เรื่อง ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ
ยามื่ (09.00 - 11.00 น.) เพิ่งจะล่วงเข้าสู่ต้นชั่วยาม ทว่าที่จวนแม่ทัพผู้เฒ่าเิเหยาจินนั้น แสงแห่งชีวิตได้เริ่มเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ยามเหม่าแล้ว ม่านหมอกบางเบาคล้ายแพรไหมสีขาวนวลดุจน้ำนมแพะ ลอยอ้อยอิ่งคลุมเคลียยอดหญ้าและหมู่แมกไม้ภายในอุทยานกว้าง อากาศัคงเย็นสบาย ผสมผสานกับไอชื้นจากน้ำค้างที่เกาะพราวอยู่บนใบหญ้าและกลีบบุปผา สะท้อนแสงเรืองรองจากประทีปที่ัคงส่องสว่างจากเรือนต่างๆ ภายในจวน ประหนึ่งดวงดาวบนพื้นดินที่ัมิกล้าหลับใหล แม้ดวงอาทิตย์กำลังจะตื่นจากนิทราในอีกไม่ช้า
ภายในเรือนพักของเิซูเหริน คุณหนูแห่งจวนตื่นนอนแต่เช้าตรู่ นางมิได้มีท่าทีอ้อยอิ่งเกียจคร้านเช่นคุณหนูในห้องหอทั่วไป บ่าวรับใช้คนสนิททั้งสอง เสียวหม่านผู้มีกิริยากระตือรือร้น และชุนเฟิผู้มีกิริยาสุขุมเยือกเย็น ต่างปรนนิบัติผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ใ้คุณหนูของพวกนางด้วยาคล่องแคล่วบรรจง วันนี้นางสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวมรกตอ่อน ปัลายดอกหลันฮวา (ดอกกล้วยไม้) ด้วยเส้นไหมสีเงิน ขับใ้ผิวขาวผุดผ่องของนางยิ่งดูเปล่งปลั่ง เรือนผมดำขลับยาวสลวยถูกชุนเฟิรวบเ้าขึ้นเป็มวยึ่ศีรษะ่างดงาม ปัปิ่นหยกขาวสลักลายผีเสื้อตัวน้อยเพิ่มาอ่อนหวาน
เมื่อการแต่งกายเป็ที่เรียบร้อย เิซูเหรินมิได้รีรอ นางรีบเดินไปัโต๊ะไม้จันทน์ตัวงามกลางห้อง บนนั้นมีห่อผ้าฝ้ายสีเข้มวางเด่นอยู่ ภายในบรรจุของเล่นไม้จักจั่นไม้ และห่อขนมหลายชนิดที่นางตั้งใจเลือกซื้อมาจากตลาดเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ดวงตาคู่สวยทอประกายอ่อนโยนยามมองห่อผ้านั้น ่จะัไปำัชุนเฟิด้วยน้ำเสียงที่แฝงาใส่ใจ
“ชุนเฟิ เจ้านำห่อผ้านี้ไปใ้ท่าน่้าเิเดี๋ยวนี้เนะ ำัท่าน่้าว่าใ้นำไปส่งใ้ถึงมือจ้าวน้อยที่ค่ายทหารลับของท่านปู่โดยเร็วที่สุด อย่าใ้ตกหล่นหรือชักช้าเป็อันขาด”
ชุนเฟิยอบกายรับคำ่านอบน้อม “เจ้าค่ะคุณหนู บ่าวจะรีบไปจัดการใ้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้” นางรับห่อผ้ามาถือไว้่าระมัดระวัง ่จะขอตัวไปปฏิบัติภารกิจสำคัญทันที
เิซูเหรินมองตามหลังบ่าวคนสนิทไปจนลับสายตา ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มจางๆ พลางคิดในใจ ‘จ้าวน้อย... หวังว่าเจ้าจะชอบของที่ข้าเลือกใ้นะ’
…..
ห่างไกลจากาโอ่อ่าของจวนแม่ทัพ ณ ค่ายทหารลับที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาอันสลับซับซ้อน บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องปลุกขวัญ เสียงกระทบของอาวุธ และเสียงฝีเท้าม้าที่ดังกระหึ่ม ทหารทุกนายต่างฝึกฝนกัน่าแข็งขันภายใต้การควบคุมของนายกองมากประสบการณ์
ณ ลานฝึกม้ากว้างใหญ่ จ้าวมู่เิ ติงซาน และเล่าเปียว ในชุดทหารฝึกหัด กำลังยืนฟังคำสั่งจากเหล่าหยวน ซึ่งบัดนี้มิได้เป็เพียงสหายร่วมกลุ่มในการแข่งขัน แต่ได้รับหน้าที่เป็ครูฝึกพิเศษจากแม่ทัพผู้เฒ่าเิเหยาจินโดยตรง ด้วยเล็งเห็นในฝีมือและหน่วยก้านที่ซ่อนเร้นของเขา ใ้ดูแลการฝึกของทหารใหม่ทั้งสามนายนี้โดยเฉพาะ พวกเขาทั้งสามได้เข้าประจำการในกองทหารม้าเร็ว อันเป็ผลจากรางวัลรองชนะเลิศในการแข่งขันชิงธงเมื่อหนึ่งเดือน่
ทว่าการเข้ามาของพวกเขามิได้ราบรื่นดุจโรยด้วยกลีบกุหลาบ เสียงซุบซิบนินทา และสายตาดูแคลนจากเหล่าทหารม้าเดิมมักจะพุ่งตรงมาที่พวกเขาราวกับ-่าธนู พวกทหารเก่าหลายคนปรามาสว่าทั้งสามใช้เส้นสายของท่านแม่ทัพจึงสามารถเข้ามาร่วมกองทหารม้าเร็วอันทรงเกียรตินี้ได้โดยง่าย ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานหรือาสามารถที่แท้จริง
ด้วยเหตุนี้ ติงซานผู้มีนิสัยแข็งกร้าว และเล่าเปียวผู้สุขุมแต่แฝงามุ่งมั่น จึงตั้งใจฝึกฝน่าหนักเป็สองเท่า เพื่อลบคำสบประมาทนั้นใ้จงได้ พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจใ้กับการฝึกขี่ม้า การใช้อาวุธบนหลังม้า และการฝึกกระบวนทัพ่าไม่ย่อท้อ
แต่สำหรับจ้าวมู่เิแล้ว อุปสรรคของเขานั้นใหญ่หลวงกว่าสิบเท่าทวีคูณ ากลัวม้าที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกประหนึ่งปีศาจร้ายที่คอยหลอกหลอนเขาอยู่ทุกขณะจิต ในช่วงแรกที่ถูกส่งมาักองทหารม้า เขาไม่อาจแม้แต่จะย่างกรายเข้าใกล้ม้าศึกเหล่านั้นได้ในระยะสิบ้า เพียงได้ยินเสียงร้องหรือเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของมัน ร่างกายของเขาก็จะสั่นเทา เหงื่อกาฬแตกพลั่ก และมีหลายครั้งที่เขาล้มพับหมดสติไปต่อหน้าธารกำนัล
การที่ชายหนุ่มผู้มีาหวาดกลัวม้าถึงเพียงนี้กลับได้เข้ามาเป็ทหารม้า ยิ่งสร้างาไม่พอใจและเสียงหัวเราะเยาะใ้แก่เหล่าทหารม้าเดิมเป็่ามาก พวกเขาต่างคิดว่าจ้าวมู่เิจะนำาเสื่อมเสียมาสู่กองทหารม้าเร็วอันเลื่องชื่อของท่านแม่ทัพผู้เฒ่า
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทุกๆ วัน หน้าที่ของจ้าวมู่เิจึงจำกัดอยู่เพียงการเป็เด็กเลี้ยงม้า เขาต้องตื่นแต่ไก่โห่เพื่อนำหญ้าและน้ำไปใ้ม้าทุกตัวใน ทำาสะอาดม้า กวาดเก็บมูลม้าไปทิ้ง และดูแลาเรียบร้อยทั่วไป แม้จะเป็งานที่ต่ำต้อย และน่าเบื่อหน่าย แต่จ้าวมู่เิก็กัดฟันทำด้วยาอดทน เขาใช้ช่วงเวลานี้พยายามทำาคุ้นเคยกับสัตว์สี่เท้าที่เขาหวาดกลัวสุดชีวิต
ทว่าาพยายามของเขาก็มิได้สูญเปล่า...
ในเช้าวันนี้ ขณะที่เขากำลังตักน้ำใส่รางใ้ม้าตัวหนึ่ง แม้หัวใจจะัคงเต้นระรัวด้วยาหวาดหวั่น แต่เขาก็สามารถยืนอยู่ข้างๆ มันได้โดยไม่เป็ลมล้มพับไปเช่นคราแรก ปลายนิ้วที่เคยสั่นเทา บัดนี้สามารถยื่นไปสัมผัสแผงคอของม้าตัวนั้นได้่าแผ่วเบา แม้มันจะเป็เพียงสัมผัสสั้นๆ เพียงชั่วอึดใจ แต่สำหรับจ้าวมู่เิแล้ว นี่คือ้าเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่...้าที่จุดประกายาหวังริบหรี่ในใจของเขาใ้สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
จ้าวมู่เิในชุดทหารฝึกหัดที่เก่าคร่ำคร่ากว่าของผู้ใด กำลังก้มหน้าก้มตาใช้เคียวในมือเกี่ยวหญ้าสดบริเวณเชิงเขาด้านข้างค่าย่าขะมักเขม้น เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนหน้าผากขาวเนียนที่บัดนี้มีรอยเปื้อนดินอยู่บ้างเล็กน้อย หญ้าแต่ละกำที่เกี่ยวได้ถูกวางลงในตะกร้าหวายใบใหญ่่าเป็ระเบียบ ดวงตาื่ใสของเขามุ่งมั่นอยู่กับภารกิจตรงหน้า ด้วยรู้ดีว่าหญ้าเหล่านี้คืออาหารมื้อสำคัญของเหล่าอาชาใน
ขณะที่เขากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่นั้น เสียงแหบชราอันคุ้นเคยของเหล่าหยวนก็ดังแหวกาเงียบสงบมาแต่ไกล เขากำลังเดินนำบุรุษสูงวัยผู้หนึ่งตรงมาทางนี้ รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้ากร้านแดดของเหล่าหยวน เขารู้ดีว่ายามนี้นายน้อยของตนคงกำลังสาละวนอยู่กับงานเลี้ยงม้าเป็แน่
“นายน้อย..!! นายน้อยขอรับ..!!” เสียงเหล่าหยวนตะโกนก้อง “่้าเิจากจวนแม่ทัพมาหาขอรับ!”
จ้าวมู่เิชะงักมือจากคมเคียว เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียกนั้น ครั้นเห็นว่าเป็เหล่าหยวนและ่้าเิจริงๆ เขาก็วางเคียวเกี่ยวหญ้าลงกับพื้น่านุ่มนวล ่จะลุกขึ้นยืนเต็มาสูง ยกตะกร้าหวายที่บัดนี้บรรจุหญ้าสดจนเต็มปรี่ขึ้นแบก่าคล่องแคล่ว แม้จะดูเป็งานหนัก แต่สีหน้าของเขากลับมิได้แสดงาเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย เขา้าเท้า่ำเเดินมาจากญ้า ตรงไปับริเวณม้าที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อถึงที่หมาย เขาวางตะกร้าหญ้าลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยข้างม้า่าระมัดระวัง ่จะักายมาประสานมือโค้งคำนับ่้าเิด้วยกิริยาอ่อนน้อมและใสื่ตามแบบฉบับของตน
“คารวะท่านลุง่้า มีเรื่องอันใดเร่งด่วนหรือไม่ขอรับที่ท่านลุงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตนเอง?”
่้าเิมองภาพนายน้อยจ้าวที่แม้จะอยู่ในชุดมอมแมม เนื้อตัวเปรอะเปื้อน แต่ัคงมีแววตาที่กระจ่างใสและกิริยาที่น่าเอ็นดู ก็อดที่จะยิ้มกว้างจนตาหยีมิได้ เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ัคงหอบเหนื่อยจากการเดินทางอยู่เล็กน้อย ระคนกับายินดีที่ได้พบหน้า
“คุณชายจ้าว คุณหนูซูเหรินใ้ข้านำของเล่น และขนมมาส่งใ้ท่านขอรับ” ่้าเิกล่าวพลางยื่นห่อผ้าสีเข้มที่ถือมาในมือส่งใ้ “เวลานี้คุณหนูของข้ายุ่งอยู่กับการเรียนรู้การเป็กุลสตรีจากท่านแม่นมหลี่หมัวมัว นางจึงมิอาจปลีกตัวมาได้ แต่คุณหนูกลัวว่าคุณชายจ้าวจะเหงา ไม่มีสหายเล่นด้วย จึงตั้งใจฝากของเล่นและขนมมากมายเหล่านี้มาใ้ท่าน”
สิ้นคำของ่้าเิ ดวงตาดำขลับของจ้าวมู่เิพลันเบิกกว้างขึ้นทันที ประกายแห่งาดีใจ่าสุดซึ้งสาดส่องมา่าชัดเจนเมื่อรู้ว่าสหายที่แสนดี่า “พี่ใหญ่เิ” ัคงจดจำและห่วงใยเขาอยู่ เขารีบยื่นมือทั้งสองไปรับห่อผ้าผืนนั้นมากอดไว้แนบอกแน่น ราวกับเป็สมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก
“พี่ใหญ่เิ... พี่ใหญ่เิัไม่ลืมข้า!” เขารำพึงกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ่ที่าตื่นเต้นยินดีจะเอ่อล้นมาจนเก็บไว้ไม่อยู่ จ้าวมู่เิกระโดดโลดเต้นหมุนตัวไปรอบๆ ่าร่าเริงดุจเด็กน้อยที่ได้รับของขวัญชิ้นโปรด ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงเป็ระเบียบ
“ขอบคุณพี่ใหญ่เิมากนะขอรับที่ัคิดถึงข้า!” เขากล่าวเสียงดังฟังชัด ใบหน้าเงยขึ้นมองท้องฟ้าคล้ายจะส่งคำขอบคุณไปใ้ถึงคนบนฟ้า
“ข้าจะเก็บห่อผ้านี้ไว้เปิดดูตอนทานมื้อกลางวันนะขอรับ จะได้มีาสุขมากๆ!” จากนั้นเขาก็ัมาโค้งคำนับ่้าเิอีกครั้ง “ขอบคุณท่านลุง่้ามากนะขอรับที่เป็ธุระนำของสำคัญยิ่งนี้มาใ้ข้าถึงที่นี่”
่้าเิมองภาพาดีใจอันบริสุทธิ์ของจ้าวมู่เิแล้วก็พลอยยิ้มตามไปด้วย เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่เห็นว่าของฝากเล็กๆ น้อยๆ จากคุณหนูของตนสามารถสร้างาสุขใ้แก่คุณชายผู้โชคร้ายผู้นี้ได้มากมายถึงเพียงนี้
เมื่อมอบของฝากเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ่้าเิจึงขอตัวลาเพื่อกลับไปัจวนแม่ทัพ จ้าวมู่เิกล่าวลาท่านลุง่้าด้วยาาัเล็กน้อย ่จะักลับมาใ้าสนใจกับห่อผ้าในอ้อมกอดอีกครั้ง
นับจากวินาทีนั้น เขาก็มิยอมปล่อยห่อผ้าล้ำค่านั้นใ้ห่างกายอีกเ แม้กระทั่งยามที่ต้องตักหญ้าใ้อาหารม้า หรือจูงพวกมันไปดื่มน้ำ เขาก็ัคงหาทางสะพายห่อผ้านั้นไว้แนบกาย่าทนุถนอม ดวงตาเป็ประกายแห่งาสุขอยู่ตลอดเวลา คล้ายกับว่าห่อผ้าห่อเล็กๆ นั้นได้กลายเป็เครื่องรางนำโชคและเป็ดั่งดวงใจดวงน้อยๆ ที่คอยมอบาอบอุ่นใ้แก่เขาในค่ายทหารอันแสนโดดเดี่ยวแห่งนี้.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??