เรื่อง เทพยุทธ์หลอมภพ สยบหมื่นวิถี
ตอนที่ 34 : รัศมีจอมมาร และการตื่นของจิตวิญญาณบรรพกาล
เสียงหัวเราะอันแหบพร่าดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วหุบเขาประลองยุทธ์ มันไม่ใช่เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอของมนุษย์ ทว่าคล้ายกับเสียงวิญญาณนับหมื่นดวงกำลังกรีดร้องประสานกัน รอยแยกขนาดมหึมากลางลานหินอ่อนพลันระเบิดออกกว้างขึ้น ปราณสีดำทมิฬที่ข้นคลั่กประดุจน้ำหมึกทะลักล้นออกมาจากก้นบึ้ง กลืนกินแสงสว่างของดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันจนท้องฟ้าเหนือสำนักเมฆาคล้อยกลายเป็นสีเทาหม่น
เบื้องหน้าสายตาของศิษย์นับพันที่กำลังตื่นตระหนก เจ้าสำนักเซี่ยคงหมิงผู้เคยได้รับการเทิดทูนดั่งนักบุญ หาได้ปรากฏกายขึ้นในรูปลักษณ์อันสง่างาม ทว่าสิ่งที่ลอยตะหง่านขึ้นมาจากอุโมงค์มืดมิดนั้น คือ 'เงาดำขนาดมหึมา' ที่ไร้รูปทรงแน่ชัด ผิวหนังของมันประกอบขึ้นจากโลหิตข้นหนืดและใบหน้าของศิษย์นับไม่ถ้วนที่บิดเบี้ยวด้วยความทรมาน กลิ่นอายแห่งความตายและการดับสูญแผ่ซ่านออกมากดทับทั่วทุกตารางนิ้ว!
นี่คือรัศมีอันแท้จริงของ 'วิชามารกลืนนภา'!
แรงกดดันระดับวิถีแก่นแท้ที่บิดเบี้ยวและชั่วร้ายถาโถมเข้าใส่อัฒจันทร์ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิ ศิษย์สายนอกและสายในที่มีระดับพลังอ่อนด้อยไม่อาจทนรับความวิปริตนี้ได้ เพียงแค่สูดดมไอพ่นมารเข้าไป ดวงตาของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เส้นเลือดปูดโปนทั่วใบหน้า
"ฆ่า... ต้องฆ่า! เลือด... เลือด!!"
ศิษย์นับร้อยเริ่มสูญเสียสติสัมปชัญญะ พวกเขาชักอาวุธหันเข้าฟาดฟันสหายข้างกายอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องและเสียงเนื้อถูกสับฟันดังระงม โลหิตอุ่นๆ สาดกระเซ็นย้อมอัฒจันทร์จนแดงฉาน และเลือดเหล่านั้นก็ถูกอำนาจลึกลับของค่ายกลดูดกลืนให้ไหลลงสู่รอยแยก เพื่อเป็นอาหารบำรุงให้แก่เงาดำมหึมา!
ท่ามกลางขุมนรกบนดิน อวิ๋นเซียวหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาช้อนร่างอันหนักอึ้งของพันซานที่เพิ่งรอดพ้นจากการถูกครอบงำ สหายร่างท้วมลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง เลือดไหลออกทางจมูกและปาก สติยังคงพร่าเลือน
"ศิษย์พี่... เกิด... เกิดอันใดขึ้น..." พันซานละล่ำละลัก
"อย่าเพิ่งพูด! ปิดจุดชีพจรของเจ้าซะ!" อวิ๋นเซียวตวาดเสียงกร้าว
ชายหนุ่มแบกร่างสหายพุ่งทะยานถอยห่างจากรอยแยกมรณะ ทว่าแรงดึงดูดจากวิชามารกลืนนภานั้นมหาศาลเกินจินตนาการ ราวกับมีหนวดปลาหมึกที่มองไม่เห็นรัดพันข้อเท้าของเขาไว้ อวิ๋นเซียวกัดฟันกรอด รีดเร้นปราณหลอมภพหยดสุดท้าย กระตุ้น 'เพลิงบรรพกาลหลอมวิญญาณ' ให้ปะทุขึ้นมาคลุมร่างเป็นเกราะกำบังชั้นสุดท้าย
เปลวเพลิงสีดำอมแดงส่งเสียงดังกราดเกรี้ยวเมื่อปะทะกับไอหมอกมาร ทุกก้าวที่อวิ๋นเซียวถอยร่น เปลวเพลิงฟ้าดินต้องแผดเผาพลังชีวิตและปราณแท้ของเขาไปอย่างตะกละตะกลาม บาดแผลที่หน้าอกและหัวไหล่ปริแตกซ้ำ โลหิตของเขาเองก็กำลังถูกค่ายกลดึงดูดจนแทบจะทะลักออกจากรูขุมขน
ในขณะที่ความสิ้นหวังกำลังคืบคลานเข้ามากระชากวิญญาณ...
แกร๊ก... เพล้ง!!
ความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งได้แม้กระทั่งกาลเวลา พลันระเบิดขึ้นจากทิศทางของแท่นประธานฝั่งตะวันออก!
ปราณสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแหวกม่านหมอกสีดำทมิฬ ร่างระหงของลั่วปิงเยว่ปรากฏขึ้นเหนือฝูงชนที่กำลังคลุ้มคลั่ง นางไม่ได้ซ่อนเร้นพลังอีกต่อไป 'มหาปราณน้ำแข็ง' ที่ถูกกักเก็บไว้นานนับปีถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ดอกบัวเหมันต์ขนาดมหึมาเบ่งบานกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งเข้ากระแทกกับคลื่นพลังของเงาดำอย่างรุนแรง!
"อึก...!" ลั่วปิงเยว่กระอักเลือดสีแดงฉานตัดกับริมฝีปากที่ซีดเซียว นางใช้พลังระดับก่อกำเนิดขั้นปลายต้านทานผู้ฝึกตนระดับวิถีแก่นแท้ ย่อมไม่ต่างจากการนำก้อนน้ำแข็งไปทุบภูเขาเหล็ก ทว่ามันกลับสร้างรอยร้าวและหยุดยั้งแรงดึงดูดของวิชามารได้ชั่วขณะ!
"ภาชนะหมายเลขเก้า!!" ลั่วปิงเยว่แผดเสียงตะโกนฝ่าเสียงกึกก้องของการปะทะ แววตาสีน้ำเงินของนางจ้องมองมาที่อวิ๋นเซียวด้วยความเด็ดเดี่ยว "เซี่ยคงหมิงกำลังอยู่ในสภาวะหลอมรวมขั้นสุดท้าย! เงาดำนั่นคือเปลือกนอกที่ยังไม่สมบูรณ์ หากปล่อยให้มันดูดกลืนเลือดจนครบถ้วน มันจะกลายเป็นจอมมารอมตะ! ขัดจังหวะมันตอนนี้... ตอนที่แกนกลางของมันอ่อนแอที่สุด!!"
คำประกาศของสตรีแห่งยอดเขาหิมะดุจแสงสว่างที่ผ่าลงกลางความมืดมิด!
อวิ๋นเซียวมองดูพันซานที่เขาเพิ่งวางลงบนพื้นหินอ่อนที่รอดพ้นจากรอยแตก สลับกับมองม่านพลังเหมันต์ของลั่วปิงเยว่ที่กำลังแตกร้าวอย่างรวดเร็ว หากเขาแบกพันซานหนีไปตอนนี้ พวกเขาอาจรอดพ้นจากเขตลานประลอง ทว่าในวันพรุ่งนี้... เมื่อเจ้าสำนักกลายเป็นจอมมารโดยสมบูรณ์ ทั่วทั้งทวีปย่อมไม่มีที่ดินใดให้พวกเขาฝังกลบกระดูก
ความตายอยู่รอบทิศ หากต้องตกตาย ข้าก็ขอเป็นผู้ลากมันลงนรกไปด้วยตนเอง!
"ดูแลตัวเองด้วยไอ้หมูโง่!"
อวิ๋นเซียวตัดสินใจอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่หันหลังวิ่งหนีอีกต่อไป แต่กลับรวบรวมเพลิงบรรพกาลทั้งหมดที่มี ห่อหุ้มร่างกายดุจดาวตกสีโลหิต พุ่งตัวสวนกระแสพลังมรณะ กลับเข้าไปในรอยแยกกลางลานประลอง!
"ไอ้เด็กเหลือขอ... มดปลวกรนหาที่ตาย!!" เสียงคำรามของเงาดำดังก้อง มวลปราณมารนับร้อยสายพุ่งเข้าฟาดฟันอวิ๋นเซียวราวกับ-่าฝนหอก
เกราะเพลิงบรรพกาลถูกบีบอัดจนบางเฉียบ ผิวหนังของอวิ๋นเซียวถูกปราณมารเฉือนจนเหวอะหวะ เลือดสาดกระเซ็น ทว่าเขายังคงพุ่งทะลวงเข้าสู่ 'แกนกลาง' ของเงาดำ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ค่ายกลกำลังส่งพลังงานบริสุทธิ์ที่สุดเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างเนื้อของเซี่ยคงหมิงที่ซ่อนอยู่ภายใน
แรงกดดันที่แกนกลางนั้นหนักอึ้งเกินกว่าที่ร่างกายระดับก่อกำเนิดขั้นต้นจะรับไหว ทันทีที่อวิ๋นเซียวล่วงล้ำเข้าสู่ม่านพลังชั้นในสุด กระดูกทั่วร่างของเขาส่งเสียงลั่นร้าว สติสัมปชัญญะกำลังจะแตกดับ ตราทัณฑ์สวรรค์ที่หน้าอกเปล่งแสงสีดำเจิดจ้า ราวกับกำลังจะระเบิดวิญญาณของเขาให้แหลกสลาย
ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ที่ทุกอย่างกำลังจะดับสูญ...
วิ้ง...!!
ภายในห้วงจิตวิญญาณอันลึกล้ำ 'เจดีย์หมื่นวิถี' พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แสงสีเงินยวงอันสูงส่งและบริสุทธิ์สาดส่องออกมาจากชั้นบนสุดของเจดีย์ พลังงานอันเก่าแก่และทรงอำนาจเหนือขอบเขตแห่งฟ้าดินพุ่งทะลักเข้าครอบงำจิตสำนึกของอวิ๋นเซียวอย่างสมบูรณ์!
บาดแผลทั่วร่างหยุดหลั่งเลือด แรงกดดันมรณะของวิชามารกลืนนภาที่เคยกดทับบัดนี้แตกสลายราวกับเศษกระจกที่ถูกค้อนเทพเจ้าทุบทำลาย!
อวิ๋นเซียวชะงักค้างกลางอากาศ ท่ามกลางวงล้อมของปราณมาร ทว่าเมื่อเขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น... นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยเต็มไปด้วยความดิ้นรนและเคียดแค้น กลับแปรเปลี่ยนเป็น 'สีเงินยวง' ที่เปล่งประกายเจิดจ้าไร้ขอบเขต! กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มในยามนี้ ไม่ใช่กลิ่นอายของอวิ๋นเซียวอีกต่อไป ทว่ามันคือรัศมีของผู้ครองสวรรค์ที่สามารถสยบหมื่นวิถีได้เพียงปรายตามอง!
จิตวิญญาณของอาจารย์เซวียนหยวนหมิงเยว่... ได้ตื่นขึ้นแล้ว!
ริมฝีปากของชายหนุ่มขยับเอื้อนเอ่ย ทว่าเสียงที่ดังกังวานก้องไปทั่วฟ้าดิน กลับเป็นเสียงสตรีที่ไพเราะทว่าทรงอำนาจจนทำให้เงาดำของจอมมารต้องสั่นสะท้าน!
"เซี่ยคงหมิง..." น้ำเสียงสีเงินนั้นเย็นเยียบและดูแคลน "เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงแอบอ้างนำเศษเสี้ยวพลังที่ข้าทิ้งไว้ในแดนลับ มาเป็นฐานรองรับวิชามารที่น่ารังเกียจและโสมมถึงเพียงนี้!"
เงาดำของเซี่ยคงหมิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด มันสัมผัสได้ถึงพลังที่แท้จริงของ 'เจดีย์หมื่นวิถี' ที่มันใฝ่ฝันหา ทว่าพลังนั้นกลับยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มันจะอาจเอื้อม!
"ทำลาย!"
มือขวาของอวิ๋นเซียวที่ถูกควบคุมโดยเซวียนหยวนหมิงเยว่ ค่อยๆ พลิกฝ่ามือลงสู่เบื้องล่างอย่างเชื่องช้า ทว่าเรียบง่าย ไร้ซึ่งกระบวนท่าที่ซับซ้อน ไร้ซึ่งการระเบิดของเพลิงบรรพกาล มีเพียงประกายแสงสีเงินที่หล่นร่วงลงมาประดุจขนนก...
วูบบบ——!!!
พริบตาที่แสงสีเงินสัมผัสกับแกนกลางของวิชามาร คลื่นพลังทำลายล้างที่ไร้เสียงพลันกวาดล้างออกไปทุกทิศทาง! เงาดำขนาดมหึมาของเจ้าสำนักถูกบดขยี้จนแหลกสลายในพริบตา เสียงกรีดร้องของจอมมารขาดห้วง ลานประลองหินอ่อนที่เคยกว้างใหญ่ไพศาล ค่ายกลสังหารที่ถูกสลักเสลามานับร้อยปี ตลอดจนหน้าผาหินรอบลานประลอง... ทุกสรรพสิ่งถูกแรงกระแทกจากฝ่ามือเดียว บดขยี้จนแตกละเอียดกลายเป็นละอองธุลีร่วงหล่นลงสู่ขุมนรกเบื้องล่าง!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??