เรื่อง บันทึกผู้พลิกสามภพ

ติดตาม
ตอนที่ 36: เขตแดนรกร้างอุดร และเบาะแสจากอดีตกาล
ตอนที่ 36: เขตแดนรกร้างอุดร และเบาะแสจากอดีตกาล
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

     ความอบอุ่นแห่งแสงอรุณของแคว้นต้าเซี่ยค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อยตามระยะทางที่ทอดยาวขึ้นสู่ทิศอุดร ผืนแผ่นดินสีเขียวขจีอันอุดมสมบูรณ์และซากสถาปัตยกรรมหรูหราของนครหลวงตี้ตูถูกทิ้งไว้เบื้องหลังไกลโพ้น ยามนี้ เบื้องหน้าของหลินเฟิงมีเพียง **"เขตแดนรกร้างอนธการ"** ผืนดินแตกระแหงสีเทาดำสลับกับหน้าผาศิลาแหลมคมที่ตั้งตระหง่านดั่งซี่ฟันของอสูรกายยักษ์ บรรยากาศรอบด้านปกคลุมด้วยไอหมอกสีเทาหม่นหนาทึบที่ลอยละล่องอย่างเชื่องช้า แผ่กลิ่นอายเย็นเยือกแฝงด้วยกลิ่นกำมะถันและไออัปมงคลโบราณที่สะสมมานับพันปี

หลินเฟิงก้าวเท้าเดินอย่างเนิบนาบอยู่บนรอยต่อของผืนทรายหยาบสีดำ เสียงฝ่าเท้าที่ย่ำลงบนเศษหินแหลมคมดัง *กร๊อบ... กร๊อบ...* ท่ามกลางความเงียบสงัด หน้ากากเหล็กเรียบเฉยบนใบหน้าสะท้อนประกายไฟสีทองจาง ๆ จากดวงตาทั้งคู่ ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่าน ไอหมอกสีเทาที่พยายามคืบคลานเข้ามาหมายจะกัดกร่อนเสื้อคลุมสีดำ ทันทีที่เข้าใกล้ในรัศมีสามฟุต กลับต้องถูกแรงกดดันไร้รูปที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาผลักดันออกไปอย่างนุ่มนวลปานกระแสน้ำแหวกผ่านก้อนหิน

หลังจากการหลอมรวมศิลาสามภพชิ้นสุดท้ายจนเสร็จสมบูรณ์ในค่ำคืนก่อน ร่างกายของหลินเฟิงสภาวะ "คืนสู่สามัญ" อย่างเต็มที่ พลังปราณมรรคาภพที่หลากหลายในร่างหลอมละลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกับทะเลวิญญาณร้อยส่วนอย่างเหนียวแน่น ในยามนี้ หากเขาไม่เปิดเผยตบะออกมา แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตสวรรค์ขั้นสูงก็คงมองเห็นเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาที่ไร้ทางสู้คนหนึ่งเท่านั้น


*‘เจ้าหนู... บรรยากาศของแดนเหนือช่างไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ’* เสียงแหบแห้งอันลุ่มลึกของวิญญาณมรรคาภพดังก้องขึ้นในหัวใจของหลินเฟิง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความทอดถอนใจและร่องรอยของความโหยหาในอดีตกาล *‘แดนรกร้างอนธการแห่งนี้ ในอดีตเมื่อสามแสนปีก่อนเคยเป็นหนึ่งในสมรภูมิหลักของมหาสงครามสามภพ ผืนดินที่เจ้ากำลังย่ำเหยียบอยู่ ยามนั้นถูกชโลมด้วยโลหิตของเทพเซียนและจอมมารนับหมื่นตน ความหลากหลายของกลิ่นอายอัปมงคลที่นี่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ ทว่ามันคือเจตจำนงแค้นของคนตายที่ยังไม่ยอมไปผุดไปเกิด’*

"เจตจำนงแค้นงั้นรึครับท่านผู้เฒ่า" หลินเฟิงเอ่ยถามในจิตใจพลางก้าวเดินต่อไปช้า ๆ "แล้วเรื่องความทรงจำจากศิลาสามภพชิ้นสุดท้ายล่ะครับ ยามที่มันหลอมรวม ข้าสัมผัสได้ถึงภาพสลักโบราณบางอย่างที่ดูคล้ายกับตำหนักหยกสวรรค์ที่พังทลาย แต่ทัศนียภาพเหล่านั้นกลับพร่าเลือนจนยากจะจับใจความ"

*‘นั่นเป็นเพราะดวงจิตวิญญาณหลักของเจ้ายังไม่ได้ประสานเข้ากับแก่นแท้ของศิลาอย่างแท้จริง’* วิญญาณโบราณอธิบาย *‘ศิลาสามภพไม่ได้บรรจุเพียงแค่พลังงาน ทว่ามันมีความหลากหลายในแง่ของข้อมูลบันทึกเตือนภัย ข้าเชื่อว่าหากเจ้าสามารถค้นหา "สระมรรคาชำระจิต" ที่ซ่อนอยู่ใต้ใจกลางแดนเหนือแห่งนี้พบ และใช้สายน้ำวิญญาณขัดเกลาผลึกแก้วเก้าสีในทะเลวิญญาณอีกครั้ง ยามนั้นภาพลวงตาและอดีตกาลทั้งหมดจะปรากฏขึ้นมาเองอย่างแจ่มแจ้งดั่งดวงตะวัน’*

หลินเฟิงพยักหน้าช้า ๆ นัยน์ตาสีทองฉายประกายเด็ดเดี่ยว เป้าหมายของการเดินทางขึ้นเหนือในครั้งนี้ นอกจากจะเพื่อถอนรากถอนโคน "ตำหนักสวรรค์มืด" ที่สืบสายเลือดบงการทำลายตระกูลหลินแล้ว การค้นหาความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของวิชามรรคาภพและเศษอักษรอนัตตาก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน


*ครืน... ครืน...*

ทันใดนั้น ผืนดินแตกระแหงสีดำเบื้องหน้าของหลินเฟิงห่างออกไปราวสิบวา พลันเกิดอาการสั่นสะเทือนเบา ๆ รอยแยกบนพื้นดินขยายกว้างออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เงาร่างขนาดยักษ์สามสายจะพุ่งทะยานออกมาจากใต้ดิน กวัดแกว่งกรงเล็บแหลมคมสีโลหิตเข้าใส่เด็กหนุ่มทันทีอย่างดุดัน

พวกมันคือ **"อสุรกายศิลาละเลงเลือด"** อสูรโบราณที่มีความหลากหลายในแง่ของกายภาพ ร่างกายของพวกมันยาวกว่าสามวา โครงสร้างคล้ายตะขาบยักษ์ทว่าหัวกลับเป็นมนุษย์ที่ไร้ดวงตา มีเพียงปากขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเหล็กกล้า แผ่กลิ่นอายปราณขอบเขตแก่นแท้ขั้นสูงสุดออกมาข่มขวัญศัตรู

"กิซซซซซซซ!"

อสุรกายตัวหน้าสุดอ้าปากกว้าง พ่นเอา **"ของเหลวกัดกร่อนวิญญาณ"** สีเขียวคล้ำพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้ากากเหล็กของหลินเฟิงปาน-่าฝน ละอองน้ำพิษเหล่านี้มีความสามารถพิเศษในการละลายม่านพลังป้องกันทุกประเภท หากผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นแท้ทั่วไปสัมผัสถูก แม้แต่กระดูกก็คงเหลือเพียงผงเถ้าในเวลาไม่ถึงอึดใจ

หลินเฟิงไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ฝีเท้าของเขายังคงก้าวไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่เนิบนาบดั่งเดิม มือขวาที่ไพร่หลังอยู่ขยับยกขึ้นมาเบา ๆ นิ้วชี้และนิ้วกลางเหยียดตรง ตวัดวาดผ่านอากาศธาตุอย่างไร้สุ้มเสียง

"ดรรชนีอนัตตา ขั้นที่หนึ่ง: ดับสลาย"

*วิ้ง...*

ประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์สายเล็ก ๆ พุ่งออกจากปลายนิ้ว ทันทีที่มันสัมผัสถูกของเหลวกัดกร่อนวิญญาณสีเขียวคล้ำ พิษร้ายเหล่านั้นพลันสลายตัวกลายเป็นเพียงละอองน้ำธรรมดาที่ไร้ฤทธิ์เดช ก่อนที่แสงสีขาวจะพุ่งทะลวงผ่านหน้าผากมนุษย์ไร้ดวงตาของอสุรกายตัวแรกอย่างแม่นยำ

ร่างขนาดยักษ์ของมันชะงักค้างกลางอากาศ แววตาเดือดดาลพลันดับวูบลง ก่อนที่โครงสร้างเนื้อหนังและเปลือกหินหนาจะค่อย ๆ สลายกลายเป็นผงฝุ่นสีขาวลอยล่องไปกับสายลมหนาว... ดับสูญไปโดยสิ้นเชิงโดยไม่มีแม้แต่เสียงระเบิดกึกก้อง

อีกสองตัวที่เหลือเห็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์สลายหายไปต่อหน้าต่อตาในพริบตา สัญชาตญาณสัตว์ร้ายอันป่าเถื่อนถูกความกลัวอันลึกล้ำเข้าแทนที่ พวกมันรีบสะบัดหางหมายจะมุดดินหนีกลับลงไปใต้ปฐพีทันที ทว่า... หลินเฟิงไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ทำเช่นนั้น

"ในเมื่อก้าวออกมาแล้ว ย่อมไม่มีทางให้ถอยกลับ..." หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ เขาตวัดนิ้วซ้ายคราหนึ่ง ปลดปล่อยกระแสเพลิงสัจธรรมมรรคาภพสีขาวพุ่งกระจายออกไปล้อมกรอบรอยแยกบนพื้นดินเอาไว้ทั้งหมด สะกดให้มิติรอบตัวอสุรกายทั้งสองแข็งทื่อปานหินผา ก่อนที่ร่างของพวกมันจะแตกสลายกลายเป็นผงธุลีตามตัวแรกไปในเวลาไม่ถึงสองอึดใจ


ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปทางทิศใต้ ณ ด่านชายแดนระเบียงศิลาของแคว้นต้าเซี่ย

บรรยากาศในกระโจมบัญชาการใหญ่ของกองทัพพยัคฆ์คำรามค่อนข้างเงียบงัน หลินเทียนห่าวนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานหลัก ใบหน้าคมคายดูองอาจเต็มไปด้วยบารมีของผู้นำ ปราณมังกรทองรอบตัวของเขาไหลเวียนอย่างมั่นคงและทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ ยามนี้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ คอยควบคุมดูแลสถานการณ์แนวหลังร่วมกับแม่ทัพใหญ่เฉาเซียนและเสิ่นว่านซาน

เฉาเซียนก้าวเข้ามาในกระโจมพร้อมกับรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ท่านผู้สำเร็จราชการ... สายสืบหน่วยเหยี่ยวลมรายงานว่า คุณชายหลินเฟิงได้ก้าวข้ามผ่านแนวเขตชายแดนเข้าสู่เขตแดนรกร้างอนธการเรียบร้อยแล้วครับ ทว่า... หลังจากเขาเดินเข้าเมืองหมอกไป ข่าวสารทั้งหมดก็ถูกตัดขาดลงทันที คาดว่าเกิดจากสนามพลังงานอัปมงคลที่หนาแน่นในแดนเหนือ"

หลินเทียนห่าวถอนหายใจยาว สายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระโจม มุ่งตรงสู่ทิศอุดร "เฟิงเอ๋อร์เลือกหนทางเดินที่ยากลำบากที่สุด... อินเฉวียนตายไป นิกายมารสวรรค์ย่อมต้องโกรธแค้นและเตรียมการต้อนรับเขาอย่างโหดเหี้ยม แม่ทัพเฉา... จงสั่งการให้ทหารทุกนายตั้งมั่นขยายค่ายกลป้องกันด่านชายแดนให้แข็งแกร่งที่สุด อย่าให้พวกมารฉวยโอกาสบุกทะลวงเข้ามาในยามที่คุณชายไม่อยู่"

"รับบัญชาครับ!" เฉาเซียนประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม ยามนี้ความหลากหลายของเล่ห์เหลี่ยมขุนศึกของมันสลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความจงรักภักดีต่อตระกูลหลินที่สามารถบดขยี้ยอดฝีมือระดับสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย


หลังจากเดินเท้าผ่านดงหมอกพิษและต่อสู้กับอสุรกายใต้ดินมาตลอดทั้งบ่าย เบื้องหน้าของหลินเฟิงพลันปรากฏเงาร่างของสิ่งก่อสร้างโบราณขนาดใหญ่ตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดสลัว มันคือ **"เมืองศิลาใบ้"** ซากเมืองร้างโบราณที่สร้างขึ้นจากก้อนหินสีดำสนิทหนาทึบ กำแพงเมืองพังทลายไปกว่าครึ่งค่อน ทว่ากลิ่นอายพลังงานที่แผ่ออกมาจากซากหินเหล่านั้นกลับมีความหลากหลายและซับซ้อนยิ่งนัก มีทั้งร่องรอยของวิชามารโบราณและสัจธรรมสวรรค์ที่หักล้างกันเองอยู่ตลอดเวลา

หลินเฟิงก้าวเท้าผ่านประตูกำแพงเมืองที่หักพังเข้ามาอย่างเชื่องช้า สายตาเนตรมรรคาไร้ลักษณ์หมุนวนตรวจจับสัญญาณสิ่งมีชีวิต ทันใดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปราณของมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในซากอารามหินใจกลางเมืองร้าง

"หลบซ่อนตัวอยู่ในแดนมิคสัญญีเช่นนี้... พวกเจ้าเป็นใครกัน?" หลินเฟิงพึมพำเสียงเบา ก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังซากอารามแห่งนั้นอย่างเนิบนาบ โดยไม่คิดจะซ่อนเร้นรังสีพลังงานของตนเองแม้แต่น้อย ดั่งมังกรสวรรค์ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสรร

พสิ่งบนโลกหล้า!



ตอนต่อไป
ตอนที่ 37: พันธมิตรเร้นลับแห่ง...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา