เรื่อง ข้าไม่ได้อยากเป็นเจ้าเมือง
ขบวนาล้อฟันเฟือง่ๆ เคลื่อนตัวเ้าู่ 'ช่องเขาหมาป่า' อันเลื่องชื่อแห่งแดนเหนือ
2 ฟากทางคือหน้าผาหินสีเทาดำสูงตระหง่าน บดบังแสงตะวันจนเกิดเงามืดทอดยาวปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ เส้นทางดินลูกรังเบื้องหน้าคดเคี้ยวและแคบชันจนรถม้าสวนกันแทบไม่ได้ สภาพพื้นผิวเต็มไปด้วยุมบ่อขนาดใหญ่และก้อนหินแมคมประดุจเขี้ยวอสูร
กึก... ครืดดด... กึก!
ล้อไม้หุ้มหนังบดทับก้อนกรวดและุมบ่อไม่หยุดหย่อน แรงสั่นสะเทือนอันป่าเถื่อนรุนแรงถูกส่งผ่านโครงสร้างา ทะลวงเ้าู่เบาะหนังสัตว์ ก่อนจะพุ่งตรงเข้ากระแทก 'กระเบนเหน็บ' ของลู่ชิงอย่างไร้ความปรานี!
"โอ๊ย..."
ชายหนุ่มนอนคว่ำหน้าเอาคางเกยเบาะ กอดหมอนแน่นราวกับคนใกล้ขาดใจตาย ังจากผ่านการทรมานบนถนนหินสับปะรดมาายชั่วยาม เขาเริ่มโกรธแค้นบรรพบุรุษโลกนี้อย่างจริงจัง ว่าเหตุใดถึงยังไม่มีผู้ใดคิดค้นกลไกสลายแรงกระแทกขึ้นมาเสียที!
'ถ้าข้ารอดกลับไปถึงกระท่อมได้... ข้าจะรื้อเบาะนี่ทิ้ง... สร้างเตียงตาข่ายแขวน 4 ทิศผูกโยงไว้ในรถแม่งเลย... ต่อให้รถตกเหว... ก้นข้าก็ต้องไม่สะเทือน...'
อาฝูกำลังสับคันโยกจนเหงื่อท่วมอยู่ด้านัง บังเอิญได้ยินเสียงพึมพำนั้นพอดี เด็กหนุ่มถึงกับดวงตาเบิกกว้าง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปีติยินดี
'นายท่านเพิ่งเดินทางออกจากอุดรแท้ๆ... แต่กลับเริ่มคิดค้นนวัตกรรมเพื่อพลิกโฉมการคมนาคมของแผ่นดินอีกแล้ว! ความห่วงใยราษฎรของนายท่าน ช่างกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด!'
ทว่า... ก่อนเด็กหนุ่มจะทันได้ซาบซึ้งใจไปมากกว่านี้
ครืนนนนนนน!!!
เสียงกัมปนาทมหาศาล พลันดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา!
ศิลายักษ์ขนาดาย 10000 ชั่ง ร่วง่นลงมาจากหน้าผาสูงชัน! ก้อนแรกกระแทกปิดทางหนีด้านหน้า ก้อนที่ 2 ถล่มปิดตายเส้นทางด้านัง ฝุ่นควันสีน้ำตาลพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจเห็ดขนาดยักษ์ ม้าเทียมรถายตัวส่งเสียงร้องฮี้ๆ ตื่นตระหนกจนเสียกระบวนทัพ
จากนั้น... เสียงโห่ร้องอำมหิตนับ 100 ดังกึกก้องสะเทือนช่องเขา!
"ฆ่าาาาา!!! ปล้นพวกมัน!! สับพวกมันให้เละ!!"
เงาร่างจำนวนมหาศาลกระโจนโรยตัวลงมาจากหน้าผา 2 ด้านดุจฝูงแร้งทึ้งซาก! กองโจรภูเขา 'หมาป่าคลั่ง' กว่า 500 ชีวิตปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ ดาบใหญ่เปื้อนคราบเลือด ขวานยาวบิ่นๆ หอกเ็ก และหน้าไม้จำนวนมากล็อกเป้าเล็งตรงมายังขบวนคาราวานเกียจคร้าน
หัวหน้าโจรร่างยักษ์สูงกว่า 8 ฉื่อก้าวอาดๆ ออกมาเบื้องหน้า รอยแผลเป็นน่าเกลียดพาดผ่านใบหน้าจากหูซ้ายลากยาวถึงปลายคาง เพียงแค่ยืนจังก้าก็แผ่รังสีอำมหิตดุจสัตว์ป่าหิวโซ
"ฮ่าๆๆๆๆ!" มันระเบิดเสียงหัวเราะเย้ยหยัน "วันนี้สวรรค์เข้าข้างค่ายหมาป่าของเราโว้ย!! ขบวนเดินทางสวะอันใดกัน มีแค่คุณชายหน้าขาวท่าทางเหมือนคนพิการใกล้ตาย 1 คน เด็กรับใช้ 1 คน และพวกกรรมกรแบกจอบสกปรกๆ อีกแค่ไม่กี่ตัว! วางอาวุธส่งทรัพย์สินมาเสียแต่โดยดี!! แล้วข้าจะเมตตาจับพวกเจ้าไปขายเป็นทาสในเหมืองทองคำ!"
กองโจรทั้งหุบเขาหัวเราะครืน บรรยากาศอัดแน่นไปด้วยความเหี้ยมโหดและคาวเลือด
แต่ทว่า... ชายหนุ่มผู้ถูกประเมินว่าเป็นคนพิการใกล้ตาย กลับไม่ได้มีอาการสั่นกลัวเลยแม้แต่น้อย ลู่ชิง่ๆ ผงกศีรษะ เงยหน้าขึ้นจากหมอนช้าๆ ดวงตาสีดำสนิทแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะความโกรธแค้น แต่เป็นเพราะ 'การอดนอน'
ใบหน้าเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรำคาญขั้นสูงสุดประดุจคนถูกปลุกกลางดึก เขากวาดสายตามองหัวหน้าโจรร่างยักษ์อยู่ครู่หนึ่ง... ก่อนจะเอ่ยปากออกมาช้าๆ เสียงแหบแห้ง
"...พวกเจ้ารู้ไหม ข้า... ปวด... ก้น... อยู่... แล้วพวกเจ้า... ก็ยังกล้ามาแหกปากส่งเสียงดัง น่ารำคาญอยู่ข้างหูข้าอีก... ร่อนหาที่ตายหรืออย่างไร?"
ทั่วทั้งช่องเขาหมาป่าตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะดุจป่าช้า หัวหน้าโจรอึ้ง ลูกน้องโจรหน้าเหวอ จากนั้น... ใบหน้าหัวหน้าโจรก็่ๆ ดำทะมึน โกรธาเกรี้ยวกราดด้วยความคลุ้มคลั่งจากการถูกหยามเกียรติ!
"ฆ่ามัน!!! สับไอ้ลูกเต่าหน้าขาวนั่นเป็น 10000 ชิ้น!! ฆ่ามันนนน!!!"
โจรแนวหน้ากว่า 50 คนคำรามลั่น พุ่งทะยานเงื้อดาบเข้าใส่าทันที! แต่ทว่า... ก่อนคมดาบจะทันเข้าใกล้รัศมีของลู่ชิง เงาร่างาย 10 สายกลับพุ่งพรวดทะยานออกมารับหน้าเร็วยิ่งกว่าลูกธนู!
"ปกป้องท่านมหาปราชญ์!!!"
อดีตเศรษฐีหวัง กุนซือชรา และขุนนางทูตทั้ง 5 เมือง ต่างกระโจนออกมายืนขวางหน้าาดุจกำแพงเ็ก! ในมือพวกเขาไม่มีดาบชั้นเลิศ ไม่มีหอกทะลวงเกราะ มีเพียง 'จอบเ็กด้ามยาว' อาวุธคู่กายประจำค่ายแรงงาน!
หัวหน้าโจรเห็นดังนั้นถึงกับกุมท้องหัวเราะจนน้ำตาเล็ด "ฮ่าๆๆๆๆ! ไอ้พวกปัญญาอ่อน! เอา 'จอบขุดขี้' มาสู้กับดาบเ็กกล้างั้นรึ!? สับพวกมันให้เละ!!"
กองโจรแนวหน้ากระโจนฟาดดาบลงมาเต็มแรง! ทว่า... ทันทีอาวุธปะทะกัน รอยยิ้มเยาะเย้ยพลันมลายหายไปในพริบตา!
เปรี้ยงงงงงง!!!
หัวจอบเ็กดำทะมึนกระแทกสวนเข้าใส่ใบดาบเต็มเหนี่ยว! เสียงโลหะปะทะกันดังกัมปนาท สิ่งแตกหักกลับมิใช่ด้ามจอบไม้ แต่เป็น 'ดาบเ็ก' โจรภูเขาหักสะบั้นกลางอากาศดุจเศษแก้ว! โจรภูเขายังไม่ทันตื่นตระหนก จอบด้ามยาวถูกดึงกลับ ฟาดกวาดสวนมาอีกรอบด้วยพละกำลังมหาศาล!
ตูม!!
ร่างโจรผู้เคราะห์ร้ายลอยกระเด็นละลิ่วออกไปราวกับถูกวัวกระทิงคลั่งขวิด กระแทกพรรคพวกด้านังล้มระเนระนาดเป็นโดมิโน่! ทูตเมืองเหนือกดด้ามจอบต่ำ กวาดฟาดเข้าข้อเท้าคู่ต่อสู้ดุจเคียวเกี่ยวข้าว ทูตเมืองใต้ใช้หัวจอบแทงกระแทกเข้ากลางยอดอกดุจหอกทะลวงภูผา อดีตเศรษฐีหวังผู้มีกล้ามเนื้อปูดโปนดุจหินผา หมุนตัวควงจอบเ็กเต็มเหนี่ยว!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
โจร 3 คนปลิวละลิ่วกระอักเลือดออกไปพร้อมกัน!
สนามรบพลันพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง กองโจรมีจำนวนมากกว่า 10 ต่อ 1 ก็จริง แต่ช่องเขาแคบเกินไป พวกมันจึงกรูกันเข้ามาได้ทีละไม่กี่ 10 คน ระยะการโจมตีของจอบเหนือกว่าดาบอย่างเห็นได้ชัด ซ้ำร้ายขุมพลังกรรมกรเ่านี้ถูกอมรวมบีบอัดจนแข็งแกร่งดุจเ็กกล้า ทุกครั้งจอบฟาดตวัดลงมา เสียงกระดูกแตกหักจะต้องดังก้องตามมาเสมอ
ทว่าจำนวนคนย่อมเป็นข้อได้เปรียบ โจรกว่า 400 ชีวิตยังคงวิ่งหน้าตั้งทะลักเข้ามาดุจคลื่นมนุษย์ พละกำลังของอดีตเศรษฐีและเ่าทูตเริ่มถดถอย หอบหายใจถี่ ฝ่ามือหยาบกร้านมีเลือดซึม แนวป้องกันทรงกลมถูกตีร่นถอยังทีละก้าว... จนังแทบชนาล้อฟันเฟือง
จังหวะชุลมุนนั้นเอง โจรภูเขารูปร่างปราดเปรียว 3 คน อาศัยช่วงโกลากระโดดเหยียบไ่เพื่อน ตีลังกาข้ามแนวป้องกันเข้ามาสำเร็จ! ดาบ 3 เล่มสะท้อนแสงตะวันยามบ่าย ส่องแสงวูบวาบทิ่มแทงนัยน์ตา พวกมันลอยคว้างอยู่กลางอากาศ แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ปลายดาบพุ่งตรงดิ่งเข้าหาลำคอลู่ชิง!
อาฝูเบิกตาถลน ร้องเสียงง "นายท่านระวังงงง!!"
แต่ลู่ชิงกลับยังคงนอนเกยคางอยู่บนเบาะที่เดิม เขาไม่บ ไม่ถอยหนี ชายหนุ่มเพียงทอดสายตาอันหงุดหงิดมองภาพใบดาบเ่านั้น... แสงแดดสะท้อนคมดาบวูบวาบ แยงเข้าตาเขาจนต้องหยีตาด้วยความรำคาญ
คิ้วชายหนุ่มขมวดเข้าหากันจนเป็นปมแน่น ความขี้รำคาญสะสมหมักหมมมาตลอดทั้งวัน บัดนี้ปะทุทะลุจุดเดือด ถนนหินทำก้นพัง อากาศร้อนอบอ้าว เสียงโลหะกระทบกันหนวกหู... ไอ้พวกโจรภูเขางี่เง่ายังถือของมีคมมาสะท้อนแสงแยงตา ทำลายบรรยากาศการนอนของเขาอีก!!
สุดท้าย... มหาปราชญ์ระเบิดอารมณ์ออกมาจนหมดเปลือก!
"แสงมันแยงตา หนวกหูโว้ยยยยยยย!!!"
เสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังกังวานก้องสะท้อนไปทั่วทั้งช่องเขา ทุกสรรพสิ่งหยุดชะงัก โจร 3 คนกลางอากาศชะงักหน้าเหวอค้างไปเสี้ยววินาที รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแข็งทื่อ!
ลู่ชิงชี้นิ้วสั่นๆ กราดด่าใส่หน้าเ่าทูตและเศรษฐีหวัง! "พวกเจ้า... ขุดดินกันประสาอะไรวะ! ลืมไปแล้วหรือไง!? เวลาจะขุดเบิกหน้าดิน... มันต้องกดจอบให้ต่ำ! 'ถางหญ้าวัชพืช' ตัดรากถอนโคนออกไปให้ราบเตียนก่อนสิวะ!!"
คำด่าทออันแสนธรรมดาและมักง่ายประโยคนั้น พุ่งกระแทกเข้าโสตประสาทเ่าอดีตกังฉินและทูตทั้ง 5 เมือง จนร่างกายแข็งค้าง! ดวงตาพวกเขา่ๆ เบิกกว้างขึ้น ราวกับเพิ่งได้สดับฟัง 'คัมภีร์วิถีสวรรค์' ถูกซ่อนเร้นมานับ 10000 ปี!
"ข้าน้อยเข้าใจแล้ว!" อดีตเศรษฐีหวังคำรามลั่น น้ำตาแห่งการตรัสรู้ไพราก "พวกเรามัวแต่ใช้กำลังฟันยอดหญ้า! ท่านมหาปราชญ์กำลังชี้แนะให้ตัดรากถอนโคน สลายแรงสั่นสะเทือนลงสู่ผืนดินต่างหาก!"
กุนซือชราสั่นสะท้านไปทั้งร่าง "วัชพืชมีมากเพียงใดก็ไร้ความหมาย หากรากถูกทำลาย... สุดยอด! นี่คือค่ายกลกวาดพสุธาในตำนาน!"
ผู้ใช้แรงงานทั้ง 6 พร้อมใจคำรามก้อง "ถางหญ้า! ถอนราก! กวาดพสุธา!!"
พวกเขาย่อตัวต่ำลงพร้อมกันจนแผ่นังขนานพื้น จอบเ็ก 6 เล่มถูกปรับองศา เหวี่ยงกวาดออกไปรอบทิศทางสุดกำลัง ฟุ่บบบบ!! หัวจอบกวาดเลียดติดพื้นดิน ฝุ่นทรายพุ่งกระจายราวกับพายุหมุน
กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่นระงม ข้อเท้าโจร 3 คนเพิ่งลงสู่พื้นถูกสันจอบกวาดใส่อย่างจัง! ร่างทั้ง 3 หมุนควงสว่านลอยกลับไปชนพรรคพวกด้านัง ล้มระเนระนาดเป็นโดมิโน่ ค่ายกลใหม่เคลื่อนตัว ชายฉกรรจ์ 6 คนหันังชนกัน ย่อตัวต่ำ ก้าวเดินเป็นวงกลม หัวจอบเ็กหมุนกวาดไปรอบทิศทางราวกับกงล้อมัจจุราชไร้ช่องโหว่
บนังม้า หัวหน้าโจรเกราะดำคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนเบิกตาถลน รูม่านตาหดเล็กลงเท่าปลายเข็ม "มะ... ไม่จริงน่า! การเคลื่อนไหวนั่น สอดคล้องกับค่ายกล 8 ทิศ สลายแรงกระแทกลงดินโดยสมบูรณ์! คุณชายบนรถนั่นเพียงปรายตามอง ก็มองทะลุจุดอ่อนทัพหน้าข้าจนหมดสิ้น! ยิง! ใช้หน้าไม้ยิงพวกมันเดี๋ยวนี้!!"
โจรเือรอดอีกนับ 100 คนถอยร่น เปลี่ยนเป็นตั้งแนวยิง ปลายลูกศรแมคมนับ 100 ดอกสะท้อนแสงน่าหวาดหวั่น คราวนี้แม้แต่กุนซือชราก็หน้าขาวซีดไร้สีเลือด ไม่มีมนุษย์คนใดปัดป้อง-่าธนูมหาศาลได้ทัน
ด้านังา อาฝูยืนตัวสั่นเทา เหงื่อหนาวสะท้านไอาบแผ่นัง สายตาเด็กหนุ่มเือบไปเห็น 'คันโยกเกียร์ทดกำลัง' ติดตั้งอยู่ข้างล้อรถ หัวใจเขาเต้นรัว อาฝูจำได้ดีถึงคำสั่งมักง่ายลู่ชิงเคยบ่นไว้เมื่อ 3 วันก่อน
'ถ้าข้าขี้เกียจลงไปเดินลุยโคลน ให้สับคันโยกหมายเลข 3 เพื่อเชื่อมฟันเฟืองให้รถมันตะลุยไปเองซะ'
เด็กหนุ่มหน้าขาวซีดไร้สีเลือด กัดฟันแน่น กระโดดขึ้นแท่นควบคุม คว้าคันโยกเ็กสุดแขนแล้วออกแรงกระชากลงจนสุดแรง!
แกร๊ก!
เสียงโลหะขบกันดังสนั่น จากนั้น... ครืนนนนนน!!
เฟืองไม้ขนาดมหึมาใต้ท้องรถขบประสานดังก้องกังวาน พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ล้อไม้ยักษ์หุ้มหนังวัวหนาเตอะเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูงจากระบบเกียร์ทดกำลัง เศษหินก้อนดินถูกบดขยี้กระเด็นกระจาย าไม้ขนาดมหึมาพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าประดุจสัตว์ประาดคลุ้มคลั่ง!
"มะ... ไม่มีม้าลาก! รถมันวิ่งเองได้! อสูรกาย!!"
โครมมมมม!! าล้อฟันเฟืองน้ำหนักนับ 1000 ชั่ง ทะลวงเข้าใส่แนวโจรราวกับอุกกาบาตตก! ล้อไม้บดขยี้พื้นดิน ร่างโจรายคนถูกชนกระเด็นลอยละลิ่วขึ้นฟ้า -่าลูกธนูถูกแผ่นไม้หนาด้านหน้ารถปัดกระเด็น แนวหน้าไม้แตกกระเจิงพริบตา!
เมื่อเห็นภาพายักษ์บดขยี้ลูกน้องราวกับมดปลวก เหงื่อเย็นแตกพลั่กอาบใบหน้าหัวหน้าโจร "พาหนะเคลื่อนที่ไร้อาชา... ล้อเกราะไม้บดขยี้ภูผา... นะ... นี่มันกลไกเทวะสำนักโบราณสาบสูญไปเมื่อ 500 ปีก่อน!!"
ความหวาดกลัวกลืนกินสติปัญญาจนหมดสิ้น หัวหน้าโจรทรุดฮวบลงจากังม้า เข่ากระแทกพื้น ดาบุดจากมือ ร้องไห้ออกมาดั่งคนเสียสติ "ข้ามันโง่เง่า! บังอาจยกทัพมาท้าทายปรมาจารย์แห่งยุค! ปัญญาเขานำหน้าข้าไป 1000 ก้าว! ถอย! ทิ้งอาวุธคุกเข่ายอมแพ้เดี๋ยวนี้!!"
ทั้งสนามรบแตกตื่นวุ่นวาย โจรภูเขาทิ้งอาวุธวิ่งหนีตายหมอบกราบป่าราบ เ่าผู้ใช้แรงงานทั้ง 6 ยืนอ้าปากค้าง น้ำตาแห่งศรัทธาเอ่อคลอเบ้า "สุดยอด... นี่คืออสูรกายพิทักษ์... ท่านมหาปราชญ์คาดเดาไว้แล้ว ว่าจะมีทัพหน้าไม้ดักซุ่มอยู่!"
ทว่า ภายในาอันศักดิ์สิทธิ์ สถานการณ์กลับแตกต่างราวกับสวรรค์และนรก
ปั้ก! กึก! โครมมม!
"โอ๊ยยยย!!"
ใบหน้าลู่ชิงกระแทกเสาไม้เนื้อแข็ง ก้นกระดอนขึ้นลงฟาดพื้นกระดานราวกับถูกลงทัณฑ์บนลานประหาร กลิ่นไวน์องุ่นชั้นดีหกเลอะพรมฟุ้งกระจายปะปนกลิ่นฝุ่น
"หยุดรถ! หยุดรถเดี๋ยวนี้โว้ยยย!!"
ปั้ก! หัวโขกเข้ากับหีบสัมภาระอย่างจัง ลู่ชิงน้ำตาเล็ด กุมศีรษะปูดโน "ไอ้ระบบฟันเฟืองเวรนี่มันสั่นระดับแผ่นดินแยกฟ้าถล่มชัดๆ! ข้าลืมติดตั้งสปริงซับแรงกระแทกกับระบบกันสะเทือนได้ยังไงวะ! ข้าจะฆ่าคนสับคันโยก!"
เอี๊ยดดดดดดด!!
อาฝูสับคันโยกเบรกฉุกเฉินสุดแรงเกิด อสูรกายล้อฟันเฟือง่ๆ หยุดนิ่งลง ห่างขอบหน้าผาเพียง 2 ก้าวเท่านั้น อาฝูรีบกระโดดวิ่งไปเปิดประตูาทันที ประตูผลักเปิดออกช้าๆ ลู่ชิงก้าวลงมาในสภาพอนาถที่สุด ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าผากปูดโน 2 จุด ดวงตาแดงก่ำ ทว่าสิ่งสำคัญที่สุด... มือทั้ง 2 ข้างกำลังกุมบั้นท้ายแน่นราวกับสมบัติล้ำค่าของตระกูล
"โอ๊ยยยย!!" ลู่ชิงร้องลั่น ขาทั้ง 2 อ่อนยวบแทบทรุดลงกับพื้น "ไอ้คนออกแบบถนนเส้นนี้มันเป็นศัตรูกับก้นมนุษย์หรืออย่างไร! หินก้อนเท่าหม้อ ุมลึกเท่าบ่อศพ! ข้านั่งรถแค่ 1 ชั่วยามยังเหมือนโดนแม่ทัพ 10 คนผลัดกันเตะก้น!"
หัวหน้าโจรเกราะดำตัวสั่นเทิ้มเมื่อเห็นสภาพนั้น "สวรรค์... ท่านปรมาจารย์กำลังได้รับผลสะท้อนกลับจากการควบคุมค่ายกลเทวะสยบพวกเรา... ถึงขั้นบาดเจ็บภายในชีพจรปั่นป่วนเลยหรือ..."
ปัง! หน้าผากหัวหน้าโจรกระแทกพื้นอย่างแรง "ท่านปรมาจารย์โปรดอภัย! ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่! โปรดเมตตาไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถิด!"
โจรกว่า 400 คนต่างโยนอาวุธทิ้ง ตกกระทบพื้นดังระงม ทั่วหุบเขาเต็มไปด้วยเสียงคุกเข่าต่อเนื่องไม่ขาดสาย พวกมันหน้าขาวซีดไร้สีเลือด ตัวสั่นงันงก จินตนาการบทลงโทษอันโหดเหี้ยมที่สุด... 'เขาต้องจับพวกเราไปถลกหนัง หรือไม่ก็สับเป็น 10000 ชิ้นแน่ๆ'
ลู่ชิงเงยหน้ามองกองโจร ก่อนสายตาเลื่อนไปยังถนนลูกรังอันขรุขระ ความโกรธสะสมมาตลอดทางปะทุขึ้นทันที
"พวกเจ้ามันโง่หรืออย่างไร! วันๆ ไม่ทำงานทำการ มัวแต่ดักปล้นคน! ดูถนนเส้นนี้สิ! ล้อรถกระแทกหิน 1 ก้อน ก้นข้าต้องรับกรรม 10 เท่า! พวกเจ้าซุ่มอยู่แถวนี้ตั้งนาน ไม่รู้จักซ่อมถนนบ้างหรือไง!"
ทั้งหุบเขาเงียบกริบ โจรทุกคนอ้าปากค้าง ไม่มีใครเข้าใจว่าปวดก้นเกี่ยวอะไรกับการปล้น ลู่ชิงสูดหายใจลึก ก่อนประกาศบทลงโทษ
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าริบอาวุธพวกเจ้าทั้งหมด! เปลี่ยนเป็นเครื่องมือช่าง! พวกเจ้าจะต้องไปขนหิน ถมุม บดกรวด ตัดไม้ ปูถนนเส้นนี้ให้เรียบ!"
เ่าโจรลืมตาขึ้นมากระพริบตาปริบๆ... ปูถนน? โทษประหารพวกมันคือปูถนนงั้นรึ?
ลู่ชิงหรี่ตา อารมณ์เสียขั้นสุดุดทฤษฎีวิศวกรรมออกมาเจื้อยแจ้วประดุจคนท่องตำรา "พวกเจ้าคิดว่าทำถนนคือเอาดินกลบุมบ่อโง่ๆ หรือไง! ขุดดินลงไป 3 ฉื่อ! ชั้นล่างสุดปูด้วยหินก้อนใหญ่ ชั้น 2 เทกรวดหยาบผสมดินเหนียว ชั้น 3 เททราย! และเพื่อไม่ให้มีฝุ่นฟุ้งเข้าจมูกข้า... พวกเจ้าจงไปเคี่ยวยางไม้ในป่าผสมทรายหยาบ ราดปิดทับผิวหน้าชั้นบนสุดให้เรียบกริบประดุจผิวน้ำ! ข้าสั่งให้พวกเจ้าปูถนนนำหน้ารถข้าไปจนถึงเมืองซีเียง! หากล้อรถข้ากระเทือนอีกแม้แต่ครั้งเดียว ข้าจะเอาพวกเจ้าฝังเป็นวัสดุถมถนนแทนก้อนหิน!"
หัวหน้าโจรกลับน้ำตาไพราก "สวรรค์... ท่านไม่ฆ่าพวกเรา ไม่ส่งพวกเราเป็นทาส... แต่กลับมอบมหาคัมภีร์วิศวกรรมพสุธา มอบโอกาสสร้างคุณประโยชน์แก่ผู้คน... นี่คือมหาเมตตา!"
หัวหน้าโจรคว้าดาบโยนลงกองอาวุธ เคร้ง! "พวกข้าขอสาบาน! จะปูถนนยางไม้เส้นนี้ให้เรียบประดุจกระจก! ต่อให้มือแตกเลือดอาบ ก็จะไม่ยอมให้าท่านกระเทือนแม้แต่ 1 ชุ่น!"
ลู่ชิงมองภาพนั้นด้วยสีหน้าว่างเปล่า... รู้สึกว่าพยายามอธิบายความจริงไปก็เสียเวลาเปล่า จึงหันไปหาอาฝูและเ่าทูต
"ระหว่างพวกลิ่วล้อปูถนน... ไปหาไม้ไผ่อายุ 3 ปีขึ้นไปมา ดัดให้โค้ง ลนไฟให้คงรูป ซ้อนกัน 5 ชั้น... ชโลมน้ำมันเอาหนังสัตว์พันรัดให้แน่นหนา! จากนั้นเอาไปติดใต้เก้าอี้ข้า มันต้องมีค่าความยืดหยุ่นพอรับน้ำหนักเกวียนเพื่อซับแรงกระแทก ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่ขึ้นรถนรกคันนี้อีก!"
กุนซือชราพลันเบิกตากว้างราวกับเห็นนิมิต "นำไผ่ 5 ชั้นมาดัดโค้งเพื่อรับน้ำหนัก... ชโลมน้ำมันป้องกันแตกร้าว... สวรรค์! หรือว่านี่คือสุดยอดวิชา 'ยืมพลังฟาดฟัน คืนพลังสู่พสุธา' ในตำนาน! นี่คือศาสตร์ความอ่อนสยบความแข็ง! สุดยอดวิชาควบคุมพลังฟ้าดิน!!"
ขณะทุกคนสั่นสะท้านกับความลึกซึ้งวิชาลมปราณแขนงใหม่ เจ้าของแนวคิดกลับปีนขึ้นรถอย่างเชื่องช้า ทิ้งตัวลงบนหมอน ดึงผ้าห่มมาคลุมหัว พึมพำเสียงอู้อี้
"ข้าแค่อยากนั่งรถโดยไม่ปวดก้น... มันยากตรงไหนกัน..."
ไม่นานนัก เสียงกรนสม่ำเสมอก็ดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางหุบเขาแห่งสุสานคนเป็น
1 ชั่วยามผ่านพ้นไป...
ลู่ชิง่ๆ ปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย บิดขี้เกียจไปมาบนเบาะนุ่มๆ หวังจะพลิกตัวนอนต่อให้เต็มอิ่ม ทว่า... โสตประสาทกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ปัง!! โครม!! ตูม!! เคร้งงง!!
เสียงทุบทำลายก้อนหิน เสียงสับต้นไม้ เสียงตะโกนร้องเพลงประสานเสียงของชายฉกรรจ์ 400 ชีวิต ดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหุบเขา! แรงสั่นสะเทือนจากการขุดหน้าดิน ส่งผ่านล้อรถขึ้นมาเขย่ากระเบนเหน็บเขาเป็นจังหวะสามช่า!
"เพื่อท่านมหาปราชญ์!! ทุบหินให้แกละเอียด!! เคี่ยวยางไม้ให้เดือดปุดๆ!!"
"ฮุยเลฮุย!! ลบุมฝังบ่อ!! ปูทางสู่นิพพาน!!"
ความกระตือรือร้นและแรงศรัทธาอันบ้าคลั่งของเ่าโจร กำลังสร้างมลพิษทางเสียงระดับวินาศสันตะโร ยิ่งกว่าตอนพวกมันกำลังไล่ฟันคนเสียอีก!
ลู่ชิงนอนแข็งทื่ออยู่บนเบาะ ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้าง เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ ก่อนชายหนุ่มผู้รักความสงบจะผุดลุกขึ้นนั่ง กำหมัดแน่น แหงนหน้าแผดเสียงคำรามก้องทะลุังคารถออกไปด้วยความรันทดใจที่สุดในโลก้า!
"ข้า-แค่-จะ-นอน-โว้ยยยยยยยยยยย!!!"
"ใครสั่งใครสอน... ให้พวกเจ้ามาขยันทำงานก่อสร้างระเบิดภูเขาเผากระท่อม... ตอนคนกำลังจะับจะนอนวะโว้ยยยยยยยยยยยยย!!!!"
เสียงโหยหวนดังกังวานกึกก้องไปทั่วทั้งช่องเขาหมาป่า... ทิ้งไว้เพียงวิกฤตฝุ่นควันและเสียงตอกหินอันแสนขยันขันแข็ง ที่จอมมารขี้เกียจผู้นี้ ไม่มีวันหนีพ้นได้จนกว่ามหาเส้นทางสายไหมจะสร้างเสร็จ!
[จบตอนที่ 22]
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??