เรื่อง วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์
บที่ 91 : เพลิงสุริยันกลืนวายุ ปะทะกึ่งเทพ!
ความเงียบสงัดี่บังเกิดขึ้นอย่างกะทันหันกลางน่านฟ้าของเมืองศิลาผาหมอก ชวนให้ผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
การโจมตีประสานี่เกิดจากการผสานรังสีสังหารและสัจธรรมแห่งวายุของ 'อัศวินวายุสวรรค์' ถึงหนึ่งพันนาย... กองกำลังชั้นยอดี่สามารถบดขยี้และกวาดล้างเมืองชายขอบได้อย่างง่ายดาย กลับถูกทำลายล้างจนสูญสลายกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า!
และสิ่งี่น่าสะพรึงกลัวี่สุด คือผู้ี่ทำลายการโจมตีระดับนั้น กลับเป็นเพียงบุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง ผู้ซึ่งเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ 'ขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น' (ขอบเขตี่ 6 ขั้นต้น) ซ้ำเขายังมิได้ขยับเขยื้อนร่างกาย หรือชักศัสตราวุธใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย! เพียงแค่อาณาเขตสีทองคำี่แผ่ซ่านออกมารอบกายในรัศมีสิบจั้ง ก็สามารถ 'ลบล้าง' ทุกกฎเกณฑ์ของฟ้าดินได้อย่างหมดจด!
"บะ... เป็นไปไม่ได้! การโจมตีประสานค่ายกลวายุพิฆาตของพวกเรา... หายไปไหน!"
ผู้บัญชาการกองทัพอัศวินวายุสวรรค์ ซึ่งมีระดับพลังบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง เบิกตากว้างจนแทบจะฉีกขาด หอกยาวในมือของเขาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ เมื่อครู่เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า พลังปราณของลูกน้องนับพันได้พุ่งทะยานออกไปแล้ว ทว่าเมื่อมันปะทะเข้ากับรัศมีสีทองคำรอบกายของเด็กหนุ่มผู้นั้น มันกลับประดุจก้อนกรวดี่ถูกโยนลงไปในมหาสมุทรี่ไร้ก้นบึ้ง ไร้ซึ่งคลื่นกระเพื่อม ไร้ซึ่งเสียงสะท้อน!
เบื้องล่าง บนลานกว้างใจกลางเมือง...
หลินเจิ้นเทียนและสือป้าเทียน สองผู้ปกครองเมืองี่คุกเข่าหมอบกราบอยู่กับพื้น ต่างเงยหน้าขึ้นมองภาพเหตุการณ์บนฟากฟ้าด้วยใบหน้าี่ขาวซีดประดุจกระดาษ
"ขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น! ไอ้สัตว์ประหลาดนั่น... มันก้าวข้ามคอขวดได้ภายในเวลาเพียงห้าวัน! ซ้ำอาณาเขตสัจธรรมของมัน ยังทรงพลังจนสามารถลบล้างพลังทำลายล้างของอัศวินนับพันได้!" สือป้าเทียนพึมพำเสียงสั่น ร่างกายของเขากระตุกเกร็งด้วยความสยดสยอง
"มันมิใช่อาณาเขตสัจธรรมธรรมดา..." หลินเจิ้นเทียนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นัยน์ตาแฝงไปด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด "อาณาเขตทั่วไปมีไว้เพื่อกดข่มและเสริมพลัง ทว่าอาณาเขตสีทองคำนั่น... มันคือการ 'กลืนกิน' และ 'ปฏิเสธ' กฎเกณฑ์ของสวรรค์! นี่มันวิชานอกรีตระดับใดกัน!"
กลางอากาศธาตุ มหาเถระวายุคลั่ง ยอดฝีมือระดับ 'กึ่งเทพขั้นต้น' ผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้คิ้วี่เหี่ยวย่นของเขาขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม นัยน์ตาสีเขียวมรกตี่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและดูแคลน เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและดุดัน
"อาณาเขตี่สามารถลบล้างสัจธรรมวายุของวิหารเทพได้... เด็กหนุ่มผู้นี้ มิใช่อัจฉริยะธรรมดาเสียแล้ว"
มหาเถระชราคิดในใจ ทว่าด้วยทิฐิและศักดิ์ศรีของกึ่งเทพ เขาย่อมไม่อาจยอมรับได้ว่าตนเองกำลังหวาดหวั่นต่อผู้ี่มีระดับพลังต่ำกว่าตนเองถึงสองขอบเขตใหญ่!
"ไอ้เดรัจฉานโสโครก! เจ้าคงจะใช้สมบัติระดับสูงเพื่อดูดซับการโจมตีของลูกน้องข้าสินะ! คิดว่าลูกไม้ตื้นๆ เช่นนี้จะทำให้ข้าหวาดกลัวได้งั้นรึ!" มหาเถระวายุคลั่งแผดเสียงตวาดลั่น เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้แก่กองทัพอัศวินี่กำลังเสียขวัญ
"อัศวินวายุสวรรค์! จัดกระบวนทัพค่ายกลมังกรวายุทะลวงสวรรค์! บีบอัดปราณของพวกเจ้าทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียว ข้าจะดูสิว่า สมบัติคุ้มกายของมัน จะสามารถทนรับการโจมตีระลอกี่สองได้หรือไม่! ฆ่ามันซะ!"
"รับบัญชาท่านมหาเถระ! ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!"
อัศวินนับพันนายสูดลมหายใจลึก พวกเขากัดฟันข่มความหวาดกลัวและแผดเสียงคำรามก้องฟ้าเพื่อเรียกความกล้าหาญกลับคืนมา สัตว์อสูรอินทรีวายุคลั่งนับพันตัวกระพือปีกอย่างพร้อมเพรียง ก่อเกิดเป็นพายุหมุนขนาดมหึมาบนฟากฟ้า! หอกยาวนับพันเล่มถูกชูขึ้นเหนือศีรษะ ปราณเทวะธาตุลมถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด ควบแน่นกลายเป็นเงามายาของ 'มังกรวายุ' ขนาดยักษ์ี่มีความยาวกว่าร้อยจั้ง!
มังกรวายุตัวนี้ อัดแน่นไปด้วยสัจธรรมแห่งการตัดเฉือนและทะลวงฟัน มันส่งเสียงคำรามดังกัมปนาท ก่อนจะพุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุ มุ่งตรงเข้าใส่ระเบียงชั้นแปดของหอพักเมฆาศิลาอีกครั้ง ด้วยความเร็วและความดุดันี่เหนือล้ำกว่าการโจมตีครั้งแรกนับสิบเท่า!
แรงกดดันจากมังกรวายุ ทำให้มิติรอบด้านเกิดรอยแตกร้าวประดุจใยแมงมุม!
ทว่า บนระเบียงหินหยก...
ซูหลงอวิ๋นยังคงประทับยืนเอามือไพล่หลัง ท่วงท่าสง่างามประดุจขุนเขาี่ไม่มีวันสั่นคลอน นัยน์ตาสองสีทอดมองมังกรวายุี่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเบื่อหน่ายอย่างถึงี่สุด
"สมบัติคุ้มกาย? หึ... ดวงตาของพวกสุนัขรับใช้สวรรค์ ช่างมืดบอดและคับแคบเสียนี่กระไร"
ชายหนุ่มผู้โอหังแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น เขามิได้หันไปมองหลิงอวี้ซีี่ยืนอยู่ด้านหลัง ทว่าเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "อวี้ซี... เจ้าจงยืนดูอยู่ตรงนั้น ปกป้องหอพักแห่งนี้อย่าให้สวะตัวใดเข้ามารบกวนการพักผ่อนของพวกเราได้... ส่วนพวกเศษขยะบนฟ้า ข้าจะเป็นผู้กวาดล้างพวกมันเอง"
"รับคำสั่ง นายน้อย"
หลิงอวี้ซีรับคำอย่างนอบน้อม นางก้าวเดินออกมาเบื้องหน้าหนึ่งก้าว รัศมีปราณเหมันต์เทวะบรรพกาลปะทุขึ้น ก่อเกิดเป็นกำแพงน้ำแข็งสีฟ้าครามี่โปร่งใสทว่าแข็งแกร่งดุจเพชร ปกคลุมหอพักเมฆาศิลาเอาไว้อย่างมิดชิด
ในวินาทีี่กำแพงน้ำแข็งก่อตัวเสร็จสิ้น ซูหลงอวิ๋นก็ก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้า!
วูบ!
ร่างของมัจจุราชหนุ่มหายวับไปจากระเบียงหยก และปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งกลางอากาศธาตุ ลอยตัวตระหง่านอยู่เบื้องหน้ามังกรวายุขนาดยักษ์ี่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา! การเหาะเหินเดินอากาศอย่างอิสระเสรีโดยไม่พึ่งพาสมบัติหรือสายเลือดเผ่าพันธุ์ปักษา พิสูจน์ให้เห็นถึงสัจธรรมี่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ของแดนสวรรค์เบื้องบน!
"ในเมื่อพวกเจ้าภาคภูมิใจในสายลมอันต่ำต้อยของพวกเจ้านัก... ข้าก็จะใช้เปลวเพลิงแห่งจักรพรรดิ แผดเผาความภาคภูมิใจนั้นให้กลายเป็นเถ้าถ่าน!"
ซูหลงอวิ๋นชูมือขวาขึ้นเหนือศีรษะ!
"วิถีแห่งเทวะ... เปลวเพลิงแห่งการดับสูญ..."
ครืนนนนน!
ทันใดนั้น ท้องฟ้าี่เคยมืดมิดด้วยเมฆหมอกพายุ พลันถูกย้อมด้วยสีทองคำอร่ามี่สว่างไสวเจิดจ้าประดุจดวงอาทิตย์ดวงี่สี่ถือกำเนิดขึ้น! กลิ่นอายความร้อนระอุี่สามารถหลอมละลายได้แม้กระทั่งสวรรค์และปฐพี ระเบิดออกจากจุดตันเถียนของซูหลงอวิ๋น!
"เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ!"
ตู้มมมมมมม!
เปลวเพลิงสีทองคำบริสุทธิ์พุ่งทะลักออกจากฝ่ามือของเขา แปรสภาพเป็นคลื่นเพลิงมรณะี่ถาโถมเข้าใส่มังกรวายุอย่างเกรี้ยวกราด!
ตามหลักสัจธรรมของธรรมชาติ ลมย่อมส่งเสริมไฟ! เมื่อ 'มังกรวายุ' ี่เกิดจากการรวมพลังของอัศวินพันนาย ปะทะเข้ากับ 'เพลิงสุริยัน' ของจักรพรรดิเทพยุทธ์... แทนี่พายุจะพัดดับเปลวเพลิง มันกลับกลายเป็น 'เชื้อเพลิง' ชั้นดี ี่ทำให้เพลิงสุริยันลุกโชนและขยายตัวใหญ่โตขึ้นกว่าเดิมถึงสิบเท่า!
"อ๊ากกกกก!"
"ร้อน! ร้อนเหลือเกิน! พลังปราณของข้ากำลังถูกแผดเผา!"
มังกรวายุถูกเพลิงสีทองคำกลืนกินในพริบตา ก่อนี่ทะเลเพลิงนั้นจะลุกลามพุ่งกลับไปหากองทัพอัศวินวายุสวรรค์เบื้องหลังอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
เปลวเพลิงสีทองคำกวาดล้างข้ามผ่านน่านฟ้า อัศวินนับร้อยนายี่อยู่แนวหน้าสุด พร้อมกับสัตว์อสูรอินทรีวายุคลั่งของพวกมัน ไม่อาจทนรับอุณหภูมิี่สูงล้ำระดับสวรรค์ได้ ร่างกายและชุดเกราะของพวกมันหลอมละลายกลายเป็นของเหลว ก่อนจะระเหยกลายเป็นเถ้าถ่านไปในพริบตา! เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ดังก้องกังวานไปทั่วเมืองศิลาผาหมอกประดุจเสียงร้องของภูตผีในขุมนรก!
การสังหารหมู่กลางเวหา ได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ!
"ถอย! ถอยทัพ! กระจายกำลังออกไป! อย่าให้เพลิงมารนั่นลุกลามถึงตัวได้!" ผู้บัญชาการอัศวินตวาดสั่งการด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความหวาดผวา
ทว่า ซูหลงอวิ๋นมีหรือจะปล่อยให้เหยื่อหลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย!
"พวกเจ้าคิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไปงั้นรึ? ท้องฟ้าแห่งนี้... ข้าเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์!"
ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินไปบนอากาศธาตุอย่างต่อเนื่อง ท่วงท่าประดุจการร่ายรำของพญามัจจุราช ทุกย่างก้าวี่เขาก้าวเดิน เปลวเพลิงสุริยันก็จะระเบิดออกเป็นวงกว้าง บดขยี้อัศวินวายุสวรรค์ให้ตกตายไปทีละสิบ ทีละร้อย! เลือดสีแดงสดเดือดพล่านและระเหยกลายเป็นคาวเลือดลอยคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ
ซากศพี่ไหม้เกรียมของอัศวินและสัตว์อสูร ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าประดุจ-่าฝนดาวตกสีดำ กระแทกพื้นลานประมูลเบื้องล่างดังตุบตับ
"ปีศาจ... มันคือปีศาจ!"
"อ๊ากกก! ช่วยข้าด้วย! ท่านมหาเถระช่วยพวกข้าด้วย!"
กองทัพอันเกรียงไกรี่เคยสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คน บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะแตกพ่ายและหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต! เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป อัศวินวายุสวรรค์กว่าห้าร้อยนาย ก็ถูกเพลิงสุริยันผลาญเอกภพเผาผลาญจนไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูก! ความต่างชั้นของพลังมันห่างไกลกันเกินกว่าี่จำนวนคนจะชดเชยได้!
"หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้เดรัจฉาน!"
มหาเถระวายุคลั่งี่ยืนเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่เบื้องหลัง แผดเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้นจนเส้นเลือดในดวงตาแตกซ่าน! กองกำลังอัศวินวายุสวรรค์เหล่านี้ คือรากฐานและขุมกำลังสำคัญของวิหารเทพ การสูญเสียพวกเขาย่อมส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความมั่นคงของวิหารเทพ!
"บังอาจสังหารคนของข้าต่อหน้าข้า! ข้าจะสับร่างของเจ้าให้กลายเป็นหมื่นชิ้น!"
ตู้ม!
มหาเถระชราระเบิดเทวอำนาจระดับกึ่งเทพขั้นต้นออกมาอย่างเต็มสูบ! รัศมีสีเขียวมรกตี่อัดแน่นไปด้วยสัจธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ กวาดล้างออกไปผลักดันทะเลเพลิงสีทองคำให้ถอยร่นกลับไป!
ชายชราพุ่งทะยานร่างแหวกอากาศธาตุด้วยความเร็วี่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า มือขวาของเขากำไม้เท้าเวที่สลักหัวกะโหลกนกอินทรีเอาไว้แน่น ก่อนจะฟาดฟันลงมายังตำแหน่งี่ซูหลงอวิ๋นลอยตัวอยู่!
"สัจธรรมกึ่งเทพ... มหาวายุพิพากษาสวรรค์!"
ครืนนนนน!
สัจธรรมแห่งกึ่งเทพี่แท้จริงปรากฏขึ้นแล้ว! ท้องฟ้าเหนือเมืองศิลาผาหมอกถูกฉีกขาดออกเป็นรอยแยกขนาดยักษ์ พายุหมุนสีดำทมิฬี่ผสานด้วยสายฟ้าสีเขียว พุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกนั้น ม้วนตัวเป็นเสาพายุขนาดยักษ์ี่หมายจะบดขยี้ร่างของซูหลงอวิ๋นให้แหลกละเอียด!
พลังทำลายล้างของวิชานี้ รุนแรงกว่าการโจมตีประสานของอัศวินพันนายถึงร้อยเท่า! หากมันตกกระทบพื้นดิน เมืองศิลาผาหมอกทั้งเมืองจะต้องหายไปจากแผนี่!
ชาวเมืองเบื้องล่างต่างหลับตาปี๋ ร้องไห้คร่ำครวญรอคอยความตาย
ทว่า เบื้องหน้ามหันตภัยี่สามารถล้างบางสรรพชีวิต ซูหลงอวิ๋นกลับเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองด้วยรอยยิ้มี่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นและบ้าคลั่ง
"นี่สิ... ถึงจะพอทำให้ข้าได้ยืดเส้นยืดสายขึ้นมาบ้าง!"
ซูหลงอวิ๋นมิได้หลบหลีก เขาสูบดึงเพลิงสุริยันทั้งหมดกลับคืนสู่ร่าง ก่อนจะกำหมัดขวาแน่น! พลังปราณหยินหยางเทวะจากขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น ผสานเข้ากับพละกำลังอันไร้ขีดจำกัดของ 'กายามังกรเทวะ' ี่เพิ่งได้รับการผลัดเปลี่ยนกระดูกด้วยหินปราณหกหมื่นก้อน!
มัดกล้ามเนื้อี่แขนขวาของเขาปูดโปน เกล็ดมังกรสีทองคำสาดประกายเจิดจ้า รังสีความเป็นจักรพรรดิผู้ครองสวรรค์ปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด!
"กฎเกณฑ์ของกึ่งเทพ... ข้าจะขยี้มันด้วยหมัดนี้!"
"วิถีแห่งเทวะ... หมัดทะลวงเอกภพมังกรผงาด!"
โฮกกกกกก!
เสียงคำรามของมังกรเทวะบรรพกาลดังก้องออกมาจากหมัดของซูหลงอวิ๋น! เขาชกหมัดขวาสวนกลับขึ้นไปบนฟากฟ้า เข้าปะทะกับเสาพายุมหาวายุพิพากษาอย่างตรงไปตรงมา โดยไร้ซึ่งวิชาหลบหลีกหรือการป้องกันใดๆ!
ตู้มมมมมมมมมมมม!
การปะทะกันระหว่าง 'ร่างกายระดับเทวะ' และ 'สัจธรรมกึ่งเทพ' ก่อให้เกิดการระเบิดี่รุนแรงี่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองศิลาผาหมอก!
คลื่นกระแทกจากการปะทะ แผ่ขยายออกไปเป็นวงแหวนสีทองและสีเขียว กวาดล้างเมฆดำบนฟากฟ้าจนแตกสลาย เผยให้เห็นดวงจันทร์สีเงินยวงสองดวงอีกครั้ง! แสงสว่างจ้าจนผู้คนเบื้องล่างต้องยกมือขึ้นบังตา หูอื้ออึงไปชั่วขณะ
"ตาย! ตายซะไอ้สัตว์ประหลาด!" มหาเถระวายุคลั่งคำรามอย่างบ้าคลั่ง เขามั่นใจว่าหมัดเนื้อของมนุษย์ ไม่มีทางต้านทานสัจธรรมของกึ่งเทพได้อย่างแน่นอน!
ทว่า... ความจริงี่ปรากฏ กลับโหดร้ายยิ่งกว่าฝันร้ายใดๆ!
แกรก... แกรก... เพล้งงงง!
เสาพายุมหาวายุพิพากษา ี่อัดแน่นไปด้วยเทวอำนาจ กลับเกิดรอยร้าวขึ้นตั้งแต่ส่วนปลายี่ปะทะกับหมัดของซูหลงอวิ๋น ก่อนี่รอยร้าวนั้นจะลุกลามลามขึ้นไปจนถึงจุดศูนย์กลางอย่างรวดเร็ว!
พลังหมัดี่แฝงไปด้วยเจตจำนงแห่งจักรพรรดิ ทะลวงทำลายสัจธรรมแห่งวายุจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ!
"อะ... อะไรกัน!"
มหาเถระวายุคลั่งเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด! แรงสะท้อนกลับจากการี่วิชาถูกทำลายด้วยกำลังกายล้วนๆ กระแทกเข้าใส่ร่างของกึ่งเทพชราอย่างจัง!
"อั้ก!"
มหาเถระชรากระอักเลือดสีเขียวมรกตออกมาคำโต ร่างของเขากระเด็นถอยหลังกลางอากาศไปไกลกว่าร้อยจั้ง! ไม้เท้าเวทในมือเกิดรอยร้าวอย่างเห็นได้ชัด!
ทั่วทั้งน่านฟ้าและพื้นดิน ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง!
ผู้คนนับล้านเบิกตาค้าง มองดูร่างของชายชราระดับกึ่งเทพ ี่ถูกต่อยจนกระอักเลือดกระเด็นถอยหลัง!
ในขณะี่มัจจุราชหนุ่มในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง ยังคงลอยตัวตระหง่านอยู่ี่เดิม ท่ามกลางละอองแสงสีทองและสีเขียวี่ร่วงหล่นลงมาประดุจหิมะ หมัดขวาของเขามีเพียงควันสีขาวระเหยออกมาเล็กน้อย ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนหรือบาดแผลใดๆ!
"ขอบเขตกึ่งเทพ... ก็มีน้ำยาเพียงแค่นี้เองรึ?"
ซูหลงอวิ๋นลดหมัดลงอย่างช้าๆ นัยน์ตาสองสีทอดมองมหาเถระี่กำลังหอบหายใจด้วยความสมเพช
"หากเจ้ามีพลังเพียงเท่านี้... วันนี้วิหารเทพวายุคลั่ง คงต้องสูญเสียรองประมุขไปอีกคนเสียแล้วกระมัง"
ถ้อยคำโอหังี่ท้าทายสัจธรรมสูงสุดของโลกหล้า ดังกังวานก้องไปทั่วสารทิศ! จักรพรรดิเทพยุทธ์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ต่อหน้าพลังอำนาจี่แท้จริง... กึ่งเทพก็เป็นได้แค่เพียงสุนัขแก่ี่รอคอยความตายเท่านั้น!
(จบบที่ 91)
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??