เรื่อง บันทึกผู้พลิกสามภพ
เสียงีิของาราตรีี่พัดผ่านแบนกำแพงเมืองหลวงี้ตูอันเกรียงไกร คล้ายกับเสียงกระซิบคร่ำครวญของดวงวิญญาณนับแสนดวงี่ทับถมอยู่ใต้ผืนพสุธาแห่งนี้มานานนับศตวรรษ บัดนี้ ประตูเมืองบานมหึมาี่ทำจากไม้เหล็กพันปีสลักลายมังกรห้าเล็บโอบล้อมด้วยแผ่นทองคำหนาบัดนี้ได้เปิดอ้าออกอย่างสมบูรณ์ ทว่ามันมิได้เปิดต้อนรับอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติ หากแต่เปิดออกเพื่อยอมรับการคืบคลานเข้ามาของมรณภัยี่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
*ตึก... ตึก...*
ฝีเท้าของหลินเฟิงยังคงบดลงบนเศษซากหินศิลาขาวี่แตกกระจายจากแรงระเบิดของค่ายกลสามดาราอย่างแช่มช้าและคงมั่น ทุกย่างก้าวี่เขาเหยียบย่ำลงไป ทิ้งรอยเท้าจาง ๆ เป็นไอหมอกสีขาวบริสุทธิ์ของพลังอนัตตาเอาไว้บนพื้นดินี่ยังคงอุ่นด้วยไอหลงเหลือของพลังงานสัจธรรม กลิ่นอายความว่างเปล่าี่แผ่ออกจากร่างของเขาในยามนี้เข้มข้นจนทำให้มิติรอบกายเกิดการบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นคล้ายผิวน้ำี่ถูกหยาดฝนตกกระทบ
หน้ากากเหล็กสีเงินยวดบนใบหน้าของเขาไม่ได้สะท้อนอารมณ์ใด ๆ มีเพียงเนตรมรรคาไร้ลักษณ์ี่ทอประกายสีทองลึกล้ำราวกับดวงประทีปท่ามกลางความมืดมิด ชายเสื้อคลุมสีดำสนิทโบกสะบัดแผ่วเบาตามจังหวะการเดินอันเนิบนาบ ทว่าทุกสายตาของทหารองครักษ์เสื้อแพรี่แอบซ่อนตัวอยู่ตามมุมกำแพงและซอกตึกภายในเมืองหลวงต่างมองเห็นร่างนั้นสูงใหญ่ดุจขุนเขาี่กำลังจะถล่มลงมาทับพวกมันให้แหลกลาญ
### บรรยากาศภายในเมืองหลวง: เมืองร้างแห่งความตาย
เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเมืองหลวงี้ตูเข้ามา ทัศนียภาพเบื้องหน้ากลับมิใช่ถนนสายหลักี่พลุกพล่านด้วยผู้คนดั่งกาลก่อน ถนนกว้างสิบวาี่ทอดยาวตรงไปสู่พระราชวังหลวงบัดนี้เงียบสงัดปานป่าช้า ร้านรวกระจกเงาและโรงเตี๊ยมหรูหราสองข้างทางปิดประตูหน้าต่างสนิทแน่น เศษขยะและใบไม้แห้งถูกลมพัดหมุนวนอยู่บนพื้นถนนอย่างไร้ทิศทาง สิ่งเดียวี่บ่งบอกว่าเมืองแห่งนี้ยังคงมีสิ่งมีชีวิตอยู่ คือเสียงลมหายใจอันหอบถี่และสั่นสะทือนด้วยความหวาดกลัวของเหล่าทหารเกราะดำและนักพรตหลวงนับหมื่นนายี่ตั้งค่ายกลซุ่มโจมตีอยู่ตามทาง
"คุณชาย..." เสียงของผู้อาวุโสกู้ชางดังก้องขึ้นในโสตประสาทของหลินเฟิงผ่านทางจิตหยั่งรู้ "พวกมันจัดวางกองกำลังซุ่มโจมตี 'ค่ายกลร้อยอสูรกลืนวิญญาณ' ไว้ตลอดสองข้างทางเดิน สองค่ายกลนี้ใช้โลหิตสด ๆ ของสัตว์อสูรขอบเขตสวรรค์ขั้นต้นร้อยตัวเป็นตัวจุดชนวน แฝงเจตจำนงทำลายล้างี่รุนแรงมากครับ"
หลินเฟิงไม่ได้หยุดก้าวเดิน ท่วงทำนองฝีเท้าของเขายังคงเนิบนาบสม่ำเสมอ "กู้ชาง... เจ้าเคยเห็นพายุฤดูใบไม้ร่วงหยุดพัดเพราะเศษหญ้าแห้งขวางทางหรือไม่?"
"ไม่เคยครับคุณชาย" กู้ชางตอบพลันเข้าใจความนัย
"สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ต่างกัน" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ "พวกมันพยายามดิ้นรนในสิ่งี่เป็นไปไม่ได้ ยิ่งพวกมันออกแรงขัดขวาง... กฎเกณฑ์แห่งอนัตตาจะยิ่งบดขยี้รากเหง้าของพวกมันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น"
ในขณะี่หลินเฟิงเดินผ่านสี่แยกใจกลางเมืองหลวง ทหารองครักษ์หลวงในชุดเกราะทมิฬนับพันนายี่ซ่อนตัวอยู่บนหลังคาตึกพลันลงมือพร้อมกัน พวกมันง้างคันธนูเหล็กกล้าขนาดยักษ์ ปล่อยลูกศรลงอักขระระเบิดปราณนับหมื่นดอกพุ่งทะยานแหวกอากาศลงมาดุจ-่าฝนสีดำสนิท เป้าหมายคือร่างในชุดคลุมสีดำี่เดินอยู่เพียงลำพัง
*ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว—————*
เสียงลูกศรตัดผ่านาดังกึกก้อง ทว่าหลินเฟิงกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง หรือยกมือขึ้นต้านทาน เขายังคงก้าวเดินต่อไปทีละก้าว... ยามี่หัวลูกศรเหล็กกล้าแหลมคมนับหมื่นดอกเคลื่อนเข้ามาในรัศมีหนึ่งวาอารักขารอบร่างของเขา ปรากฏการณ์อันน่าพิศวงพลันบังเกิดขึ้นอีกครั้ง
ลูกศรเหล็กี่เปี่ยมด้วยพลังระเบิดปราณอันบ้าคลั่งพลันชะลอความเร็วลงอย่างกะทันหัน ราวกับพวกมันพุ่งเข้าสู่หนองน้ำี่หนืดข้น ก่อนี่สีดำทมิฬของเนื้อเหล็กจะค่อย ๆ ซีดจางกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์ อักขระระเบิดี่สลักไว้เลือนหายไปปานหมึกละลายในน้ำ เพียงชั่วอึดใจ ลูกศรนับหมื่นดอกเหล่านั้นก็สลายตัวกลายเป็นละอองแป้งสีขาวละเอียด โปรยปรายลงมารอบตัวหลินเฟิงดุจหิมะหลงฤดู... โดยไม่อาจแตะต้องแม้แต่ชายผ้าคลุมของเขา
ทหารบนหลังคาี่เห็นภาพดังกล่าวต่างพากันอ้าปากค้าง ความกลัวี่ไม่มีขอบเขตคืบคลานเข้าเกาะกุมดวงจิตวิญญาณของพวกมันจนมือไม้สั่นเทา ไม่อาจง้างคันธนูดอกต่อไปได้อีก ราวกับพลังฝีมือทั้งหมดในร่างถูกสูบหายไปในความว่างเปล่านั้นด้วย
### ห้วงคำนึงในอดีต: ภาพสะท้อนแห่งความแค้นสิบสี่ปี
ทุกย่างก้าวี่หลินเฟิงก้าวลึกเข้าไปใกล้กำแพงวังหลวงชั้นใน ความทรงจำในวัยเยาว์ี่เคยถูกสะกดไว้ในส่วนลึกของดวงจิตเริ่มผุดพลุ่งขึ้นมาทีละน้อย...
ภาพของจงหยวนเมื่อสิบสี่ปีก่อน... ยามี่เขายังเป็นเพียงเด็กชายตัวน้อยี่วิ่งเล่นอยู่ในจวนตระกูลหลินอันร่มรื่น เสียงหัวเราะของท่านพ่อ เสียงดีดกู่เจิ้งอันอ่อนโยนของท่านแม่ และความอบอุ่นของพี่น้องในตระกูล ทว่าภาพเหล่านั้นกลับถูกตัดสลับด้วยภาพเปลวเพลิงสีแดงฉานี่ลุกโชติช่วงเผาผลาญทุกสิ่งจนกลายเป็นเถ้าถ่าน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของคนในตระกูลนับร้อยชีวิตี่ถูกคมดาบของทหารราชวงศ์มู่หรงตัดศีรษะอย่างโหดเหี้ยม
และภาพี่เด่นชัดี่สุด... คือใบหน้าอันทรนงและแววตาอันไร้ความปรานีของมู่หร่งเฉิน ยามี่มันปักกระบี่มังกรทองลงบนอกของท่านพ่อ เพื่อแย่งชิงเศษศิลาสามภพชิ้นแรกไป
*‘เจ้าหนู... จิตใจของเจ้ากำลังปั่นป่วน’* เสียงของวิญญาณมรรคาภพดังกังวานขึ้น ดึงหลินเฟิงให้ออกจากห้วงความทรงจำอันมืดมน *‘ความแค้นเป็นพลังงานี่ดีในการขับเคลื่อนท่วงทำนอง ทว่าหากเจ้าปล่อยให้มันครอบงำ แก่นแท้ของอนัตตาความว่างเปล่าของเจ้าจะด่างพร้อย จงจำไว้... เจ้ามิใช่ผู้ล้างแค้น ทว่าเจ้าคือสัจธรรมี่มาทวงคืนความสมดุล’*
หลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ไอหมอกสีขาวรอบกายของเขาพลันนิ่งสงบลงอีกครั้ง แววตาสีทองฉายประกายกระจ่างใสเด็ดเดี่ยว "ข้าทราบแล้วครับท่านผู้เฒ่า ความแค้นของตระกูลหลิน... ข้าจะชะล้างมันด้วยความเี่ยงตรงแห่งอนัตตา ไม่ใช่ด้วยความบ้าคลั่ง"
### หน้าประตูวังหลวงชั้นใน: ไพ่ตายี่คาดไม่ถึง
ในี่สุด ฝีเท้าเนิบนาบของหลินเฟิงก็พาเขามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูวังหลวงชั้นใน ซึ่งเป็นประตูกลขนาดใหญ่ี่หล่อด้วยเหล็กกล้าผสมสำริดโบราณ สูงสิบห้าวา ผิวประตูสลักรูปมังกรทะยานเมฆาแผ่กลิ่นอายค่ายกลป้องกันระดับสูงสุด
ทว่าี่หน้าประตูบานนั้น กลับมิได้มีกองทัพทหารตั้งมั่นอยู่ หากแต่มีร่างของสตรีผู้หนึ่งในชุดฉลองพระองค์สีขาวบริสุทธิ์ยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง
นางคือ **"มู่หร่งฉิง"** องค์หญิงใหญ่แห่งราชวงศ์มู่หรง และอดีตศิษย์น้องร่วมสำนักเดียวกับหลินเฟิงในวัยเยาว์ก่อนี่ตระกูลหลินจะล่มสลาย ใบหน้าของนางงดงามดั่งภาพวาดทว่าขาวซีดไร้สีเลือด ในมือของนางไม่ได้ถืออาวุธใด ๆ มีเพียงป้ายหยกประจำตัวี่สั่นระริกตามแรงอารมณ์
"ศิษย์พี่หลิน..." มู่หร่งฉิงเอ่ยปากเรียก เสียงของนางสั่นเครือและแฝงไปด้วยความโศกเศร้าอันลึกล้ำ แววตาี่จับจ้องมองหน้ากากเหล็กของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและวิงวอน "เจ้า... กลับมาจริง ๆ ด้วย"
หลินเฟิงหยุดยืนนิ่ง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงสิบก้าว ลมราตรีพัดผ่านชายเสื้อของคนทั้งสองจนเกิดเสียง *พรึบพรับ* ท่ามกลางความเงียบงันอันตึงเครียดี่กำลังจะปะทุขึ้นในไม่อีกอึดใจข้างหน้า
"ข้าบอกแล้ว... ว่าข้าจะกลับมา" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความโกรธเกลียดหรือความโหยหาในอดีต ราวกับสตรีเบื้องหน้าเป็นเพียงก้อนศิลาตามริมทางชิ้นห
นึ่งเ่าั้
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??