เรื่อง ราชันหมื่นอักขระ

ติดตาม
จารึกที่ 193 : ฝ่าวงล้อมเพลิงอัสนี
จารึกที่ 193 : ฝ่าวงล้อมเพลิงอัสนี
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

จารึก๡ี่ 193 : ฝ่าวงล้อมเพลิงอัสนี | เส้นทางโลหิตสู่หอคัมภีร์


"แฮ่ก... แฮ่ก..."


เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเด็กหนุ่มดังสอดประสานกับเสียงเปลวเพลิง๡ี่กำลังแผดเผาซากปรักหักพังอาเจียวิ่งตะบึงฝ่าความมืดมิดและม่านควันไฟอย่างบ้าคลั่งบนแผ่นหลังของเขาแบกร่าง๡ี่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตของผู้อาวุโสไป๋ (เฒ่าใบ้)เอาไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า๡ี่สุดในชีวิต

ทุกย่างก้าว๡ี่เหยียบย่ำลงบนผืนดิน๡ี่อาบย้อมไปด้วยเลือดและเถ้าถ่านคือความเจ็บปวด๡ี่ตอกย้ำถึงการสูญเสียอันใหญ่หลวง


ภาพแสงสีฟ้าจากการระเบิดชีพจรวิญญาณของปู่หลินยังคงสลักลึกอยู่ในดวงตา... เสียงสั่งเสียสุดท้าย๡ี่แหบพร่ายังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท...


"ไป... รีบไป..."


"ข้าจะไม่ทำให้การเสียสละของท่านต้องสูญเปล่า... ท่านปู่..." อาเจียกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก "ข้าจะลากคอพวกมันลงสู่อเวจีให้หมดทุกตัว!"


"เจอตัวแล้วมันอยู่นั่นฆ่ามันซะ!"


เสียงตะโกนเหี้ยมเกรียมของศิษย์สำนักอัสนีบาตดังทะลุม่านควันมาจากทางปีกขวาทันใดนั้นลูกศรเกาทัณฑ์๡ี่อาบด้วยประจุอัสนีบาตนับสิบดอกก็พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งเข้าหาอาเจียราวกับ-่าฝนแห่งมัจจุราช


"เจ้าสัว! ...คุ้มกัน!" อาเจียตวาดลั่น


วูบ!


ร่างเงาทะมึนของเจ้าสัวพยนต์เทวะศิลา๡ี่วิ่งรั้งท้ายมาติดๆกระโจนข้ามศีรษะเจ้านายไปหยุดอยู่เบื้องหน้าร่างหยกทมิฬสูงตระหง่านแผ่รังสีข่มขวัญกลไกฟ้า๡ี่ท่อนแขนศิลาขยายตัวออกกว้างประกอบร่างกลายเป็นโล่เกล็ดมังกรนิลกาฬขนาดมหึมา


เคร้งเคร้งเคร้ง!


ลูกศรสายฟ้ากระแทกเข้ากับโล่ศิลาทมิฬอย่างจังทว่ากลับกระเด็นกระดอนออกไปดุจเศษไม้ผุพังบ้างก็หักสะบั้นบ้างก็ถูกอักขระสีม่วงดาราบนเกราะดูดกลืนพลังงานหายวับไปจนสิ้น


"ทาง... สะดวก... ลูก... พี่..."


เจ้าสัวคำรามเสียงต่ำในลำคอดวงตาสีทองอำพันส่องแสงวาวโรจน์ทะลุความมืดมันมิได้ถูกสร้างมาเพียงเพื่อเป็นโล่กำบังแต่มันคือศัสตราประกอบ๡ี่เรียนรู้การ "โต้กลับ"


เจ้าสัวยกเท้าขวา๡ี่หนักอึ้งดุจขุนเขากระทืบลงบนผืนธรณีอย่างรุนแรง!


ตึง!


คลื่นพลังปราณกระแทกอัดเศษศิลาและลูกศร๡ี่ตกเกลื่อนพื้นให้พุ่งสวนกลับไปหาทิศทางของศัตรูประดุจดาวตกพสุธา!


"อ๊ากกกก!"


เสียงร้องโหยหวนดังระงมศิษย์อัสนีบาตสามนาย๡ี่ซุ่มซ่อนอยู่บนซากหลังคาร่วงหล่นลงมาขาดใจตายคา๡ี่ร่างกายถูกเศษศิลาทะลวงพรุนดุจรังผึ้ง


"วิ่งต่อเจ้าสัวห้ามหยุดชะงักเด็ดขาด!"


อาเจียตะโกนสั่งการโดยไม่เหลียวหลังไปมองผลงานเขาไม่มีเวลามาชื่นชมชัยชนะเล็กน้อยเขาต้องไปให้ถึงหอคัมภีร์ก่อน๡ี่เหลยเจิ้นจะฟื้นตัวจากแรงระเบิดและไล่ตามมาทัน


...


ทางขึ้นหอคัมภีร์ (เขตสายนอก)


ทว่าภาพ๡ี่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้อาเจียต้องเบรกฝีเท้าจนพื้นดินเป็นรอยลากยาว


หอคัมภีร์เก่าแก่สูงห้าชั้น๡ี่สร้างจากไม้สักดำบรรพกาล... สถาน๡ี่อันเงียบสงบ๡ี่อาเจียมักแอบมางีบหลับและค้นคว้าตำราบัดนี้กำลังถูกล้อมรอบไปด้วยกองกำลังอัสนีบาตกว่าห้าสิบนายนำทัพโดย "ขุนพลอัสนีแขนเดียว"ผู้รอดชีวิตจากสมรภูมิครั้งก่อน


พวกมันกำลังสาดรด "น้ำมันอัคคีมาร"ลงบนเสาไม้และบานประตูของหอคัมภีร์เตรียมพร้อม๡ี่จะเผาผลาญสถาน๡ี่แห่งปัญญาให้วอดวายเป็นเถ้าถ่าน!


"จุดไฟเผามันให้หมด!" ขุนพลแขนเดียวตะโกนสั่งเสียงเหี้ยม "ท่านคุณชายเหลยเจิ้นมีคำสั่งเด็ดขาดหากค้นหากุญแจไม่พบก็จงเผามันให้ราบคาบอย่าให้เหลือแม้แต่เศษกระดาษ!"


อย่านะโว้ยยยย!อาเจียร่ำร้องในใจอย่างบ้าคลั่งตำราวิชาจารึกโบราณบันทึกลับหายากนิยายภาพวาดปกขาวประเมินค่ามิได้๡ี่ข้าแอบซุกซ่อนไว้!


"พวกแก... บังอาจนัก..."


อาเจียค่อยๆวางร่างของเฒ่าใบ้๡ี่หมดสติลงในพุ่มไม้ทึบ๡ี่ปลอดภัยอย่างเบามือส่วนมืออีกข้างก็กุมย่าม๡ี่บรรจุร่างบาดเจ็บและหดตัวคุดคู้ของเจ้าถุงเงินเอาไว้หลวมๆก่อนจะยืดตัวขึ้นยืนตรงรังสีอำมหิต๡ี่กดข่มไว้บัดนี้แผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบข้างหนาวเหน็บทะลุกระดูก

เขาตวัดพู่กันนิรันดร์ออกมาเบื้องหน้าปลายพู่กันสั่นระริก


"เจ้าสัว... สังหารให้เหี้ยน... อย่าให้เหลือรอดไปหายใจแม้แต่คนเดียว"


"รับ... ทราบ..."


เจ้าสัวก้าวอาดๆออกมาจากเงามืดมิดแกนกลางวิญญาณผลึกสีดำ๡ี่ช่องอกหมุนติ้วด้วยความเร็วสูงสุดเพลิงอัสนีสูญตาสีม่วงดำลุกท่วมลามไปทั่วร่าง๡ี่สูงตระหง่านแผ่กลิ่นอายกดดันดุจ "เทพอสูรเพลิงโลกันตร์"


"โฮก!!!!!"


เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทดังสะเทือนขุนเขาราวกับสัตว์ร้ายบรรพกาลพยนต์ยักษ์พุ่งทะยานเข้าใส่กลุ่มศัตรู๡ี่กำลังถือคบเพลิงด้วยความเร็ว๡ี่สายตามนุษย์ไม่อาจตามทัน


ตูมผัวะกร๊อบ!


มหรสพแห่งการล้างบางได้เริ่มต้นขึ้นเจ้าสัวมิได้ใช้อาวุธใดๆมันใช้เพียงกรงเล็บศิลาทมิฬฉีกกระชากชุดเกราะศัตรูดุจฉีกกระดาษใช้ท่อนแขนทรงพลังกระแทกทรวงอกจนกระดูกป่นปี้!


"ตั้งค่ายกลปราบมารเร็วเข้า!" ขุนพลแขนเดียวตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี


อาเจียมิได้ยืนชมดูเพียงลำพังเขากัดฟันกรอดหวังเพียงใช้ปราณ๡ี่เหลืออยู่น้อยนิดตวัดพู่กันสร้างอักขระขั้นผสานพื้นฐานสองตัวคือ [ผลักไส]และ [กักขัง]เพื่อกระแทกพวกมันออกไปให้พ้นทาง


ทว่า... ด้วยความโศกเศร้าและความอาฆาตแค้น๡ี่สุมอกจิต๡ี่ขุ่นมัวได้เข้าไปแทรกแซงวิถีแห่งความว่างเปล่า!


(ไอ้หนูหยุดเดี๋ยวนี้จิตเจ้าไม่ว่างเปล่าหากฝืนใช้สูญตาในสภาพนี้กฎแห่งฟ้าดินจะตีกลับ!)เสียงของมู่เฉินตวาดลั่นก้องในหัวด้วยความตื่นตระหนก


แต่มันสายเกินไปเสียแล้วอักขระทั้งสองตัว๡ี่หลุดจากปลายพู่กันนิรันดร์พลันบิดเบี้ยวรอยหมึกสีนิลกลืนกินแสงสว่างรอบข้างความหมายของมันมิใช่การผลักไสทว่ามันหลอมรวมกันกลายเป็นอักขระต้องห้าม... [ลบเลือน]


วูบบบบ!


ไม่มีเสียงระเบิดไม่มีเปลวเพลิง๡ี่ร้อนแรงมีเพียง "หมอกสีเทาหม่น"แผ่ขยายออกไปครอบคลุมร่างของกองกำลังอัสนีบาตทั้งห้าสิบนายอย่างเงียบเชียบ


และภาพสยดสยอง๡ี่สะเทือนขวัญ๡ี่สุดก็ปรากฏขึ้น... ร่างกายของศัตรู๡ี่ถูกหมอกสัมผัสไม่ได้มีเลือดไหลรินหรือบาดแผลใดๆทว่าเนื้อหนังอาวุธและชุดเกราะของพวกมันกลับค่อยๆ "เลือนหายไป"กลายเป็นความว่างเปล่าบางคนหายไปครึ่งซีกบางคนเหลือเพียงท่อนล่างพวกมันอ้าปากร้องตะโกนแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงอากาศธาตุไปต่อหน้าต่อตา!


เพียงชั่วอึดใจ... ลานหน้าหอคัมภีร์เหลือเพียงความเงียบงันและซากเสื้อผ้า๡ี่หล่นร่วงขุนพลแขนเดียวทรุดเข่าลงกับพื้นน้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวสุดขีดจนสติแตกกู่ไม่กลับ


"นี่มัน... วิชาบ้าอะไร..." อาเจียเบิกตากว้างมือ๡ี่ถือพู่กันสั่นสะท้านเขาสยดสยองกับผลงานของตนเอง


(อักขระตีกลับรับผลกรรมของเจ้าซะไอ้เด็กโง่!)มู่เฉินสบถลั่น


"อึก!!!"


ทันใดนั้นเจตจำนงแห่งความสมดุลก็ทวงค่าตอบแทนเมื่อปราณของอาเจียไม่พอจ่ายให้กับการลบเลือนชีวิตถึงห้าสิบสายพู่กันนิรันดร์จึงกระชากเอาแก่นโลหิตและอายุขัยของเขาเป็นการทดแทน!


อาเจียกระอักเลือดสีดำคล้ำคำโตออกมาเส้นชีพจรลมปราณทั่วร่างปวดร้าวประดุจถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นใบหน้าซีดเผือดราวกับศพ


"แฮ่ก... แฮ่ก..." อาเจียหอบหายใจอย่างยากลำบากเขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะไปเชือดคอขุนพลแขนเดียว๡ี่สติแตกไปแล้วเขาตะเกียกตะกายลากสังขารกลับไปแบกร่างของเฒ่าใบ้ขึ้นหลังอีกครั้งด้วยความทุลักทุเล


"เจ้าสัว... เฝ้าหน้าประตูไว้... ใครเข้ามา... ฆ่าให้หมด..." อาเจียสั่งการเสียงแผ่วเบาก่อนจะถีบประตูหอคัมภีร์เข้าไป


"วาง... ใจ... ได้... เลย..."เจ้าสัวก้าวมายืนตระหง่านขวางทางเข้าประตูร่างกายสูงใหญ่๡ี่เต็มไปด้วยคราบเลือดแผ่รังสีอำมหิตปิดตายเส้นทาง


ภายในหอคัมภีร์กลิ่นกระดาษข่อยเก่าแก่โชยมาปะทะจมูกอาเจียรีบแบกเฒ่าใบ้ตรงดิ่งไปยัง "แท่นบูชาบรรพชน"๡ี่โถงชั้นในสุด


"ท่านอาวุโสไป๋... ตื่นเถิดขอรับ..." อาเจียเขย่าตัวชายชราอย่างร้อนรน


เฒ่าใบ้ค่อยๆลืมตา๡ี่หนักอึ้งชายชราพยายามขยับริมฝีปาก๡ี่ไร้สุรเสียงยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์ภาษามืออย่างยากลำบาก


(ตรา... ประทับ... ไม้...)


อาเจียรีบล้วง "ตราประทับไม้แกะสลัก"มรดกเลือดของปู่หลินวางลงบนฝ่ามือของชายชรา


ทันที๡ี่เฒ่าใบ้สัมผัสตราประทับชายชราใช้มือประกบทำมุทราลี้ลับก่อนจะกดประทับตราไม้ลงไป๡ี่ "รูปสลักมังกรพันพู่กัน"ตรงฐานแท่นบูชา

ครืนนนนนนน!


เสียงกลไกศิลาขยับตัวดังกึกก้องพื้นไม้เลื่อนแยกออกจากกันเผยให้เห็นช่องทางลับและบันไดศิลาสีดำทมิฬ๡ี่ทอดยาวลึกลงสู่ความมืดมิดกลิ่นอายโบราณพวยพุ่งสวนขึ้นมาปะทะใบหน้า


(ทางเข้า... สู่หุบเขาพันอักขระ...)เฒ่าใบ้ส่งสัญญาณบอก (ลงไป... อาเจีย... จงไปปลุกพวกมัน...)


อาเจียก้มมองลงไปในความมืดมิดเขากลืนน้ำลายฝืดคอทว่า... ก่อน๡ี่ปลายเท้าจะก้าวลงสู่บันไดศิลา...


ตูมมมมม!!!


ผนังหอคัมภีร์ด้านหน้าถูกพลังมหาศาลระเบิดออกจนแตกกระจุยค่ายกลห้ามเวหาของสำนัก๡ี่ถูกบั่นทอนจนอ่อนกำลังลงบัดนี้ถูกฉีกทึ้งอย่างสมบูรณ์!


ร่างของเหลยเจิ้น๡ี่ห่อหุ้มด้วยปราณอัสนีบาตเหาะเหินฝ่าม่านอากาศทะยานลงมาจากฟากฟ้าดุจเทพสายฟ้าพิโรธภายในมือกระชับกระบี่เล่มใหม่ดวงตาก่ำแดงลุกโชนด้วยไฟแค้นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ผู้สามารถเหยียบย่างนภากาศได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!


"คิดว่าจะหนีรอดจากเงื้อมมือข้าไปได้งั้นรึ!!!" เหลยเจิ้นคำรามก้องหันปลายกระบี่๡ี่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างพุ่งตรงเข้าหาหลังของอาเจีย๡ี่กำลังบาดเจ็บสาหัส


"เจ้าสัว!" อาเจียตะโกนลั่นด้วยความตระหนก


พยนต์เทวะ๡ี่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูรับรู้ได้ทันทีว่าพลังโจมตีจากผู้๡ี่เหาะเหินบนฟ้านี้รุนแรงเกินกว่าเจ้านายของมันจะรับไหว


ในเสี้ยววินาทีนั้นเจ้าสัวตัดสินใจกระทำนอกเหนือคำสั่ง!


มันเบ่งพลังปราณในแกนวิญญาณพุ่งกระโดดเข้าสกัดกั้นเหลยเจิ้นกลางอากาศรวบรวมพลังงานสีม่วงดำทั้งหมดจนถึงขีดจำกัดเพื่อ... ระเบิดเกราะศิลาทมิฬของตนเองทิ้งจนแหลกละเอียดเหลือเพียงแกนวิญญาณผลึกดำ!


"หนี... ไป... ซะ... ลูก... พี่!!!"


ตูมมมมมมมมมมม!


การระเบิดพลีชีพของเกราะพยนต์ก่อเกิดแรงอัดกระแทกมหาศาลคลื่นพลังงาน๡ี่บ้าคลั่งซัดกระหน่ำผลักร่างของเหลยเจิ้น๡ี่ลอยอยู่กลางอากาศให้ปลิวถอยหลังไปอย่างรุนแรง


และในขณะเดียวกันแรงอัดอากาศก็กระแทกร่างของอาเจียและเฒ่าใบ้ให้ร่วงหล่นลงไปในช่องทางลับใต้ดิน!


แกร๊กครืนนน!


ประตูกลไกพิทักษ์บรรพชนเบื้องบนเลื่อนปิดสนิทลงทันทีตัดขาดโลกภายนอกเพลิงผลาญและศัตรู๡ี่เหาะเหินอยู่เบื้องบนลงอย่างสมบูรณ์แบบ

ทิ้งให้เหลือเพียงความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์... เสียงหอบหายใจปนกระอักเลือดของอาเจียและการร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง๡ี่ไร้ก้นบึ้ง


เขาปลอดภัยแล้วจริงๆ... หรือว่าเพิ่งก้าวข้ามผ่านประตูสู่อเวจีขุมใหม่กันแน่?

ตอนต่อไป
จารึกที่ 194 : เส้นทางสู่ก้นบึ้ง

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา