เรื่อง วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์

ติดตาม
บทที่ 123 : ความสิ้นหวังของอัจฉริยะ!
บทที่ 123 : ความสิ้นหวังของอัจฉริยะ!
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ลำแสงสีเงินยวงที่เคยพุ่งทะยานเสียดฟ้าประดุจเสาหลักค้ำจุนสวรรค์ บัดนี้ค่อยๆ จางหายไปในชั้นเมฆสีเทาทะมึนของมิติโบราณสถานสุสานดารา ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นพลังงานที่ยังคงกระเพื่อมไหวอยู่ในอากาศธาตุ และเศษซากของวิหารดาราเร้นลับที่พังทลายลงมาจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม


ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยคลุ้งและกลิ่นอายความเก่าแก่ที่ถูกปิดตายมานานนับหมื่นปี ซูหลงอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลังอยู่อย่างเงียบสงบที่ริมสระหยกขาวซึ่งบัดนี้แห้งเหือดไร้ซึ่งของเหลวใดๆ อาภรณ์สีขาวขลิบทองของเขาพริ้วไหวไปตามกระแสลมเบาๆ นัยน์ตาสองสีที่ลึกล้ำประดุจห้วงอวกาศ ทอดมองไปยังเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้นด้วยแววตาที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่นใดๆ


กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม บัดนี้ได้ถูกกดทับและซุกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิดด้วยวิชาเร้นลับระดับมหาจักรพรรดิ ทำให้ผู้ที่มองมาจากภายนอก สัมผัสได้เพียงกลิ่นอายของ 'ขอบเขตที่ 5 ตัดวิญญาณขั้นสูงสุด' เท่านั้น ทั้งที่แท้จริงแล้ว รากฐานของเขาได้ทะลวงเข้าสู่ 'ขอบเขตที่ 6 บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด' อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว


"กลิ่นคาวเลือดที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา... ช่างหอมหวานและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเสียจริง"


เสียงของชายหนุ่มราบเรียบและเย็นเยียบกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เขาไม่จำเป็นต้องแผ่ขยายจิตสัมผัสวิญญาณออกไปจนสุดขอบเขต ก็สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมวลอากาศที่เกิดจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงของผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มใหญ่


ครืนนนนน! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!


เพียงไม่ถึงสิบลมหายใจให้หลัง ท้องฟ้าเหนือซากวิหารก็ถูกปกคลุมไปด้วยเงาดำทะมึน กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์กว่าห้าสิบชีวิตในชุดเกราะสีเงินวาววับ พุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุลงมาจอดยังลานกว้างเบื้องหน้าซูหลงอวิ๋นประดุจห่าฝนดาวตก!


รังสีอำมหิตและกลิ่นอายความแหลมคมที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกมัน ผสานรวมกันจนทำให้หินผารอบด้านเกิดรอยร้าว พวกมันคืออัจฉริยะจาก 'สำนักหอกทลายฟ้า' แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงทางตอนใต้!


และผู้ที่ก้าวเดินออกมายืนอยู่เบื้องหน้าสุด คือบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าคมคายทว่าแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง บนหลังของเขาสะพายหอกยาวสีเงินที่สลักลวดลายพังทลายสวรรค์ กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมา กดข่มผู้คนรอบข้างให้หายใจติดขัด!


เขาคือ 'หลินเทียน' อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักหอกทลายฟ้า ผู้บรรลุ 'ขอบเขตที่ 7 ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น'!


หลินเทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ ซากวิหารที่พังทลาย ก่อนที่สายตาของเขาจะไปหยุดอยู่ที่สระหยกขาวอันว่างเปล่า และบุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีขาวของสำนักกระบี่ดาราพิฆาตที่ยืนอยู่ไม่ไกล คิ้วคมเข้มของหลินเทียนขมวดเข้าหากันแน่น ความผิดหวังและความโกรธเกรี้ยวปะทุขึ้นในดวงตา


"สระหยกขาวว่างเปล่า... แก่นแท้ดาราบรรพกาลที่ควรจะอยู่ที่นี่ หายไปไหนหมด!"


หลินเทียนตวาดเสียงกร้าว เสียงของราชันย์ยุทธ์แฝงไปด้วยพลังทำลายล้างที่ทำให้แก้วหูของศิษย์ระดับต่ำแทบฉีกขาด เขาก้าวเดินเข้าไปหาซูหลงอวิ๋นด้วยท่าทีคุกคาม "เจ้าหนุ่มสำนักกระบี่! เจ้ายืนอยู่ตรงนี้ ย่อมต้องเห็นว่าเกิดสิ่งใดขึ้น! ลำแสงสีเงินดาราพุ่งขึ้นมาจากที่นี่ ทว่าสมบัติกลับปลาสนาการไปสิ้น... ใครเป็นผู้ชิงมันไป! ตอบข้ามา!"


ศิษย์สำนักหอกทลายฟ้าทั้งห้าสิบคน ชักอาวุธคู่กายออกมาพร้อมกัน ปลายหอกสีเงินนับห้าสิบเล่มชี้ตรงมายังร่างของซูหลงอวิ๋น ปิดกั้นเส้นทางหลบหนีในทุกทิศทาง! ในสายตาของพวกมัน ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีกลิ่นอายเพียง 'ตัดวิญญาณขั้นสูงสุด' ย่อมไม่ต่างอันใดกับมดปลวกที่สามารถเหยียบย่ำให้ตายได้ด้วยปลายเท้า


ซูหลงอวิ๋นยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง เขาทอดสายตามองหลินเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเวทนาอย่างลึกซึ้ง


"ข้าก็นึกว่าจะเป็นผู้ใด... ที่แท้ก็ฝูงสุนัขจรจัดที่วิ่งตามกลิ่นอาหารมานี่เอง"


ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน "สมบัติที่พวกเจ้าตามหา... มันได้ถูกข้ากลืนกินลงไปจนหมดสิ้นแล้ว หากพวกเจ้าอยากได้มันนัก ก็ลองกรีดท้องของข้าดูสิ"


คำตอบที่ยียวนและท้าทายความตายอย่างเปิดเผย ทำให้หลินเทียนและเหล่าศิษย์หอกทลายฟ้าถึงกับชะงักไปชั่วขณะ พวกมันไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง ว่ามดปลวกตัวหนึ่ง จะกล้ากล่าววาจาสามหาวต่อหน้าอัจฉริยะราชันย์ยุทธ์เช่นนี้!


"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"


หลินเทียนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ามันเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น "ดี! ดีมาก! สำนักกระบี่ดาราพิฆาต สั่งสอนศิษย์ได้โอหังดีแท้! ขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูงสุด กลืนกินสมบัติระดับบรรพกาลเข้าไปงั้นรึ? โกหกได้หน้าไม่อาย! ร่างกายสวะของเจ้า หากกลืนสมบัติระดับนั้นเข้าไป มีหรือจะไม่ระเบิดเป็นเศษเนื้อ!"


หลินเทียนหยุดหัวเราะ นัยน์ตาสาดประกายอำมหิต "เจ้าย่อมต้องซุกซ่อนมันเอาไว้ในแหวนมิติเป็นแน่... พวกเจ้าสิบคน! ไปตัดแขนตัดขามัน ควักดวงตาของมันออกมา แล้วนำแหวนมิติของมันมาให้ข้า!"


"รับคำสั่งศิษย์พี่หลิน!"


ศิษย์สำนักหอกทลายฟ้าสิบคน ผู้มีระดับพลัง 'ขอบเขตที่ 6 บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง' พุ่งทะยานออกจากกลุ่มอย่างพร้อมเพรียง! หอกยาวสีเงินสิบเล่มแทงทะลวงอากาศธาตุ ก่อเกิดเป็นตาข่ายหอกลมปราณที่แหลมคม พุ่งตรงเข้าหมายจะเจาะทะลุเส้นเอ็นตามแขนขาของซูหลงอวิ๋นอย่างโหดเหี้ยม!


การโจมตีผสานของยอดฝีมือขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์สิบคน หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับตัดวิญญาณทั่วไป ย่อมต้องถูกแทงจนร่างพรุนเป็นรังผึ้งภายในเสี้ยววินาที!


ทว่า... เมื่อตาข่ายหอกสีเงินเหล่านั้นพุ่งเข้ามาใกล้ร่างของมหาจักรพรรดิในระยะเพียงหนึ่งจั้ง...


ซูหลงอวิ๋นเพียงแค่... ถอนหายใจเบาๆ


"การลงมือกับพวกอ่อนแอ... ทำให้ข้ารู้สึกเบื่อหน่ายเสียจริง"


วูบ!


บุรุษหนุ่มชุดขาวมิได้ชักอาวุธใดๆ ออกมา เขามิได้ถอยหลบ และมิได้เร่งเร้าลมปราณขึ้นมาสร้างเกราะป้องกัน ชายหนุ่มเพียงแค่ก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และยกหมัดขวาขึ้นมา ชกสวนออกไปในอากาศธาตุเบื้องหน้าอย่างเรียบง่าย!


ไม่มีเคล็ดวิชาลึกล้ำ ไม่มีแสงสีตระการตา มีเพียง 'พละกำลังทางกายเนื้อ' ที่อัดแน่นอยู่ใน 'กายามังกรเทวะ' ที่เพิ่งจะได้รับการขัดเกลาจนถึงขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดเท่านั้น!


ตู้มมมมมม!


หมัดเนื้อที่ดูธรรมดา กลับก่อเกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรงจนพื้นที่ว่างเปล่าบิดเบี้ยว! มวลอากาศถูกอัดกระแทกจนกลายเป็นกำแพงอากาศที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กไหล พุ่งเข้าปะทะกับตาข่ายหอกสีเงินอย่างจัง!


เปร๊งงงง! แกรก! แกรก! แกรก!


เสียงโลหะแตกหักดังระงมไปทั่วบริเวณ! หอกสีเงินระดับสูงทั้งสิบเล่ม ที่ถูกอัดฉีดด้วยปราณบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ ถูกคลื่นกระแทกจากหมัดเปล่าๆ บดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นเศษเหล็กในพริบตา!


และก่อนที่ศิษย์ทั้งสิบคนจะทันได้ส่งเสียงร้องด้วยความตกตะลึง แรงกระแทกอันมหาศาลก็ทะลวงผ่านเศษอาวุธ พุ่งเข้าอัดกระแทกหน้าอกของพวกมันทุกคนอย่างโหดเหี้ยม!


"อั้ก!"


"อ๊ากกกก!"


ร่างของศิษย์บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลางทั้งสิบคน ยุบตัวลงไปประดุจถูกขุนเขาหล่นทับ กระดูกซี่โครงแหลกละเอียด อวัยวะภายในถูกปั่นป่วนจนกลายเป็นเละ โลหิตสีแดงสดพุ่งทะลักออกจากปาก ร่างของพวกมันปลิวละลิ่วกระเด็นถอยหลังไปไกลนับร้อยจั้ง ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นดิน สิ้นใจตายคาที่โดยไม่มีโอกาสได้ดิ้นรน!


หมัดเดียว... สังหารยอดฝีมือขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ถึงสิบคนพร้อมกัน!


ความเงียบงันที่น่าขนลุก เข้าเกาะกุมจิตใจของศิษย์หอกทลายฟ้าที่เหลืออยู่ ศิษย์สี่สิบคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังหลินเทียน ต่างอ้าปากค้าง นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความสยดสยอง ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้!


"นี่มัน... วิชาบ้าอันใดกัน! ร่างกายเนื้อของมัน ทำลายศัสตราวุธของพวกเราได้ด้วยหมัดเดียวรึ!"


"ปกปิดพลัง! ไอ้เด็กนี่มันปกปิดระดับพลัง! มันต้องมิใช่ขอบเขตตัดวิญญาณแน่ๆ!"


แม้แต่หลินเทียน ผู้เย่อหยิ่งและทะนงตนในฐานะ 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น' ยังต้องหรี่ตาลง รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของเขามลายหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความระแวดระวังและตึงเครียด


"ดูเหมือนว่า... ข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปสินะ ไอ้สวะสำนักกระบี่"


หลินเทียนกัดฟันกรอด เขายื่นมือขวาไปด้านหลัง คว้าด้ามหอกทลายฟ้าที่สะพายอยู่ ชักมันออกมาเบื้องหน้า! ทันทีที่หอกถูกชักออก กลิ่นอายความตายอันแหลมคมก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า!


"มิน่าเล่า เจ้าถึงกล้ายืนหยัดเผชิญหน้ากับพวกข้าเพียงลำพัง... อาศัยวิชาปกปิดพลังตบตาผู้คน และใช้ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อลอบสังหารศัตรู... ช่างเป็นวิถีทางที่ขี้ขลาดและสกปรกเสียนี่กระไร!"


หลินเทียนพยายามหาเหตุผลมารองรับความวิปริตที่อยู่เบื้องหน้า เพื่อรักษาความมั่นใจของตนเอง "ทว่า... ลูกไม้ตื้นๆ เช่นนั้น ย่อมใช้ไม่ได้ผลกับผู้ที่ก้าวล่วงสัจธรรมของมนุษย์! ต่อหน้า 'ราชันย์ยุทธ์' ผู้กุมกฎเกณฑ์แห่งอาณาเขต ต่อให้ร่างกายของเจ้าจะแข็งแกร่งปานเหล็กกล้า เจ้าก็ต้องถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด!"


ครืนนนนน!


กลิ่นอายของ 'ขอบเขตที่ 7 ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น' ปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ! พราณหอกสีเงินทะลักทลายออกจากร่างของหลินเทียน ก่อเกิดเป็นพายุหมุนที่คมกริบ


และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของผู้ฝึกยุทธ์ระดับนี้ก็ปรากฏขึ้น... 'อาณาเขตราชันย์ยุทธ์'!


มิติรอบกายของหลินเทียนในรัศมีห้าร้อยจั้ง พลันถูกย้อมด้วยสีเงินยวง พื้นดินและอากาศในบริเวณนี้ถูกบิดเบือนและแปรเปลี่ยนเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยคมหอกนับหมื่นเล่มที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ! ภายในอาณาเขตนี้ กฎเกณฑ์ทุกอย่างล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของหลินเทียนแต่เพียงผู้เดียว!


"จงลิ้มรสความสิ้นหวังเสียเถิด! วิถีหอกทลายฟ้า... ห่าฝนดาวตกสังหาร!"


หลินเทียนแผดเสียงคำรามก้อง เขาตวัดหอกชี้ตรงไปยังร่างของซูหลงอวิ๋น!


วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!


คมหอกลมปราณนับหมื่นเล่มที่ลอยอยู่ในอาณาเขต พลันสั่นไหวและพุ่งทะยานเข้าใส่บุรุษหนุ่มชุดขาวพร้อมกันจากทุกทิศทุกทางประดุจห่าฝนที่ไร้ช่องโหว่! การโจมตีนี้ถูกบีบอัดด้วยเจตจำนงของราชันย์ยุทธ์ มันสามารถเจาะทะลุเกราะป้องกันระดับสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย!


เผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของขอบเขตที่ 7... ซูหลงอวิ๋นกลับเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย


"อาณาเขตราชันย์ยุทธ์... ถือเป็นการเริ่มต้นของการเข้าใจในกฎเกณฑ์อย่างแท้จริง" ชายหนุ่มรำพึงด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "ทว่า อาณาเขตของเจ้า... มันช่างเปราะบางและเต็มไปด้วยรอยรั่วประดุจเศษผ้าขี้ริ้ว"


ซูหลงอวิ๋นมิได้หลบหลีก เขายกมือขวาขึ้นมา ปราณหยินหยางเทวะสีทองดำเริ่มหมุนวนและควบแน่นอยู่ที่กลางฝ่ามือ ชายหนุ่มกางนิ้วทั้งห้าออก และตบลงไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างรุนแรง!


"แตกหักไปซะ"


เพล้งงงงงง!


ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือของมหาจักรพรรดิกดทับลงบนมิติ... 'อาณาเขตราชันย์ยุทธ์' สีเงินยวงที่หลินเทียนภาคภูมิใจหนักหนา กลับเกิดรอยร้าวขนาดมหึมาประดุจกระจกที่ถูกฆ้อนทุบ!


คลื่นสัจธรรมหยินหยางที่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ทั่วไปนับล้านเท่า พุ่งทะลวงแทรกซึมเข้าไปทำลายโครงสร้างของอาณาเขตจนพังทลายลงในพริบตา! -่าฝนคมหอกนับหมื่นเล่มที่กำลังพุ่งเข้ามา สลายตัวกลายเป็นเพียงละอองแสงร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างไร้ความหมาย!


"อั้ก!"


หลินเทียนกระอักเลือดออกมาคำโตจากการถูกทำลายอาณาเขตอย่างกะทันหัน นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยแตก!


"เป็นไปได้อย่างไร! อาณาเขตราชันย์ยุทธ์ของข้า... ถูกทำลายด้วยการตบเพียงครั้งเดียว! เจ้านี่มันตัวบ้าอะไรกัน!" หลินเทียนกรีดร้องเสียงหลง ความเย่อหยิ่งของอัจฉริยะอันดับหนึ่งพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี!


เขาพยายามจะก้าวถอยหลังเพื่อหนีเอาชีวิตรอด สัญชาตญาณร้องเตือนว่าบุรุษชุดขาวเบื้องหน้า มิใช่มนุษย์ ทว่าคือเทพปีศาจจำแลงกายมา!


ทว่า ซูหลงอวิ๋นไม่ปล่อยให้เหยื่อหลุดรอดไปได้ ชายหนุ่มก้าวเดินทะยานร่างข้ามระยะห่างร้อยจั้ง มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของหลินเทียนประดุจภูตผี!


"ความภาคภูมิใจของอัจฉริยะแดนศักดิ์สิทธิ์... ก็มีเพียงเท่านี้เองรึ"


ซูหลงอวิ๋นยกมือขวาขึ้น คว้าจับเข้าที่ลำคอของหลินเทียนอย่างแม่นยำและรวดเร็วเกินกว่าที่ราชันย์ยุทธ์จะปัดป้องทัน! มหาจักรพรรดิยกร่างของอัจฉริยะหนุ่มให้ลอยขึ้นเหนือพื้นดิน ขาทั้งสองข้างของหลินเทียนดิ้นรนเตะถีบไปในอากาศธาตุ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากการขาดอากาศหายใจ


"ปล่อย... ปล่อยข้า! ผู้อาวุโสของข้า... จะไม่ละเว้นเจ้า!" หลินเทียนเค้นเสียงร้องอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช


ซูหลงอวิ๋นเหยียดยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก


"ผู้อาวุโสของเจ้า... หากพวกมันกล้าเสนอหน้ามาหาข้า ข้าก็จะส่งพวกมันตามเจ้าลงไปในนรกเอง"


กร๊อบ!


สิ้นคำกล่าว ซูหลงอวิ๋นก็ออกแรงบีบฝ่ามือ กระดูกลำคอของราชันย์ยุทธ์ขั้นต้นแหลกละเอียด ศีรษะของหลินเทียนพับตกลงไปด้านหลังอย่างหมดสภาพ วิญญาณของเขาถูกปราณหยินหยางเทวะบดขยี้จนดับสูญไปตลอดกาล!


ตุบ!


ร่างไร้วิญญาณของอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักหอกทลายฟ้า ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินประดุจเศษขยะ


ศิษย์ที่เหลืออีกสี่สิบคนของสำนักหอกทลายฟ้า ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ศิษย์พี่หลินผู้ยิ่งใหญ่... ผู้เป็นความหวังของสำนัก ถูกสังหารง่ายดายประดุจบีบคอไก่!


"หนี! หนีเร็ว! เจ้านี่มันสัตว์ประหลาด!"


ศิษย์คนหนึ่งได้สติ แผดเสียงร้องอย่างเสียสติ ก่อนจะหมุนตัวพุ่งทะยานหนีเอาชีวิตรอด ศิษย์คนอื่นๆ ก็แตกฮือวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่คิดชีวิต!


ซูหลงอวิ๋นทอดสายตามองพวกมดปลวกที่กำลังดิ้นรนหลบหนี ด้วยแววตาที่เย็นเยียบ


"ผู้ที่ล่วงรู้ความแข็งแกร่งของข้า... ไม่มีสิทธิ์รอดชีวิตออกไปจากที่นี่"


ชายหนุ่มตวัดปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นมา ประกายเพลิงสามสัจธรรมลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้ว


"วิถีแห่งเทวะ... ทะเลเพลิงผลาญวิญญาณ!"


ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!


เส้นสายแห่งเปลวเพลิงสีทองคำ สีม่วง และสีขาว พุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุออกไปนับร้อยเส้น! พวกมันไล่ล่าติดตามร่างของศิษย์ทั้งสี่สิบคนที่กำลังหลบหนีด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าเสียง!


"อ๊ากกกกกก!"


เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วซากวิหาร เมื่อเส้นสายเปลวเพลิงสัมผัสกับร่างของพวกมัน ร่างกายและวิญญาณของพวกมันก็ถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านภายในเสี้ยววินาที! ไร้ซึ่งโอกาสให้ตอบโต้ ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ!


กองทัพอัจฉริยะแห่งสำนักหอกทลายฟ้าทั้งห้าสิบชีวิต... ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น โดยฝีมือของบุรุษเพียงคนเดียว!


ซูหลงอวิ๋นสะบัดมือเบาๆ แหวนมิติห้าสิบวงก็ลอยมาตกอยู่ในมือของเขา ชายหนุ่มโยนแหวนทั้งหมดเข้าไปในเตาหลอมเก้ามังกร เพื่อย่อยสลายและดูดกลืนทรัพยากรทั้งหมดมาเป็นของตน


มหาจักรพรรดิทอดสายตามองไปยังทิศทางอื่นๆ ของสุสานดารา นัยน์ตาสองสีสาดประกายความกระหายเลือดอย่างบ้าคลั่ง


"การสังหารมดปลวกระดับนี้... แม้จะน่าเบื่อหน่าย ทว่ามันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำลายล้างความหวังของพวกแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง"


ชายหนุ่มก้าวเดินข้ามกองเถ้าถ่าน มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางของมิติสุสานดาราอย่างองอาจ


"จงรอข้าก่อนเถิด อวี้ซี... เมื่อข้าจัดการเก็บกวาดเศษขยะในที่แห่งนี้จนพอใจแล้ว ข้าจะไปหาเจ้า และมอบสวรรค์เบื้องบนที่ถูกย้อมด้วยเลือดนี้ ให้เป็นของกำนัลแก่เจ้า"


พายุแห่งการสังหารและกลืนกิน ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ! ภายใต้เงื้อมมือของซูหลงอวิ๋น มิติโบราณสถานสุสานดาราแห่งนี้ กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นขุมนรกที่ไม่มีอัจฉริยะคนใดได้รอดชีวิตกลับออกไป!


---


**(จบบทที่ 123)**

ตอนต่อไป
บทที่ 124 : แผนที่วิหารแก่นวิญ...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา