เรื่อง ระบบสังหารโชคชะตา ข้าเกิดมาเพื่อพิฆาตตัวเอกและวายร้าย
หลังจากที่ัาฝูงัเพลิงเาคู่จนหมดสิ้นลงไปในสนามรบกลางทุ่งโล่งของผืนป่าเทียนหมิง
เลือดของสัตว์อสูรย้อมผืนดินใ้กลายเป็นสีแดงฉาน เปลวเพลิงที่ลุกโชนในระหว่าารต่อสู้ค่อยๆมอดดับไปตามแรงลมเย็นยามย่ำบ่าย
ชายหนุ่มผู้ยืนท่ามกลางซากศพของอสูรทั้งหลายก็พลันฮัมเพลงเบาๆออกมาอย่างอารมณ์ดี ทำนองนั้นฟังดูรื่นหู หากแต่เมื่อคลอเคล้าไปกับฉากหลังที่เต็มไปด้วยซากเนื้อ เลือด และกลิ่นคาวที่ยังไม่จาง ก็ยิ่งแฝงความโหดเหี้ยมดิบเถื่อนอย่างมิอาจปฏิเสธได้
หลัวหยางสาวเท้าเดินเข้าไปหาซากของัเพลิงเาคู่ที่นอนแน่นิ่งบนพื้นทีละตัว กลิ่นไหม้และพลังหลงเหลือจากการัายังคงอบอวลไปทั่ว เมื่อเาใช้ปลายนิ้วกดลงไปบนหน้าผากของพวกมันในจุดที่เป็นตำแหน่งศูนย์รวมของพลังปราณ
ก่อนที่ผิวหนังในส่วนนั้นจะเปิดออกอย่างช้าๆ เผยใ้เห็นวัตถุคล้ายคริสตัลกลมเกลี้ยงขนาดเท่ากำปั้นเด็กที่ฝังลึกอยู่ภายใน
มันคือแอสูรเวทย์ องค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของสัตว์อสูร
เป็นจุดรวบรวมพลังทั้งหมดของร่าาย เปรียบได้กับหัวใจและจิตวิญญาณของพวกมัน
“ไม่เลว…”
ชายหนุ่มพึมพำพลางยกแอสูรเวทย์ขึ้นมาพลิกดูต่อหน้าต่อตา
แสงสีส้มขุ่นหม่นที่เปล่งออกมาจากภายในมันสั่นไหวเล็กน้อย สะท้อนใ้เห็นถึงพลังปราณที่บริสุทธิ์และเข้มข้นอย่างหาได้ยาก
แอสูรเวทย์ของัเพลิงเาคู่ แอสูรเวทย์เหล่านี้เอ็แสดงถึงตัวตนของสัตว์อสูรตนนั้นๆ
ทั้งความแข็งแกร่งและรากฐานพลังชีวิตที่สะสมมาตลอดอายุขัย!
เากล่าวกับเ ก่อนจะเก็บแอสูรแต่ละก้อนเข้าไปในแหวนมิติด้วยความระมัดระวัง
นอกจากจะสามารถนำไปใช้บ่มเพาะเพิ่มพลังปราณใ้แก่เได้โแล้ว แอสูรเหล่านี้ยังสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นแต้มคะแนนภายในนิกายได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอสูรของสัตว์อสูรระดับสองขึ้นไป
ซึ่งถือเป็นของล้ำค่าสำหรับศิษย์สายนอกและแม้กระทั่งศิษย์สายในบางส่วน
ขณะเดียวกันส่วนต่างๆของร่าายสัตว์อสูรเอ็มีมูลค่าสูงเช่นกัน
ทั้งหนังที่ใช้ทำเกราะ กระดูกที่นำไปหลอมเป็นอาวุธ หรือกระทั่งเนื้อที่มีคุณสมบัติฟื้นฟูพลังปราณได้ในระดับหนึ่ง
แต่ในหมู่ชิ้นส่วนทั้งหมดของัเพลิงเาคู่ แน่นอนว่าชิ้นส่วนที่มีค่ามากที่สุดย่อมไม่พ้นเาทั้งสองข้างซึ่งมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า และสามารถนำไปสร้างเป็นยุทธภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติธาตุไฟแฝงอยู่ภายใน
ทว่าในเวลานี้ หลัวหยาลับมิได้ใ้ความสนใจกับการชำแหละแยกชิ้นส่วนอย่างละเอียดนัก
เพราะมันเป็นกระบวนการที่ใช้เวลามากเกินไปกว่าที่เาจะยอมเสีย ชายหนุ่มจึงเพียงเก็บแอสูรเวทย์ที่สำคัญที่สุดแล้วตั้งใจจะละทิ้งทุ่งโล่งแห่งนี้เพื่อมุ่งหน้าลึกเข้าไปในส่วนที่อันตรายยิ่ว่าของผืนป่าเทียนหมิงโดยไม่ลังเล
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาออกไปพ้นบริเวณดัล่าวดี
ภายในไม่กี่อึดใจต่อมา เบื้องหน้าของหลัวหยา็พลันปรากฏแสงสายหนึ่งพุ่งวาบมาอย่างรวดเร็ว
เส้นแสงนั้นไม่ใช่แค่ความเร็วธรรมดา แต่เต็มไปด้วยพลังแห่งสายฟ้าที่เปล่งประกายวาบอย่างรุนแรง
ร่างนั้นขนาดใหญ่กว่าหกจั้งและยาวเป็นอย่างมาก ลำตัวบิดพันไปด้วยกล้ามเนื้อสีม่วงเข้มเป็นลายเกล็ดที่แน่นหนา และทุกตารางนิ้วของร่าายมันถูกห่อหุ้มไปด้วยกระแสสายฟ้าที่ส่งเสียงซู่ซ่าอยู่ไม่ขาด
“นั่นมัน..”
หลัวหยางเบิกตากว้างในชั่วพริบตา ขณะที่ม่านตาของเาสะท้อนภาพร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ร่างนั้นเคลื่อนที่ดุจพายุฟ้าคำราม แม้ยังมาไม่ถึง แต่แรดดันก็ถาโถมเข้าหาชายหนุ่มจนรู้สึกเหมือนร่าายจะถูกบีบอัดใ้แหลกสลายได้ทุกเมื่อ
“บัดซบ!”
เาคำรามขึ้นพร้อมกับย่อตัวลงและแผดเสียึกก้อง กระบี่หนักทั้งสองเล่มที่อยู่ในมือพุ่งออกไปข้างหน้าพร้อมกันในท่วงท่าป้อันอันเฉียบขาด แสระบี่ทั้งสองตัดผ่านอากาศพร้อมวิถีแห่ระบี่ที่เาใส่ลงไปอย่างเต็มกำลัง
“ปังงงงงงงงงงงง!”
การปะทะกันเกิดขึ้นในิาีถัดมา คลื่นกระแทกที่ถูกปล่อยออกจากการกระทบกันของพลังทั้งสองฝั่งรุนแรงยิ่ง
พื้นดินที่อยู่ใกล้จุดปะทะแตกระแหง ต้นไม้หักโค่นไปเป็นระยะกว่าสามจั้ง เศษหินและเศษดินปลิวกระจายเต็มฟ้า ส่วนร่างของหลัวหยา็ปลิวกระเด็นออกไปไกลนับสิบๆจั้ง เลือดสดๆไหลซึมออกจากมุมปากขณะพุ่งทะลุพงหญ้าและกลิ้งหลายตลบไปตามพื้น
ก่อนจะใช้ปลายกระบี่ตอกลับพื้นและตั้งหลักหยุดการถลาได้อย่างฉิวเฉียด กลิ่นไหม้จากสายฟ้าที่กระแทกยังคงติดอยู่ตามแขนเสื้อ
“ฟู่วววววววว!”
ในขณะเดียวกัน ร่างของสิ่งมีชีวิตตนนั้นซึ่งถูกฟาดสวนกลับด้วยพลังของเา หัวของมันก็ถูกแรงสั่นสะเทือน ลำคอแทบปลิวสบั้นออกจากร่างทันที ทว่าร่าายที่ยาวเป็นหลายสิบจั้งหนานั้นกลับดูเฉยชา ปราศจากอาการบิดเกร็งหรือแสดงความเจ็บปวดใดๆเลยซักนิด
หลัวหยางยืดตัวลุกขึ้นพร้อมกับจ้องมองร่างนั้นอย่างระมัดระวัง ความเงียบเข้าครอบงำบริเวณโดยรอบชั่วขณะหนึ่ง
สายตาของเายังคงจับจ้องไปยังงูยักษ์ที่ตายโดยไม่ดิ้น เาขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเปล่งเสียงอย่างไม่อยากเชื่อ
“สัตว์อสูรระดับสองขั้นกลาง... งูอสูรสายฟ้า?!!”
น้ำเสียงของเาเต็มไปด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่อาจกลบเกลื่อน
สิ่งที่ชายหนุ่มเผชิญอยู่ในตอนนี้มิใช่สัตว์อสูรทั่วไป หากคือสายพันธุ์หายากที่มีความเร็วสูงที่สุดในหมู่สัตว์อสูรระดับสอง และยังสามารถควบคุมพลังของสายฟ้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกกล่าวขานกันว่าหากได้สู้กับมันโดยประมาทแม้เพียงนิดเดียว ก็อาจตายโดยไม่ทันได้เห็นแม้แต่เงาของศัตรู
“กรรรจ์——!”
งูอสูรสายฟ้าส่งเสียงขู่ขึ้นในลำคออย่างเยียบเย็นและดุดัน มันเคลื่อนกายแผ่ลำตัวยาวใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีม่วงเข้มอันหนาแน่นเข้ามาใกล้หลัวหยางทุกขณะ จังหวะการเคลื่อนไหวนั้นไม่ต่างจากกระแสสายฟ้าที่ฉีกฟ้าอย่างดุร้าย
เมื่อเข้ามาในระยะที่เหมาะสม มันก็แผ่พลังปราณอสูรทั่วร่าายออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
ความหนาแน่นของพลังงานที่รวมตัวอยู่ภายในชั่วพริบตา ก่อกำเนิดกลุ่มก้อนสายฟ้าสีฟ้าแกมน้ำเงินราวกับอัสนีแห่งสวรรค์
และทันใดมันก็ยิงออกมาอย่างต่อเนื่องประหนึ่ง-่าฝนแห่งหายนะที่กระหน่ำเข้าหาชายหนุ่มจากทุกทิศทาง
“ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!”
หลัวหยางต้องวิ่งหลบการโจมตีเหล่านั้นอย่างทุลักทุเล พื้นดินที่เหยียบแทบระเบิดเป็นเศษดินเศษหินจากแรงปะทะของสายฟ้าที่พุ่งลงมาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่หรือหินแกร่งขนาดไหน
เมื่อสัมผัสเข้ากับพลังสายฟ้านั้นก็กลายเป็นเพียงฝุ่นละอองที่ปลิวหายไปในอากาศ
ชายหนุ่มกัดฟันแน่น พุ่งตัวไปมาท่ามกลางประกายสายฟ้าที่แผดเผาอากาศใ้แปรปรวนและสั่นสะเทือน
“เร็วมาก! โดนสายฟ้าของมันไปข้าอาจบาดเจ็บสาหัสได้เลย!”
เาคำรามในใจด้วยสัญชาตญาณที่ถูกผลักดันถึงขีดสุด
สายตาเพ่งมองหาโอกาสเข้าใกล้จุดอ่อนของสัตว์อสูรเบื้องหน้าในเสี้ยวิาีที่พลังของมันหยุดชะงัก
รีบเคลื่อนตัวด้วยเท้าซ้ายดึงร่างหลบจากแนวพุ่งของสายฟ้าอีกลูกหนึ่งที่แทบเฉียดใบหูไปอย่างฉิวเฉียด จากนั้นก็กระโจนขึ้นบนอากาศในมุมเฉียงแล้วพุ่งเข้าใกล้ร่างยักษ์ที่หุ้มด้วยสายฟ้าอันน่าสะพรึง
ทว่าก่อนที่จะเข้าใกล้ได้เต็มที่ งูอสูรสายฟ้าที่มีสติปัญญาเฉียบคมกว่าที่คาดคิดกลับพลิกตัวบิดลำตัวขนาดยักษ์ แล้วสบั้นหางอันยาวของมันที่คล้ายแส้สายฟ้าฟาดเข้ามาอย่างรุนแรง
“ย๊ากกกกกกกกกก!”
หลัวหยางเห็นท่าไม่ดีต้องแผดเสียงออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ พลางปลดปล่อยปฐมญานกระบี่
แล้วเหวี่ยระบี่ทั้งสองข้างในมือออกไปปะทะกับหางของมันโ
คลื่นปะทะรุนแรงถึงขั้นทำใ้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง แรงลมจากการฟาดกระแทกจนผืนป่าในบริเวณนั้นล้มระเนระนาด
ผลขอารปะทะทำใ้เกล็ดของงูอสูรสายฟ้าในบริเวณที่ถูกฟาดเกิดรอยแตกร้าวเป็นแนวยาว
เลือดสีเข้มของสัตว์อสูรสาดกระเซ็นออกมาเล็กน้อยก่อนที่มันจะคำรามแผดด้วยความเจ็บปวด เสียงคำรามของมันดังสะท้านฟ้าประหนึ่งฟ้าผ่าในระยะประชิด แต่นั่นยังไม่อาจหยุดการจู่โจมของชายหนุ่มที่บัดนี้ปลุกพลัายาและวิถีกระบี่ออกมาจนถึงขีดสุด
หลัวหยางพุ่งตัวออกไปด้วยพละกำลังทั้งหมด กระโจนเข้าหาสัตว์อสูรสายฟ้าที่กำลังงุ่นง่านจากบาดแผลที่ได้รับ
ก่อนจะยกกระบี่หนักทั้งสองเล่มเหนือศีรษะแล้วฟาดลงไปอย่างไม่ยั้ง
“ปังงงงงงงงงงงง!”
ขณะที่ปลายกระบี่กระแทกกับหัวที่ชูชันของงูอสูรอย่างจัง แรงถ่วงที่กดลงมาจากกระบี่ทำใ้หัวของมันกระแทกลงไปกับพื้นดินเสียงดังสนั่น
พื้นที่รอบบริเวณในรัศมีหลายจั้งเกิดแรงสั่นสะเทือนจนแตกระแหงเป็นวว้าง
เกิดรอยร้าวที่ขยายออกไปเหมือนใยแมงมุม เศษหินและฝุ่นคลุ้งตลบฟุ้งปกคลุมทั่วท้องฟ้า
ทว่าสิ่งมีชีวิตระดับสองอย่างงูอสูรสายฟ้านั้นหาใช่คู่ต่อสู้ที่ตายง่าย มันได้แผดร้องออกมาอีกครั้งอย่างโกรธเกรี้ยว ร่าายของมันก็ปลดปล่อยพลังสายฟ้าออกมาทั่วร่างพร้อมกัน แปรเปลี่ยนเป็นเส้นประกายนับไม่ถ้วนฟาดเข้าใส่หลัวหยางจากระยะประชิด
“อึก?!!”
หลัวหยางที่ยังอยู่ใบหน้าถึับซีดเผือด ร่างถูกล้อมด้วยสายฟ้าที่รุนแรงทำใ้ขั้วพลังภายในถึับปั่นป่วน
เาจำต้อัดฟันต้านความเจ็บปวดจากแรงช็อตพร้อมกับแผดเสียงลั่น ปัดป้อารโจมตีเหล่านั้นด้วยการตวัดกระบี่อย่างบ้าคลั่ง เส้นทางขอระบี่แฝงไปด้วยพลังแห่งปฐมญาน แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นกระบี่ต่อเนื่องป้อันสายฟ้าที่ฟาดเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
จนในที่สุด เสียงฟ้าร้องสุดท้ายก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของงูอสูรที่พลิกตัว พุ่งตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วเหนือกว่าก่อนหน้านี้ และได้เปิดปากขนาดใหญ่โตของมันหมายจะขย้ำร่างของหลัวหยางทั้งเป็น
“ไอ้เวร! เอานี่ไปกิน!!”
หลัวหยางคำรามออกมาอย่างเดือดดาล ก่อนจะเขวี้ยระบี่หนักทลายฟ้าดินออกไปอย่างแม่นยำ
กระบี่เล่มนั้นพลันกลายเป็นเสาคานที่ปักเข้าระหว่างปากของมันพอดิบพอดี ราวกับสายตาของเาได้คำนวณตำแหน่งของขากรรไกรบนและล่างของงูอสูรไว้แล้ว ทำใ้มันไม่อาจหุบปากลงมาได้ทัน ความรุนแรงของแรัดที่สะท้อนกลับเข้ามาทำใ้ร่างของมันกระตุกเล็กน้อย
ในขณะที่งูอสูรสายฟ้าพยายามดิ้นรนเพื่อหลุดจากเสาคานกระบี่ที่ค้ำอยู่
หลัวหยา็กระโจนเข้าใส่อีกครั้ง ร่างของเาพุ่งเข้าไปในช่องปากของมันอย่างไม่เกรลัว
ชายหนุ่มใช้กระบี่ทลายสวรรค์นรกที่กำแน่นในมือขวาแล้วฟาดแทงเข้าไปในลำคอด้านในของมัน บังเกิดเป็นเสียงแทงทะลุและเสียรีดร้องอันแหลมสูงของอสูร ซึ่งไม่อาจทานทนบาดแผลที่ได้รับได้อีกต่อไป
พลังของปฐมญานกระบี่แฝงอยู่ในคมกระบี่ส่งแรงสั่นสะเทือนทะลวงทะลุจากภายในสู่ภายนอก
ก่อนจะปะทุเป็นประกายระเบิดสายฟ้าที่แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นแรงอัดพลังทำลายล้างจากด้านในของอวัยวะภายใน
หลัวหยา็กระชากกระบี่กลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้ากระบี่ทลายฟ้าดินที่เป็นเสาคานดึงออกมาอย่างแรง แล้วหมุนตัวถอยห่างออกมาจากร่างของงูอสูรในขณะที่สายฟ้าที่เคยห่อหุ้มมันเริ่มกระจัดกระจาย
“กะ.. กรรรจ์!”
ร่างของงูอสูรสายฟ้าเริ่มสั่นไหวจากภายในอย่างควบคุมไม่ได้ แล้วล้มลงไปกับพื้นดินเสียงดังสนั่น
“แฮ่ก.. แฮ่ก.. แฮ่ก..”
ชายหนุ่มยืนหอบหายใจถี่ด้วยร่าายที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยไหม้ ทว่าสีหน้าเปื้อนเลือดนั้นกลับแสยะยิ้มที่มุมปากด้วยความสะใจ
“สัตว์อสูรระดับสองอย่างแกก็แค่ของวัดฝีมือดีๆเท่านั้นล่ะ!”
เาพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมกับถือกระบี่ทั้งสองเล่มเข้าที่ รอเตรียมดึงแอสูรสายฟ้าจากร่างของมันในิาีถัดไป
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??