั้งสองครั้งนั้นล้วนฟันได้ทักษะดาบที่ทั้งเรียบง่ายและเฉียบคม ไร้ซึ่งพลังเวทย์มาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย บวกกับดาบที่เธอสัมผัสได้ว่านั่นเป็นเพียงแค่ดาบธรรมดาไม่มีอะพิเศษ เธอถึงกลับรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากว่าการรับรู้เกี่ยวกับมานาของตนผิดพลาดไปหรือเปล่า ตอนที่กริฟฟินศิลานั่นสงสัยว่าที่ตนถูกฟันนั้นเป็นเพราะดาบจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คาาิน่าที่อยู่มุมสูงกลับมองเห็นอย่างชัดเจนทั้งการเบี่ยงตัวออกด้านข้างที่พอเหมาะกับจังหวะที่กริฟฟินศิลาพุ่งมาแล้วฟันสวนไป ดังนั้นที่เขาถูกฟันไม่ได้เป็นเพราะดาบที่อีกฝ่ายถือแต่เป็นเพราะวิธีการฟันของอีกฝ่ายต่างหาก
ชายผมแดงไม่รู้ว่าคาาิน่าคิดอะไรในใจแต่สิ่งที่เขาสนใจตอนนี้ก็คือตรึงอีกฝ่ายไว้เพื่อยื้อเวลาให้ริคเอาของชิ้นนั้นมาจากเจ้าคนเตี้ยเล็กนั้นมาให้ได้ เขาสูดลมหายใจทางปากช้าๆ ก่อนที่เปลวไฟที่มือทั้งสองจะลุกโชนอย่างร้อนแรงแล้วยื่นออกจนกลายเป็นหอกเพลิงสองเล่ม เขาแสยะิ้ออกมาก่อนจะปาหอกเพลิงใส่เธอ ซึ่งคาาิน่าก็สร้างดาบแสงขนาดใหญ่มารับหอกเพลิงไว้ ก็ที่ชายผมแดงจะโผล่ขึ้นที่บนฟ้าเหนือเธออ้าปากก่อนจะพ่นเปลวเพลิงร้อนแรงออกมา ดาบแสงที่ตอนนี้ปักคาด้วยหอกเพลิงเคลื่อนที่มารับเปลวไฟนั้น ทว่าเขากลับโผล่ออกมาด้านังเธอแล้วชกด้วยกำปั้นที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิง แต่กลับมีดาบแสงอีกเล่มโผล่มาขวางเขาไว้ ทว่านั่นเป็นแค่ตัวอกเมื่อหมัดของเขาชกเข้าที่ดาบของคาาิน่ากลับก่อให้เกิดการระเบิดที่รุนแรงขึ้น
แต่สิ่งที่ตามมาจากแรงระเบิดนั้นกลับเป็นดาบแสงจำนวนมากปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ชายผมแดงมองดาบแสงเ่านั้นด้วยความรู้สึกอึ้ง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาแล้วดาบแสงเ่านั้นก็พุ่งลงมายังพื้นเบื้องล่าง ทำให้ทั้งร่างของเขาถูกดาบแสงเ่านั้นปักจนพรุนเป็นรังผึ้งพร้อมกับร่วงลงสู่พื้นตามแรงของดาบที่พุ่งลงมา ส่วนนาคราชสามเศียรที่ตอนนี้ไปไหนไม่ได้เพราะมีสองหัวถูกตรึงไว้กับพื้นแต่ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่ของมันทำให้มีดาบแสงจำนวนไม่น้อยปักลงร่างกายจนมันต้องร้องด้วยความเจ็บปวด
เออร์วินกับริคหันไปมองการปะทะของทั้งสองคนบนฟ้าจนเห็นว่าคนหนึ่งอยู่ท่ามกลางการระเบิดส่วนอีกคนร่วงลงสู่พื้น
‘ปล่อยของกันใหญ่เลยนะ’เออร์วินคิดในใจก่อนจะหันกลับมาเพิ่งความสนใจกริฟฟินศิลาที่ตอนนี้มีสภาพไม่สู้ดีแต่ยังมองไปที่งูตัวนั้นด้วยความเป็นห่วง แม้การต่อสู้กันระหว่างอัศวินศักดิ์สิทธิ์หญิงคนนั้นกับชายผมแดงที่เป็นพวกของเจ้ากริฟฟินศิลานี้แม้จะดูดุเดือดอยู่บ้างแต่ต่างก็ไม่ได้เอาจริงเลยสักนิด เพราะหากอัศวินศักดิ์แข็งแกร่งตามที่ลือกันจริงๆ ความสามารถของเธอจะไม่ได้มีเพียงแค่นี้แน่ เออร์วินจำได้ดีถึงการนิยามความแข็งแกร่งของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ว่า หนึ่งคนสามารถรับมือได้ถึงหนึ่งกองทัพ แต่ในเมื่อความสามารถที่เธอแสดงออกมามันยังไม่ถึงระดับนั้นมันจึงทำให้เขาที่อุตส่าเอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อเก็บข้อมูลจึงรู้สึกหัวเสียไม่น้อย เขาตัดสินใจเลิกเล่นกับเจ้ากริฟฟฟินศิลาตรงหน้า
‘รีบจัดการให้จบๆ แล้วรีบกลับไปที่ไพร์ล็อกดีกว่า’
เออร์วินเก็นปืนลงในซองปืนแล้วเปลี่ยนเป็นจับดายคาตานะด้วยสองมือ กริฟฟินศิลาที่รับรู้ได้ถึงการกระทำของเขาก็หันมาพร้อมกับจ้องมองดาบในมือเขาด้วยความระแวง เออร์วินเตรียมจะพุ่งเข้าไปหากริฟฟินศิลาที่ตอนนี้ร่อแร่เต็มทีแต่กลับต้องหยุดชะงักแล้วมองไปทางหนึ่ง ตรงนั้นเขาเห็นชายผมแดงที่มีดาบแสงปักอยู่ทั่วตัวกำลังลุกขึ้นยืนแม้จะมีสภาพเป็นแบบนั้นแต่เขากลับยังคงแสยะิ้ออกมา
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??