เรื่อง พี่ยามขยี้ดุ 18+
11 | เริ่มแผนขยี้แฟนสาวหัวโจก
ในคืนนั้นผมจับทั้งสองสาวขยี้จนแตกคารูซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปกว่าค่อนคืน ที่เล่นเอาเธอทั้งสองคนหมดเรี่ยวหมดแรงสลบเหมือดคาท่อน-วยของผมกันไปทั้งคู่ และถ้าจะถามว่าการที่ทั้งเธอทั้งลูกสาวพากันไม่กลับบ้านทั้งคู่นั้นจะเป็นปัญหาอะไรหรือไม่ ก็คงจะต้องตอบว่าผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน หนำซ้ำเธอยังไม่รับสายโทรศัพท์ของสามีที่โทรมามากกว่าสิบสายอีกด้วย แต่คงจะไม่เป็นอะไร เดี๋ยวเธอก็คงจะหาทางจัดการเรื่องนั้นได้เอง เพราะยังไงการพาลูกสาวไปค้างคืนข้างนอกด้วยอีกคนก็ทำให้สามารถหาข้ออ้างดีๆ ได้อยู่แล้ว
พอเช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงผมก็แต่งตัวออกไปทำงานที่โรงเรียนของตัวเองตามเดิม ส่วนเธอกับลูกสาวนั้นพากันออกจากบ้านของผมไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ก่อนที่จะส่งข้อความมาบอกผมว่าจัดการเรื่องที่บ้านเรียบร้อยแล้วไม่ต้องห่วง หรือที่มีความหมายในอีกนัยหนึ่งว่า สามีของเธอจับเรื่องที่เธอแอบนอกใจมาให้ผมขยี้รูหีจนแตกคารูไปหลายน้ำไม่ได้ แถมยังเป็นการแอบนอกใจแบบที่มีลูกสาวคนสวยมาร่วมวงสวิงด้วยอีกต่างหาก
ส่วนอีกหนึ่งสาวผู้เป็นเหยื่อคนแรกของผมที่ตอนนี้เธอกลายเป็นทาสกามของผมอย่างเต็มตัวแล้วนั้น ก็แวะเวียนมาหาผมที่ป้อมยามแทบจะทุกวัน ที่ตัวผมเองก็สนองตัณหานั้นให้ทุกครั้งที่เธอร้องขอ อย่างเช่นเมื่อราวๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนที่ผมเองก็พึ่งจะจับเธอขยี้จนแตกคารูในห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดหลังตึกเรียนไป ก่อนที่จะแยกย้ายกับเธอหลังเสร็จกิจ เพราะว่าตัวผมนั้นมีเรื่องสำคัญที่ต้องไปทำต่อ อย่างการรวบรวมข้อมูลของเหยื่อรายต่อไปให้เสร็จเรียบร้อย ที่แน่นอนอยู่แล้วว่าข้อมูลนั้นมันมากเพียงพอที่จะสามารถทำให้ผมจับเหยื่อรายต่อไปขยี้ได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่ว่าต้องจัดระเบียบอีกเล็กน้อย เพื่อให้ข้อมูลทุกอย่างสมบูรณ์พร้อมมากกว่าเดิม
"โอเค เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย" ผมพึมพำกับตัวเองหลังจากที่จัดแจงไฟล์บนคอมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไฟล์กว่าร้อยโฟลเดอร์ที่อยู่บนหน้าจอคอมทั้งหมดในตอนนี้ ก็คือไฟล์ข้อมูลต่างๆ ของเหล่าหญิงสาวที่สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นเหยื่อของผมในอนาคตนั่นเอง และในตอนที่จัดการไฟล์ทั้งหมดเสร็จผมก็ได้เอนตัวพิงหลังไปกับเก้าอี้ พลางมองหน้าจอที่กำลังแสดงภาพจากกล้องหลายสิบตัวของทั้งโรงเรียนเพื่อหาหญิงสาวคนนั้น ผู้เป็นเหยื่อรายต่อไปของผม ที่เพียงครู่เดียวผมก็หาเธอเจอ เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าในช่วงเวลานี้เธอจะไปปรากฏอยู่ซอกมุมไหนของโรงเรียน
'หยก' คือชื่อของนักเรียนสาวสวยคนนั้น เธอเป็นนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่สอง ที่มีนิสัยเกเรเล็กน้อย ทั้งยังอยู่ในห้องท้ายๆ ของระดับชั้น แอบโดดเรียนอยู่เป็นเสมอ แถมยังมีแฟนเป็นนักเรียนหัวโจกของรุ่น ที่ตัวเธอเองก็เอานิสัยแบบพวกนักเรียนชายที่เป็นหัวโจกมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นไถเงินหรือกลั่นแกล้ง เรียกได้ว่าเป็นเด็กนิสัยไม่ดีแบบเต็มขั้นเลยก็ว่าได้ ทำเอาผมเสียดายเป็นอย่างมาก ที่ผู้หญิงสวยๆ อย่างเธอนิสัยเสียได้ถึงขนาดนี้ ผมก็เลยคิดว่าจะดัดนิสัยเธอเสียหน่อย เพื่อที่จะทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่ดีกว่านี้
"อย่างอนเค้าเลยนะ เดี๋ยววันนี้เค้าพาไปกินของอร่อยๆ"
"ก็ได้ แต่ถ้าเค้าเห็นตัวเองไปทำตัวเจ้าชู้กับรุ่นน้องคนไหนอีกนะ โดนดีแน่" เมื่อเวลาเลิกเรียนมาถึง หยกก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์ของแฟนหนุ่มหัวโจกออกจากโรงเรียนไปในทันที
ถ้าไม่นับเรื่องนิสัยเสียๆ ของเธอ หยกเองก็ป๊อปในหมู่นักเรียนชายไม่ใช่น้อย แต่ด้วยนิสัยของเธอบวกกับแฟนหนุ่มที่เป็นหัวโจก มันเลยทำให้ผู้ชายไม่ค่อยกล้าเข้าหาเธอเท่าไหร่นัก อย่างมากสุดพวกเขาก็ทำได้เพียงแค่แอบมองใบหน้าสวยๆ ของเธอ แล้วภาวนาให้หยกเลิกกับแฟนหนุ่มคนนี้ในสักวัน ส่วนตัวผมคงไม่ต้องรอให้วันนั้นมาถึง เพราะต่อให้เธอไม่เลิกกันแฟนผมก็หาทางจับเธอมาลิ้มรสสาวได้อยู่ดี เพียงแต่ว่ามันมีบางอย่างที่ต้องทำก่อน นั่นก็คือการจับจุดอ่อนของเธอให้ได้ แม้ว่าคลิปต่างๆ ที่ผมมีจะเอามาใช่ข่มขู่เธอได้โดยตรง แต่เธอไม่ได้สนใจเรื่องอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว อย่างเช่นที่โรงเรียนนี้ไม่คิดที่จะจัดการเด็กเกเรแบบจริงจัง เพราะอย่างนั้นผมเลยต้องเอาคลิปพวกนี้ไปใช้เป็นสะพานเพื่อที่จะไปถึงยังจุดอ่อนของเธอ ที่มันมีอยู่เพียงอย่างเดียว
"ขอโทษนะคะ ร้านเรารับทำแต่ผมผู้หญิงค่ะ" ซึ่งจุดอ่อนที่ว่านั้นก็คือคุณแม่สาวใหญ่คนสวยของเธอนั่นเอง
"เอ่อ ผมไม่ได้มาทำผมหรอกครับ ผมมาหาคุณน้า คุณน้าใช่แม่ของหยกไหมครับ" บ้านของหยกเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดสองชั้นที่ทำชั้นล่างเป็นร้านเสริมสวย เพราะอย่างนั้นแม่ของเธอจึงคิดว่าเป็นลูกค้าในตอนที่เดินเข้ามา
'หยาด' คือชื่อของสาวใหญ่คนสวยคนนี้ เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยววัยสี่สิบเศษ ที่เลี้ยงดูหยกด้วยตัวคนเดียวมาอย่างเหน็ดเหนื่อย เพราะพ่อของหยกทิ้งเธอและลูกไปตั้งแต่หยกยังคลานไม่ได้ ที่แม้ว่าเธอจะไม่ได้มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเรื่องการเงินเพราะว่าครอบครัวของเธอฐานะดีอยู่แล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นการเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
"ว่าแต่คุณมีเรื่องจะคุยอะไรกับฉันเหรอคะ" พอได้รู้ว่าผมไม่ใช้ลูกค้าและมาหาเธอเพราะจะคุยเรื่องของลูกสาว เธอก็พาผมไปหาที่นั่งคุยในทันที ซึ่งตอนนี้ที่ร้านของเธอก็ไม่มีลูกค้าพอดี การพูดคุยกันของเรามันจึงดำเนินไปได้อย่างสะดวก
"ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกสาวของฉันจะเป็นเด็กแบบนี้จริงๆ ตอนที่เธออยู่บ้านเธอเรียบร้อยมากเลยนะคะ ไม่ใช่ว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า" และตอนนี้ผมก็ได้เอาคลิปทั้งหมดของหยกให้เธอดูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งคลิปที่เธอกับกลุ่มเพื่อนรุมทำร้ายกลั่นแกล้งเด็กคนอื่น หรือจะเป็นคลิปที่เธอรีดไถเงินเพื่อนร่วมห้อง ไปจนถึงคลิปที่เธอแอบปล่อยลมยางรถของครูที่ไม่ชอบ ที่แม้ว่ามันจะชัดเจนขนาดนั้น แต่เธอก็ยังเชื่อว่าลูกสาวของตัวเองเป็นเด็กดีอยู่ดี ซึ่งผมก็เข้าใจได้เพราะในสายตาของพ่อแม่ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไงก็ยังคงเป็นเด็กดีอยู่เสมอ
"เอาจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกนะครับ เด็กสาววัยนี้ยังไงก็ต้องเกเรบ้างเป็นธรรมดา แต่เรื่องที่เธอก่อมันเยอะพอสมควร ตอนนี้มันก็เลยเริ่มที่จะเป็นปัญหาขึ้นมาบ้างแล้วครับ"
"จะ..จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันพอจะทำยังไงได้บ้าง คุณครูพอจะมีทางช่วยฉันได้บ้างหรือเปล่าคะ" ดูเหมือนว่าเธอในตอนนี้จะเข้าใจผิดว่าผมนั้นเป็นครูในโรงเรียน ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ผมก็เลยปล่อยไว้อย่างนั้นไปก่อน
"เรื่องที่เธอไถเงินเพื่อนจริงๆ มันก็ยังพอพูดคุยกันได้ แค่เอาเงินที่ไถมาไปคืนก็อาจจะพอหยวนๆ ไปได้ แต่เรื่องทำร้ายร่างกายกับปล่อยลมยางรถนี่มันคนละกรณีกันเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องปล่อยลมยางที่ถ้าครูคนนั้นไม่เห็นว่ายางตัวเองแบนก่อนขับรถออกไปละก็ ในวันนั้นคงจะเกิดอุบัติเหตุไปแล้ว" แน่นอนว่าที่ผมพูดไปทั้งหมดนั้นมันไม่เป็นปัญหาอะไรเลย เพราะอย่างที่บอกไปว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนชื่อดัง ผู้บริหารก็เลยมักจะจัดการเรื่องนี้แบบเงียบๆ ให้จบไวที่สุด นักเรียนที่ก่อปัญหาก็เลยโดนทำโทษมากสุดแค่ทำความสะอาดโรงเรียนเท่านั้น แต่ที่ผมพูดไปขนาดนั้นเพราะต้องการจะขู่ให้เธอกลัว
"...." ซึ่งมันก็ได้ผลเป็นอย่างมาก เพราะว่าเธอในตอนนี้เป็นกังวลจนหน้าถอดสีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว "ถะ....ถ้าอย่างนั้นฉันควรทำยังไงดีเหรอคะ คุณครูช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ ฉันไม่อยากให้ลูกสาวโดนไล่ออก"
"พอดีว่าผมเป็นโสดมานานหลายปีแล้ว แถมยังคุยกับผู้หญิงไม่เก่งด้วย ก็เลยเหงาทั้งใจเหงาทั้งกายมากๆ คุณน้าพอจะช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ ถ้าคุณน้าช่วยเรื่องนี้ให้ผมได้ คลิปที่คุณน้าเห็นพวกนี้ผมจะทำให้มันหายไปทั้งหมดตลอดกาลเลยครับ"
"....." คำตอบนั้นของผมมันทำให้เธอต้องใช้ความคิดจนนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง "กะ....ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าฉันทำคุณครูสัญญากับฉันได้ไหมคะ ว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก คุณครูจะช่วยลูกสาวของฉัน"
"ได้สิครับ ผมสัญญาเลย ว่าจะช่วยดูแลลูกสาวของคุณน้าเป็นอย่างดี ส่วนคุณน้าก็......." หมับ!!! ในประโยคสุดท้ายผมพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวนขึ้น พร้อมกับขยับมือจับเข้าไปที่เรียวขาอ่อนของเธอ ".......ช่วยดูแลผมเย็นนี้ด้วยนะครับ"
"////" ที่การสัมผัสของผมนั้นมันทำให้เธอว้าวุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย
ด้วยความที่น้าหยาดมีอายุได้สี่สิบเศษ เธอก็เลยไม่ได้ดูสวยสดใสเท่ากับแม่ของปายอย่างพี่ปิ่น แต่เธอก็สวยในแบบของสาวใหญ่ที่อยู่ในวัยกระดังงาลนไฟอย่างเต็มตัว ที่บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเผ็ดร้อนซาบซ่านที่สุดแสนจะเย้ายวนใจ อันมาพร้อมกับใบหน้าเรียวสวยได้รูป ดวงตาอันกลมโตเป็นประกาย ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนรูปกระจับ และผิวกายขาวใสอมชมพูระเรื่อที่ดูผุดผ่องไปทั่วทั้งเรือนร่าง กับความเป็นหญิงภายใต้เรือนร่างบางที่พกพามาอย่างเกินตัวที่หญิงสาวตัวเล็กแบบเธอจะมี ตั้งแต่นมเต้าสวยขนาดล้นมือจนแทบจะใหญ่เท่าหัวเด็ก ไปจนถึงบั้นท้ายอันกลมสวยที่สุดแสนจะนิ่มเด้ง
"คุณน้าช่วยอมให้ผมจนกว่าแตกคาปากหน่อยได้ไหมครับ" ตอนนี้ผ้าม่านของร้านเธอได้ถูกเอาลง เช่นเดียวกับประตูร้านที่ถูกลงกลอนประตู ด้วยความที่ลูกสาวของเธอบอกเอาไว้ว่าจะกลับมาช่วงเกือบๆ สองทุ่ม เธอก็เลยเลือกที่จะบริการสวาทให้ผมที่กลางร้านบนโซฟาตัวยาว เพราะเรามีเวลาเริงรักกันมากถึงเกือบสองชั่วโมง
"/////" ผมให้เธอเป็นฝ่ายถอดกางเกงให้ เพราะอย่างนั้นในตอนที่กางเกงในถูกถอดออก ท่อน-วยลำใหญ่ยาวที่แข็งเป็นลำอย่างสุดตัวของผมก็เลยดีดสวนขึ้นมาจนฟาดเข้าใส่ริมฝีปากของเธอเข้าอย่างจัง ทำเอาเธอที่ได้เห็นขนาดอันใหญ่ยาวของมันอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกในทันที พร้อมด้วยดวงตาคู่สวยของเธอที่จ้องมองมันค้างอย่างไม่วางตา
"ควยของผมมันไม่ได้เล็กเกินไปกว่าที่คุณน้าคาดหวังใช่ไหมครับ" เพราะว่าผมบอกเธอไปว่าตัวเองโสดมานานและเข้ากับผู้หญิงไม่ค่อยเก่ง ผมก็เลยต้องเล่นละครว่าตัวเองใสซื่อเสียหน่อย
"////" ส่วนตัวเธอก็ยังคงอึ้งอยู่กับขนาดท่อน-วยของผมจนตาลุกวาวไม่หาย "มะ....ไม่เลยจะ มะ...มันใหญ่ อึก!!" ก่อนที่จะตอบด้วยเสียงที่เบาลงในประโยคนี้ พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ "มันใหญ่มากๆ เลยจ้ะน้องทาม"
"พอคิดว่าคุณน้าจะใช้ปากให้-วยผมมันก็คันไม่หยุดเลยครับ คุณน้าช่วยผมทีนะครับ ผมคันจนทนแทบจะไม่ไหวแล้ว" แน่นอนว่าผมยังคงเล่นละครต่อไป แต่เรื่องที่บอกว่าคันนั้นผมคันมันจริงๆ เพราะในหัวของผมมันเอาแต่คิดถึงภาพที่ตัวเองกำลังขยี้รูหีเธอจน-วยคันคะเยอไม่หยุด
"จ้ะ น้าจะช่วย... ฮ่าส์" หมับ!! เธอตอบพร้อมกับขยับฝ่ามืออันเรียวบางคว้าเข้าไปที่กลางท่อน-วยลำใหญ่ตรงหน้า ตามด้วยขยับร่างบางที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางหว่างขาของผมโน้มเข้ามาใกล้ท่อน-วยตรงหน้ามากขึ้น ก่อนที่.... ".....ให้ทามหายคันเองจ้ะ" สวบ!!! "อ๊อก!!!" ....จะกดริมฝีปากลงมาหา พาเอาท่อน-วยเข้าริมฝีปากไปจนสุดปลอกคอ
"ฮ่าส์ คุณน้าครับ อื้อออห์" พาเอาความเสียวซ่านสะท้านไปทั่วทั้งโคนท่อน-วยของผม
#ลุงยามขยี้ดุ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??