เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก
จำนวนะุเกลือุเต็มำเกวียนเหมือนทุกครั้ง
ที่ล่องส่งถึงเขตแลกเปลี่ยนซื้อขาย ติดชายขอบริมตลิ่งท่าตูมสายน้ำมูลเชื่อมถึง
บรรดาคนกุลาเร่ค้าขายยืนต่อรองสินค้า ซึ่งขนมาจำหน่ายจากชาวบ้านทั่วไป
จำพวกเบี้ยหอย ลูกปัด เมล็ดพันธุ์พืช สิ่งนำมาผันแลกกันตามตกลง
“มึงฟ้าวฮิแมะ บักแป”
อุไรเร่งลูกขนของลงช่วยกัน
“บักลายสือซ้วนเฮ็ดเหมิด มันบ่เห้อข่อยซอยดอกแม่”ลูกชายเอ่ย
ปล่อยให้พ่อตนกับเพื่อนที่ขอติดสอยห้อยตาม ช่วยกันเอาะุเกลือลงคันเกวียน
“บ่ได่ ๆ”
นางอุไรส่ายหน้า“หลายเเฮง บัดเด่วเวียกกะแล้ว”
แทรกคติการร่วมแรงร่วมใจทำงานเป็นกลุ่ม ใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อยลุล่วง
“บักขี้กลาก มักกินแฮงเสี่ยว!”
นายผารงพูดกระตุ้นเตือนให้แก้นิสัย
บักแปสอด“ตะมะลาง กะแต่ผู้ข้าฮั่นหละเฮ็ด”
มันกระโดดขึ้นลากะุ ตามคำบิดาห้ามเอาเปรียบซึ่งกัน
“แล้ว ๆ บาดหนิ”
ลายสือไม่อยากทิ้งแม่ไปไกล แต่เมื่อถูกชวนโดยสหายบักแป
อยากมีเพื่อนร่วมทาง ครั้งแรกมันปฏิเสธแต่พอหลายหน
ทนรบเร้าไม่ได้จึงติดตามเรื่อยมา อาสาแบ่งเบาภาระ
สำหรับนางคำปงบอกไม่ต้องห่วง เพราะได้นางไฮเมียพรานโมก
ที่ย้ายเรือนกระท่อม มาตั้งละแวกใกล้เนื่องท้องแก่
ยามผัวออกล่าสัตว์ จะได้สอดส่องดูแลกันและกัน
ชาวป่าถิ่นอาศัยยังไม่ได้ตั้งเป็นชุมชน บ้านเรือนกระจัดกระจาย
“เอ่าหนิ เบี้ย”
พม่ากุลาแขกขาวยื่นถุงผ้ามัดปากแน่นให้อุไร
“ข่อยอยากได่ม้า ลา งัว”นางบอกความประสงค์
ปลายตาแลกึ่งค่อนขอด“ฮอดซำกระดูกส้น-ีนก่อน จังเว้ากัน”
เจรจาเชิงภาษาค้าขาย ว่าจำนวนเกวียนขนเกลือต้องให้ได้สิบเที่ยว
“บ่งึดเด้อ!”
อุไรหน้าบึ่งดึงรากไม้มากัดเคี้ยว ท่าทางไม่ง้อ
พ่อค้ากุลาจึงถามขึ้น“สิเอาม้า ฮึงัวหล่ะ?”
นางถลกเหน็บชายซิ่น เขินเหนือเข่า พูดเสียงดัง
“งัวคู่”
ทั้งย้ำคำยืนยัน“เกลือซาวเที่ยว อีกลูกปัดฮ้อยคอพอสม”
เป็นอันเสมอระหว่างสองฝ่าย พลอยตกลงกันได้
“มึงสิมีเมียซำเบาะ? บักผู้บ่าวแว้”
กุลาเถ้าแก่พูดถามบักแป ซึ่งเห็นหน้าค่าตามาก่อน
ในฐานะลูกชายนางอุไรกับผัวนายผารง คนถิ่นคอนสีไศล
ข้ามเขตขนเกลือมาขายให้ตน จึงพอคุ้นเคยบ้าง
ค้ำสะเอวอยู่ข้าง ๆ ฟังแล้วแทบหงายหลัง
“ผู้ได๋เว้า”บักแปชิงออกตัว
“จักแหล่ว กูกะว่ามึงสิอยากได่งัวไปแต่งเมีย”อนันต์เดาตามประสาตน
จนอุไรไขข้อข้อง“อย่าโสกันหลาย”พร้อมแนะกับอีกคน
“บักอันนี่ มันสิเที่ยวขนเกลือมาขายให้เจ่า ขั่นมีงัวเทียม”
หันเหสายตามามองถามไถ่“เชื้อแถวแนวมึง ทางได๋”
นุ่งพันทบเตี้ยวเสื้อผ้าฝ้าย สายผูกเรียงหัวเคียนผืนผ้าขาวม้า มันยกมือไหว้
“คำปงคึแม่ อันผู้ข้าเอิ้นว่าลายสือ”
ร้อยเรียงประโยคสื่อสาร บอกชื่อไปตามนั้น
“ป๊าด ๆ ทรงมึงคึผู้ฮู้จักควมแท้”
กล่าวชมลักษณะสุภาพ หลังจากถูกแนะนำให้รู้จักตัวต่อตัว
ลายสือยิ้มน้อย“แม่เพิ่นสอนตั๊ว”
“มึงเบิ่งทางพุ่น”
พ่อค้าว่าง่าย ชี้ไปยังฝูงวัวที่ผูกไว้ใช้แรงงาน
ผารงดีใจกับบักลายสือเข้ามาอวยพร
“บาดหนิ กะเฮ็ดสร้างเอาเด้อ”
อีกอุไรนางต่างช่วยกันตามกำลังที่มี
“มึงสิได่ซูซ้วนแม่ เห้อบ่ยากแค้น”
จนกุลาพูดขึ้น“อย่าสิถิ่ม คำเว้าสาหละ”
สำนึกในความเมตตา ลายสือมันพนมก้มไหว้รับไว้
“ข้าน้อยสัญญา”ให้สัจจะวาจากับบุคคลอันหนุนนำ
“บ่เป็นหยังขั่นเฮ็ดบ่ได่ กูสิยุมึงเอาอีจำปา”
นัยยะคำกุลาอนันต์ เอ่ยกรุทางหมายตาไว้กับอนาคตข้างหน้า
ฝ่ายบักแปหัวเราะแซว ถ่อมตัว
“ลูกสาวเจ่า บ่เบิ่งพวกข่อยดอก”
ประกอบทั้งเถียง“อ้อมข้างอ้อมเอว คึสิมีคนไค ๆ”
“กูบ่อยากได่คนไค กูอยากได่คนหมั่น”
พ่อค้ากุลาพูดสวนตอบชัด ชอบคนขยันมาเป็นเขย
อายุเริ่มวัยคะนองบักแปมีหวัง“ข้าน้อยกะบ่ได่ขี้ค้านเด้”รีบฝากตัว
เห็นกันตั้งแต่มันอยู่ในท้อง เพราะนางอุไรกับผัวส่งเกลือให้ตลอด
“ลูกสาวกู บ่ฮึดผู้มาตอมหอมหุม”กุลาอนันต์พูดเชิงกันท่า
ด้านนายผารงเลยใช้วาทะตลกคั่น
“พ่อตาข่อย กะเว้าจังซี่ มาลางบักแปบ่ทันเกิด”
ฝั่งเมียนางอุไรยังเสริม ย้อนเล่าถึงวิธีคัดสรรบุรุษ มือไม้ต้องสากกระด้าง
อุดมคติชายขยันของนาง ครั้งเมื่อสมัยวัยนมตั้งเต้าก่อนจะเอาทำผัว
“ตอนเป็นสาวแส้ ข่อยเบิดอยู่เทิงฟ้า พุ้นเด้อ”
ผิดกับบักลายสือที่เงียบสงบคำ เพราะพื้นเพหนหลังแตกต่าง
ถึงขั้นบิดาบังเกิดเกล้า สั่งเอาชีวิตตัดปัญหาชิงอำนาจ
ำบากมันจึงต้องปกปิดตัวตนไว้เพื่อความปลอดภัย
“แล้วละเบ่อ”
เสียงนางพะวาเมียกุลาอนันต์ ร้องนำมาก่อน
ขณะพูดคุยตกลงกันได้ เรื่องแลกเปลี่ยนสินค้า
ผันเกลือนับร้อยะุ แปรสภาพเป็นวัวงามสองตัว
“แม่นหยัง?”ฝั่งนายอนันต์คนผัวถามธุระสำคัญ
“ทางบักสวกอยากเว้านำ”นางปุ้ยปากไปตรงที่มีคนยืนรอ
“ฟ้าวก่อนเด้อ”อนันต์บอกทั้งก้าวเท้าปลีกตัว
โอกาสด้านพะวาเลยทวงของ
“ไสมึงว่า สิเอาเกิบมาต้อนกูนำ”
ไม่ลืมอยู่แล้ว ลายสือจึงล้วงถุงย่ามวางเรียงลงให้ลองสวม
“เฒ่าแม่อยู่เฮือนเย็บพัน ขันเห้อแน่นหลายสายสอด”
รีบสลัดคู่เก่าทิ้งทันที อีกควักเบี้ยในแถบผ้าชายพกซิ่นยื่นยัดใส่มือ
“คัก ๆ กูมัก”
จะขยับเดินหันมา“เบี้ยพอสมราคาบ่หล่ะ?”กับท่าทางยืนเซ่อ
“ฮ่วย หลายโพด”ทั้งกอบคืน ลายสือค้าขายซื่อตรง
“มึงเอาไปโลด
แต่นางพะวาสั่นหัว เพราะรองเท้าสวมใส่ถูกใจนาง
ปล่อยข้ามตรงนี้ไม่ได้จริง ๆ
“จังซั่น ข่อยเห้อเจ่าอีกคู่เนาะ”ลายสือไม่เอาเปรียบ
จำปาที่เดินเข้ามาสมทบ เอ่ยลักษณะดูถูก
“ฮับเอาไว้สา ขี้ทุกข์คึแฮดยังสิมาจองหอง”
ชะงักค้างคำพูดจาทับถม เลยปะทะคารมต่อปาก
“อีกบ่โดน สิมั่งมีถ่าเบิ่ง”
เจอตอกกลับจำปาตวาดใส่“มึงอย่าขี้คุยกับกู!”
กระทั่งผู้ใหญ่ต้องปราม“เอาหละสู”นางพะวาขัดกลาง
“เซาสา ๆ”
ลุกคว้าเอาแขนลูกสาว ซึ่งแฝงแววเอาแต่ใจตัวเอง
ลากเข้าไปอบรมมารยาท ยังอีกฟากบริเวณลับตา
จังหวะให้นายผารงได้ชวนกันกลับบ้าน เมื่อหมดธุระ
“ป่ะ ๆ กะสิได่หย่าวเด้เฮา”
ปล่อยให้บักแปมองละห้อย แลตามหลังสาวจำปา
กระทั่งได้เรียก“มึงเฮ็ดหยังอยู่! บักแป”
ผู้แม่นางอุไรกวักมือเร่ง มันถึงกระโดดว่องไวขึ้นท้ายเกวียน
...สำหรับพะวาเอือมระอาในตัวลูกสาวนัก
หน้าตาไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ คำพูดคำจากลับฟังแทบไม่ได้
“เว้าม่วน ๆ กะได่ เป็นสาวเป็นนางอีจำปา ไผสิว่ากูบ่สอน”
เกิดอาการต่อต้าน“ข่อยชังมัน บักอันนั่น”เหมือนตั้งแง่ไม่มีเหตุผล
“จักจังได๋ มึงหนิ”
เห็นท่าได้เถียงกันยาวนางพะวาเหลืออด
“กูกับพ่อมึง กะคึบ่เคยฮิติผู้ได๋”
นางหมายถึงไม่เคยมองใครต่ำต้อย หรือตำหนิเรื่องฐานะจะยากดีมีจน
“กะหย่าเจ่า แม่”
พลันจำปาหงุดหงิดออกปากเหยียด“ข่อยว่ามันกะบ่ลืนไผเด้หละ”
คนเป็นแม่พะวาเอ็ดลูกสาว ที่มองไม่เห็นข้อดี
“เออ ๆ มึงกะเว้าไปแต่ทางมึง”
ร่ายยาวทั้งยังชื่นชม“อายุซำมัน ฮู้จักเวียกงานการสร้าง หายากอยู่เด้อ”
ก่อขุ่นมัวแก่จำปาขั้นน้อยใจ
“ปานข่อย บ่แม่นลูกเจ่าเนาะ”
เคืองที่แม่ไม่เห็นความสำคัญ ยกย่องคนอื่นต่อหน้า
“ขั่นบ่ย่านผิดขะำ เอาลูกคาเจ่ามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขามาอม กูสิโยนเบี้ยแลกลูกอียุพินมาเกียฮ่วมมึง”
พะวาเอ่ยขู่ให้ลดความทะนงลงบ้าง ของจำปาลูกสาวเดียว
กำลังสั่งสอนกันอยู่ ผัวกุลาอนันต์เข้ามาแทรก
“เซาสูนสาก่อน พะวา”
อาการออกหน้าออกตาจนนางได้ทัก“อีหยังหล่ะเฒ่า?”
“บักสากอยากได่เกลือ ไปส่งชุมพลบุรีพะน่ะ”
สัญญาณที่พอฟัง“กูสิได่เบี้ยหวัด ก้อนคำแล้วบาดหนิ”นางพะวาอุทาน
ข่าวดีซึ่งทำให้สามารถผละเดินหนีลูกสาว ที่บอกสอนยากเย็น
“ถ่าสาก่อนอีแม่”จำปาวิ่งตามเซ้าซี้
สองคนผัวเมียมีแต่เรื่องเดียวในหัวตอนนี้ หลบมาซุบซิบปรึกษากัน
“งวดก่อนซุมน้อย ๆ กะตายเคิ่งทาง”
วางแผนใหม่ต้องหาคนอายุวัยพอเหมาะ
“เฮากะจ้าง พวกใหญ่ขึ้นอีกจั๊กน่อย”
ห้องหับมีหู ประตูมีช่อง จำปาแอบฟังพ่อแม่คุยกัน
“ให้ข่อยไปนำแหน่”วิสาสะเข้ามารบเร้าขอตาม
“บ่ ๆ”คัดค้านทันทีนายอนันต์ไม่อนุญาต
“ขั่นข่อยมีหยังเว้า ผู้เจ่าสิฟังบ่”
อุปสรรคแต่ละครั้งระแคะระคายจากคนงานที่รอดชีวิตมาได้
เวลาเดินทางผ่าน*ทุ่งกุลาร้องไห้ มักมีคนตายหรือสูญหายโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ไสลองเว้าดู๊หละ”
ด้านนายอนันต์อยากฟังความคิดเห็นลูกสาวอยู่บ้าง
“แม่นอีหลีเบาะอีพ่อ เจ่าพาคนไปตายถิ่มทุกปี”
สิ่งค้างคาหลุดออกมาจากปากจำปา
“หาเว้าถัวทีป”
เป็นนางพะวาง้ามือตบปากลูกสาว ทำถมึนตึงเสียงเขียวใส่
“เจ่ามาตีข่อยเฮ็ดหยัง อีแม่”เง้างอน จำปาหน้ามุ่ยใส่
จำต้องอธิบาย“ย้อนพ่อแม่ฮักแพงเจ่า คึเลี่ยมคำล้ำค่า”อนันต์กุลาหาคำปลอบ
ประกอบความเชื่อสายบรรพบุรุษเมาะตะมะมาเกิดใหม่
ในครอบครัว นายอนันต์ถนอมเลี้ยงดูเป็นอย่างดีกับลูกสาวคนนี้
“จังซั่นกะให้ข่อยไปนำตี้”ทางจำปายื่นคำขาด
“บ่ได่ดอก อันนี้พ่อขอสา”นานทีที่ผู้เป็นพ่อจะเอ่ยปาก
“โอ๊ยน้อ!”เหนื่อยที่จะพูดต่อจำปาจึงยอมลงให้
“เวียกจ่อม่องหน้าอยู่ ฮิฟ้าวเถิน”
เพื่อพ้นสถานการณ์อึดอัด นางพะวาตัดบท
“เฒ่าอนันต์ เจ่าไปเอิ้นหาคนเด้อ”จัดแจงแต่งขบวน มอบงานผัว
“พ่อไปก่อนซั่นหน่ะ”
ได้ทีนายอนันต์กับเมียรีบจูงกันหนีจากตรงนั้น
เหลือไว้ให้คิด“จังได๋ กะสิต้องฮู้ให้ได่”
ความดื้อผสมอยากรู้อยากเห็น จำปาเอ่ยกับตัวเอง
…วัวสีนวลสองตัวผูกเชือกให้เดินตามท้ายเกวียน
เข้ามาหยุดบริเวณลานดินใต้ต้นประดู่หน้ากระท่อม
“ฮอดหละเด้อ!”อุไรร้องบอก
ไม่นานเจ้าเรือนเดินออกมาถือกระบอกไผ่
“เมื่อยบ่?”
คำปงนางถามไถ่ทั้งส่งน้ำให้ดับกระหาย
แกะผ้าเคียนหัวเพื่อคลายระบายร้อน อุไรบ่นเหงื่อไหลไคลย้อย
“แดดกะฮ้อนโพดโพ”
ส่วนนายผารงขนะุเปล่าลงจากเกวียน จากนั้นทำการแบ่งถุงเบี้ย
“อันหนิของเจ่า”
ยังส่ายมองบนคันเกวียน คำปงเปรยหา
“บักลายสือกับบักแป พวกมันลอบเล่นเลาะป่าลัดโทงละเบ่อคึบ่เห็น”
คล้ายกับมีลางสังหรณ์ แรกจึงกล่าวประโยคถามถึงลูกชาย
“ฟังข่อยเด้อคำปง”
อุไรจำต้องคงแจ้งเรื่องราวกะทันหัน“บักลายสือเห้อมาบอก บ่ต้องคึดนำ”
ดูจากแต่ละคำจะเผยออกมาติดในคออ้ำอึ้ง
“ฮั่นเว้ามาโลด”
ฝั่งคำปงยังไม่รับถุงเบี้ย จากนายผารงที่นางฝากเกลือไปขายด้วย
“ลูกเจ่ากะซำลูกข่อย”
กลั้นใจอุไรพยายามพูดให้จบ“ผูกเสี่ยวกันตั้งแต่บ่ทันได่เบ่งออก”
“สองบักขี้ดื้อ แวะไสเห้อจ่มหาน้อ”ห่วงหาผู้แม่ยังแลมองต้นทาง
ทำใจแข็งนายผารงยืนนิ่งไม่ไหว
“พวกมันขอไปส่งเกลือ ทางชุมพลบุรีตั๊วคำปง”
พอได้ยินเท่านั้น กระชากหันต้องถามซ้ำพูดถึงใคร
“หา! เจ่าเว้าฮอดเผอ”
ท้ายแล้วอุไรเขามาจับแขนเขย่า
“ลูกเจ่าฮักดีค้ำคูนหลาย ขั่นขนเกลือผันเป็นงัวคึสิโดน”
รวบรวมสรรหาคำนางหลบสายตามองต่ำ
“กะเลยฮ่วมขบวนนายฮ้อยกุลา ขนเกลือแลกแฮงเอา”อุไรสารภาพ
ขณะล้อเกวียนหมุนยังไม่ไกลโรงรับซื้อเกลือ
ดันถูกดักเรียกตาม โดยนายอนันต์กับข้อเสนอใหม่
บักลายสือไม่ลังเลใด ๆ เพื่อสิ่งที่ต้องการของมัน เมื่อมีผู้หยิบยื่นโอกาสรีบคว้า
สำคัญยังมีสหายบักแป ยืนเรียงเคียงบ่าพร้อมกล้าเผชิญไปไหนไปกัน
กึ่งภาคภูมิจนนางอุไรกับนายผารง ยอมให้ในมิตรภาพแน่นแฟ้น
“งัวซาวโตล่ำ กะบ่ถ่อมันบักลายสือของแม่”
ทรุดเข่าอ่อน คำปงปล่อยโฮร้องไห้ออกมา
“ข่อยว่า บ่เป็นผิเลอดอก”
ฐานะพ่อของบักแป นายผารงคิดอีกแง่มุม
“น้อยซำพวกมัน ข่อยกะเฮียนฮู้ จังซั่นกะใหญ่บ่เป็น”
ใจหายไม่ต่างกันหัวอกคนเป็นแม่ อุไรปลอบ
“กำเบี้ยไว้สาคำปงเจ่า อีกบ่โดนพวกมันสิคืนมาพ้อหน้าคึเก่า”
“ขั่นเว้าจังซั่น ข่อยกะถ่าได่”ปาดน้ำหูเช็ดน้ำตา คำปงทำใจยอมรับ
สองผัวเมียเกลี้ยกล่อมให้ลดกังวล ปลดเชือกวัวคู่ส่งต่อเจ้าของใหม่
จากนั้นจึงได้พากันขึ้นเกวียน ลากลับเรือนเหย้าตนแบบเหงา
เพราะลูกชายบักแปไม่อยู่บ้าน คงขาดเสียงหัวเราะของมันไปสักพัก.
*ตำนานเรื่องเล่าสืบกันมา ว่ามีชนเผ่ากุลาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย
จากเมืองเมาะตะมะของประเทศพม่า ได้เดินทางมาค้าขายผ่านทุ่งแห่งนี้
ตามปกติแล้วชนเผ่ากุลามีความอดทนสูง สู้งาน สู้แดด ลม ฝน
แต่เมื่อรอนแรมในพื้นที่กว้างขวางเหลือประมาณกำลัง
ต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน อันไม่ปรากฏพบหมู่บ้านในบริเวณโดยรอบ
บวกทั้งขาดน้ำดื่ม แม้กระทั่งร่มเงาต้นไม้ใหญ่น้อย มีเพียงทุ่งหญ้าแห้ง
เปรียบเทียบยากำบาก เหมือนอยู่กลางทะเลทรายร้อนระอุ
ทำให้คนพวกนี้ถึงกับคร่ำครวญร้องไห้ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของชื่อทุ่งกุลาร้องไห้
บริเวณทุ่งกุลาเป็นที่ราบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือขนาดใหญ่เนื้อที่ 2 ล้านไร่
มีแม่น้ำมูลและำน้ำสาขาย่อยของแม่น้ำมูลแบ่งขอบเขตชัดเจน
เช่นห้วยทับทัน (ำทับทันหรือคลองทับทัน) ห้วยเสียวและำพลับพลา
บางส่วนยังติดแม่น้ำชีซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด
1.เริ่มจากจังหวัดมหาสารคาม/อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย/อำเภอชุมพลบุรี/อำเภอท่าตูม
2.จังหวัดสุรินทร์/อำเภอปทุมรัตต์/อำเภอเกษตรวิสัย/อำเภอสุวรรณภูมิ/อำเภอโพนทราย/อำเภอหนองฮี
3.จังหวัดร้อยเอ็ด/อำเภอศิลาลาด/อำเภอราษีไศล/อำเภอยางชุมน้อย/อำเภออุทุมพรพิสัย/อำเภอห้วยทับทัน/อำเภอบึงบูรพ์
4.จังหวัดศรีสะเกษ/อำเภอค้อวัง
5.จังหวัดยโสธร/อำเภอมหาชนะชัย.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??