เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก
ย้อนเิเข้าเืพัก บักาืก้มดูวัตถุมลที่หยิบติดมือมาด้วย
ขณะจะเริ่มขอต่อแถนที่สถิตในแหวน มีอัน้ชะงักหยุด
เนื่อณะพิธีา์แทรกช่วงระหว่างั้
ยังเก็บอีกวงแขวนห้อยใส่สร้อยร้อยคอไว้กับตัวเอง
สายรัดที่มารดา าถักทอมอบให้พร้อมวาจาอวยพรขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้อง
“มากินข้าวสา าืเอ้ย”
คำปงเรียกทั้งยกสำรับมาตั้ง บริเวณชานเืได้นั่งัสองแม่ลูก
เิเหินเหม่อ ๆ จัดแจงล้างมือในอ่างข้างตัว าืไม่พูดไม่จา
ทาำปงเลยเห็นอาการ
“คึดแนวได๋? อยู่น้อ”าชวนูาคุย
ตกในภวั์ ถามใจตัวเองใยยังมีสิ่งมาวนเวียนตามติด
ช่วงเิจากสวน พยายามสลัดให้หลุดจากนึกคิด ไม่เป็นผล
“บ่มีหยังดอกแม่”
ไม่จำเป็น้ใช้ภาษาภูมิลำเนาเช่นเดิม าืตอบไป
“แม่เฮ็ดอ่อมปลาใส่บักบวบ เจ่ามักกิน”
ถ้วยแกงน้ำคลุกคลิก ถูกเลื่อนมาวางหน้า
“พระคุณหลายขนาด แม่ข่อย”
ยกมือพนมกล่าวพูด าืตระหนักในกตัญญูต่อมารดา
กว่าจะโตมาได้ผู้แม่เลี้ยงดูลำบากเพียงใดไม่เคยท้อ
“กินสา สิได่มีเฮียมีแฮงไปซอยพ่อเจ่า”
ประโยคบอกอันหมายถึงกำลังใจ
“แม่กะกินให้แซ่บ ๆ เ้อซั่นหน่ะ”
เอ่ยยิ้ม ๆ ตักชิ้นปลาวางใส่จาน าืได้ความอ่อนโยนมาจากแม่
“โอ้ย คั่นยามได๋ได่เมีย สิคึเก่าบ่น้อ”
ด้านคำปงแค่เย้าถึงอนาคต
“ลูกผู้นี้สำนึกดี บ่เคยเปลี่ยน”
คำอันมันยึดมั่น สักวันจะทำให้แม่เห็น
“เอาเถิน แม่สิถ่าเบิ่ง”
ปั้นก้อนข้าวเหนียวจิ้มน้ำพริก ตักแกงกิน แม่กับลูกพูดคุยสัพเพเหระ
...อาบน้ำเข้าห้องปิดประตู าืถูกจู่โจมด้วยแวบคิดถึง
เจ้าของใบหน้าเปรอะคราบเศษขนุนติดแก้ม ที่ขู่กำชับ
“เป็นหลายคัก ๆ ตั๊วหนิ”
ไม่เข้าใจทำไม้โดนก่อกวน จนบ่นให้ตัวเอง
หนักหนาขั้นนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย นี่มันอะไรั
ผุดเปลี่ยนมานั่งหลับตาเข้าสมาธิ ต่อสู้กับใจที่ลอยล่องฟุ้งซ่าน
...ฝ่ายมัลาา์ สัมฤทธิ์ผลเอาวิญญาณอสุรกายเข้าสิงอ์เลอสรวงสำเร็จ
โดยในข้อตกลง ยังยืมร่างนี้เพื่อทำการใหญ่ต่อไปภายภาคหน้า
อาศัยแค่ว่า จะหาคนมาให้สูบกินเลือดทดแทนทุกวัน
เป็นอันเจรจาระหว่างอชาตะ ซึ่งกระหายไม่เคยหยุดสิ้น
หลังจากทำพิธีเอิ้นขวัญ บังเกิดปาฏิหาริย์ต่อทุกคน
อ์เลอสรวงตื่นฟื้นคืนกลับมา ด้วยท่าทางแปลกไป
บุคคลรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระบาท เป็นปุโหิตมัลาคอยกำกับ
ก่อให้อีกคณะเดือดร้อน เทวีจามรโมโหหนัก
เฝ้าคอยฟังข่าวเกี่ยวกับอาการของขุนรณชัยชู้รัก
ที่ล้มหมอนนอนเสื่อ ร่างกายผ่ายผอมด้วยถูกโคภัยลึกลับเล่นงาน
แม้จะมีอาคมพอตัว แต่ก็พลาดได้ถูกมัลาใช้อสูรกายสวมทับ
ขุนรณชัยนอนรอความตาย กับสภาพไร้เรี่ยวแรง
...หาทางออกมาเจอจนได้
“เป็นจังได๋น้อ?”
ถามคำแรกกับชายซึ่งพระารักใคร่ วาดฝันไว้จะครองบัลลังก์ร่วมั
เมื่อกำจัดอ์สวามีสำเร็จ จามรสงสารกับสารรูปที่นอนซม
“แม่หยัว อย่าห่วงหลาย”
ปากพูดปลอบ ขุนรณชัยฝืนขยับลุกขึ้นมากอด
“บ่ให้ห่วงได่จังได๋ เจ่าสิม้มอยู่บ้ออ้ายขุน”
เทวีจามรปาดน้ำตาร้องไห้ ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุโคร้ายที่รุมเร้า
กระทั่งจวนเจียนตายด้วยระยะสั้น ๆ หากแต่พักหลังสังเกตขุนรณชัย
ไฉนถูกมัลาา์ประกบตลอด โดยได้สายรายงานกับพฤติกรรมประหลาด
เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง อีกทั้งพูดคุยสื่อสารผ่านมัลาา์
ปกติระแวงัอยู่แล้ว ประการใดถึงได้แปรผันดึงมาคบค้าเกี่ยวข้อง
ดูคล้ายถูกครอบงำ รวมจำนวนบ่าวไพร่สูญหายตกตายเป็นศพแห้งกรัง
ในวันฝนตกเผอิญหมาที่เลี้ยง คุ้ยดินแถวบริเวณใต้ถุนเืที่อยู่
จึงขุดขึ้นมาเห็นกับตา แทบผงะต่างแตกตื่นไม่เป็นอันสงบ
ก่อนความจะแตก มัลาเองรีบสละเรียกอสูรกลับสู่ตำรา
ขี่ม้าหอบหิ้วหนีออกมาไม่ให้ใครจับได้ แต่กระั้ก็ยังเป็นที่สงสัย
“กูสิเอาคืนมัน!”คำอาฆาตของขุนรณชัย
เมื่อพออสูรออกจากร่าง ก็รู้ได้ว่าตนเพลี่ยงพล้ำแก่า์ที่เล่นสกปรก
“ประมาทมัน บ่ได่เ้อ”
รับฟังทั้งหมด เทวีจามรกริ้วโกรธ
“เจ่าฮู้บ่ พ่อหลวงยัึเก่า”
เสียแผนซึ่งอุตส่าห์ลงมือนานนับแรมปี แม่หยัวเทวีแจ้งบอก
“มื้ออื่น สิเข้าหาอ์เพิ่น”
ไม่ปล่อยไว้แน่ ขุนรณชัยจะไปฟ้องเอาความต่อปุโหิตที่ทำให้ตนเป็นอย่างนี้
“เบิ่งตี้ เจ่าไหวบ่”
สายตาอาทรกับความอ่อนล้าทรุดโทรม
“ไหว บ่ไหวกะสิได่ลองเบิ่ง”
ตำแหน่งแค่เอื้อมถึง ประกอบบารมีสะสมไว้ทางขุนรณชัยไม่ยอมแพ้
จะมีใครมาแย่งไปง่าย ๆ โเาะผู้ั้บุโหิตา์
ห้ามัไม่ได้ความทะเยอทะยาน ้เผชิญู้้าในสักวัน
แสงเทียนไขวิบวับ ส่งให้พักตร์าชวนมอง
“ก่อนสิไป อ้ายขอจักบึด”
กำลังวังชาแทบไม่มี ยัิดแต่เรื่องนี้ช่างวางไม่ลงจริง ๆ
“อยากตายเร็ว ๆ ซำบ่เจ่า”
ยอกย้อนกับความสัปดน โดยไม่ได้ดูสังขารตัวเองบ้างเลย
“ตาย เป็นตายตั๊ว”
เหมือนอดอยากปากแห้งมานาน วัยใหญ่ล่วงกลานมาแล้ว
หากแต่ตัดขาดคงยาก จามรเทวีปลดสไบาจัดสนอง้การสงเคราะห์ให้
...เป็นวันที่มัน้มานั่งใต้ต้นขนุนสวนหลังบ้าน
ช่วงรอให้ท้าวเทศกลับมาจากเกณฑ์พลไปช่วยเหลือชาวบ้าน
มวลได้รับผลกระทบจากคันคู หนองถูกน้ำซัดขาด
เรื่องตลิ่งพังถล่มสายน้ำมูลไหลหลากก่อความเดือดร้อนหลายมณฑล
ถ้าไม่ติดที่้ให้ทำตัวเงียบ ๆ ไว้ก่อน าืคงออกไปด้วยกับท้าวเทศ
อันพอจะแบ่งเบาเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้บ้าง ระยะนี้ดูเหมือนจิตใจว้าวุ่นทั้งที่อยู่ว่าง ๆ
“คึบ่เห็นน้อ?”
ร่ำรี่ร่ำไรถามกับใจตัวเอนเดียว แลหารอบ ๆ ไร้วี่แวว
ก้มลงสำรวจพื้น อาจมีหวังได้พบเจออีกสักครั้ง
“มึงหาหยังหนิ บักาื”
ร้องทักขึ้น บักแปมันเิตามมาถึงสวน
“-่ามึง เพิ่นบ่แบักาืผู้เก่าเ้อ”
จำปาก็มาด้วย เอ่ยดักกับลักษณะคำพูดของบักแป
“โอ๊ะ ๆ ซั่นกะขมาพ่ะย่ะค่ะ”
เปลี่ยนสีทัน บักแปรู้มารยาทขึ้นเพราะได้รับการอบรม
ช่วงระยะอาศัยในเื ภรรยาเจ้าบ้านามาลา
พาให้เรียนรู้ธรรมเนียมเกี่ยวกับชั้นสถานะ จึงสมควรได้เรียกขาน
แรกไม่คุ้นชิน บารั้งาือยู่ตามลำพังกับผองสหาย
ยังพูดภาษาชาวบ้านธรรมดาสื่อสารัไม่ถือยศถืออย่าง
แต่เนื่อวรปฏิบัติในวันหน้า บรรดาที่อยู่รอบกายเลยคิดเห็นเป็นเหมาะ
“เอ้า! คึท้วงจังซั่น เจ่ากะเว้าใหม่แมะจำปา”
หันมาบอกั บักแปขอโทษที่เรียกเช่นั้
“เออ ๆ อย่าถือเ้อเจ้าคะ”จำปายังพูดผิดพูดถูก
“คั่นยากหลาย กะเฮ็ดคือเก่าสา”
ทางาืแก้ปัญหาให้
“บ่ได่ ๆ”
ด้านบักแปส่ายหน้า“ขี้กลากสิกินหัวข้าน้อย พ่ะย่ะค่ะ”
มันถูกจับอบรมเป็นพิเศษ เนื่องต่อไปจะ้รับผิดชอบอีกหน้าที่
“แล้ว มีอิหยังหล่ะ?”
พูดแล้วบักแปมันคงไม่ฟัง จึงถามถึงการมา
“แนวว่า”
เปิดคำเท่าั้บักแปสะกิดจำปา“เจ่าบอกเองกะได่”
โดนขอร้องให้มาพูด เพราะอึดอัดที่ถูกแยกไปพักยังเืหลังบ่าวหญิงอาศัย
ตัวจำปาอยากมาอยู่ใกล้แถวพวกคุ้นเคย เลยจะย้ายกลับ
“ข่อย บ่มีม่องสิลง”
สารภาพกับสิ่งแวดล้อมปรับตัวไม่ค่อยทัน
แต่อย่างน้อยยังใช้ประโยคสุภาพ ต่างจากเมื่อก่อนมาก
“จังซั่น สิเว้ากับเฒ่าแม่ให้เ้อ”
ฐานะสมบุกสมบันมาด้วยั าืรับเอาความสำคัญเพื่อนพ้อง้ได้สบายใจ
พื้นเพนิสัยจำปา อันเคยรู้มาก่อนคงพูดกับมารดาอ์หญิาระปง
“ป่ะ บาดหนิ”บักแปรีบเอ่ยชวน
“จักสิฟ้าว หยัง”ฝั่งจำปาบ่นขืน
ขั้นได้ลากแขนปลีกออกมา ด้วยเห็นแววตาที่มองาืของจำปา
พ้นบริเวณบักแปตัดสินใจถาม ๆ
“เจ่าคึดจังได๋? กับข่อย”
ที่แท้มันอยากฟังให้ชัดไปเลย
“ฮ่วย! บักอันหนิ”
สะบัดหลุดจำปาถอยห่าง
“เว้ามาโลด”
บักแปเร่งรัดที่ผ่านมา เคยเห็นมันอยู่ในสายตาหรือไม่
สู่ช่วงวัยรุ่นมักมีเรื่อวามรักเข้ามาให้ได้วุ่นวาย
“กูลิโตนมึง กะซำนั่น”
แสดงว่าจำปา พอดูออกถึงการกระทำทั้งหมดเป็นบักแปที่มีใจฝ่ายเดียว
“บ่ใจอ่อนแหน่บ้อ?”
แอบผิดหวัง บักแปถามย้ำ
“บ่มีทาง”
ยืนยันหนักแน่น จำปาไม่ไว้หน้าเพราะตลอดมายัิดกับบักาื
ติดนายอนันต์ผู้พ่อเป็นเหตุ นำขบวนเกลือสินค้าเพื่อพาคนมาตาย
กลายเป็นสิ่งลำบากใจให้้เก็บซ่อน จนไม่กล้าแสดวามรู้สึกข้างใน
สำหรับบักแป ยอมรับเห็นความดีที่มันทำ จำปาไม่ได้รังเกียจใด
“จำไว้ อีกบ่โดนข่อยสิบอกอีพ่อ อีแม่ไปขอเจ่า”
คำบักแปพูดบอกล่วงหน้า ท่าทีโกรธเิหนี
“มึงอย่าคึด สิได่เป็นผัวกูง่าย ๆ”
ร้องตะโกนตามหลัง จำปาชวนทะเลาะ
...“จักอีหยัง คู่หนิ”
เสียงพึมพำบนต้นไม้ มีคนได้ยินบทสนทนาเข้า
ปลีกวิเวกหลบจากศาลาเื รจนาชอบอยู่ตามลำพัง
ฉวยหนีบตำรามาอ่าน นิสัยสันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร
ยิ่งช่วงนี้ มารดาเข้มงวดจน้มีดื้อต่อต้านกับความประส์ของผู้ใหญ่
ถนอมตนไว้อยู่ในเือย่างเดียว อันงานเย็บปักถักร้อย
หรือเรื่องปรุงอาหาร เธอพอทำได้ปานกลาง
หากทางมารดาเน้นเคี่ยวเข็ญให้เป็นหญิงที่ครบพร้อม
พลอยเบื่อหน่าย คราวสบโอกาสรจนาลอบเข้าสวน
หาช่องอิสระ ปีนป่ายต้นไม้ซ่อนตัวอ่านตำราหาความรู้ในหนังสือ
ตั้งแต่มีกลุ่มคนเข้ามาอาศัยในชายคาหลักเขตบิดาอุปถัมภ์
เลยกลายเป็นว่า รจนาไม่สะดวกใจนักประเด็นจะไปไหนมาไหน้ระวัง
เกรงมีคนเห็นในพฤติกรรม แล้วนำไปฟ้องถึงหูผู้เป็นแม่
ซึ่งไม่ใช่เรื่องร้ายแรงแต่อย่างใด หากแต่มารดาคงบัับเจียดเอาเวลามาทอผ้า
นั่นสิคือปัญหาโดยไม่ได้ชอบนัก สำหรับการเติบโตขึ้น้หัดที่จะเรียนรู้
ถือเป็นธรรมดา รจนาไม่บ่ายเบี่ยงถ้าเป็นสิ่งต้นถนัด
ครั้งโดนเคร่รัด เลยลอบเข้าสวนหาเรื่องสนุกทำ
เหมือนหนนี้ ต้นไม้มีเปลแขวนผูกงีบหลับกลางวัน
...ลุเข้าสิบวันท้าวเทศกลับมา บรรดาเมียรวมตัวับนเืใหญ่
ต่างอวดฝีมือทำกับข้าวกับปลา ยกสำรับจัดประชัน
อุทัยวรรณเธอถือมาบอกเรื่องยินดี ตั้รรภ์อ่อน ๆ
“มาทายั สิญิงรึพ่อชาย”
หลังจากกินข้าวเสร็จพอได้ฟัง ท้าวเทศเอ่ยขึ้น
“ข่อยว่าผู้ชายคัก ๆ”
มาลาเห็นมาทางนี้ เพราะลักษณะตอนที่ามีูาหล้าบักสาโจน์
ช่าล้ายั ใบหน้าฝ้าผุดไม่เกลี้ยงเกลาทั้งชอบกินเผ็ด
“แม่ญิงตั๊ว เอื้อย”
วัลภาเอ่ยบ้าง ต่าวามคิดเสนอยกอ้าง
“ไสรจนา มีไผเห็นบ่?”
พลันท้าวเทศถามหาลูกสาว ที่เกิดกับมาลาเมียแต่นแรก
“คึสิอัค แต่ในฮ้องกะพ่องนั่น”
คำอีแววตาเมียบ่าวพูด ดุจเจือตำหนิในมารยาท
“ไผเว้า!”
ปรากฏตัวก้าวเิออกมา รจนาถือถาดวางถ้วยใส่ลูกตาลเชื่อมยื่นบิดา
“ลูกมัวแต่เฮ็ดของหวาน ในครัวอยู่”
ความรู้สึกตอนได้อุ้มลูกสาวครั้งแรกในอ้อมกอด ก่อท้าวเทศเต็มเปี่ยมคำว่าพ่อ
“ป๊าด ๆ ลูกกู”
ชื่นชมกับสิ่งที่ทำให้ ท้าวเทศตักกินจนหมดถ้วย
มีผู้แอบน้อยใจ โดยแววตาอุตส่าห์ได้บุตรชายสืบสกุลผัวตั้งสอน
ยังไม่สามารถลดความรักใคร่เอ็นดู ชนิดออกหน้าออกตา
รจนาลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ที่ท้าวเทศตามใจสารพัด
ขั้นขัดภรรยาไม่ให้มาลาเคร่รัดกับลูกนัก ค้านเรื่อง้เก่งเป็นแม่ศรีเื
ท้าวเทศมองถึงภายภาคหน้า ไม่จำเป็นสำหรับของพวกนี้
ความรู้ต่างหากที่ควรติดตัวไว้ให้มาก ส่วนเรื่องอื่นไม่เน้นขอเพียงทำได้เท่าั้
เลยเข้าัเป็นปี่เป็นขลุ่ยของพ่อกับลูก ส่งเสริมด้านศึกษาอ่านตำรับตำรา
มาทางนี้ดีแล้วตามความเห็นฝ่ายบิดา ซึ่งอาจ้ได้ใช้ในยามสำคัญ.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??