เรื่อง วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์
บที่ 100 : เหยียบย่างแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำ!
ละอองแสงสีทองคำนับพันล้านชิ้น ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบน ประดุจ-่าฝนกระจกแก้วี่สะท้อนแสงตะวันจนเกิดเป็นประกายรุ้งเจ็ดสีี่งดงามเกินจินตนาการ ทว่าภายใต้ความงดงามอันวิจิตรตระการตานั้น กลับซุกซ่อนความจริงี่โหดร้ายและสั่นสะเทือนสัจธรรมของแดนสวรรค์เบื้องบนอย่างถึงี่สุด!
'มหาค่ายกลพิทักษ์แดนศักดิ์สิทธิ์' ปราการด่านสุดท้ายี่แข็งแกร่งี่สุดของแดนศักดิ์สิทธิ์วายุคลั่ง สิ่งก่อสร้างี่หล่อหลอมขึ้นจากหยาดโลหิตและเจตจำนงของอดีตยอดฝีมือระดับ 'เทพแท้จริง' (ขอบเขตี่ 10) ซึ่งยืนหยัดต้านทานภัยพาลมาเนิ่นนานนับแสนปี... บัดนี้ได้ถูก 'พละกำลังกายเนื้อ' ของบุรุษหนุ่มผู้มีระดับพลังเพียง 'ขอบเขตี่ 6 บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น' ฉีกกระชากและบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
ความเงียบสงัดระดับสุสานร้าง เข้าครอบงำทวีปลอยฟ้าขนาดยักษ์ี่เคยเต็มไปด้วยเสียงสวดมนต์และเสียงฝึกซ้อมอาวุธ บัดนี้มีเพียงเสียงของสายลมี่พัดผ่านเศษซากปรักหักพัง และเสียงสูดลมหายใจี่ติดขัดของผู้คนนับแสนชีวิต
บรรดาศิษย์ระดับล่างี่รอดชีวิตจากแรงระเบิด ต่างพากันทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นหินหยก ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังรอยแยกขนาดยักษ์บนท้องฟ้า ราวกับกำลังมองดูวันสิ้นโลกี่มาเยือนก่อนกำหนด
"ทะ... เทพเจ้า... ค่ายกลของปฐมบรรพชน... ถูกทำลายแล้ว!"
เหล่าผู้อาวุโสแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหนึ่งร้อยคน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือระดับ 'ขอบเขตี่ 8 จักรพรรดิยุทธ์' ต่างยืนตัวแข็งทื่อประดุจรูปสลักศิลา ใบหน้าี่เคยหยิ่งยโสและมองสรรพชีวิตเป็นเพียงมดปลวก บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ความเชื่อมั่นและรากฐานแห่งวิถีเต๋าี่เพียรสร้างมาตลอดชีวิต แตกสลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี
แดนศักดิ์สิทธิ์วายุคลั่งแห่งนี้ แม้จะถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ของ 'แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำ' เนื่องจากมีตัวตนระดับ 'ขอบเขตี่ 9 กึ่งเทพ' เป็นผู้ปกครองสูงสุดเพียงคนเดียว แต่นั่นก็เพียงพอี่จะทำให้พวกเขาเป็นเจ้าชีวิตในอาณาเขตทิศตะวันตกอันกว้างใหญ่ไพศาล! การมีผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิยุทธ์ถึงหนึ่งร้อยคน นับเป็นขุมกำลังี่สามารถกวาดล้างสิบอาณาจักรได้ในพริบตา ทว่าในยามนี้... จักรพรรดิยุทธ์ทั้งร้อย กลับรู้สึกหวาดกลัวต่อเด็กหนุ่มขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้จนจับขั้วหัวใจ!
ท่ามกลางความหวาดผวาและความพินาศ...
วูบ!
ร่างของบุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง ก้าวเดินฝ่าม่านละอองแสงสีทองคำเข้ามาอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของเขาสง่างามและไร้ซึ่งความเร่งรีบใดๆ นัยน์ตาสองสีี่ลึกล้ำสุดหยั่ง ทอดมองลงมายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เบื้องล่างประดุจมหาจักรพรรดิี่กำลังก้าวเดินเข้าสู่ลานประหารเพื่อตรวจดูนักโทษ
ตามติดมาด้วย 'พยัคฆ์เพลิงทองคำบรรพกาล' สัตว์เทวะร่างยักษ์ี่แผ่กลิ่นอายความดุร้ายและเปลวเพลิงสีทองคำี่ร้อนระอุ
บนหัวของมันปรากฏร่างของหลิงอวี้ซี สตรีโฉมงามผู้มีใบหน้าเย็นชาประดุจน้ำแข็งหมื่นปี นางประทับยืนอย่างสง่าผ่าเผย กลิ่นอายความหนาวเหน็บระดับ 'ครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์' (ครึ่งก้าวสู่ขอบเขตี่ 8) แผ่ซ่านออกมากดข่มทุกชีวิตบนทวีปลอยฟ้าให้รู้สึกหนาวสั่นไปถึงก้นบึ้งของวิญญาณ แม้ระดับพลังของนางจะต่ำกว่าเหล่าผู้อาวุโสหนึ่งร้อยคนอยู่ครึ่งก้าว ทว่ารากฐานเหมันต์เทวะของนางกลับลึกล้ำและบริสุทธิ์จนทำให้เหล่าจักรพรรดิยุทธ์ยังต้องลอบหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ!
ครืนนนนน!
จินหลิน สัตว์เทวะพาหนะ ขยับอุ้งเท้าก้าวเดินบนอากาศธาตุ ตามรอยเท้าของผู้เป็นนาย ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนเข้าสู่ทวีปลอยฟ้าอย่างเปิดเผย โดยมีถัวป๋าไห่นั่งหมอบอยู่ด้านหลังด้วยความยำเกรง
ทว่า สิ่งี่ทำให้ผู้คนของแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องวิญญาณหลุดออกจากร่าง มิใช่เพียงการปรากฏตัวของมัจจุราชหนุ่มและราชินีเหมันต์... แต่เป็นสิ่งี่ถูกโซ่ตรวนสีขาวทมิฬลากจูงมาเบื้องหลังต่างหาก!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ก้อนน้ำแข็งสีฟ้าครามขนาดยักษ์จำนวนสี่ก้อน ถูกกระชากลงมาจากฟากฟ้า และฟาดกระแทกเข้ากับลานกว้างหน้าท้องพระโรงหลักอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน! พื้นศิลาหยกี่ถูกสลักอักขระเวทป้องกันไว้ถึงกับปริร้าวเป็นทางยาว!
ก้อนน้ำแข็งทั้งสี่ ไถลครูดไปตามพื้นลานกว้าง ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ห่างจากจุดี่ 'ท่านประมุข' ประทับยืนอยู่ เพียงไม่ถึงสิบจั้ง!
เมื่อฝุ่นควันและเศษน้ำแข็งจางลง ภาพของสิ่งี่ถูกจองจำอยู่ภายในก็ปรากฏแก่สายตาของทุกคนอย่างชัดเจน!
"สวรรค์เมตตา! นั่นมัน... นั่นมันอดีตสี่ขุนพลของพวกเรา!"
"ท่านขุนพลจ้านเฟิง! ท่านขุนพลเลี่ยเฟิง! ม่ายยยยยยย!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงร่ำไห้ดังกึกก้องไปทั่วทวีปลอยฟ้า บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสต่างเบิกตาค้าง มองดูเรือนร่างของอดีตยอดฝีมือี่แข็งแกร่งี่สุดในระดับ 'ขอบเขตี่ 7 ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด' ซึ่งเป็นขุมกำลังสำคัญของแดนศักดิ์สิทธิ์!
ยอดขุนพลผู้เคยไร้พ่ายทั้งสี่ บัดนี้ถูกแช่แข็งอยู่ในก้อนน้ำแข็งโปร่งใส สภาพของพวกเขาเต็มไปด้วยบาดแผลและคราบเลือดี่แห้งกรัง นัยน์ตาของพวกเขายังคงกลอกกลิ้งไปมาได้ บ่งบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ ทว่าความอัปยศอดสูี่ต้องถูกลากจูงมาประจานต่อหน้าศิษย์นับแสนและท่านประมุข ทำให้แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและอยากจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายเสียให้พ้นๆ
นี่คือการหยามเกียรติแดนศักดิ์สิทธิ์วายุคลั่งอย่างถึงี่สุด! มันคือการตบหน้าประมุขกึ่งเทพฉาดใหญ่กลางลานกว้าง!
"พวกเจ้า... ไอ้พวกเดรัจฉานนอกรีต!"
ท่านประมุขแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ แผดเสียงคำรามลั่นประดุจราชสีห์ี่ถูกหอกแทงทะลุหัวใจ!
กลิ่นอายปราณเทวะระดับ 'ขอบเขตี่ 9 กึ่งเทพขั้นต้น' ปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ! พายุทอร์นาโดสีเขียวมรกตี่อัดแน่นไปด้วยสายฟ้าทำลายล้าง หมุนวนขึ้นรอบกายของเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้า! แรงกดดันจากเทวอำนาจแห่งกึ่งเทพ แผ่กวาดล้างออกไปบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง!
ศิษย์ระดับล่างนับแสนี่อยู่ใกล้เคียง ถูกแรงกดดันของประมุขตนเองกระแทกจนต้องกระอักเลือดและล้มกลิ้งไปกองกับพื้น! แม้แต่ผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิยุทธ์ก็ยังต้องกางม่านพลังขึ้นมาต้านทานอย่างยากลำบาก
"เจ้าบังอาจฉีกค่ายกลของปฐมบรรพชน ซ้ำยังกล้าลากขุนพลของข้ามาเหยียบย่ำถึงหน้าโถงสวรรค์! วันนี้ หากข้ามิได้ควักหัวใจและสูบวิญญาณของพวกเจ้าออกมาเผาทั้งเป็น ข้าก็ไม่ขอสถิตอยู่ในแดนสวรรค์แห่งนี้อีกต่อไป!"
ประมุขกึ่งเทพชี้ไม้เท้าสลักมังกรวายุตรงไปยังร่างของซูหลงอวิ๋น รังสีสังหารข้นคลั่กจนมวลอากาศแปรสภาพเป็นสีเลือด!
ท่ามกลางพายุแห่งความโกรธเกรี้ยวและแรงกดดันระดับกึ่งเทพี่ถาโถมเข้าใส่ ซูหลงอวิ๋นกลับค่อยๆ ลอยตัวลงมาประทับยืนบนพื้นลานหยกอย่างเชื่องช้า มัจจุราชหนุ่มสะบัดชายเสื้อคลุมสีขาวขลิบทองเพียงเบาๆ 'อาณาเขตมหาจักรพรรดิ' รัศมีสิบจั้ง ก็แผ่กางออก ปัดเป่าเทวอำนาจของกึ่งเทพให้มลายหายไปจากรอบกายอย่างง่ายดายประดุจปัดเป่าฝุ่นผง
"เสียงเห่าหอนของสุนัขี่ตื่นตระหนก... มักจะดังหนวกหูเช่นนี้เสมอ"
ซูหลงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงี่ราบเรียบและเยียบเย็น นัยน์ตาสองสีทอดมองประมุขแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยความสมเพชอย่างลึกซึ้ง
"แดนศักดิ์สิทธิ์วายุคลั่ง... เป็นเพียง 'แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำ' ี่มีกึ่งเทพโง่เขลาอย่างเจ้าเพียงคนเดียวปกครอง ทว่ากลับริอ่านทำตัวเย่อหยิ่งจองหองราวกับเป็น 'แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุด' ี่มีราชันย์เทพคุ้มกะลาหัว... ช่างเป็นกบในกะลาี่ไม่เจียมตัวเสียจริง"
ถ้อยคำี่เปิดโปงความต้อยต่ำและเหยียบย่ำสถานะของแดนศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ผู้อาวุโสทั้งร้อยคนและท่านประมุขต้องเบิกตากว้าง! ในอาณาเขตแถบนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงระดับชั้นของพวกเขาอย่างดูแคลนเช่นนี้มาก่อน!
"เจ้า!"
ท่านประมุขโกรธจนเส้นเลือดี่ขมับแทบจะปริแตก! "ไอ้สวะขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์! เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาวิจารณ์ความยิ่งใหญ่ของแดนศักดิ์สิทธิ์ข้า!"
"ข้าอุตส่าห์เมตตา นำของเล่นี่ชำรุดแล้วมาส่งคืนให้ถึงหน้าบ้าน... เจ้าควรจะคลานมาคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณข้าเสียด้วยซ้ำ ทว่ากลับมาทำตัวเสียมารยาทเช่นนี้..."
ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รังสีความตายแผ่ซ่าน "ดูเหมือนว่าการสั่งสอนของข้าี่เมืองศิลาผาหมอก จะยังไม่ซึมลึกเข้าไปในกะโหลกอันกลวงเปล่าของพวกเจ้าสินะ"
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์กัดฟันกรอด ด้วยสติปัญญาของกึ่งเทพ เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากร่างของบุรุษชุดขาวผู้นี้ การี่สามารถทำลายค่ายกลและลบล้างเทวอำนาจของเขาได้อย่างง่ายดาย ย่อมมิใช่วิสัยของขอบเขตี่ 6 บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ อย่างแน่นอน เขาจึงเลือกี่จะสงวนท่าทีและใช้บริวารเป็นเครื่องมือเบิกทาง!
"ผู้อาวุโสทั้งหนึ่งร้อยนาย! จงฟังคำสั่งข้า!"
ประมุขกึ่งเทพตวาดสั่งการยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ี่ยืนล้อมรอบอยู่ "จัดกระบวนทัพ! กางมหาค่ายกล 'ร้อยจักรพรรดิพิฆาตสวรรค์'! ข้าต้องการให้พวกเจ้าบดขยี้มัน บีบคั้นพลังของมันออกมาให้หมด! ข้าจะดูสิว่า ไอ้เด็กจองหองผู้นี้ จะมีพลังปราณอันใดซุกซ่อนอยู่อีก!"
"รับบัญชาท่านประมุข!"
ผู้อาวุโสแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหนึ่งร้อยนาย ซึ่งล้วนเป็นยอดฝีมือระดับ 'ขอบเขตี่ 8 จักรพรรดิยุทธ์' ประสานเสียงตอบรับดังกังวาน! พวกเขารีบพลิ้วกายพุ่งทะยานเข้าล้อมรอบกลุ่มของซูหลงอวิ๋นเอาไว้ในทุกทิศทาง!
ปัง! ปัง! ปัง!
ไม้เท้าและกระบี่ศิลาจำนวนร้อยเล่ม ถูกกระแทกลงบนพื้นหยกพร้อมกัน พลังปราณขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ทั้งร้อยสาย ผสานเข้ากับสัจธรรมวายุคลั่ง ก่อเกิดเป็นโดมพายุหมุนสีเทาทมิฬขนาดมหึมา ปิดกั้นน่านฟ้าและพื้นดินเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ!
แรงกดดันจาก 'ค่ายกลร้อยจักรพรรดิพิฆาตสวรรค์' นี้ ทรงอานุภาพเสียยิ่งกว่ามหาค่ายกลพิทักษ์เสียอีก! เพราะมันคือการผสานเจตจำนงสังหารของยอดฝีมือถึงหนึ่งร้อยคนเข้าด้วยกัน หากกึ่งเทพหลุดเข้ามาในค่ายกลนี้ ก็อาจถูกสับสังหารจนวิญญาณแตกซ่านได้!
"ตายซะ! ไอ้เดรัจฉาน!"
เหล่าจักรพรรดิยุทธ์แผดเสียงคำราม พายุหมุนภายในโดมแปรสภาพเป็น 'คมมีดวายุนับล้านเล่ม' พุ่งถาโถมเข้าเฉือนร่างของซูหลงอวิ๋น หลิงอวี้ซี จินหลิน และถัวป๋าไห่จากทุกทิศทาง!
ท่ามกลางมฤตยูี่กำลังกลืนกิน ซูหลงอวิ๋นกลับมิได้ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว เขายังคงประทับยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองดูความพยายามอันน่าเวทนาของพวกมดปลวก
ชายหนุ่มมิได้ลงมือเอง ทว่าเขาปรายตามองไปยังสตรีโฉมงามี่ยืนอยู่เบื้องหลัง
"อวี้ซี... ขยะพวกนี้มันส่งเสียงเห่าหอนจนข้ารำคาญหูยิ่งนัก"
สุรเสียงของมหาจักรพรรดิราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด "ขอบเขตี่แปด จักรพรรดิยุทธ์งั้นรึ? ช่างอ่อนแอปวกเปียก... กวาดล้างพวกมันให้พ้นทางข้าเสีย อย่าให้เหลือรอดไปส่งเสียงน่ารำคาญได้อีกแม้แต่ตัวเดียว"
"รับคำสั่ง นายน้อย"
หลิงอวี้ซีรับคำอย่างนอบน้อมี่สุด นางก้าวเดินออกมาเบื้องหน้าหนึ่งก้าว รัศมีปราณเหมันต์เทวะบรรพกาลี่ถูกกดข่มไว้ พลันปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
วูบ!
นัยน์ตาดอกท้อของนางสาดประกายแสงสีฟ้าครามี่เย็นเยียบและลึกล้ำประดุจธารน้ำแข็งในปรโลก มือเรียวขาวเนียนกำด้าม 'กระบี่เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์' เอาไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ ชักมันออกจากฝักอย่างเชื่องช้า
กี๊ซซซซ!
เพียงแค่กระบี่ถูกชักออกจากฝัก อุณหภูมิภายในค่ายกลพายุหมุนก็ลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็งสัมบูรณ์! คมมีดวายุนับล้านเล่มี่กำลังพุ่งถาโถมเข้ามา เมื่อปะทะเข้ากับไอเย็นี่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของผู้มีระดับพลัง ครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์ พวกมันกลับถูกแช่แข็งจนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งกลางอากาศธาตุ ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้นดังกราวราวกับห่าฝนลูกเห็บ!
"อะ... อะไรกัน! คมมีดวายุของร้อยจักรพรรดิยุทธ์ ถูกแช่แข็งในพริบตา! ทั้งี่นางเป็นเพียงครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์เนี่ยนะ!" ผู้อาวุโสทั้งร้อยนายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เคยพบเจอผู้ใดี่สามารถต่อสู้ข้ามขอบเขตได้น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน!
"พวกเจ้า... บังอาจขัดขวางสายตาของนายน้อย..."
หลิงอวี้ซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงี่ปราศจากความรู้สึกใดๆ มันคือเสียงสะท้อนจากสัจธรรมแห่งความตาย "ในเมื่อพวกเจ้าภาคภูมิใจในพลังระดับจักรพรรดิยุทธ์อันจอมปลอมของพวกเจ้านัก... ข้าก็จะขอมอบ 'ความหนาวเหน็บอันเป็นนิรันดร์' ให้เป็นของขวัญส่งท้าย!"
สตรีศักดิ์สิทธิ์ตวัดกระบี่เหมันต์ชี้ขึ้นสู่ฟากฟ้า!
"สัจธรรมเหมันต์เทวะ... อาณาเขตศูนย์สัมบูรณ์กลืนสวรรค์!"
ครืนนนนน! เพล้งงงงงง!
แสงสว่างสีฟ้าครามี่สว่างไสวเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงดาว ระเบิดออกจากปลายกระบี่ของหลิงอวี้ซี! คลื่นปราณเหมันต์เทวะบรรพกาล กวาดล้างออกไปทุกทิศทางด้วยความเร็วี่เหนือล้ำกว่าสัจธรรมใดๆ!
ในเสี้ยววินาทีี่คลื่นความหนาวเหน็บสัมผัสกับ 'ค่ายกลร้อยจักรพรรดิพิฆาตสวรรค์'
กึก! กึก! กึก! กึก!
เสียงการแช่แข็งดังระงมไปทั่วบริเวณ! โดมพายุหมุนสีเทาทมิฬี่เคยเกรี้ยวกราด ถูกแช่แข็งจนหยุดนิ่งกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งขนาดยักษ์!
และสิ่งี่ไม่คาดฝันี่สุดก็เกิดขึ้น... คลื่นความเย็นมิได้หยุดอยู่เพียงแค่การทำลายค่ายกล แต่มันได้ทะลวงผ่านม่านพายุ เข้าไปกระแทกและ 'แช่แข็ง' ร่างของผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิยุทธ์ทั้งหนึ่งร้อยนายในเสี้ยววินาที!
"ม่ายยยยยยย!"
"อั้ก! ร่างกายของข้า! ปราณของข้า!"
ผู้อาวุโสขอบเขตี่ 8 ทั้งร้อยคน แผดเสียงกรีดร้องโหยหวนได้เพียงครึ่งคำ ก่อนี่เสียงของพวกเขาจะถูกแช่แข็งอยู่ในลำคอ! เลือดในเส้นเลือดหยุดไหลเวียน จุดตันเถียนถูกห่อหุ้มด้วยผลึกน้ำแข็งสีฟ้าคราม!
ประติมากรรมน้ำแข็งรูปมนุษย์จำนวนหนึ่งร้อยชิ้น ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นลานหยกในลักษณะต่างๆ กัน พวกเขาทั้งหมดล้วนตกอยู่ในสภาวะ 'ตายทั้งเป็น' อย่างสมบูรณ์แบบ! ไม่อาจขยับเขยื้อน ไม่อาจใช้พลัง มีเพียงดวงตาี่กลอกกลิ้งด้วยความหวาดผวาสุดขีด!
ยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์หนึ่งร้อยคน... ถูกสตรีี่มีระดับพลังเพียงครึ่งก้าวจักรพรรดิยุทธ์ สยบลงได้อย่างราบคาบในกระบวนท่าเดียว! รากฐานี่แตกต่างกัน ย่อมก่อให้เกิดผลลัพธ์ี่เหยียบย่ำสามัญสำนึก!
การต่อสู้ี่ดุเดือดเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ทว่าความสิ้นหวังกลับลุกลามไปทั่วแดนศักดิ์สิทธิ์เสียแล้ว!
(จบบที่ 100)
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??