เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน
ยอดฝีมือตระกูลขุนนางบุ๋นซึ่งรั้งค่ายอยู่บนเนินเขาเดิมทีควรมีขุมกำลังราวห้าสิบคน ทว่าหลังปะทะเดือดกับทัพขซุนคังึเหลือรอดเีสี่สิบเศษ ยิ่งไปกว่าั้ ตระกูลสวียังเกณฑ์กำลังคนเกือบครึ่งไปหนุนสวีจือสวิน หวังสร้างกำแพงมนุษย์สกัดกั้น้าหนิงที่กำลังฝ่าทะลวงขึ้นมา
ฝั่งกกำลังขซุนคังยิ่งสูญเสียหนักหน่วง บัดนี้เหลือรอดเีสิบกว่าชีวิต
ยี่สิบกว่าคนล้อมปราบสิบกว่าคน ต่อให้ศัตรูจะมีอัจฉริยะอย่างซุนคังนำทัพ โอกาสกำชัยขฝั่งบุ๋นก็ยังสูงลิบ สวีจือสวินหมายมั่นจะกวาดล้างกกำลังซุนคังให้เหี้ยนเตียนเป็นอันดับแรก ก่อนรวบรวมสรรพกำลังทั้งหมดพลิกกลับมาบดขยี้้าหนิง
ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผัน สิ้นพริบตาที่เขาก้าวเท้าเข้าสู่ค่ายกลรบ เสียงโกลาหลอื้ออึงพลันดังแว่วมาจากแนวหน้า ยอดฝีมือตระกูลบุ๋นบางกลุ่มกำลังผลักไสไล่ส่งกันเ กระทั่งบานปลายกลายเป็นการชักอาวุธฟาดฟันพวกเดียวกัน
"เกิดเรื่อันใดขึ้น พวกเจ้าสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือ" สวีจือสวินตวาดกร้าว
ยามศึกหน้าสิ่วหน้าขวานกลับเกิดไส้ศึกตีกันเ สวีจือสวินเห็นภาพตรงหน้าแล้วแทบกระอักเลือดด้วยความคลุ้มคลั่ง
เื่ครู่เขาเพิ่งนำทัพลงไปสกัด้าหนิง หากมิใช่เพราะฟ่านอี้กับบรรดาคุณชายตระกูลฟ่านไร้ฝีมือทนรับแรงกระแทกไม่ไหว พากันขี้ขลาดตาขาวทิ้งค่ายกลหลบหนีพาให้ทัพหลักแตกพ่าย เขาไม่มีทางปราชัย ดีไม่ดีอาจตี้าหนิงแตกกระเจิงไปแล้วด้วยซ้ำ
ห้วงเวลาชี้เป็นชี้า สวีจือสวินยังไม่ทันได้บั่นคอพวกตระกูลฟ่านเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ป้ปรามมิให้ผู้ใดกล้าทิ้งแนวรบตามอำเภอใจกระบวนทัพพังทลาย กกำลังหลักกลับก่อกบฏตีกันเอีกระลอก เรื่บัดซบปานนี้ใครจะทนกล้ำกลืนลง
"คุณชายสวี คนตระกูลเฉินกำเริบเสิบสานเกินไปแล้วขอรับ พวกมันขัดขืนคำสั่งจัดทัพ เคลื่อนไหวตามอำเภอใจ ไม่เีทำลายค่ายกลทะลวงฟันขเรา ซ้ำยังหันมาโยนความผิด พ่นคำผรุสวาทใส่หน้า พี่น้หลายคนสุดจะทน..."
สิ้นคำรายงานขคุณชายตระกูลบุ๋นผู้หนึ่ง สวีจือสวินก็กระจ่างแจ้งถึงต้นสายปลายเหตุ
ยามที่เขานำทัพไปสกัดกั้น้าหนิง เดิมทีตระกูลเฉินมีหน้าที่ประคค่ายกลอยู่รอบนอก ทว่าพอเห็นกกำลังซุนคังจวนเจียนจะูบดขยี้ พวกมันกลับหน้ามืดตามัวหวังแย่งชิงความดีความชอบ ถึงขั้นกระชากสหายร่วมรบแนวหน้าออก แล้วสอดแทรกตัวเเข้าไปแทนที่
ผลลัพธ์คือค่ายกลฝ่ายตนปั่นป่วนต้านทานคมดาบขซุนคังไม่อยู่ คุณชายตระกูลเฉินูซุนคังฟาดฟันพ่ายยับในพริบตา ซ้ำร้ายยามถอยร่นยังละทิ้งยุทธวิธีสับเปลี่ยนตำแหน่ง เอาแต่วิ่งหนีาหัวซุกหัวซุน พุ่งชนค่ายกลที่ระส่ำระสายอยู่แล้วให้พังพินาศ ก่อเกิดเป็นหายนะครั้งใหญ่แก่กกำลังตระกูลบุ๋น
ฝั่งซุนคังย่อมไม่ปล่อยผ่านโอกาสท อาศัยัะนี้ทะลวงเข้ากลางดงศัตรู กวัดแกว่งศาสตราฟาดฟันซ้ายขวาอย่างห้าวหาญไร้ผู้ต้านทาน เผยเค้าลางขการกวาดล้างค่ายกลให้ราบคาบ
ภายใต้วิกฤติเช่นนี้ ยอดฝีมือตระกูลบุ๋นตระกูลอื่นย่อมต้ชี้นิ้วสาปแช่งพวกตระกูลเฉิน ทว่าใครจะคาดคิดว่าเฉินอันจือผู้เป็นหัวหน้ากลับเดือดดาลเป็นไฟ ไม่เีลงไม้ลงมือผลักไสอย่างหยาบคาย ซ้ำยังถ่มน้ำลายใส่หน้าสหายร่วมรบ มีหรือที่อีกฝ่ายจะกล้ำกลืนความอัปยศนี้ลง สุดท้ายึบานปลายกลายเป็นการตะลุมบอนล้างผลาญกันเ
"บัดซบ ไอ้พวกสวะโง่เง่า ทำคุณไม่ขึ้นแถมยังชักศึกเข้าบ้าน เป็นพวกมารผจญทำลายกระบวนทัพโดยแท้" สวีจือสวินสบถกร้าว
สวีจือสวินทอดมค่ายกลเบื้หน้าที่แหลกเหลวเกินกว่าจะกอบกู้ ความสิ้นหวังแะเคียดแค้นตีตื้นขึ้นจุกอก แทบอยากแหงนหน้าคำรามก้ฟ้า "เหตุใดในหมู่ขุนนางบุ๋นถึงมีตัวบัดซบโง่งมเยี่ยงตระกูลฟ่านแะตระกูลเฉินร่วมอยู่ด้วย นี่มันคราวเคราะห์ขวงศ์ตระกูลชัดๆ"
สติสัมปชัญญะขเขาขาดสะบั้น ปากพล่อยด่ากราดอย่างไร้ทิศทาง
ยี่สิบยอดฝีมือล้อมปราบซุนคังยังัว่ามีหวัง ทว่าพอคนฝั่งบุ๋นหันมาฟาดฟันกันเ ย่อมเปิดช่โหว่ให้อีกฝ่ายตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ ฉากตรงหน้าไม่อาจเรียกว่ายุทธการทางการศึก ทว่าเป็นเีการวิวาทข้างถนนขเหล่าลูกผู้ดีมีเงินไปเสียแล้ว
อัจฉริยะตระกูลบุ๋น ณ ที่แห่งนี้เกินครึ่งเติบโตในเมืหลวง ปกติย่อมชิงดีชิงเด่น แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างลับๆ ครั้นเกิดความโกลาหล ความบาดหมางที่ฝังรากลึกึปะทุออกมาราวกับเขื่อนแตกเกินกว่าจะหยุดยั้ง
"ข้ากุมกำลังพลถึงแปดกลุ่ม พวกขุนนางบู๊รวมกันยังไม่ถึงครึ่งขข้าด้วยซ้ำ ทว่าข้ากลับเป็นฝ่ายปราชัย อัปยศ อัปยศอดสูที่สุดในชีวิต ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ล้วนเกิดจากความโง่เขลาขตระกูลฟ่านแะตระกูลเฉิน หาใช่ความผิดพลาดทางการศึกขข้าไม่"
เพลิงแค้นแผดเผาสวีจือสวินคลุ้มคลั่ง เขากระชากกระบี่คำรามลั่นก่อนทะยานร่างฝ่าวงล้อม ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่ว่าจะเป็นคนขตระกูลเฉินหรือขุมกำลังซุนคัง เขาล้วนสาดกระบี่ฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง หวังเีระบายโทสะที่อัดแน่นเต็มอก
ณ ุนี้ สมรภูมิกลางหุบเขาึแปรสภาพเป็นขุมนรก ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์แะยุทธวิธีใดๆ อีกต่อไป
"เจ้าคนมุทะลุอย่างเฉินอันจือ รู้จักใช้สมตั้งแต่เื่ใดกัน"
เว่ยอู๋เซี่ยนตวัดเท้าเตะคุณชายตระกูลบุ๋นเบื้หน้าหน้าคะมำ เงยหน้ากวาดตามวิกฤติชุลมุน เห็นเฉินอันจือที่กำลังฟาดฟันอย่างเอาเป็นเอาา ใบหน้าแดงก่ำพลางตะโกนก้ว่าผู้ใดไม่ร่วมมือกับตระกูลเฉิน ซ้ำยังลงมือกับพวกเดียวกันก่อน ถือเป็นพฤติกรรมขายชาติส่งเสริมศัตรู ฟังคำโอ้อวดเหล่าั้แล้วเว่ยอู๋เซี่ยนถึงกับชะงักงัน
้าหนิงสะบัดทวนทะลวงคอหอยอัจฉริยะตระกูลบุ๋นร่วงไปอีกหนึ่งคน ก่อนจะส่ายหน้ายิ้มหยัน ด้วยนิสัยเถรตรงตงฉิน แยกแยะดีชั่วชัดเระดับเฉินอันจือ อุบายพลิกลิ้นกลับดำเป็นขาวเยี่ยงนี้ ต่อให้คิดหัวแตกก็ไม่มีทางคิดออก ย่อมต้เป็นฝีมือแม่นางฟ่านอี้ชี้แนะมาแต่ต้นเป็นแน่
เื่ไส้ศึกปั่นป่วนจากภายใน กกำลังตระกูลบุ๋นทีู่ซุนคังแะ้าหนิงขนาบบดขยี้จากสฝั่ง แม้จะมีจำนวนคนเหนือกว่ามหาศาล กลับกลายเป็นฝ่ายูกวาดล้างพินาศย่อยยับเป็นอันดับแรก
ทันทีที่ผลึกบนเกราะอกขสวีจือสวินสาดแสงสีแดงฉาน ฟ่านอี้เก็ทรุดร่างล้มพับตามไป บัดนี้เบื้หลัง้าหนิงแะซุนคังเหลือยอดฝีมือที่พอหยัดยืนถืออาวุธได้เีสามสี่คนเท่าั้
สบุรุษที่เื่ครู่เพิ่งร่วมมือกันกวาดล้างศัตรู วินาทีที่สบตากันกลับไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย ฝ่ายหนึ่งขบกรามกรอดด้วยเพลิงแค้น ฝ่ายหนึ่งใบหน้าเยียบเย็นดุ้ำแข็ง ทั้งสทะยานร่างเข้าห้ำหั่นกันด้วยความเร็วสูงสุด สาดซัดศาสตราปราณในมือหมายปลิดชีพอีกฝ่ายในดาบเดียว
"้าหนิง" ซุนคังคำรามรอดไรฟัน หวนนึกถึงกเพลิงมรณะเื่คืนก็แทบกระอักเลือดด้วยความแค้น หากมิใช่เพราะทะเลเพลิงนั่น ขุมกำลังขเขามีหรือจะตกต่ำถึงเีนี้ หากเขายังกุมกกำลังสิบสกลุ่ม สวีจือสวินมีหรือจะกล้าลูบคม เขาจำเป็นต้มาเสี่ยงเป็นเสี่ยงาเพื่อกำชัยเช่นนี้หรือ
"เรียกปู่เจ้าทำไมรึ"
้าหนิงแค่นเสียงหยัน แม้จิตวิญญาณจะผ่านการขัดเกลามาถึงสชาติภพเยียบเย็นลงมหาศาล ทว่ายังมิได้ใจบุญสุนทานถึงขั้นมอบความเมตตาให้ศัตรู ซุนคังไม่เีแย่งชิงหมีสีน้ำตาลในลานล่าั์ ซ้ำยังพ่นคำผยก่อนเข้าป่า เป็นถึงลูกหลานขุนนางบู๊กลับเห็นแก่เศษเนื้อชิ้นน้อย สมคบคิดกับขุนนางบุ๋นแว้งกัดตระกูล้าสายเลือดนักรบด้วยกัน ้าหนิงหมายหัวจะสั่งสอนเดรัจฉานตัวนี้ให้รู้จักวิถีมนุษย์มานานแล้ว
ดาบแะทวนปะทะเดือด ปราณแท้บีบอัดเกิดเสียงกัมปนาทเสียดแก้วหู กลบเสียงโลหะกระทบกันสิ้น คลื่นปราณไร้สภาพม้วนตัวแผ่กระจายออกเป็นระลอก กระชากกรูเกลียวพัดเส้นผมแะชายเสื้อขทั้งสให้ปลิวไสว
การปะทะครั้งนี้ต่างฝ่ายต่างรีดเค้นพลังสุดหลอด ร่างขทั้งคู่ไถลร่นไปเบื้หลังถึงสามก้าว ซีดเผือดไปทั้งใบหน้า มือที่กุมศาสตราปราณล้วนสั่นสะท้าน
ซุนคังรู้สึกชาหนึบตรงง่ามมือ เขาปรายตามทวนยาวข้าหนิง ระยะเวลาที่ตัวทวนสั่นไหวก่อนจะหยุดิ่ั้ ยาวนานกว่าเวลาที่เขากระชับดาบปราณให้มั่นคง นี่คือข้อพิสู์ว่าการปะทะปราณแท้ซึ่งหน้า เขาอยู่เหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่งก้าว
ซุนคังลอบกระหยิ่มในใจ ความอหังการพุ่งทะยาน พลังระดับคุมปราณขั้นกลางขเขาบรรลุถึงุสมบูรณ์แบบ จวนเจียนจะทะลวงสู่ขั้นปลายอยู่รอมร่อ ในขณะที่้าหนิงเพิ่งเหยียบย่างเข้าสู่ขั้นกลาง หากวัดกันที่ความหนาแน่นขปราณแท้ อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางเทียบติด นี่คือไพ่าสังหารที่จะทวงชัยชนะคืนมา
เื่ตัดสินใจรุกฆาต ทุกกระบวนท่าล้วนทุ่มเทหมดหน้าตัก ไม่เปิดช่ให้้าหนิงได้พักหายใจ หมายบดขยี้ให้จมดิน ซุนคังเกร็งกล้ามเนื้อเตรียมพุ่งทะยาน ทว่านัยน์ตากลับเห็นร่างข้าหนิงพร่าเลือนกะทันหัน คล้ายบุปผาในคันฉ่จันทราในเงาวารี แยกไม่ออกระหว่างภาพจริงหรือลวงตา
"ท่าเท้ากระจกวารี" หนังตาซุนคังกระตุกวูบ เขารีบทิ้งัะบุก กวัดแกว่งดาบยาวสร้างม่านปราณมิดชิดไร้ช่โหว่ ปิดผนึกการป้กันรอบกายอย่างรัดกุม ไม่ยอมเปิดุาให้้าหนิงแทรกซึม
เสี้ยววินาทีที่ม่านดาบก่อตัว เสียงปะทะดังกัมปนาท ซุนคังสะท้านเยือกราวกับโดน่ซุงพังทะลายกำแพงเมืพุ่งอัด แชาหนึบปวดแปลบ การร่ายรำดาบชะงักงัน รังสีดาบที่เคยมิดชิดพลันแตกซ่าน
"ทวนทะลวงค่ายตระกูล้า พละกำลังนี้กลับรุนแรงกว่าเื่ครู่เสียอีก" ซุนคังตื่นตระหนกสุดขีด พลานุภาพทวนที่เพิ่มขึ้นถึงสามส่วนบดขยี้ความเยือกเย็นขเขาแหลกสลาย
แก่นแท้ขวิชาต่อสู้ ประการแรกคือความพลิกแพลง กระบวนท่าขเคล็ดวิชาชั้นสูงย่อมแปรผันยากหยั่งถึง ซุกซ่อนความลึกล้ำแยบคายยากจะต้านทาน เคล็ดวิชาบางแงยังมีพลังแฝงอันพิสดารสุดจะคาดเดา
ประการที่สคือพลานุภาพทะลวงสังหาร เคล็ดวิชามีวิถีโคจรปราณแท้ที่เป็นเอกลักษณ์ มอบพลังทำลายล้างเหนือกว่าการโจมตีพื้นฐาน สามารถรีดเค้นปราณแท้สิบส่วนให้แผลงฤทธิ์สยบศัตรูได้เกินขีดจำกัด
ส่วนปัจจัยชี้ขาดความรุนแรงขวิชา หนึ่งคือระดับขั้นขตัววิชา สคือระดับบำเพ็ญเพียรแะความแตกฉานขผู้ใช้ ว่าจะรีดเร้นศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ลึกล้ำเีใด
ซุนคังูกดดันต้ล่าถอยเพื่อทิ้งระยะ ทว่าคมทวนข้าหนิงกลับเกาะติดเป็นเงาตามตัว เื่ศาสตราปะทะกันอีกครา วิถีดาบขซุนคังก็ูทอนกำลังเชื่ช้าลง ปลายทวนทะลวงฝ่าม่านกระบี่เข้ามาจ่อทะลวงเนื้อหนัง คุกคามชีวิตเขาระลอกแล้วระลอกเล่า
ซุนคังลอบโอดครวญอย่างสิ้นหวัง เดิมทีปราณแท้ข้าหนิงเทียบเขาไม่ติด ทว่าความแตกฉานในทวนทะลวงค่ายตระกูล้า กลับบรรลุถึงขั้นสูงส่งเกินกว่าความเชี่ยวชาญในวิชาตระกูลขเขาอย่างลิบลับ
เขาใช้วิชาประจำตระกูล สามารถรีดเร้นอานุภาพปราณแท้เพิ่มขึ้นเีไม่ถึงสส่วน ทว่า้าหนิงกลับรีดพลังทะลวงขีดจำกัดได้เกินสามส่วน ผลลัพธ์คือทุกกระบวนทวนข้าหนิงล้วนบดขยี้เขาอย่างราบคาบ
่แขเขาปวดร้าวเจียนระเบิด การร่ายรำดาบหนักอึ้งปานแบกหินผา ทุกครั้งที่ตวัดคมดาบคล้ายต้ผลักดันภูเขาทั้งลูก นานเข้าัะป้กันก็เริ่มหลุดลุ่ยตาม้าหนิงไม่ทัน
เีชั่วอึดใจ ซุนคังก็เหงื่อกาฬแตกพลั่กอาบหน้าผาก
ในที่สุด คมทวนก็ทะลวงฝังเข้าที่หัวไหล่ขเขาอย่างจัง พลังทำลายล้างหนักหน่วง ต่อให้มีเกราะปราณคุ้มกาย ซุนคังยังต้สูดปากด้วยความเ็ป ร่างกระเด็นถอยหลังไปถึงสก้าว
วินาทีที่ศูนย์ถ่วงพังทลาย วิถีดาบก็ไม่อาจต้านทานคมทวนได้อีก
้าหนิงได้ทีขี่แพะไล่ ทวนยาวพุ่งสาดประกายดุจอสรพิษ รัวแทงใส่ร่างซุนคังไม่ยั้ง ปะทะกันไม่ถึงสิบกระบวนท่า บนเกราะขซุนคังก็มีรอยเลือดสีแดงฉานผุดขึ้นสี่ห้าุ
ใบหน้าซุนคังอาบชุ่มด้วยหยาดเหงื่อราวกับ-่าฝน ร้อนรนทุรนทุรายดั่งูย่างสด บาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกระชากความเ็ปทุกครั้งที่ขยับตัว โดยเฉพาะสีข้างขวาที่ปวดร้าวลึกถึงกระดูก ไม่ต้ตรวจดูก็รู้ว่าซี่โครงแหลกละเอียดเป็นแน่
ทว่า้าหนิงกลับใเบี่ยงคมทวน หลีกเลี่ยงุาทุกตำแหน่ง การกระทำเหี้ยมเกรียมนี้ทำให้ผลึกเกราะอกขซุนคังไม่ยอมเปลี่ยนเป็นสีแดงเพื่อยุติการประลเสียที
แรกเริ่ม ซุนคังยังลอบกระหยิ่ม นึกว่าวิชาทวนข้าหนิงยังด้อยประสบการณ์ ทว่าเื่สแ ลำตัว่บน แะขาทั้งสข้างูทะลวงเกิดุแดงัสิบ เ็ปเจียนาร่างสั่นสะท้านแม้เียืนิ่ ถึงุั้เขาึเพิ่งะัแจ้ง ้าหนิงใดึงัะไม่ยอม 'ปลิดชีพ' เพื่อเชือดเฉือนให้เขาลิ้มรสความวิบัติอย่างช้าๆ
"้าหนิง" ซุนคังแผดเสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นสุดแสน
"มิใช่เจ้าหรือที่พ่นน้ำลายเตือนมิให้ข้าลงลานประล จะได้ไม่โชคร้ายมาเจอเจ้า ชื่อเสียงอัจฉริยะต้ป่นปี้ ข้าชักอยากรู้แล้วสิว่า ตำนานอัจฉริยะรอบพันปีแห่งตระกูลซุน บัดนี้ยังเหลือชิ้นดีอยู่อีกหรือไม่"
้าหนิงสะบัดด้ามทวนตบเข้าที่ซีกหน้าอีกฝ่ายอย่างจัง ซัดฟันกรามร่วงกราวคาปาก ทิ้งรอยบวมปูดสีเลือดไว้บนใบหน้า
"้าหนิง เจ้า..." เสียงซุนคังอู้อี้ในลำคอ ทว่ายังไม่ทันขาดคำ ปลายทวนข้าหนิงก็แทงทะลวงบั้นเอว เ็ปตาเบิกถลน คำผรุสวาทที่เหลือจุกาอยู่ในลำคอ
"เจ้าเป็นคนโอ้อวดเมิใช่หรือ ว่าเื่ถึงสมรภูมิจำล ระดับพลังส่วนตัวมิใช่อันดับหนึ่ง ขุมกำลังในมือต่างหากคือสิ่งชี้ขาด แล้วบัดนี้กทัพหมาหมู่ขเจ้าอยู่แห่งหนใด เปล่งประกายอันใดให้ข้าเห็นได้บ้าง" ้าหนิงตวัดด้ามทวนฟาดซีกหน้าอีกข้างขซุนคัง ซัดใบหน้าบวมเป่งอัปลักษณ์เท่ากันทั้งสฝั่ง
ซุนคังูฟาดกะโหลกสะเทือน หน้ามืดตาลายสิ้นเรี่ยวแรง ร่างทรุดฮวบกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
"เจ้า..." ซุนคังดิ้นรนตะเกียกตะกายลุกขึ้น พยายามฝืนสังขารหลายครั้งทว่าขาสข้างกลับอ่อนปวกเปียกทรุดฮวบลงไปอีก ทำได้เีเบิกตากว้างจ้ม้าหนิงด้วยเพลิงแค้นสุมทรวง
"มุดหัวร่วมกับสวะหิวอำนาจเพื่อแว้งกัดตระกูล้าขข้า สุดท้ายได้ประโยชน์อันใด ลใช้สมกลวงๆ ขเจ้าทายดูสิว่าธงเหลืจะตกไปอยู่ในมือใคร" ้าหนิงก้าวประชิดตัว ก่อนจะตวัดเท้าเตะอัดหน้าผากซุนคังอย่างจัง ซัดร่างอัจฉริยะตระกูลซุนปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลกว่าหนึ่งจั้ง ฝุ่นดินฟุ้งตลบ
ซุนคังนอนงอตัวคุดคู้ราวกับกุ้งมรณะอยู่บนพื้น กระอักเลือดคำโต มือสั่นเทาชี้หน้า้าหนิงอยู่นาน ทว่าไร้เรี่ยวแรงเปล่งเสียงใด สุดท้ายตาเหลือกค้างสิ้นสติไปในที่สุด
สุดจะหยั่งรู้ว่าหมดสติเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว หรือเพราะอัปยศอดสูกระอักเลือดากันแน่
จวบวินาทีนี้ เกราะปราณบนร่างึูอาบย้อมด้วยสีแดงฉาน ผลึกเกราะอกสาดแสงเตือนภัยออกมาในที่สุด
เว่ยอู๋เซี่ยนทอดมสภาพอนาถขซุนคังพลางเดาะลิ้นเบาๆ "โดนขยี้แหลกเหลวปานนี้ยังปากแข็งไม่ยอมแพ้ ยอมาทรมานดีกว่าเสียหน้าจริงๆ"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??