เรื่อง ข้าเป็นเพียงบัณฑิตที่บังเอิญบรรลุเซียน
ยามุุ่เหนือเืเาที่ัสลับซับซ้อน ่าหมอกาทึบีาโพลนัปกคลุมาแน่นประดุจำแลวงตา ่าภายในความเงียบสงบนั้นัอื้ออึงไปด้วยเสียงโห่ร้องแผดกึกก้องที่ทำลายความเงียบของป่า และเสียงเกือกม้าที่เหยียบย่ำลงบนเศษใบไม้แห้งเกิดเสียงกรอบแกรบดังสนั่น กองปราบภายใต้การนำของ เฉินอี้ บุกทะลวงเข้าสู่ค่ายโจรป่าอย่างดุดันโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสตั้งตัว พลังปราณทีู่เคี่ยวกรำถึงระดับ 'เปิดจุดรวมปราณ' ระเบิดออกมาจากร่างของเหล่านักรบแต่ละคน ประดุจคลื่นความร้อนที่แผดเผา่าหมอกยามเช้าให้สลายไปในพริบตา
คมาที่วาดผ่านอากาศส่งเสียงแหวกลมหวีดหวิวสะท้านโสตประสาท เหล่ามือปราบกวาดล้างโจรกลุ่มเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะขวัญหนีดีฝ่อลงอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่าเดี่ยวของเฉินอี้ฟันเข้าใส่ไหล่ของโจรคนึ่ล้มกลิ้งไป เลือดสีสดสาดกระเซ็นลงบนพื้นดิน เขาัไ่ไ้มีสีหน้ายินดีแม้แต่น้อย เฉินอี้ขมวดคิ้วแน่นแทบจะเป็นปม นัยน์ตาพญาเหยี่ยวของเขา้ศาสตราในมือของศัตรูที่เพิ่งูเขาสังหารไป
"เหล็กกล้าชั้นดีที่ผ่านการตีอย่างประณีต... ลำพังโจรป่ากระจอกที่อยู่ชายแดนไม่มีทางได้ของระดับทหารมาครอบครองแน่!" เฉินอี้พึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระแวง ความรู้สึกผิดปกติเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ เมื่อพบว่าการต่อสู้ของโจรกลุ่มนี้มิได้เป็นการสู้แบบบ้าคลั่งไร้กระบวนท่า แต่มันคือการ 'สู้พลางถอย' อย่างมีชั้นเชิง พวกมันมีการใช้สัญญาณจากเสียงนกหวีดสลับกับการตั้งขบวนโล่ไม้ที่แข็งแกร่งดุจำแ ยรั้งรอและดึงดูดให้กองปราบถลำลึกเข้าไปในป่ารกชัฏเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงบริเวณแนวช่องผาที่แคบชัน มีเพียงทางเดินเล็กๆ ทีู่ขนาบด้วยผนังหินูชัน
"หยุด! ทุกคนอย่าตามต่อ! ถอยทัพัทางเดิมเดี๋ยวนี้!" เฉินอี้แผดเสียงตะโกนก้องเส้นเลือดที่โปนนูน ่ามันัสายเกินไป เสียงหัวเราะอันแหบพร่าและเปี่ยมด้วยการเย้ยหยันดังสนั่นมาจากเบื้องบนชะง่อนผา ชายร่างยักษ์ผู้มีหนวดยาวเฟื้อยสีดอกเลา ในชุดคลุมหนังสัตว์ป่าที่ดูน่าเกรงขาม ยืนตระหง่านอยู่เหนือหัวของกองปราบประดุจมัจจุราชที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อในหลุมพราง
"ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็นสุนัขรับใช้ของราชสำนักที่โง่เขลาเสียจริง! บุกเข้ามาถึงกรงเล็บของข้า วันนี้ข้าจะใช้เลือดของพวกเจ้ามาชโลมหน้าผาแห่งนี้ให้กลายเป็นสีชาด!"สิ้นเสียงคำราม ลูกธนูเพลิงนับร้อยก็ูระดมยิงลงมาจากทีู่ประดุจ-่าฝนทมิฬที่ตกลงมาจากฟากฟ้า เสียง
"ฉึก! ฉึก!"
ของหัวธนูที่ปะทะพื้นดินและโล่ไม้ดังกังวานไปทั่ว เหล่ามือปราบต้องระดมพลังปราณเข้าสู่า วาดเป็นวงกลมป้องกันอย่างสุดชีวิต แม้จะสะบักสะบอมและมีบาดแผลจากการูถากนิ้วและขา แต่ด้วยทักษะอันเหนือชั้น พวกเขาก็สามารถตีฝ่าวงล้อมลูกธนูออกมายังทุ่งกว้างหน้าช่องเขาได้ในีุ่ ่าโจรป่าอีกนับร้อยที่ซ่อนตัวอยู่ัวิ่งกรูตามมาติดๆ อย่างฮึกเหิมพร้อมเสียงกู่ร้องที่ทำลายขวัญกำลังใจให้แตกกระเจิง
แต่แล้ว... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าัทำให้หัวใจของเฉินอี้เย็นวาบประดุจตกลงไปในธารน้ำแข็ง เด็กชายสองคนจากหมู่บ้านที่ลู่ชิงสั่งสอน ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางสมรภูมิ ใบหน้าเล็กๆ ของพวกเขาอาบไปด้วยน้ำตาและความตื่นตระหนก ความไร้เดียงสาที่หลงทางเข้ามาในดินแดนแห่งความตายดูขัดตาอย่างน่าเวทนา
"ทำไมมีเด็กอยู่ที่นี่!" เฉินอี้ตะโกนสั่งลูกน้องด้วยความลนลาน
"ทุกคน! คุ้มกันเด็ก! อย่าให้ชีวิตบริสุทธิ์ต้องจบลงที่นี่!"
่าโจรป่าอีกกลุ่มึ่ที่ซุ่มอยู่ด้านหลังเด็กน้อย ัก้าวออกมาปิดทางหนีไว้เรียบร้อยแล้ว สถานการณ์เลวร้ายลงถึงขีดสุดเมื่อกองปราบูล้อมกรอบไว้ทุกทิศทาง หัวหน้าโจรหนวดยาวกระโดดลงจากหน้าผาอย่างแผ่วเบาดุจขนนก แต่น้ำหนักที่ลงสู่พื้นัทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย มันเดินก้าวออกมาพลางแสยะยิ้มถากถาง
"โอ้... ท่านมือปราบผู้ทรงธรรม" มันเอ่ยเสียงหยันพลางลูบเคราขาว
"ดูท่าทางพวกเจ้าจะรักเด็กเสียเหลือเกินนะ? เอาอย่างนี้ดีไหม ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าได้มีลมหายใจต่อไป... แค่ทิ้งเจ้าเด็กสองคนนี้ไว้ให้พวกข้าเล่นสนุกแทนเหยื่อที่เสียไป แล้วพวกเจ้าก็จงคลานเข่าออกไปซะ ฮ่าๆๆๆ!"
หูเถียน ชายฉกรรจ์ในกองปราบที่มีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด เขาหันไปหาเฉินอี้ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและใบหน้าที่ซีดเผือด
"หัวหน้า... สถานการณ์เราเสียเปรียบมาก จำนวนพวกมันเยอะกว่าเราหลายเท่าตัว แถมเรายังสะบักสะบอมจากลูกธนู... หรือเราควรจะยอม... ส่งเด็กไปก่อน เพื่อรักษาชีวิตพี่น้องส่วนใหญ่เอาไว้? บางทีมันอาจจะยอมปล่อยเราไปจริงๆ..."
เฉินอี้ตวาดัทันควันด้วยสายตาเกรี้ยวกราดประดุจกองไฟ
"เจ้าโง่หูเถียน! เจ้าใช้หัวแม่เท้าคิดหรืออย่างไร!" เขาชี้าไปที่หัวหน้าโจร
"มองตาพวกมันสิ! พวกมันไ่ไ้ต้องการเด็ก แต่มันต้องการทำลายเกียรติและขวัญกำลังใจของพวกเรา! เจ้าคิดหรือว่าโจรที่วางแผนแยบยลและมีอาวุธระดับกองทัพแบบนี้ จะปล่อยให้พวกเรามีชีวิตรอดัไปแจ้งข่าวที่เมืองหูเถียนเพื่อให้กองทัพใหญ่มายึดรังของมัน? มันแค่ต้องการให้เราตายไปพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ทิ้งเด็กไว้เท่านั้นแหละ!"
"หุบปาก! งั้นก็จงตายไปพร้อมกันให้หมด!" หัวหน้าโจรตวาดสั่งด้วยความเกรี้ยวกราด
"ฆ่ามัน! ไม่ต้องเหลือแม้แต่เด็ก!"
การต่อสู้อันชุลมุนระเบิดขึ้นอีกครั้ง คมาฟาดฟันกันประกายไฟกระเด็นว่อน กองปราบพยายามพุ่งเข้าหาเด็กๆ แต่ัูรุมล้อมขยับเขยื้อนไ่ไ้ ในเี้วินาทีะ โจรป่าร่างำำคนึ่ที่อยู่ใ้เด็กีุ่เงื้อาเล่มโขึ้นูเหนือหัว แามันกระหายเลือดขณะที่้ไปยังของเด็กชายที่กำลังร้องไห้จ้า
"ตายซะไอ้หนู!"
"วูบบบบ!"
จู่ๆ กระแสลมสายึ่ที่รุนแรงและเยือกเย็นผิดปกติัแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง ฝุ่นผงและใบไม้แห้งรอบบริเวณูม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นพัดพาเอาคมาของโจรผู้นั้นให้เบี่ยงเบนออกไปอย่างอัศจรรย์ ท่ามกลางวงล้อมะ เงาร่างึ่ปรากฏขึ้นอย่างมั่นคงเบื้องหน้าเด็กน้อยทั้งสอง ร่างนั้นสวมชุดบัณฑิตที่เก่าคร่ำคร่าและมีรอยปะชุนอยู่บ้างแต่่าสะอาดสะอ้านไร้รอยราคี เส้นผมยาวสลวยโบกสะบัดไปตามแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาอย่างเงียบเชียบ
ลู่ชิงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แาที่เคยอ่อนโยนและนิ่งสงบบัดนี้ัวาววับไปด้วยโทสะที่รุ่มร้อนประดุจเพลิงกัลป์ เขายกมือขึ้นระดับอก พลางวาดฝ่ามือช้าๆ ในท่วงท่าที่ชาวบ้านเคยล้อเลียนว่าเป็น 'ท่าบริหารไหล่' ่าในนาทีนี้ ทุกท่วงท่าที่ขยับัส่งผลให้อากาศรอบกายสั่นสะเทือนเกิดเสียงครางหึ่งๆ ในชั้นบรรยากาศ
"ข้าเคยบอกพวกเจ้าแล้วมิใช่หรือ..." ลู่ชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กังวานลึกไปถึงจิตวิญญาณ ทุกคนในสมรภูมิต้องชะงักงัน
"ว่าวรยุทธและการฆ่าฟัน... มันมิใช่เรื่องที่เด็กเล็กควรจะได้เห็น"
เฉินอี้และหูเถียนต่างเบิกตากว้างแทบจะถลนออกมา "บัณฑิตลู่!?" พวกเขาอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกตะลึงสุดขีด ในขณะที่พวกโจรป่าต่างพากันผงะถอยหลังด้วยสัญชาตญาณความกลัวที่เย็นสันหลังวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความกดดันจากร่างของบัณฑิตหนุ่มผู้เรียบง่ายบัดนี้ัหนักอึ้งดุจขุนเขาที่กำลังจะพังทลายลงมาทับพวกมัน!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??