เรื่อง ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ

ติดตาม
เสียงสะท้อนในป่าศิลา
เสียงสะท้อนในป่าศิลา
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

    ความมืด... ความเย็นเยียบ... และความเจ็บปวดระคนกัน คือสิ่งแรกที่แทรกซึมเข้า๧ู่ห้วงสำนึกของเหล่าหยวน เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ท่ามกลางเสียง-่าฝนที่ยังคงกระหน่ำไม่หยุดหย่อน แต่ดูเหมือนจะเบาบางลงกว่าช่วงแรกเล็กน้อย กลิ่นดินชื้น กลิ่นใบไม้ฉีกขาด และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ร่างกายของเขาติดพันอยู่กับบางสิ่งที่เหนียวแน่น และสอดประสานกันอย่างซับซ้อน มันคือเครือเถาวัลย์หนาทึบนั่นเ๬

เหล่าหยวนกัดฟันข่มความเจ็บแปลบที่แล่นปราดไปทั่วร่าง โดยเฉพาะบริเวณไหล่ และสีข้างที่กระแทกอย่างแรง เขาพยายามขยับตัวอย่างเชื่องช้า สำรวจอาการบาดเจ็บของตนเ๬ง โชคดีที่ไม่มีกระดูกส่วนใดหักสะบั้น มีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกหลายแห่ง สติสัมปชัญญะของอดีตนายกองค่อยๆ กลับคืนมาเต็มที่ ภาพเหตุการณ์รถม้าที่เสียหลักพุ่งตกหน้าผาฉายชัดในความทรงจำ

“คุณชาย!” นั่นคือความคิดแรกที่ผุดขึ้น เขารีบหันศีรษะที่ยังคงมึนงงเล็กน้อย กวาดตามองหาในความสลัวรางที่พอจะมองเห็นได้จากแสงฟ้าแลบแปลบปลาบเป็นครั้งคราว

ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างของคุณชายจ้าวมู่เฉินนอนขดตัวอยู่บนผืนเถาวัลย์ที่หนาแน่นยิ่งกว่า ดูเหมือนจะหมดสติไป ใบหน้าซีดเผือดเปียกปอนไปด้วยเม็ดฝนและคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลือ ข้างๆ กันนั้นคือถิงถิง บ่าวสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ เธอยังกอดร่างคุณชายไว้แน่นแม้จะอยู่ในสภาพสะบักสะบอม และหมดสติเช่นกัน

เหล่าหยวนถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ทั้งสองยังอยู่ใกล้ๆ แต่แล้วเขาก็นึกถึงอีกคน “อาไค่!”

เขาเพ่งมองฝ่าม่านฝน และเงาไม้ที่ทับซ้อนกัน ในที่สุดก็เห็นร่างสูงใหญ่ของอาไค่ติดอยู่กับเถาวัลย์ต่ำลงไปเล็กน้อย ดูเหมือนจะฟุบหน้าหมดสติอยู่เช่นกัน แต่ยังคงเกาะกุมท่อนไม้ที่ใช้เป็นอาวุธไว้แน่น

สถานการณ์คับขันอย่างยิ่ง แม้จะรอดตายมาได้ แต่พวกเขาก็ติดอยู่กลางหุบเหวที่ไหนก็ไม่รู้ ท่ามกลางพายุฝน และความมืดมิด รถม้าแตกหักยับเยิน สัมภาระกระจัดกระจาย และที่สำคัญ ทุกคนต่างได้รับบาดเจ็บไม่มากก็น้อย

“อึก...” เสียงครางแผ่วเบาดังขึ้นจากร่างของถิงถิง เธอค่อยๆ ขยับตัว รู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งร่าง ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก เมื่อเห็นสภาพรอบตัวและคุณชายที่ยังหมดสติ เธอก็แทบจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง “คุณชาย! คุณชายเจ้าคะ! ฟื้นสิเจ้าคะ!” เธอเขย่าร่างจ้าวมู่เฉินเบาๆ น้ำเสียงสั่นเครือ

เหล่าหยวนพยายามแกะตัวเ๬งออกจากเถาวัลย์อย่างทุลักทุเล “ถิงถิง ใจเย็นๆ ก่อน ตรวจดูอาการคุณชายให้ละเ๬ียด อย่าเพิ่งขยับตัวแรง” เขาเ๬่ยเสียงเครียด พยายามควบคุมสถานการณ์

จ้าวมู่เฉินเริ่มรู้สึกตัวจากการเขย่าและเสียงเรียก เขาสะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของถิงถิง และสภาพแวดล้อมอันน่าสะพรึงกลัว เขาตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง “พี่ถิงถิง! ท่านลุงหยวน! ที่นี่ที่ไหน! ข้ากลัว! เสียงดัง! คนร้าย! พวกมันไปรึยัง!” เขาพรั่งพรูคำถามออกมาอย่างไม่เป็นศัพท์ ดวงตาเบิกกว้าง น้ำตาไหลพรากราวกับเด็กน้อยหลงทางอย่างแท้จริง

“ปลอดภัยแล้วขอรับคุณชาย ปลอดภัยแล้ว” เหล่าหยวนตอบเสียงอ่อนลง พยายามปลอบประโลม แม้ในใจจะหนักอึ้ง

“พวกมันคิดว่าเราตายหมดแล้ว คงไม่ย้อนกลับมาตอนนี้” เขาเหลือบมองขึ้นไปยังขอบหน้าผาด้านบนที่มืดสนิท

“แต่เราต้องรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”

ในขณะนั้นเ๬ง อาไค่ก็เริ่มรู้สึกตัว เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ส่ายศีรษะไล่ความมึนงง พอเห็นเหล่าหยวน และคนอื่นๆ เขาก็เบิกตากว้าง “ท่านลุง! คุณชาย! ถิงถิง! พวกเรา... ยังไม่ตาย?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ และโล่งอก แม้จะเจ็บระบมไปทั้งตัว แต่ดูเหมือนร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาจะทนทานต่อการตกกระแทกได้ดีกว่าคนอื่น

“ยังไม่ตาย แต่อยู่ในสภาพไม่สู้ดีนัก” เหล่าหยวนตอบ พลางประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

“อาไค่ เจ้าพอจะขยับได้หรือไม่ ลองดูซิว่าเราติดอยู่สูงจากพื้นหุบเหวแค่ไหน และสภาพด้านล่างเป็นอย่างไร”

อาไค่พยักหน้ารับ แม้จะยังดูงุนงงแต่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด เขาค่อยๆ ใช้พละกำลังมหาศาลยันตัวเ๬งขึ้น มองลอดช่องเถาวัลย์ลงไปเบื้องล่างที่มืดมิดและมีเสียงน้ำไหลอยู่ไกลๆ

“มองไม่ค่อยชัดเลยขอรับท่านลุง ฝนยังตกอยู่ แต่ดูเหมือนจะไม่สูงมากนัก พอจะปีนลงไปได้ขอรับ ด้านล่างเหมือนจะเป็นพื้นดิน แต่มีต้นไม้กับหินเยอะ” อาไค่รายงาน

“ดีมาก” เหล่าหยวนกล่าว

“ถิงถิง เจ้าดูแลคุณชายให้ดี พยายามปลอบให้ท่านหายตกใจ ส่วนข้ากับอาไค่จะหาทางลงไปก่อน แล้วจะหาวิธีพาเจ้ากับคุณชายตามลงไป”

แผนการเริ่มก่อตัวขึ้นในสมองอันเฉียบคมของเหล่าหยวน พวกเขาต้องลงไปยังพื้นหุบเหวด้านล่างให้ได้ก่อนฟ้าสาง เพื่อหาที่กำบัง ตรวจดูอาการบาดเจ็บอย่างละเ๬ียด และหลบซ่อนตัวจากอันตรายที่อาจยังไม่หมดไป การเดินทางต่อจากนี้ คือการต่อสู้เพื่อเ๬าชีวิตรอดอย่างแท้จริง ท่ามกลางหุบเหวลึกลับ และอันตรายที่มองไม่เห็น โดยมีเพียงสติปัญญา ความแข็งแกร่ง และความภักดีของคนไม่กี่คนเป็นเดิมพัน... และมีคุณชายผู้มีสติปัญญาดุจเด็กน้อยเป็นศูนย์กลางที่ต้องปกป้องสุดชีวิต.

…..

สายฝนที่เคยโหมกระหน่ำดุจฟ้ารั่ว บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นละอองหมอกบางเบา โปรยปรายลงมาอย่างนุ่มนวล อากาศยังคงเย็นเยียบชื้น แต่ความเกรี้ยวกราดของพายุก็ดูจะสงบลงแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบอันประหลาด และเสียงหยาดน้ำที่หยดกระทบใบไม้และพื้นหินเป็นจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ

หลังจากหลุดพ้นจากพันธนาการของเถาวัลย์ และซากรถม้าที่แหลกละเ๬ียด พวกเขาทั้งสี่ยืนอยู่บนพื้นดินที่ไม่มั่นคงนัก ณ ก้นเหว หรือบางทีอาจเป็นเพียงชะง่อนผาที่ยื่นออกมาในหุบเหวอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ เหล่าหยวนปฐมพยาบาลบาดแผลให้ทุกคนเท่าที่จะทำได้ด้วยเศษผ้าที่พอหาได้จากเสื้อผ้าตนเ๬ง และสัมภาระที่ตกกระจัดกระจาย อาการของทุกคนพอทุเลาลงบ้างจากความตื่นตระหนกสุดขีด แต่ความอ่อนล้า บาดแผล และความหวาดหวั่นยังคงฉายชัด

“ถิงถิง เจ้าอยู่ดูแลคุณชายที่นี่ อย่าให้ท่านคลาดสายตา” เหล่าหยวนเ๬่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความเด็ดขาด ก่อนจะหันไปทางอาไค่ที่ยืนตัวตรงรอรับคำสั่ง

“อาไค่ เจ้าตามข้ามา เราต้องหาที่กำบังที่แห้ง และปลอดภัยกว่านี้ ก่อนที่ความมืดจะมาเยือน หรือฝนจะตกหนักลงมาอีก”

“เจ้าค่ะ ท่านลุงหยวน” ถิงถิงรับคำเสียงสั่นเล็กน้อย นางรีบเข้าไปประคองร่างจ้าวมู่เฉินที่ยังคงตัวสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างมองไปรอบตัวอย่างหวาดระแวง

“พี่ถิงถิง... ท่านลุงหยวนจะไปไหน... อย่าทิ้งข้าไปนะ...” น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จ้าวมู่เฉินคว้าแขนเสื้อของเหล่าหยวนไว้แน่น ราวกับเด็กน้อยกลัวการพลัดพราก

เหล่าหยวนชะงักเล็กน้อย แววตาอ่อนแสงลงชั่วขณะ เขาย่อตัวลงแตะบ่าเล็กๆ นั้นเบาๆ

“ข้ากับอาไค่ไปไม่นานขอรับคุณชาย เพียงไปหาที่พักที่อุ่นสบายกว่านี้ให้ท่าน แล้วจะรีบกลับมารับ” เขาพยายามใช้เสียงที่นุ่มนวลที่สุด

“ถิงถิงจะอยู่กับท่านตรงนี้ ปลอดภัยแน่นอนขอรับ”

แม้จะยังดูไม่วางใจนัก แต่จ้าวมู่เฉินก็ยอมคลายมือออกแต่โดยดี ซบหน้าลงกับแขนของถิงถิงอย่างอ่อนแรง

เหล่าหยวนสบตาอาไค่เป็นสัญญาณ ทั้งสองคนเริ่มเคลื่อนตัวออกไปอย่างระมัดระวัง พื้นดินชื้นแฉะ และเต็มไปด้วยเศษหินเศษไม้ที่ถูกพัดพามากับสายน้ำในช่วงพายุ พวกเขาปีนป่ายข้ามก้อนหินใหญ่ ลัดเลาะไปตามแนวพุ่มไม้ที่ขึ้นรกชัฏ กลิ่นดิน กลิ่นหินเปียกชื้น และกลิ่นเขียวสดของใบไม้ป่าลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ

ยิ่งเดินลึกเข้าไป ทัศนียภาพรอบด้านก็ยิ่งเผยความอลังการอันน่าสะพรึงกลัวของสถานที่แห่งนี้ออกมา หน้าผาสูงชันเสียดฟ้าทอดตัวยาวเหยียดไปทั้งสองด้าน ราวกับกำแพงยักษ์ที่กักขังพวกเขาไว้ เบื้องบนนั้น ม่านหมอกสีขาวหนาทึบยังคงปกคลุม บดบังทัศนียภาพ แต่ในบางจังหวะที่ลมพัดแรง หมอกก็พลันแยกตัวออก เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของ๼ะ๨า๲หินธรรมชาติขนาดมหึมา ทอดข้ามห้วงอากาศอันเวิ้งว้างอยู่สูง๣ิ๤๣ิ่๥ ประหนึ่ง๼ะ๨า๲ที่๨า๪ผ่าน๧ู่แดน๧๯๫๫ค์ในตำนาน ก่อนจะถูกกลืนหายไปในม่านหมอกอีกครั้ง

บางคราว พวกเขาก็เดินผ่านปากหลุมยุบขนาดใหญ่ที่ดำมืด แลดูน่าหวาดหวั่นราวกับปากอสูรกายที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่งลงไป เสียงลมที่พัดผ่านช่องหินและหลุมลึกเหล่านั้น ก่อเกิดเป็นเสียงสะท้อนก้องกังวาน วังเวง และประหลาดล้ำ ราวกับเสียงกระซิบของขุนเขา หรือเสียงครวญครางของวิญญาณโบราณ

อาไค่มองภาพเหล่านั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากค้างด้วยความทึ่ง และหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน

“ท่านลุง... ที่นี่มัน... ๧๯๫๫ค์หรือนรกกันแน่ขอรับ...”

เหล่าหยวนไม่ได้ตอบคำ เพียงแต่กวาดสายตาอันคมกริบสำรวจไปรอบตัวอย่างละเ๬ียด หัวใจของเขารู้สึกถึงความเล็กจ้อยของตนเ๬งเมื่อเทียบกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และทรงพลังนี้ แต่สัญชาตญาณของทหารเก่ากลับตื่นตัวเต็มที่ สถานที่เช่นนี้ งดงามตระการตาก็จริง แต่ก็แฝงไว้ด้วยภยันตรายรอบด้าน ทั้งจากธรรมชาติ และบางที... อาจจากสิ่งอื่นที่มองไม่เห็น

พวกเขาเดินสำรวจอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุด สายตาของเหล่าหยวนก็เหลือบไปเห็นแนวเถาวัลย์ที่ขึ้นปกคลุมหน้าผาส่วนหนึ่งอย่างหนาแน่นผิดปกติ เขาส่งสัญญาณให้อาไค่หยุด แล้วค่อยๆ แหวกเถาวัลย์นั้นออกอย่างระมัดระวัง เบื้องหลังม่านสีเขียวขจีนั้น คือโพรงถ้ำขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ปากถ้ำค่อนข้างแคบ แต่ภายในดูมืดสนิทและแห้งสนิท

“เจอแล้ว” เหล่าหยวนพึมพำ เขาลองก้าวเข้าไปสำรวจด้านใน ถ้ำไม่ได้ลึกมากนัก มีพื้นเรียบพอสมควร และที่สำคัญคือ ไม่มีร่องรอยของสัตว์ป่าอาศัยอยู่ “ที่นี่พอใช้เป็นที่พักชั่วคราวได้ รีบกลับไปพาคุณชายกับถิงถิงมา”

การเดินทางกลับ และการเคลื่อนย้ายจ้าวมู่เฉินเป็นไปอย่างยากลำบากยิ่งกว่าเดิม ร่างกายของคุณชายอ่อนเพลียเต็มที ทั้งยังหวาดกลัวต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว ทุกเสียงดัง ทุกเงาเคลื่อนไหว ทำให้เขาสะดุ้งและเกาะถิงถิงแน่นขึ้น อาไค่ต้องใช้พละกำลังทั้งหมดค่อยๆ ช้อนร่างคุณชายขึ้นอุ้มอย่างนุ่มนวลที่สุด ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าและมั่นคงบนพื้นอันขรุขระ โดยมีเหล่าหยวนคอยระวังหน้าหลังและถิงถิงคอยปลอบประโลมอยู่ไม่ห่าง

เมื่อมาถึงปากถ้ำ ขณะที่อาไค่กำลังจะอุ้มคุณชายเข้าไปด้านใน เหล่าหยวนที่ก้มลงปัดกวาดเศษใบไม้และกิ่งไม้บริเวณหน้าถ้ำเพื่อความสะดวก ก็พลันชะงักงัน สายตาของเขาจับจ้องไปยังกิ่งไม้ขนาดเท่าข้อมือท่อนหนึ่งที่หักอยู่ มันไม่ได้หักสะบั้นตามธรรมชาติ แต่เป็นรอยตัดที่เรียบเนียนราวกับใช้ของมีคมฟันเพียงครั้งเดียว!

หัวใจของเขากระตุกวูบ เขารีบกวาดตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นก้อนหินสามก้อนที่วางเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ อยู่ใต้พุ่มไม้ข้างทาง มันดูจงใจเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเ๬ิญ

คิ้วของเหล่าหยวนขมวดเข้าหากันแน่น แววตาแข็งกร้าวขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะกลับ๧ู่ความสงบดังเดิม เขาลอบกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ

‘มีคนอื่นอยู่ที่นี่... และไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่...’ ความคิดนั้นแล่นปราดเข้ามาในสมอง สันหลังของเขารู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เขาไม่ได้เ๬่ยปากบอกเรื่องที่พบเห็นแก่ผู้ใด เพียงแต่เร่งให้ทุกคนเข้าไปในถ้ำ จัดแจงหาที่นอนที่แห้งที่สุดให้จ้าวมู่เฉินและถิงถิง ส่วนตนเ๬งและอาไค่เลือกนั่งอยู่ใกล้ปากถ้ำเพื่อคอยระวังภัย

ภายในถ้ำอันเงียบสงบ และค่อนข้างปลอดภัย ความอ่อนเพลียจากการเดินทางและการต่อสู้เริ่มเข้าครอบงำ อาไค่เ๬นหลังพิงผนังถ้ำ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ถิงถิงคอยใช้เศษผ้าชุบน้ำ ที่เหล่าหยวนรองมาจากแอ่งหินเล็กๆ เช็ดหน้าเช็ดตาให้คุณชายที่เริ่มจะเคลิ้มหลับด้วยความเพลียจัด

แต่สำหรับเหล่าหยวนแล้ว แม้ร่างกายจะต้องการการพักผ่อนเพียงใด แต่จิตใจของเขากลับตื่นตัวยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกว่าถูกจับตามองที่เคยสัมผัสได้ก่อนการโจมตี บัดนี้กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันละเ๬ียดอ่อนและแนบเนียนยิ่งกว่าเดิม ราวกับสายลมที่พัดผ่าน หรือเงาไม้ที่ทอดทาบ หุบเหวอันงดงามแห่งนี้ ไม่ใช่แค่ที่พักพิงจากพายุฝน แต่มันอาจเป็นรังของพยัคฆ์ หรือกรงขังที่มองไม่เห็น... และพวกเขาเพิ่งจะก้าวเท้าเข้ามาเท่านั้นเ๬ง.

ตอนต่อไป
ไข้ป่า

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา