เรื่อง บุปผาโรยราแห่งคฤหาสน์ตระกูลเว่ย
บหน้าของเว่ยเสวี่ยเหลียนซีดเผือดราวกับคนตายเมื่อได้ยินคำประกาศกร้าวของสุนเก่อหัวใจของนางหล่นวูบไปถึงตาตุ่มเมื่อต้องนึกถึงภาพการถูกย่ำยีข้างโลงศพเมื่อวานทว่าไม่ทันี่นางะได้เอ่ยปากอ้อนวอนพ่อบ้านอัปลักษณ์ก็กระชากร่างของนางให้เข้าไปหาแท่นวางป้ายวิญญาณ
มันบังคับให้นางหันหลังให้แก่ป้ายชื่อของฟางหรงแผ่นหลังเนียนนุ่มของนางแนบชิดติดกับแท่นไม้เย็นเยียบี่วางป้ายวิญญาณจนมันสั่นคลอนสุนเก่อใช้มือหยาบหนาช้อนใต้ข้อพับขาทั้งสองข้างของนางยกขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้นบังคับให้ถ้ำสวาทอ้า้าต้อนรับการบุกรุกโดยไร้ทางสู้อาวุธปะำกายอันเขื่องี่ยังคงชุ่มด้วยน้ำลายจากเมื่อครู่ถูกจ่อเข้าี่ปากทางก่อนะกระแทกพรวดเดียวจนสุดความาความใหญ่โตนั้นทะลวงผ่านร่องรอยี่บอบช้ำจากเมื่อเช้าเข้าไปกระแทกกับจุดกระสันภายในอย่างรุนแรงจนเสวี่ยเหลียนตัวกระตุกเยือก
“อื้อออออ!” นางรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอุดปากตนเองไว้แน่นจนนิ้วจิกเข้าไปในนวลแก้มพยายามกลั้นเสียงครางรัญจวนอย่างสุดกำลังขณะี่พ่อบ้านเริ่มขยับสะโพกในท่าอุ้มเย็ดอย่างบ้าคลั่งเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังฉาดฉาดสลับกับเสียงป้ายไม้ี่กระทบกับแท่นบูชาตามแรงกระแทก
“ดูสิฮูหยิน... สามีท่านคงกำลังจ้องมองรอยแยกของท่านี่กลืนกินตัวตนของข้าเข้าไปอย่างตะกละตะกลามแน่ๆ!” คำพูดหยาบช้าี่เสียดแทงหูทำให้นางอยากะตายเสียตรงนั้นแต่น่าสลดใจนักี่คำเหยียดหยามเหล่านั้นกลับปลุกปั่นความเงี่ยนในกายให้พุ่งสูงขึ้น
ไม่นานนักสุนเก่อก็เปลี่ยนท่วงท่ามันวางร่างของนางลงบนโต๊ะเครื่องเซ่นข้างป้ายวิญญาณบังคับให้นางนอนในท่าคลานเข่าหันก้นงอนงามมาทางมันก่อนะกระแทกอาวุธร้ายเข้ามาทางด้านหลังอย่างหนักหน่วงท่านี้ทำให้นางรู้สึกถึงความใหญ่โตี่ครูดไปตามผนังถ้ำสวาททุกกระเบียดนิ้วความเสียวซ่านพุ่งทะยานจนสมองของนางขาวโพลนเสวี่ยเหลียนไม่อาจทนรับได้อีกต่อไปร่างกายของนางสั่นระริกก่อนะบีบรัดตัวตนของพ่อบ้านอย่างรุนแรงจนถึงจุดสุดยอดในครั้งเดียวหยาดน้ำหวานพรั่งพรูออกมาชโลมอาวุธร้ายจนเปียกโชก
ในจังหวะเดียวกันสุนเก่อี่ทนความตอดรัดไม่ไหวก็คำรามลั่นมันกระแทกเน้นย้ำรัวแรงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนะหลั่งน้ำอสุจิร้อนระอุระลอกแรกเข้าสู่ส่วนลึกี่สุดของนางจนล้นปรี่ออกมาด้านนอกความเหนียวเหนอะระอุอุ่นนั้นกระจายไปทั่วลำไส้จนนางรู้สึกจุกเสียด
แต่มันยังไม่จบสุนเก่อกระชากร่างนางขึ้นมาอีกครั้งบังคับให้นางยืนพิงแท่นบูชาในท่าขาข้างหนึ่งพาดอยู่บนขอบโต๊ะมันเริ่มโยกคลึงอาวุธปะำกายี่ยังไม่ยอมลดละเข้าใส่นางอีกรอบอย่างต่อเนื่องความป่าเถื่อนี่ไม่มีทีท่าะหยุดหย่อนทำให้เสวี่ยเหลียนทำได้เพียงหลับตาพรากปล่อยให้น้ำตาไหลรินพร้อมกับใช้มืออุดปากตนเองจนไร้เสียงร้องท่ามกลางกลิ่นคาวและเสียงหอบหายใจี่ดังระงมหน้าเสวี่ยเหลียนหอบหายใจรวยรินผิวกายสีน้ำนมของนางแดงซ่านและชุ่มไปด้วยเหงื่อความรู้สึกภายในถ้ำสวาทตอนนี้ช่างอัดแน่นจนน่าหวาดเสียวเพราะนอกจากอาวุธปะำกายขนาดมหึมาี่ยังคงปักคาและขยายตัวพองคับแน่นอยู่ภายในแล้วยังมีหยาดน้ำกามจากการหลั่งครั้งก่อนๆกักขังอยู่เต็มเปี่ยมจนนางรู้สึกอึดอัดแน่นท้องไปหมด
สุนเก่อไม่ปล่อยให้นางได้พักมันเริ่มโยกคลึงสะโพกเข้าใส่นางอีกครั้งด้วยจังหวะี่โหดเหี้ยมกว่าเดิมความใหญ่โตและาเหยียดของลำ-วยี่ดูราวกับกระบองยักษ์นั้นดุดันจนเห็นเป็นรอยนูนดุนดันออกมาทางหน้าท้องี่แบนราบของนางเอกยามี่มันกระแทกเน้นเข้าไปลึกสุดแรงหน้าท้องของนางะกระเพื่อมไหวและนูนเด่นขึ้นมาตามจังหวะการโหมเข้าใส่
“ดูท้องของเจ้าสิ... มันอัดแน่นไปด้วยน้ำของข้าจนป่องออกมาแล้ว!” มันคำรามลั่นพร้อมกับโถมกายเข้าใส่ครั้งสุดท้ายอย่างบ้าคลั่งสุนเก่อเกร็งกระตุกไปทั้งร่างก่อนะฉีดพ่นน้ำกามระลอกี่สามพุ่งทะลักเข้าสู่ยอดมดลูกของนางอย่างหนักหน่วงเสวี่ยเหลียนเบิกตา้าร่างกายกระตุกเยือกด้วยความเสียวซ่านี่รุนแรงจนเกินะรับไหวท้องน้อยของนางนูนขึ้นมาเล็กน้อยจากปริมาณน้ำกามี่มหาศาลซึ่งอัดแน่นอยู่ภายในร่าง
เมื่อพึงพอใจแล้วพ่อบ้านอัปลักษณ์ก็กระชากร่างของเสวี่ยเหลียนขึ้นมาจากแท่นวางเครื่องเซ่นมันอุ้มนางลอยขึ้นจากพื้นโดยให้แผ่นหลังของนางแนบชิดกับอกของมันแล้วใช้มือหยาบหนาทั้งสองข้างคว้าหมับเข้าี่ข้อพับขาขวาและซ้ายกระชากแหกออก้าจนถ้ำสวาทเปิดอ้าประจันหน้ากับป้ายวิญญาณของฟางหรงในระยะประชิด
เสวี่ยเหลียนี่สติเริ่มกลับมาเห็นตำแหน่งี่ตนเองถูกจัดวางนางก็รู้ได้ทันทีว่าความวิปริตขั้นต่อไปคืออะไร“ไม่... อย่า... ได้โปรดอย่าทำเช่นนั้นต่อหน้าท่านพี่เลย...” นางอ้อนวอนด้วยเสียงี่สั่นเครือและแหบพร่าน้ำตาไหลนองหน้า
สุนเก่อไม่สนใจคำขอร้องมันแสยะยิ้ม้าก่อนะออกแรงอาวุธปะำกายี่ทั้งาและใหญ่โตจนดูน่าสยดสยองออกมาจากร่างของนางด้วยความรวดเร็ว
พรวด!!!
ทันทีี่แท่งเนื้อยักษ์หลุดพ้นจากปากทางน้ำอสุจิขุ่นข้นปริมาณมหาศาลี่ถูกอัดอั้นอยู่ภายในก็พุ่งทะลักออกมาตามแรงดึงดูดราวกับเขื่อนี่พังทลายมันสาดกระเซ็นและไหลราดรดลงบนป้ายวิญญาณสีดำของฟางหรงจนเปียกโชกน้ำกามสีขาวขุ่นไหลหยดแหมะลงมาตามลวดลายสลักชื่อของผู้ตายกลิ่นคาวกามราคะฟุ้งกระจายไปทั่วแท่นบูชากลบกลิ่นธูปหอมจนมิดสิ้นเสวี่ยเหลียนมองดูภาพความอัปยศนั้นด้วยใจี่แตกสลายนางกลายเป็นเครื่องมือี่พ่อบ้านใช้ลบหลู่สามีผู้ล่วงลับอย่างสมบูรณ์แบบป้ายวิญญาณผู้เป็นสามี
สุนเก่อหัวระร่าด้วยความสะใจเมื่อเห็นคราบราคีของตนอาบชโลมป้ายชื่อผู้ตายจนทั่วมันปล่อยมือออกจากขาี่สั่นเทิ้มของนางเอกอย่างไร้เยื่อใยส่งร่างี่อ่อนระทวยของเสวี่ยเหลียนลงไปกองกับพื้นหน้าแท่นบูชาอย่างแรงจนนางตัวสั่นสะท้าน
“เห็นหรือไม่ฮูหยิน... ข้าว่าฟางหรงต้องภาคภูมิใจในตัวท่านแน่ๆี่ท่านเป็นภรรยาี่‘ยอดเยี่ยม’ ถึงเพียงนี้” มันแสยะยิ้มพลางคว้าผ้าคาดเอวมาสวมใส่และจัดแจงชุดของตนเองอย่างไม่รีบร้อน“อยู่รำลึกความหลังกับสามีท่านไปเถิดข้าได้ทิ้ง‘ของขวัญ’ ไว้ให้เขาดูต่างหน้าแล้ว”
สิ้นเสียงหัวเราะเยาะหยันพ่อบ้านอัปลักษณ์ก็ก้าวอาดๆออกจากห้องโถงวิญญาณไปทิ้งให้ความเงียบี่น่าอัปยศปกคลุมสถานี่นั้นอีกครั้ง
เมื่อไร้เงามืดของสุนเก่อเสวี่ยเหลียนยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่ในท่าอ้าขาี่น่าอดสูนางไร้สิ้นเรี่ยวแรงแม้แต่ะรวบขาเข้าหากันความรู้สึกแปลกประหลาดยังคงตกค้างอยู่ในรอยแยกี่บอบช้ำนางรู้สึกเหมือนอาวุธปะำกายขนาดใหญ่ยักษ์นั้นยังคงปักคาและถ่างขยายร่างของนางอยู่ไม่จางหาย
แสงเทียนสลัวเผยให้เห็นถ้ำสวาที่กลวงโบ๋จากการถูกทะลวงอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนปากทางรักี่เคยปิดสนิทบัดนี้กลับถ่าง้าและแดงช้ำอย่างน่ากลัวจนสามารถมองเห็นความลึกข้างในี่ยังคงมีหยาดน้ำกามสีขาวขุ่นค่อยๆไหลซึมออกมาไม่ขาดสายมันไหลย้อยลงตามง่ามขาลงสู่พื้นไม้ราวกับน้ำพิษี่ไหลรินออกจากซากปทุมถันี่แหลกสลาย
เสวี่ยเหลียนสะอื้นไห้อย่างไร้เสียงร่างกายี่เคยสูงส่งบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและคราบกาวี่ไหลนองอยู่เบื้องหน้าป้ายวิญญาณี่ไร้ทางสู้
หลังจากตกอยู่ในภวังค์แห่งความอัปยศอยู่นานเสวี่ยเหลียนก็เริ่มได้สติเมื่อลมหนาวพัดวูบเข้ามาปะทะผิวกายี่ชุ่มเหงื่อนางรีบหุบขาี่สั่นระริกเข้าหากันความรู้สึกเจ็บแปลบและหน่วงี่กึ่งกลางกายยังคงชัดเจนยามี่นางขยับตัวน้ำกามี่ตกค้างอยู่ลึกภายในก็ยิ่งไหลทะลักออกมาตามง่ามขาขุ่นข้น
นางเอื้อมมือี่สั่นเทาไปหยิบผ้าเกาะอกชั้นในสีขาวี่หลุดลุ่ยตกอยู่บนพื้นขึ้นมาสัมผัสของผ้าไหมี่เคยคิดว่าบริสุทธิ์บัดนี้กลับดูสกปรกในสายตาของนางเสวี่ยเหลียนพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงลุกขึ้นยืนก้มลงสวมใส่ผ้าเกาะอกนั้นเข้ากับร่างี่บอบช้ำนางพันผ้าผ้าคาดอกรอบทรวงอกี่ยังมีรอยนิ้วมือสีแดงเข้มของพ่อบ้านปรากฏอยู่ดึงรัดสายผูกให้แน่นราวกับต้องการะปกปิดความผิดบาปี่เกิดขึ้นให้มิดชิดี่สุด
ทว่าสายตาของนางก็พลันไปหยุดอยู่ี่ป้ายวิญญาณของสามีคราบน้ำอสุจิสีขาวขุ่นี่สุนเก่อฉีดราดไว้บัดนี้เริ่มไหลย้อยลงมาบังชื่อ‘เว่ยฟางหรง’ จนเกือบมิดความหวาดกลัวว่าใคระมาเห็นผสมกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทำให้นางลนลานเสวี่ยเหลียนตัดสินใจถอดชุดคลุมชั้นนอกสีขาวของนางออกแล้วใช้แขนเสื้อข้างหนึ่งปาดซับน้ำกามี่เปื้อนอยู่บนป้ายวิญญาณอย่างเร่งรีบ
นางเช็ดมันด้วยมือี่สั่นเทาปาดเอารอยราคีเหล่านั้นออกไปทีละน้อยจนแผ่นไม้กลับมาสะอาดตาอีกครั้งจากนั้นนางก็คุกเข่าลงกับพื้นใช้เนื้อผ้าส่วนี่เหลือซับน้ำอสุจิี่นองเป็นวง้าอยู่บนพื้นไม้หน้าแท่นบูชานางขยี้ผ้าลงบนพื้นซ้ำๆจนคราบเหนียวเหนอะติดหนับไปกับชุดไว้ทุกข์ของนางเองเสวี่ยเหลียนทำไปร้องไห้ไปอย่างไร้เสียงนางรู้สึกเหมือนกำลังเช็ดเอาเกียรติยศี่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตระกูลเว่ยขึ้นมาห่อหุ้มกาย
เมื่อมั่นใจว่าห้องโถงไม่มีร่องรอยความโสมมเหลืออยู่นางจึงรีบสวมชุดคลุมทับคราบกามี่เปียกชุ่มอยู่นั้นแล้วเร่งฝีเท้าออกจากห้องโถงไปในความมืดราวกับวิญญาณี่แตกสลาย
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??