เรื่อง ช่างมนตราผ่าโลกเวทมนต์

ติดตาม
บทที่ 39 ศิลาอาบโลหิต
บทที่ 39 ศิลาอาบโลหิต
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

   ประตู๮๣ั๹เวทีเปิดออก กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคลุ้งออกมาทันที ทั้งที่ยังไม่เห็นตัวสิ่งของ ไม่นานนักรถเข็นคันสุดท้ายก็ถูกเข็นออกมาโดยโกเลมเหล็ก เนื่องจากไอเวทมนตร์ของมันเป็นอันตรายเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใกล้ได้


   บนรถเข็นนั้นมีตู้กระจกนิรภัยหนา 5 ชั้น ที่ลงอักขระเวทมนตร์กักขังไว้อย่างแน่นหนา


   ภายในตู้... มีก้อนผลึกสีแดงเข้มขนาดเท่ากำปั้นวางอยู่บนภาชนะคล้ายอ่างน้ำ


   ผิวมันเลื่อมระยับตา และที่น่าสยดสยองคือ... มีของเหลวสีแดงสดไหลซึมออกมาจากผิวผลึกตลอดเวลา ราวกับมันกำลังร้องไห้เป็นสายเลือด หยดลงจากอ่างจนเจิ่งนองพื้นตู้


ตึก... ตึก...


   จู่ๆ คนทั้งฮอลล์ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจเต้น... ไม่ใช่เสียงที่ดังเข้าหู แต่เป็นความรู้สึกที่สะเทือนมาจากข้างในอกของตัวเอง


   ความกดดันขุมหนึ่งแผ่ปกคลุมไปทั่ว แต่สำหรับภัทรแล้ว... เขากลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่พิเศษกว่าใคร


ฟู่...


   ล็อกเกตของมิรินที่ห้อยอยู่บนอกของเขา... จู่ๆ ก็ร้อนจี๋ขึ้นมาราวกับถ่านไฟ!


   ความร้อนนั้นแผดเผาผิวหนังจนภัทรสะดุ้ง เขารีบตะปบมือลงบนหน้าอก ความรู้สึกใจคอไม่ดีเริ่มก่อตัวขึ้น


   “นี่คือสิ่งที่หน่วยสำรวจของเราพบในห้องเครื่องยนต์ชั้นในสุดของเรือ ยู.เอส.แอล. กาบาติกัส...” หยาดพิรุณประกาศเสียงก้อง

เราต้องเสียสละผู้วิเศษระดับสามไปถึง 10 คน และผู้วิเศษระดับสี่อีกหนึ่งคน เพื่อฝ่าดงกับดัก ฝูงสัตว์อสูรทะเลลึก และ... ร่างของอดีตลูกเรือที่ก๣า๾เป็น๞ี๨ิ๹เฝ้า๡๫ั๮๱์ เพื่อนำสิ่งนี้ออกมา”


   “เราตั้งชื่อมันว่า ‘ศิลาอาบโลหิต’ เนื่องจากมันจะปล่อยของเหลวสีแดงออกมาตลอดเวลา มันไม่สามารถวางบนโลหะใดๆ ได้จึงต้องใช้แร่คริสตัลบริสุทธิ์ในการบรรจุมัน และแม้ว่าจะไม่สามารถสัมผัสมันโดยตรงได้..."


   เขาชี้ไปที่ของเหลวสีแดงที่นองอยู่ก้นตู้ "แต่ทว่า น้ำสีแดงที่ไหลออกมานั้น เมื่อสกัดสิ่งปนเปื้อนออกแล้ว มันกลับมีพลังงานเวทมนตร์เข้มข้นพอๆ กับหินเวทมนตร์ระดับกลาง และมันไหลออกมาไม่ขาดสาย นั่นหมายความว่า... พลังงานในตัวมัน ‘ไร้ขีดจำกัด’ ครับ!"


   "นอกจากนี้ เราได้พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ได้มีพลังที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต้องสาปหรือพลังงานชั่วร้ายใดๆ ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายเมื่อทำการดูดซับพลังของมัน"


   คำพูดนี้ภัทรไม่เชื่ออย่างแน่นอน เนื่องจากจี้ของมิรินร้อนเป็นเตาเผาขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เกี่ยวข้องกับพวกคนนอกรีต แต่การที่สมาคมกลับไม่สามารถตรวจสอบพบความผิดปกติใดๆ ได้นั้น สร้างความประหลาดใจแก่เขาอย่างมาก


   หยาดพิรุณพูดต่อไป “นักวิจัยของเราพยายามจะนำมันไปสร้างเป็นแกนกลางพลังงาน... แต่มันปฏิเสธทุกวัสดุ โลหะเวทมนตร์ที่สัมผัสมันจะผุกร่อนก๣า๾เป็นสนิมในไม่กี่วินาที และมนุษย์ที่กล้าใช้มือเปล่าจับมัน... ร่างกายจะแห้งเหี่ยวเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เพราะถูกสูบเลือดจนหมดตัวในพริบตาเดียว”


   “หากใครสามารถหาวิธีควบคุมมันได้... ท่านจะมีแหล่งพลังงานที่เทียบเท่ากับ ‘หัวใจมังกร’ หรือ ‘เตาปฏิกรณ์เวทมนตร์’ อยู่ในกำมือ!”


   เสียงฮือฮาดังระงมด้วยความหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกัน แววตาของเหล่าผู้มีอำนาจกลับลุกวาวด้วยความโลภ


   “ด้วยความอันตรายที่สูงลิ่ว และความหายากที่ไม่เคยพบมาก่อน... โรงประมูลตำลึงทองขอเปิดประมูลเริ่มต้นที่... 500 เหรียญทอง!”


   การประมูลศิลาอาบโลหิตนั้นเกินกำลังของคนทั่วไปจะเอื้อมถึง มันได้ก๣า๾เป็นสนามรบของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในห้องวีไอพีด้านบนทั้ง 4 ห้อง แม้แต่ห้องของแม่สาวน้อยที่ประมูลกระต่ายไปก่อนหน้านี้ก็ยังเข้าร่วมวงด้วย แต่คราวนี้ผู้ขานราคาเปลี่ยนเป็นเสียงของหญิงชราที่ฟังดูทรงอำนาจแทน ทำให้รู้ว่าเด็กคนนี้มีเบื้อง๮๣ั๹ที่แข็งแกร่งแค่ไหน ในตอนที่มูลค่าการประมูลพุ่งทะยานไปแตะที่ 800 เหรียญทองนั้นเอง...


ตูม!!!


   เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้าน๮๣ั๹ประตูทางเข้าใหญ่ เศษไม้และฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องตกใจของผู้คนในฮอลล์ ภัทรหันขวับไปมองกลุ่มควันที่ค่อยๆ จางลง พบร่างของคนห๣า๾สิบคนก้าวข้ามผ่านซากประตูที่พังยับเยินเข้ามา


   นำทีมโดยชายหนุ่มที่เขาคุ้นหน้า... แต่วันนี้อีกฝ่ายไม่ได้มาในมาดคุณชายชุดหรูเหมือนครั้งแรก ภาคินอยู่ในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามสีดำขลิบทองแดงเต็มยศ สวมเกราะอ่อนสีทองเหลืองที่หน้าอก และปลอกแขนโลหะฝังผลึกเวทมนตร์ที่ดูทรงพลัง


   สิ่งเดียวที่ยังเหมือนเดิมคือดวงตาสีขี้เถ้าที่ฉายแววเบื่อหน่ายโลก และผมสีเทาเข้มตัดสั้นที่โคนผมเรืองแสงสีแดงเพลิงตลอดเวลา ซึ่งดูโดดเด่นและน่าเกรงขามกว่าเดิมเมื่ออยู่ในเงามืด


   ภาคินก้าวเข้ามาท่ามกลางซากประตู เขาไม่ได้ตะโกนโหวกเหวก แต่ใช้น้ำเสียงที่เสริมด้วยเวทขยายเสียงให้กังวานก้องไปทั่วฮอลล์


    “ช่างไร้ระเบียบ...”


    เขากวาดตามองความวุ่นวายในงานประมูลด้วยสายตาตำหนิ

   “ผมคือ ภาคิน สุริยคราส จากหน่วยปราบปรามพิเศษ... สถานที่แห่งนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของกฎหมาย และเต็มไปด้วยสิ่งผิดกฎหมาย ผมขอใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งกฎอัยการศึกเวทมนตร์...”


   เขาเว้นจังหวะ ยกมือขึ้นทำสัญญาณ

   “ยึดทุกอย่าง... และจับกุมทุกคน ใครขัดขืน อนุญาตให้ใช้ความรุนแรงระดับสูงได้”


   คำประกาศนั้นเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ คนในฮอลล์ส่วนใหญ่ที่เป็นทั้งพ่อค้าตลาดมืดและอาชญากรต่างรู้ดีว่าถ้าถูกจับได้นั่นคือจุดจบในชีวิตของพวกเขา


   “ฆ่ามัน! อย่าให้มันจับได้!” เสียงตะโกนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับป๣า๾ไม้กายสิทธิ์นับร้อยที่ชี้ไปยังกลุ่มของภาคิน เสียงร่ายเวทมนตร์ดังระงม แสงสีตระการตาพุ่งเข้าใส่ผู้บุกรุกราวกับ-่าฝน


   แต่ภาคินเพียงแค่ยืนกอดอกนิ่ง ลูกน้องของเขาสองคนก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมชู ‘โล่เวทมนตร์หกเหลี่ยม’ ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับสูงขึ้นมา


วิ้ง!


   ม่านพลังงานโปร่งแสงกางออกคลุมกลุ่มเจ้าหน้าที่ไว้ทั้งหมด รับการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีรอยขีดข่วน หยาดพิรุณที่อยู่บนเวทีรีบตั้งสติและตะโกนสั่งการ


   “ทุกคนครับ! โรงประมูลตำลึงทองจะรับมือทางนี้เอง ขอให้แขกทุกท่านออกไปทางทางออกฉุกเฉินด้านข้างเดี๋ยวนี้! โปรดไว้ใจเรา!”


   ฝูงชนแตกฮือวิ่งเบียดเสียดกันไปที่ทางออก ภัทรรีบสะกิดชีตาห์แล้วแทรกตัวหนีไปพร้อมกับคนอื่นๆ ทว่าพวกภาคินไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ พวกเขาเริ่มร่ายเวทตาข่ายและโซ่ตรวนเข้าใส่กลุ่มคนที่กำลังหนี รวมถึงคนที่โดนลูกหลงจากการกราดร่ายเวทมนตร์


   ในจังหวะนั้นเอง ชายชราร่างผอมแห้งในชุดคลุมสีเทาที่เดินตามมาที๮๣ั๹อย่างเชื่องช้าก็ขยับตัว เขาค่อยๆ ยกไม้เท้าหัวพยัคฆ์ทองเหลืองที่สลักเสลาอย่างงดงามขึ้นมา แล้วกระแทกลงกับพื้นเบาๆ


ตึง!


  แรงสั่นสะเทือนมหาศาลแผ่พุ่งไปทั่วพื้นดินราวกับแผ่นดินไหวเฉพาะจุด พื้นหินอ่อนแตกร้าวเป็นทางยาวพุ่งตรงไปยังกลุ่มคนที่กำลังจะหนีออกประตู ทำให้ทุกคนล้มระเนระนาดรวมถึงภัทรและชีตาห์ที่เกือบจะหน้าทิ่มดิน


     สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อประตูห้องวีไอพีทั้ง 4 ห้องด้านบนเปิดออกพร้อมกัน แรงกดดันมหาศาลจากจอมเวทระดับสูงแผ่ซ่านลงมา ทั้งไอร้อนจากตระกูลธำรงอัคคี จิตสังหารจากตระกูลโลหกุญชร และพลังลึกลับอื่นๆ จนบรรยากาศหนักอึ้ง


    ชายชราเจ้าของไม้เท้าหัวพยัคฆ์หรี่ตามองขึ้นไปด้านบน เขารู้ดีว่าการปะทะในที่แคบแบบนี้ฝ่ายเขาจะเสียเปรียบ


   “พอแค่นั้นแหละ คุณชายภาคิน... ปล่อยพวกมันไป...”


   ภาคินหันขวับมามองประสาน คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดคำสั่ง


   “คุณประสาน... ผมกำลังจะคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด คุณคิดจะปล่อยอาชญากรพวกนี้ไปงั้นเหรอ? นี่มันขัดกับหลักการของผม”


   “อย่าโผงผาง...” ประสานเตือนสติ “ดูข้างบนนั่น... ถ้าปะทะกันตรงนี้ เราจะได้ไม่คุ้มเสีย ทรัพยากรของเรามีจำกัด การปล่อยมดปลวกหนีไปบ้างแลกกับชัยชนะในสงครามใหญ่... คุ้มค่ากว่านะครับ”


   ภาคินกัดฟันกรอด สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว แล้วรู้ว่าชายชราพูดถูก เขาค๣า๾หมัดออก แล้วสะบัดหน้าอย่างหงุดหงิดที่ต้องยอมถอย


   “...เข้าใจแล้ว สั่งลูกน้องเปิดทาง! แต่ส่งหน่วยสอดแนมตามประกบพวกนอกกฎหมายไว้ อย่าให้คลาดสายตา!”


   ขณะที่ฝูงชนกำลังทะลักออกไป สายตาของภาคินที่คอยสอดส่องความเรียบร้อยก็เหลือบไปเห็นภัทรในหน้ากากจิ้งจอก แต่เขากลับจำได้ทันทีว่าเป็นคนที่เคยมายุ่งเรื่องของเขากับรินธิรา

    “นั่นมัน... ไอ้สวะเมื่อตอนกลางวัน?” มุมปากเขากระตุกเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นความสมเพช


   “ใส่หน้ากากแล้วคิดว่าจะรอดสายตาฉันไปได้งั้นเหรอ?” ภาคินยกมือขึ้นเล็งไปที่แผ่น๮๣ั๹ของภัทรทันที หินเวทมนตร์สีเทาเรืองแสงจางๆ


   “เวทแรงโน้มถ่วง พสุธาบดขยี้!”


   ภัทรรู้สึกได้ถึงสายตาของภาคิน จู่ๆ อากาศรอบตัวภัทรก็บิดเบี้ยว แรงกดดันมหาศาลเริ่มกดทับลงมา แต่ด้วยประสบการณ์ที่เคยโดนมาก่อน ภัทรรู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร


‘เวทมนตร์แรงโน้มถ่วง... ต้องใช้สายตาล็อกเป้า!’


   “พี่ชีตาห์! เวทมนตร์ควัน! เดี๋ยวนี้!”


   ชีตาห์เห็นเหตุการณ์พอดีจึงไม่รอช้า ร่ายคาถาออกมาทันที “ฟูมุส (Fumus)!”


ปุ้ง!


   กลุ่มควันสีดำขุ่นหนาทึบฟุ้งกระจายขึ้นบดบังร่างของทั้งสองคน ภาคินสบถลั่นเมื่อเป้าหมายหายไปจากสายตา ทำให้เวทมนตร์ของเขาเสียศูนย์และกระแทกเข้ากับพื้นหินอ่อนข้างๆ จนแตกเป็นหลุมลึกแทน


   ควันสีดำจางหายไป เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและหลุมลึกที่พื้น ภาคินยืนนิ่ง จ้องมองไปยังจุดที่ภัทรเคยยืนอยู่ด้วยแววตาที่น่ากลัวกว่าเดิม


   “หนีไปได้งั้นรึ...”


   เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อเกราะเบาๆ แล้วจัดระเบียบเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย “ก็ดี... การบี้มดที่เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุน... มันก็น่าสนุกไปอีกแบบ”


   ชายชราประสานมองภาคินแล้วยิ้มมุมปาก “ดูเหมือนคุณชายจะเจอของเล่นที่ถูกใจนะครับ”


   “ไม่ใช่ของเล่น คุณประสาน...” ภาคินตอบเสียงเย็นเยียบขณะหัน๮๣ั๹เดินกลับ


   “แต่มันคือ ‘จุดด่างพร้อย’ ที่ต้องลบออกต่างหาก”


ตอนต่อไป
บทที่ 40 ความเงียบที่ดังที่สุด

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา