เรื่อง Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

ติดตาม
ตอนที่ 03 - ไม่ยอมคน
ตอนที่ 03 - ไม่ยอมคน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่3 –ไม่ยอมคน

เมื่อวันจันทร์มาถึง พันธกรก็แต่งตัวด้วยชุดเครื่องแบบนักเรียนเพื่อเตรียมจะไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนประจำอาณาเขต เขาสะพายกระเป๋าออกไปจากบ้านแล้วก็ล็อกกลอนประตู ก่อนจะเดินตามเด็กคนอื่นๆ ไป ที่มุ่งหน้าเข้าสู่โรงเรียนเช่นกัน เมื่อเขามาถึง เขาก็ตรงเข้าไปในโรงอาหารพอดี แล้วก็ซื้อข้าวราดแกงกิน ข้าวกับกับมีอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นและราคาก็ถูก ในอาณาเขตไม่ค่อยจะมีอาหารมากเท่าใดนัก

ขณะเขากินข้าว วรรณสาก็เดินมาพอดี เมื่อเธอเห็นพันธกร เธอก็ร้องเรียกอย่างยินดี “พัน!” เธอเรียกเขา พันธกรเงยหน้าจากจานข้าวที่มีอยู่น้อยนิด ก่อนจะเห็นวรรณสา

“อ้าว? สา มาเช้าจังเลยนะ นี่มันเพิ่งจะ...” เขาพลิกดูนาฬิกาข้อมือของเขา “หกโมงเช้าเอง”

“แหม พันก็มาเช้าเหมือนกันนั่นแหละ” วรรณสาบอก “ขอนั่งด้วยคนนะ เดี๋ยวสาไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกินก่อน”

ชามของวรรณสาก็เล็กเช่นกันและราคาก็พอๆ กับจานข้าวของพันธกร ในอาณาเขตที่ไม่มีอาหารมากแบบนี้ ชาวบ้านต่างต้องปลูกผักเลี้ยงสัตว์เอาไว้กินเอง การจะออกไปหาอาหารนอกอาณาเขต เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แน่ๆ

“พันทำการบ้านเมื่อวันศุกร์เสร็จหรือยัง?” วรรณสาถาม และเธอก็รู้สึกผิดขึ้นมา เมื่อคิดว่าไปตอกย้ำเขาว่าวันศุกร์ แม่เขาโดนถวายเป็นเครื่องสังเวย เธอเลยรีบเอ่ยออกมา “เอ่อ สาขอโทษ สาไม่น่าถามถึงวันนั้น...”

“ไม่เป็นไร” พันธกรบอกออกมาอย่างสบายใจ “พันพอจะทำใจได้แล้ว พันสัญญากับแม่ไว้แล้ว เพราะฉะนั้น พันจะสู้ ส่วนเรื่องการบ้าน เอ่อ ยังไม่ได้ทำเลย”

“อ๋อเหรอ?” วรรณสาโล่งใจที่ไม่โดนเขาโกรธ แล้วเธอก็ถามว่าการบ้านวิชาไหนที่เขายังไม่ได้ทำ เขาก็บอกออกไป

“ภาษาอังกฤษน่ะ” เขาพูดออกมา “ได้ยินว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลใช่ไหม? ใช้ติดต่อกันทั่วโลก ตอนที่โลกของเรายังไม่ถูกยึดครองโดยไอ้พวกนั้นน่ะ” เขาถามวรรณสา “แต่เราเรียนภาษาอังกฤษไปก็เท่านั้นเอง ไม่มีโอกาสได้ใช้คุยกับชาวต่างชาติหรอก”

“แต่มีวิชาติดตัวไว้ก็ดีนะ” วรรณสาบอก แต่พันธกรส่ายหน้าออกมา

“เราออกไปจากอาณาเขตไม่ได้ สาก็รู้ดี แล้วจะเอาภาษาอังกฤษไปใช้ทำอะไร?” เขาพูดออกมา วรรณสาก็พูดอะไรไม่ออก ในตอนนั้นเอง ปฏิคมก็ปรากฏตัวขึ้น เมื่อเขาเห็นพันธกรอยู่กับวรรณสา ก็รู้สึกเจ็บปวดใจลึกๆ แต่ก็เดินเข้ามาหา

“ไอ้พัน สา” เขาทักทายเพื่อนทั้งสองคน “มาเช้ากันจังเลยนะ”

“พอดีมันไม่อยากนอนแล้วว่ะ” พันธกรบอกออกมา “ก็เลยออกมาจากบ้านเลย... เออ แกจะกินอะไร?”

“ก็พวกข้าวราดแกงนั่นแหละ” ปฏิคมตอบกลับมาและถามพันธกรกลับ “แก...ทำใจได้แล้วเหรอวะ?”

“นี่ คม” วรรณสาดุใส่เขาอีกครั้ง “ไปถามแบบนั้นได้ยังไง?”

“อ้าว?” ปฏิคมถึงกับงุนงงที่วรรณสาต่อว่าเขาแบบนั้น เขาพูดอะไรผิดไปหรือ? แค่ถามว่าพันธกรทำใจได้หรือยังเท่านั้นเอง? หรือมันจะเป็นการตอกย้ำพันธกรให้หวนคิดถึงเรื่องแม่อีกครั้ง?

“ไม่เป็นไรหรอกสา อย่าไปว่าไอ้คมมันเลย” พันธกรรู้สึกสงสารเพื่อน เขาเลยบอกกับวรรณสาแบบนั้น และหันมาทางปฏิคม “ทำใจได้แล้วสิวะ ไม่งั้นไม่มาเรียนหรอก”

“เออ ก็ดีแล้ว ที่แกกลับมาเป็นพันธกรคนปกติซะที” ปฏิคมว่าแล้วเดินไปซื้อข้าวราดแกง ในโรงอาหารเล็กๆ นี่ มีร้านเพียงห้าร้านเท่านั้น แล้วก็มีร้านขายเครื่องดื่ม ปฏิคมเอาจานมาวางรอบหนึ่งก่อน ก่อนจะไปซื้อน้ำมาให้ทั้งพันธกรและวรรณสาที่นั่งกันบนเก้าอี้

ทั้งสามคุยอะไรกันไปเรื่อยๆ และพอกินข้าวเสร็จ พันธกรก็จะเดินเอาจานไปเก็บ แต่บังเอิญเดินชนกับใครเข้าพอดี อีกฝ่ายเป็นผู้หญิง เขาชนเธอจนน้ำจากชามก๋วยเตี๋ยวของเธอหกใส่เสื้อเครื่องแบบนักเรียนของเธอเอง ทำเอาเธอถึงกับแผดเสียงร้อง

“ระวังหน่อยสิ!มีตาหรือเปล่า!?เสื้อฉันเลอะหมดเลย” ฝ่ายเด็กสาวที่น่าจะมีอายุมากกว่าเขาหนึ่งปีตวาดใส่ พันธกรรีบขอโทษและจะอาสาเอาผ้าเช็ดให้ แต่เด็กสาวคนนั้นบอกว่าไม่ต้อง แล้วก็เดินสะบัดหน้าหนีไปเลยอย่างอารมณ์เสีย

“อะไรวะ?” ปฏิคมที่ยืนอยู่ด้านหลังพันธกรเอ่ยขึ้นอย่างงงๆ “เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องตวาดเลยเหรอ?”

“ฉันผิดเองแหละ” พันธกรถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอาจานไปเก็บ ส่วนด้านฝ่ายเด็กสาวคนนั้น หรืออีกชื่อคืออัมพรเธออยู่ชั้นม.ห้าแล้ว เธอเดินถือชามก๋วยเตี๋ยวมานั่งลงที่โต๊ะที่เพื่อนสาวของเธอนั่งอยู่ด้วย

“เป็นอะไรแก? วีนอีกแล้วเหรอ?” เพื่อนสาวคนหนึ่งถามเธอ อัมพรก็ตอบออกไป

“ก็เออน่ะสิ เด็กบ้าอะไร? จู่ๆ มาเดินชน ดูสิ เลยทำเครื่องแบบนักเรียนของฉันเลอะเทอะไปเลย” อัมพรบ่นออกมา ส่วนเพื่อนของเธอก็ตอบอย่างเหนื่อยใจ

“เลอะเดี๋ยวก็ซักได้ แกจะโมโหทำไม?”

“โอ๊ย!ไม่พูดละ” อัมพร สาวชั้นม.ห้าผู้ใจร้อนพูดขึ้น “กินก๋วยเตี๋ยวให้อร่อยดีกว่า”

แล้วเวลาแปดโมงก็มาถึง นักเรียนระดับชั้นตั้งแต่ม.หนึ่งถึงม.หกต่างมาเดินเข้าแถวกันที่สนามฟุตบอลในโรงเรียน หลังจากทำพิธีเคารพธงชาติ สวดมนต์แล้ว อาจารย์ก็ขึ้นมาอบรมอะไรนิดหน่อย พันธกรหาวออกมาอย่างง่วงนอน ทั้งที่เมื่อคืนเขาก็นอนไม่ดึก แต่ไม่รู้ทำไมถึงง่วงก็ไม่รู้? แล้วพออาจารย์กล่าวอะไรเสร็จ ก็ปล่อยเด็กขึ้นชั้นเรียน พันธกร ปฏิคมจึงลุกยืนขึ้นเดินนำพวกเด็กผู้หญิงไปก่อน พวกเขาเข้าไปในห้องเรียนของเขา

คาบแรกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่ปฏิคมชอบ เพราะเขาชอบการคำนวณ แต่ก็นั่นแหละ เรียนไปก็ไม่ได้ใช้อะไร เขาไม่เห็นจะมีประโยชน์เลย แต่เพราะมันเป็นวิชาที่เขาสนุก เขาเลยชอบที่จะเรียน ส่วนพันธกร เขาก็ถนัดวิชานี้เหมือนกัน แล้วก็คิดเหมือนปฏิคมว่าเรียนไปก็ไม่ได้เอาไปใช้ทำอาชีพอะไรในอนาคต

ปฏิคมย้ายจากที่นั่งข้างๆ วรรณสา มานั่งคู่กับพันธกรตั้งแต่คาบแรก เมื่ออาจารย์สอนเสร็จและออกไปแล้ว ขณะรอให้อาจารย์อีกคนเข้ามาสอนวิชาต่อไป ปฏิคมก็เอ่ยขึ้นกับพันธกรขึ้น

“แกเก่งนะ ทำใจได้เร็วดี” เขาบอก “ถ้าเป็นฉัน ถ้าเสียแม่ไปอีกคน ฉันคงเคว้งแน่”

“หา? คนกล้าหาญเข้มแข็งอย่างแกนี่เหรอจะเคว้งคว้าง?” พันธกรหันมาถามเพื่อนกลับ “ฉันคิดว่าแกน่าจะทำใจได้เร็วกว่าฉันอีกนะ”

“บ้า ถึงฉันจะเข้มแข็งก็จริงแต่ก็มีจุดที่อ่อนไหวเหมือนกัน” ปฏิคมบอก “นี่ไม่รู้ว่าสัปดาห์หน้าจะเป็นใครที่จะต้องถูกเป็นเครื่องสังเวยให้ไอ้พวกเอไอนั่น”

แล้วอาจารย์ก็เข้ามาสอน พันธกรและปฏิคมจึงหยุดคุยกัน แล้วเตรียมหนังสือขึ้นมาเรียน อีกทางด้านหนึ่ง ที่ริมบันได มีเด็กหนุ่มชั้นม.หกสองคน กำลังยืนคุยกันอยู่นอกห้องเรียน ในช่วงที่รออาจารย์มาสอน เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ไว้ผมทรงสกินเฮดแล้วก็จุดบุหรี่ขึ้นสูบ เขาพ่นควันออกมาทางจมูกแล้วยื่นบุหรี่ให้เพื่อนสนิทร่วมห้องและร่วมระดับชั้นเดียวกัน แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ

“โธ่ ไอ้กรพล” เด็กหนุ่มที่ไว้ผมทรงสกินเฮดพูดขึ้น “แล้วแกจะติดใจ ลองดูดหน่อยสิ”

“ไม่เอาหรอก” ฝ่ายเด็กหนุ่มชั้นม.หกที่ชื่อกรพลก็บอกออกมาพลางส่ายหน้า ฝ่ายเด็กหนุ่มอีกคน เขาชื่อว่าเอกราชกำลังสูบบุหรี่นอกห้องเรียนอย่างสบายอารมณ์

“โธ่เอ๊ย ไอ้เด็กดี” เด็กหนุ่มที่ชื่อเอกราชว่าขึ้นมา “แกมาเป็นเพื่อนฉันได้ไงวะเนี่ย? งงจริงๆ”

“ฉันก็งงพอๆ กันกับแกนั่นแหละ” เด็กหนุ่มชื่อกรพลบอก เขาไว้ผมสีดำตัดรองทรงสูง เขาพูดกับเอกราชแล้วก็หันไปทางห้องเรียนก็พบว่าอาจารย์มาแล้ว เขาเลยบอกให้เอกราชเอาบุหรี่ทิ้งไป แล้วเข้าห้องเรียนเสีย

“ใครจะเข้า เรียนไปจบมาก็ไม่เห็นจะได้ทำอะไรเลย” เอกราชยังคงสูบบุหรี่ต่อไป ฝ่ายกรพลก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจกับเพื่อนสนิทคนนี้

“แล้ววันนี้จะมีเรื่องกับไอ้ชัยวัฒน์ไหมเนี่ย?” กรพลถามขึ้นมาแล้วก็พูดต่อ “นี่ แก พอเถอะ สงสารไอ้วัฒน์มัน มันอยู่ชั้นม.ห้า ต่ำจากเราไประดับหนึ่งนะ”

“ทำไมต้องไปสงสารมันด้วย? มันเป็นญาติแกเหรอ?” เอกราชพูดหน้าตาเฉย “ฉันชอบแกล้งมัน แหม ก็มันท่าทางน่าแกล้งดีออก”

กรพลถึงกับถอนหายใจอีกเฮือก ก่อนจะบอกกับเพื่อนสนิท “แกหยุดหาเรื่องกับคนอื่นบ้างก็ไม่มีใครว่านะเว้ย”

“ทำยังไงได้ ก็สันดานมันเป็นแบบนี้ พ่อก็จะฆ่าฉันอยู่ทุกวันแล้ว บอกอยู่นั่นแหละว่าให้ทำตัวดีๆ” เอกราชพ่นควันออกมาจากจมูกอีกหน ทำเอากรพลรู้สึกพะอืดพะอมกลิ่นบุหรี่ แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพื่อนสนิท

“ที่พ่อแกพูดก็มีเหตุผลนะ เพราะแกชอบไปหาเรื่องคนอื่น จนคนเขากลัวแกไปหมด” กรพลบอก ฝ่ายเอกราชได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะร่า

“จริงดิ?” เขาถามกรพล “มีแต่คนกลัวฉันเหรอ? แล้วแกกลัวฉันด้วยหรือเปล่า? ไอ้พล?”

“ไม่กลัวเว้ย” กรพลตอบทันที “ฉันโชคดีที่ได้แกมาเป็นเพื่อน ฉันไม่กลัวแกหรอก”

เอกราชพึงพอใจกับคำตอบของกรพล เอกราชเป็นนักเลงขาใหญ่ประจำโรงเรียนในอาณาเขต ไม่มีใครไม่รู้จักเขา เขาชอบหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับนักเรียนคนอื่นๆ เสมอ ทั้งระดับเดียวกัน ไม่ก็ระดับต่ำกว่า แล้วก็ไม่มีใครกล้าสู้กับเขาสักคน เพราะรู้ดีว่าเขาเก่งเรื่องการต่อสู้ ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน? แต่ถ้าใครเป็นเพื่อนของเขาจะโชคดี เพราะเขาจะดูแลปกป้องเพื่อนของเขาเป็นอย่างดี

“เออ ตอบแบบนี้ ค่อยยังชั่ว” เอกราชบอก “ขืนแกตอบอย่างอื่น...”

“ทำไมเหรอ?” กรพลถามขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาเอกราชถึงกับตกใจเหมือนกัน เขาก็พอรู้ว่าเพื่อนที่ชื่อกรพลคนนี้ก็ร้ายไม่เบา เก่งเรื่องต่อสู้เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ชอบหาเรื่องคนอื่นเหมือนเขาเท่านั้นเอง กรพลเป็นคนเดียวที่เอกราชไม่อยากต่อกรด้วยเท่าไหร่

“ไม่มีอะไรหรอก” เอกราชบอก “แกก็เข้าไปเรียนสิ อาจารย์เข้าห้องไปแล้ว ส่วนฉันขอโดดดีกว่า”

กรพลได้ยินอย่างนั้น เขาเลยเดินกลับเข้าห้องเรียนไป ส่วนเอกราช เขาตัดสินใจเดินลงบันไดไปชั้นล่าง แล้วก็บังเอิญเจอกับชัยวัฒน์เข้าพอดี ชัยวัฒน์เป็นคนที่เอกราชชอบกลั่นแกล้ง เขาเป็นเด็กหนุ่มชั้นม.ห้า แต่ตัวเตี้ยแล้วก็ขี้ขลาด ไม่กล้าสู้คน เอกราชเดินเข้ามา ฝ่ายชัยวัฒน์ที่ยังมองไม่เห็นเขา ก็เผลอเดินชนกับเขาขึ้นมา

“เฮ้ย!” เอกราชพูดเสียงดังออกมา ทำเอาชัยวัฒน์ตื่นตระหนกตกใจ เขารีบก้มหน้าลงต่อหน้าเอกราชที่สูงกว่าเขามาก พร้อมกับขอโทษด้วยเสียงสั่นเครือ

“ขะ ขอโทษ เรา...ไม่ได้ตั้งใจ” ชัยวัฒน์ว่าออกมาเสียงสั่น ฝ่ายเอกราชก็กระชากคอเสื้อชัยวัฒน์ขึ้นมาทันที ทำเอาเขาตัวลอยขึ้นมาเลย

“ไม่ได้ตั้งใจ-่าอะไร!?ตั้งใจเดินชนฉันแท้ๆ” เอกราชขู่อาฆาตออกมา ฝ่ายชัยวัฒน์ก็บอกว่าไม่รู้เรื่องจริงๆ ในตอนนั้นเอง ก็มีเด็กสาวชั้นม.หกคนหนึ่งเหมือนกันเดินเข้ามา และพอเห็นเอกราชกำลังจะทำร้ายชัยวัฒน์ เธอก็บอกให้เขาหยุด

“นี่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เด็กสาวคนนั้นว่า เธอไว้ผมสั้นสีดำประบ่า “ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้ นายจะไปหาเรื่องเขาทำไม?”

“อ้าว? แล้วมาเสือกอะไรด้วยล่ะ? ยัยพุทธา” เอกราชด่าอย่างไม่ไว้หน้า ทำเอาเด็กสาวหรืออีกชื่อหนึ่งคือพุทธาต้องยืนเท้าเอวอย่างเอาเรื่อง

“ไม่เสือกไม่ได้หรอก” พุทธา สาวผู้กล้าหาญบอกออกมา เธอไม่ได้เกรงกลัวเอกราชเลย “นายเอาแต่หาเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนอื่นทำไม? ที่บ้านไม่มีความสุขหรือยังไง?”

เอกราชถึงกับโกรธจัด เขาผลักชัยวัฒน์ออกไป ชัยวัฒน์เฝ้ามองดูสถานการณ์อย่างหวั่นๆ เมื่อเห็นเอกราชเดินไปหาพุทธา ส่วนฝ่ายพุทธาก็ยังยืนเท้าเอวอยู่ ไม่ได้กลัวเอกราชเลย

“ปากดีนักนะ” เอกราชชี้นิ้วไปที่พุทธา ฝ่ายพุทธาก็เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว

“ฉันไม่ยอมปล่อยให้นายทำอะไรตามใจชอบหรอก” พุทธาบอกออกมา เอกราชเงื้อแขนจะใช้หมัดต่อยเธอ แต่พุทธาใช้วิทยายุทธ์ที่เคยเรียนมา คว้าแขนของเอกราชไว้ได้แล้วก็จับเขาเอาแขนของเขาไขว้หลัง เอกราชร้องออกมาอย่างเจ็บปวด พุทธาเลยใช้เท้าถีบหลังเอกราชจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น

“พี่พุท!!” ชัยวัฒน์ร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นเอกราชนอนอยู่บนพื้นปูน ฝ่ายเอกราชโกรธจนแทบจะระเบิดออกมาแล้ว เขารีบลุกขึ้นหวังจะเข้าไปทำร้ายเธอ แต่พุทธาสะบัดมีดพกออกมา แล้วเอาจ่อต่อหน้าเอกราช ทำเอาเขาถึงกับหยุดไปทันที

“ลองเข้ามาสิ” พุทธาขู่เอกราชเอาไว้ “ฉันเฉือนหูแกทั้งสองข้างแน่ อย่าหาว่าไม่กล้านะเว้ย ฉันเอาจริงนะ”

เอกราชถึงกับรู้สึกกลัว พอคิดได้เช่นนั้น เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเสียศักดิ์ศรีเหลือเกินที่มากลัวเด็กผู้หญิง เขาเลยส่งเสียงเฮอะ!’ออกมา ก่อนจะเดินออกไปทางอื่น พุทธาเห็นดังนั้นจึงเก็บมีดพกลง

“พี่พุท” ชัยวัฒน์เดินเข้ามาหาเธอที่เป็นรุ่นพี่ของเขาปีหนึ่ง “ไปทำอย่างงั้นได้ไง? เดี๋ยวก็โดนเล่นงานทีหลังหรอก เอกราชร้ายกาจจะตาย พี่ก็รู้”

“อ๋อ พี่รู้สิ” พุทธาเก็บมีดพกใส่กระเป๋ากระโปรง “แล้วพี่ก็ไม่กลัวมันด้วย”

ชัยวัฒน์ถอนหายใจออกมา ก่อนจะบอก “พี่ไม่น่ามาช่วยผม ขืนพี่โดนทำอะไรไปด้วย ผมจะทำยังไง?”

พุทธาส่งยิ้มให้กับชัยวัฒน์ ก่อนจะพูดออกมา “นี่วัฒน์ก็เป็นห่วงพี่เหมือนกันเหรอ?”

“เป็นห่วงสิครับ!” เขารีบตอบออกมา แล้วก็ถอนหายใจ “แต่ผมรู้ว่าพี่พุทเข้มแข็งและกล้าหาญ ไม่เหมือนผมที่อ่อนแอและขี้ขลาดมากเกินไป”

“ก็พยายามทำตัวให้เข้มแข็งเข้าไว้บ้างสิ ใครมาแกล้งจะได้ตอกกลับได้” พุทธาแนะนำให้เขาฟัง “เออ แล้วนี่จะไปไหนเหรอ?”

“จะเอาสมุดการบ้านไปส่งที่โต๊ะอาจารย์น่ะครับ” ชัยวัฒน์บอกออกมาแล้วก็กำชับกับเธอ “พี่พุท อย่าไปยุ่งกับคนอย่างเอกราชเลย จะไม่ดีเอา”

“ก็บอกแล้วไงว่าพี่ไม่กลัวมันหรอก” พุทธาที่ตัดผมสั้นประบ่าพูดขึ้น “ลองมาทำอะไรพี่ดูสิ พี่จะตอบให้อย่างแสบสันต์เลยทีเดียวเชียว”

ชัยวัฒน์ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะบอก “ขอบคุณพี่พุทมากครับที่ช่วยเหลือผม ผมขอเข้าไปในห้องอาจารย์ก่อนนะครับ”

“อืม เชิญเลย” พุทธาหลีกทางให้เขา ชัยวัฒน์ยิ้มให้เธอนิดหน่อย ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องพักอาจารย์ แล้วก็เอาสมุดไปวางบนโต๊ะ พอออกมาจากห้องแล้ว ก็ยังเห็นพุทธายืนอยู่ที่เดิม

“อ้าว? แล้วพี่ไม่ไปไหนหรือครับ?” ชัยวัฒน์ถาม พุทธาก็เลยบอก

“ก็รอน้องอยู่นี่แหละ”

ฝ่ายชัยวัฒน์ก็ดูจะงุนงง เขาถามออกมาอีกรอบ “จะรอผมทำไมครับ?”

“ก็...” พุทธาพยายามหาข้อแก้ตัว แล้วเธอก็คิดได้เลยบอกชัยวัฒน์ออกไป พอชัยวัฒน์ได้ยินอย่างนั้นก็หมดความสงสัย เขาชวนพุทธาให้ไปขึ้นเรียนด้วยกัน ซึ่งพุทธาก็เดินตามเขาขึ้นบันไดไป แล้วพอแยกกันที่ชั้นสี่ พุทธาก็มองดูชัยวัฒน์ที่เดินเข้าห้องเรียนไปอย่างเรียบร้อย

“จะให้บอกได้ยังไงล่ะ?” พุทธาพูดเมื่ออยู่คนเดียวแล้ว “ว่าเราชอบน้องวัฒน์”

พุทธาถอนหายใจให้ตัวเอง ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปอีกชั้น เพื่อจะเข้าห้องเรียน อีกทางด้านหนึ่ง เมื่อเวลาพักเที่ยงมาถึง พันธกร ปฏิคมและวรรณสาก็เดินมาที่โรงอาหารเล็กๆ อีกครั้ง แล้วก็สั่งซื้อข้าวกินกัน

“นี่ เราไปนั่งกินหลังโรงเรียนดีไหม?” วรรณสาชักชวนทั้งสองหนุ่ม “ในโรงอาหารทั้งร้อนทั้งแคบ ไปหลังโรงเรียนดีกว่านะ”

“ถ้าสาต้องการแบบนั้น ก็ได้” ปฏิคมยิ้มให้เธอ วรรณสาก็ยิ้มให้ปฏิคมเหมือนกัน ก่อนจะหันไปหาพันธกร

“ไปเถอะ พัน” แล้วเธอก็จับมือเขาออกไปด้วยกัน ปฏิคมที่เดินอยู่ด้านหลังก็เฝ้ามองอย่างเจ็บปวดใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทั้งสามคนมานั่งกินข้าวกันที่โต๊ะหลังโรงเรียน ปฏิคมตักข้าวกินเข้าไป พันธกรก็เช่นกัน

“หวังว่าวันนี้คงไม่เจอเจ๊คนนั้นอีกแล้วนะ” จู่ๆ ปฏิคมก็พูดขึ้นมา เขาหมายถึงอัมพรนั่นเอง แต่พันธกรงุนงงว่าปฏิคมพูดถึงใคร?

“ก็ยัยเจ๊ปากจัดนั่นไง เมื่อเช้าไง ที่แกชนเขาน่ะ” ปฏิคมบอก “ฉันก็เคยเห็นเขานะ แต่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่ท่าทางจะโตกว่าเราปีหนึ่ง”

“ขอโทษนะที่ปากจัด”

ปฏิคมถึงกับหันขวับไปทันที ก็เจออัมพรที่กำลังถือชามก๋วยเตี๋ยวเปล่าๆ อยู่ เขาเห็นเธอดังนั้นก็รีบขอโทษเธอ แต่ฝ่ายอัมพรกล่าวออกมาอีกอย่าง

“เพิ่งจะรู้สึกผิดเหรอ?” อัมพรว่าอย่างไม่ไว้หน้าปฏิคมเลย “เป็นผู้ชายแท้ๆ ปากจัดจัง”

ปฏิคมก็เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกันแล้ว เขาเลยลุกขึ้นและตัดสินใจสู้อีกฝ่ายไปเลย “พี่เองก็ปากจัดเหมือนกันนั่นแหละ แล้วทำมาว่าคนอื่นเขา”

“ตายแล้ว มารยาททรามจัง” อัมพรที่ยืนอยู่พูดขึ้น ในตอนนั้นเอง ก็มีกลุ่มเพื่อนสาวของเธอเดินเข้ามาด้วย ทั้งหมดถามว่าเกิดอะไรกันขึ้น?

“ก็นายนี่สิ มานินทาฉัน หาว่าฉันปากจัด” อัมพรฟ้องเพื่อนเรื่องปฏิคม ฝ่ายปฏิคมเองก็เลยฟ้องกลับบ้าง

“ก็ปากจัดจริงๆ นี่” ปฏิคมพูดออกมาเสียงเขียว “ปากแบบนี้ คงไม่มีแฟนหรอก ใช่ไหม?”

อัมพรเกือบจะปาชามก๋วยเตี๋ยวเปล่าๆ ลงพื้น แต่เธอก็ไม่ได้ทำ เธอแค่วางมันลงกับโต๊ะก่อนจะตะคอกใส่ปฏิคม “อย่ามาดูหมิ่นกันนะ!พูดอะไรระวังปากซะมั่ง!

“อ้าว? แสดงว่าเป็นเรื่องจริงน่ะสิ ถึงได้โกรธแบบเนี้ย?” ปฏิคมเห็นช่องทางด่าเลยด่าออกไปเลย “ผู้ชายคงกลัวกันหมดล่ะสิ ไม่มีใครมาจีบหรอก คนแบบนี้”

อัมพรจะเดินไปหาเรื่องปฏิคม พันธกรกับวรรณสาเองก็ได้แต่นั่งดูเหตุการณ์ด้วยใจหวาดหวั่น อัมพรจะเข้ามาทำร้ายปฏิคมแล้ว แต่เพื่อนๆ ของเธอรั้งตัวเธอเอาไว้ พร้อมกับบอกขอโทษปฏิคม

“ขอโทษที เพื่อนพี่มันก็ขี้วีนแบบนี้แหละ”

“แกจะไปขอโทษมันทำไม? มันนินทาฉันนะ!!” อัมพรพูดกับเพื่อน ฝ่ายเพื่อนๆ ของเธอก็พากันส่ายหน้า ก่อนจะลากอัมพรออกไปจากที่ตรงนั้นทันที ปฏิคมเลยนั่งลงที่โต๊ะเหมือนเดิม

“คมไม่น่าไปหาเรื่องเขาต่อ” วรรณสาว่าใส่เขา แต่ปฏิคมปฏิเสธออกมา

“คมไม่หาเรื่องไม่ได้หรอก คนแบบนี้” ปฏิคมกล่าว “จะปล่อยให้คมหูทวนลม แกล้งเป็นไม่ได้ยินคำด่า คมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก มันไม่ใช่ตัวของคม”

เขาว่าเสร็จก็ตักข้าวกินต่อ ฝ่ายพันธกรก็พอจะโล่งใจที่เพื่อนของเขาไม่มีเรื่องกับรุ่นพี่ ปฏิคมเป็นคนไม่ยอมใครจริงๆ แล้วก็เป็นคนกล้าหาญด้วย ต่างกับเขาลิบลับ

พอกินข้าวกันเสร็จแล้ว ทั้งสามก็เอาจานไปเก็บ จากนั้นก็ขึ้นชั้นเรียนต่อ ในคาบเรียนวิชาภาษาไทย พันธกรก็แอบคุยกับปฏิคมขึ้นมา

“แกบอกว่าเคยเจอพี่คนนั้นเหรอ?”

“หือ? พี่คนไหน?” ปฏิคมถามออกมา

“ก็พี่ที่แกทะเลาะด้วยไง” เขาบอก “จำไม่ได้เหรอ?”

“เออ เคยเห็นผ่านตามาบ้าง” ปฏิคมว่าออกมา “น่าเสียดายนะ หน้าตาก็ออกจะสวย แต่ปากจัดชะมัด”

“เออ ท่าทางเธอดูเอาเรื่องน่าดู” พันธกรว่าพลางขนลุกที่แขน “เป็นฉัน ฉันไม่กล้าสู้กับเธอหรอก”

“แกก็หัดทำตัวให้แข็งๆ ไว้บ้างสิวะ อย่าไปยอมคนอื่นเสียหมด” ปฏิคมแนะนำเขาขึ้นมา “มันเสียเปรียบน่ะ รู้ไหม?”

“ทำไงได้ ก็เกิดมาเป็นคนนิสัยแบบนี้นี่หว่า” พันธกรพูดเบาๆ เพราะกลัวอาจารย์จะได้ยิน ปฏิคมเลยถอยหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะบอก

“ยังไง ฉันก็จะดูแลแกไปจนตายกันไปข้างหนึ่งนั่นแหละ” ปฏิคมบอกยิ้มๆ กับพันธกร “ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนฉันทิ้ง ฉันไม่ทิ้งเพื่อนแน่นอน”

พันธกรได้ยินอย่างนั้น เขาก็ยินดีมาก เขาพูดกับปฏิคม “ขอบใจมากนะเว้ย ไอ้คม ฉันคิดไม่ผิดที่มีแกเป็นเพื่อน”

“เออ” ปฏิคมกล่าวกับเขายิ้มๆ “ฉันก็คิดไม่ผิดเหมือนกันที่มีแกเป็นเพื่อน”

ตอนต่อไป
ตอนที่ 04 - ผู้นำนักเรียน

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา