เรื่อง วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade
ฝุ่นัสีเทา่และะหิมะสีขาวบริสุทธิ์ที่ฟุ้งกระจายจากการพังทลายของซุ้มประตูศิลาขนาดยักษ์ ค่อยๆ ปลิวสลายจางหายไปตามกระแสลมหนาวเหน็บที่พัดผ่านลานกว้างของสำนักกระบี่ไร้นาม ภาพที่ปรากฏเบื้องหลังม่านฝุ่นและะน้ำแข็งนั้น คือขุมนรกบนดินที่ไม่อาจหาคำบรรยายใดมาเปรียบเปรยได้อย่างแท้จริง ร่างของศิษย์สำนักสายนอกและสายในนับร้อยชีวิตที่โชคร้าย ยืนอยู่ในรัศมีการกวาดล้างของื่กระบี่สีเลือดเมื่อครู่ ล้วนถูกสับตับและตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างน่าสยดสยอง เลือดสีแดงสดและอุ่นจัดไหลทะลักนองย้อมพื้นหิมะสีขาวที่เคยบริสุทธิ์ผุดผ่อง ให้กลายเป็นพรมโลหิตที่ทอดยาวไปจนถึงใจกลางลานกว้าง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับความหนาวเย็นของบรรยากาศยอดเขา สร้างความวิงเวียนและสะอิดสะเอียนให้แก่ผู้ที่ยังมีชีวิตรอด เสียงครวญครางของบางคนที่ร่างขาดครึ่งแต่ยังไม่สิ้นใจในทันที ดังก้องกังวานไปทั่วลานศิลา บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของผู้ฟังทุกคน
ท่ามกลางความพินาศและทะเลเลือดนั้น ร่างของเด็กหนุ่มในชุดเาะอ่อนสีดำขลับ สวมทับ้เสื้อคลุมยาวที่ขาดวิ่นเล็กน้อย ก้าวเดินมาช้าๆ อย่างองอาจ หลินเฟยถือดาบโลหิตสีดำสนิทไว้ในมือขวา ปลายดาบชี้ลงสู่พื้นดิน หยดเลือดที่ไม่มีอยู่จริงและเศษหิมะที่ปลิวมากระทบล้วนถูกความร้อนแรงของเจตจำนงกระบี่ระเหยกลายเป็นไอ นัยน์ตาสีเลือดของเขากวาดมองกองทัพศิษย์สำนักนับหมื่นชีวิตและผู้อาวุโสระดับแก่นแท้ทั้งยี่สิบคนที่กำลังยืนตัวสั่นงันงก้ความตกตะลึง แววตาของหลินเฟยปาาความเมตตาปาีหรือาัเใดๆ ัมีความว่างเปล่าที่เืเ็ยิ่งกว่าาุหิมะบนขุนเขาแ่นี้ เป็นสายตาของมัจจุราชที่กำลังทอดมองฝูงมดปลวกที่รอวันถูกเหยียบย่ำ
"มารร้าย... ัคือมารร้ายที่หลุดมาจากขุมนรกชัดๆ!" หนึ่งในผู้อาวุโสคุมกฎระดับแก่นแท้ขั้นต้นที่ตั้งสติได้ก่อนใครตะโกนลั่น แววตาของเขาเต็มไป้ความหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุด แต่้สัญชาตญาณของการเป็นผู้นำ เขาจำต้องพยายามเค้นเสียงเพื่อปลุกขวัญกำลังใจที่แตกกระเจิงของเหล่าศิษย์ "อย่าไปกลัวั! ื่กระบี่เมื่อครู่ัต้องใช้พลังปราณไปมหาศาลแน่ๆ ัมีเพียงคนเดียว ส่วนพวกเรามีนับหมื่นชีวิต ผู้อาวุโสทุกท่าน ประจำตำแหน่งคุมค่ายกลกระบี่! ศิษย์ทุกคน จงบุกเข้าไปสังหารัเพื่อปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสำนักกระบี่ไร้นาม!"
สิ้นเสียงคำสั่งที่แฝงไป้พลังปราณ ศิษย์สำนักกระบี่ไร้นามนับหมื่นชีวิตที่ถูกกระตุ้น้ความโกรธแค้น ความหวาดกลัวที่แปรเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่ง และความจงรักภักดีต่อสำนัก ก็ส่งเสียงร้องคำรามดังกึกก้องจนหุบเขาสั่นสะเทือน พวกเขาชักกระบี่ประจำกายมาพร้อมกัน แสงสะท้อนจากคมกระบี่นับหมื่นเล่มสว่างจ้าบาดตาราวกับดวงดาวนับหมื่นดวงที่ตกลงมาสู่พื้นโลก ื่มนุษย์ในชุดขาวพุ่งทะยานเข้าหาหลินเฟยจากทุกทิศทางราวกับสึนามิแ่ความตายที่ถาโถม พลังปราณระดับรวบรวมลมปราณและสร้างฐานนับหมื่นสายผสานเข้า้กัน สร้างแรงกดดันอันหนักอึ้งที่สามารถบดขยี้ภูเขาทั้งลูกให้ราบเป็นหน้ากลองได้ในพริบตา
หลินเฟยมองดูื่มนุษย์ที่กำลังถาโถมเข้ามา้รอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก "เกียรติยศของสำนักงั้นรึ? เกียรติยศที่สร้างขึ้นจากการชักใยอยู่เบื้องหลังความวุ่นวาย การจ้างวานให้ฆ่าล้างครอบครัวผู้อื่นเพื่อแย่งชิงสมบัติ... ัก็เป็นได้แค่เกียรติยศจอมปลอมที่เปื้อนเลือดคนบริสุทธิ์เท่านั้น!"
หลินเฟยไม่ได้ก้าวถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เขาปักดาบโลหิตสีดำในมือลงบนพื้นหินศิลาที่แตกร้าว โคจรพลังปราณระดับแก่นแท้ขั้นต้นในจุดตันเถียนให้เดือดพล่าน ทะเลสาบโลหิตหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พลังงานมหาศาลที่ถูกตีรั้ง้อัสนีบาตสวรรค์ทมิฬระเบิด เจตจำนงกระบี่ขั้นที่สอง 'สะบั้นไร้ลักษณ์' ถูกขับเน้นจนถึงขีดสุดขอบเขตของั
"อาณาเขตสะบั้นสวรรค์... เปิด!"
วินาทีที่หลินเฟยพนมมือทั้งสองข้างเข้าหากัน มิติรอบตัวของเขาในรัศมีห้าร้อยก้าวก็เกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงและหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน พลังปราณสีทองแดงที่แฝงไป้กลิ่นอายแ่ความตายและการทำลายล้างระดับาระเบิด ัไม่ได้่ัเป็นเาะป้องกันหรือื่พลังงานที่หยาบกระด้าง แต่ัแปากลายเป็นเส้นด้ายกระบี่ที่โปร่งแสงและมองไม่เห็น้ตาเปล่านับแสนนับล้านเส้น เส้นด้ายเหล่านั้นถักทอเข้า้กันอย่างสลับซับซ้อน กลายเป็นโครงข่ายมฤตยูรูปทรงกลมที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้
ื่ศิษย์นับหมื่นที่พุ่งเข้ามา้ความเร็วสูง เมื่อเข้าสู่รัศมีของอาณาเขตสะบั้นสวรรค์ ต่างก็หยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศและบนพื้นดิน ราวกับแมลงตัวน้อยที่บินชนใยแมงมุมที่มองไม่เห็น พวกเขาไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ไม่ทันได้ตระหนักถึงความตายที่มาเยือน ในเสี้ยววินาทีต่อมา โครงข่ายเส้นด้ายกระบี่นับล้านเส้นก็หดตัวและรัดแน่นเข้าหากัน้ความเร็วแสง ร่างกายของศิษย์นับพันคนที่อยู่ในแนวหน้าสุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีพลังปราณคุ้มกันหนาแน่นเพียงใด หรือสวมใส่ชุดเาะเหล็กกล้า ล้วนถูกตัดแบ่งเป็นลูกบาศก์ขนาดเล็กเท่ากำปั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ชุดสีขาว อาวุธประจำกาย และกระดูกที่แข็งแกร่ง ถูกเฉือนขาดอย่างไร้แรงต้านทานราวกับเต้าหู้ที่ถูกมีดคมกริบตัดผ่าน
พรวดดดดดด!
าุเลือดสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศราวกับน้ำพุโลหิตขนาดมหึมา ก่อนจะตกลงมาเป็น-่าฝนสีแดงกลางลานกว้าง ร่างไร้วิญญาณที่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ร่วงหล่นลงมากองทับถมกันจนกลายเป็นภูเขาซากศพ เสียงกรีดร้องโหยหวนของศิษย์แนวหลังที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อได้เห็นเพื่อนร่วมสำนักและพี่น้องถูกสับเป็นชิ้นเนื้อต่อหน้าต่อตา ดังกึกก้องระงมไปทั่วทั้งยอดเขาหมอกสวรรค์ ความบ้าคลั่งและความกล้าหาญเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสิ้นหวังและความหวาดกลัวที่เกาะกินลึกลงไปในจิตวิญญาณ พวกเขาพยายามจะหยุดฝีเท้าและหันหลังวิ่งหนีจากขุมนรกแ่นี้ ทว่าอาณาเขตกระบี่ของหลินเฟยก็ยังคงขยายตัวไปอย่างต่อเนื่องอย่างไร้ความปาี กลืนกินชีวิตศิษย์ไปอีกนับพันคนในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
"บัดซบ! วิชามารของัคืออะไรกันแน่! ทำไมค่ายกลป้องกันของพวกเราถึงต้านทานไม่ได้เลย! ถอยมา! ศิษย์ทุกคนถอยมาให้พ้นรัศมีเดี๋ยวนี้!" ผู้อาวุโสคุมกฎระดับแก่นแท้ขั้นกลางตะโกนสั่งการ้ใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเลือด เขามองดูกองเลือดและซากศพนับพัน้ความสะท้านไหวในจิตวิญญาณอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับร้อยปี "ผู้อาวุโสทั้งสิบเก้าท่าน ประสานค่ายกล 'เหัต์ผลาญวิญญาณ' เร็วเข้า! เราไม่สามารถออมมือได้อีกต่อไป ต้องใช้ค่ายกลระดับสูงสุดของสำนักเพื่อบดขยี้วิญญาณของัให้แหลกสลาย!"
ผู้อาวุโสระดับแก่นแท้ทั้งยี่สิบคนไม่รอช้า พวกเขากระโดดลอยตัวขึ้นไปในอากาศ ล้อมรอบอาณาเขตของหลินเฟยไว้เป็นรูปวงกลมห่างไปหลายร้อยก้าว พวกเขากัดปลายลิ้นของตนเองอย่างแรง พ่นเลือดแก่นแท้สีแดงคล้ำลงบนใบกระบี่ ก่อนจะชี้กระบี่ทั้งหมดไปยังจุดศูนย์กลางที่หลินเฟยยืนอยู่ พลังปราณระดับแก่นแท้ยี่สิบสายที่อัดแน่นไป้ความเย็นเยียบของน้ำแข็งสวรรค์ พุ่งทะยานไปรวมตัวกันกลางอากาศเหนือลานกว้าง
อากาศบนยอดเขาหมอกสวรรค์ที่หนาวเย็นอยู่แล้ว อุณหภูมิกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนถึงจุดเยือกแข็งที่แท้จริง เกล็ดหิมะสีดำสนิทที่เกิดจากการแปาของพลังวิญญาณธาตุน้ำแข็ง ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า พลังปราณทั้งยี่สิบสายควบแน่นเข้า้กัน กลายเป็นกระบี่ยักษ์น้ำแข็งสีดำขลับที่มีความยาวกว่าร้อยจั้ง ลอยตระหง่านอยู่เหนือศีรษะของหลินเฟย ัแผ่กลิ่นอายความตาย การทำลายล้าง และการแช่แข็งวิญญาณมาอย่างรุนแรงจนทำให้มิติรอบด้านเกิดรอยแตกร้าว นี่คือค่ายกลไม้ตายที่สำนักกระบี่ไร้นามเคยใช้สังหารยอดฝีมือระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุดต่างสำนักมาแล้วในอดีต
"ตายซะ! ไอ้ปีศาจร้าย! จงกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งคุกเข่าสำนึกบาปหน้าสำนักของพวกเราไปชั่วกัปชั่วกัลป์!" ผู้อาวุโสทั้งยี่สิบคนคำรามพร้อมกัน้ดวงตาที่แดงก่ำ พวกเขาใช้พลังเจตจำนงทั้งหมดบังคับให้กระบี่ยักษ์น้ำแข็งสีดำทิ้งตัวลงมาฟาดฟันใส่ร่างของหลินเฟย ความเร็วและน้ำหนักอันมหาศาลของัทำให้พื้นที่รอบๆ ยอดเขาเกิดรอยแตกลึก แผ่นดินสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
หลินเฟยค่อยๆ เงยหน้ามองกระบี่ยักษ์น้ำแข็งทมิฬที่กำลังพุ่งทะยานลงมา เขาไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนีหรือแสดงอาการตื่นตระหนก แต่กลับดึงดาบโลหิตสีดำขึ้นมาจากพื้นหิน นัยน์ตาสีเลือดของเขาทอประกายความเหยียดหยามและเย็นชาอย่างถึงที่สุด
"ค่ายกลของพวกขยะ... ที่ต้องพึ่งพาการรวมหัวกันของคนหมู่มาก ต่อให้มีกระบี่ยักษ์เป็นร้อยเป็นพันเล่ม ก็ไม่อาจเทียบได้กับคมดาบแ่เจตจำนงที่แท้จริงของข้า!"
หลินเฟยกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อขาว โคจรพลังแก่นแท้ที่ถูกตีรั้ง้อัสนีบาตสวรรค์ ส่งผ่านเข้าสู่ชิ้นส่วนทั้งสามของศาสตราไร้ลักษณ์ที่หลอมรวมอยู่ในกระดูกสันหลัง ดาบโลหิตสีดำขยายตัวยาวขึ้น เปล่งแสงสีเลือดสว่างจ้าและแผ่รังสีการทำลายล้างที่รุนแรงจนบิดเบือนมิติรอบกาย เขาตวัดดาบฟาดฟันสวนกลับขึ้นไปด้านบนอย่างเรียบง่าย อาศัยเพียงวิถีโค้งที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีกระบวนท่าที่ซับซ้อน หรือการร่ายรำที่สวยงาม มีเพียงเจตจำนงแ่การ 'สะบั้น' ที่บริสุทธิ์และทรงพลังที่สุดในโลกหล้า
"วิถีแ่ศาสตราไร้ลักษณ์! สะบั้นสวรรค์แยกปฐพี!"
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงง!
ื่กระบี่สีเลือดรูปจันทร์เสี้ยวที่บางเฉียบยิ่งกว่ากระดาษ แต่แฝงไป้พลังตัดขาดอันเป็นอนันต์ พุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับปลายกระบี่ยักษ์น้ำแข็งสีดำอย่างจัง เสียงการปะทะดังกึกก้องกังวานราวกับสวรรค์กำลังถล่มลงมา ื่กระแทกทำให้แก้วหูของศิษย์นับพันคนที่รอดชีวิตแตกจนเลือดไหลริน ทว่าการปะทะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนี้กลับกินเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
ื่กระบี่สีเลือดของหลินเฟยทะลวงผ่านกระบี่ยักษ์น้ำแข็งราวกับมีดร้อนจัดที่ตัดผ่านก้อนเนย กระบี่ยักษ์สีดำที่ดูแข็งแกร่งและไร้เทียมทาน ถูกเจตจำนงกระบี่ขั้นที่สองผ่าครึ่งตั้งแต่ปลายแหลมทะลวงลึกไปจนถึงด้ามกระบี่อย่างราบรื่น ก่อนที่โครงสร้างพลังงานที่ถูกตัดขาดจะสูญเสียความเสถียร และระเบิดเป็นเศษน้ำแข็งสีดำนับล้านชิ้น ปลิวว่อนไปในอากาศราวกับาุลูกเห็บมฤตยู
"อ๊ากกกกกก!" "ม่ายยยยย!"
ค่ายกลกระบี่ระดับสูงสุดถูกทำลายล้างอย่างรุนแรงและฉับพลัน ผู้อาวุโสระดับแก่นแท้ทั้งยี่สิบคนที่ผสานพลังปราณและจิตวิญญาณเข้ากับค่ายกล ต่างได้รับผลกระทบสะท้อนกลับอย่างแสนสาหัสเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว พวกเขากระอักเลือดคำโตมาพร้อมกัน ลมปราณในตันเถียนปั่นป่วนและแตกซ่านจนไม่สามารถพยุงตัวลอยอยู่กลางอากาศได้อีกต่อไป ร่างของยอดฝีมือระดับแก่นแท้ทั้งยี่สิบคนร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นลานศิลาอย่างหมดสภาพ บางคนถึงกับเส้นชีพจรขาดสะบั้น หัวใจแหลกเหลว นอนตายคาที่ทันทีที่ร่วงหล่นถึงพื้น
หลินเฟยไม่ปล่อยให้โอกาสทองในการกวาดล้างหลุดลอย เขาใช้วิชาก้าวพริบตาอสรพิษขั้นสูงสุด ร่างของเขาเลือนหายกลายเป็นแสงสีเลือด พุ่งวูบวาบไปมากลางลานประหารที่เต็มไป้ฝุ่นัและคาวเลือด ดาบโลหิตสีดำในมือตวัดฟันอย่างเลือดเย็นและแม่นยำ
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
ศีรษะของผู้อาวุโสระดับแก่นแท้ที่ยังคงนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้น ถูกคมดาบสีเลือดตัดขาดกระเด็นจากบ่าทีละคนๆ อย่างไร้ความปาี ภายในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ ผู้อาวุโสระดับแก่นแท้ทั้งยี่สิบคน ซึ่งเป็นดั่งเสาหลักที่ค้ำยันความยิ่งใหญ่ของสำนักกระบี่ไร้นามมานานหลายศตวรรษ ก็ถูกหลินเฟยสังหารกวาดล้างจนหมดสิ้น ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตเหลือรอดแม้แต่คนเดียว ดวงตาของศพที่กลิ้งหล่นอยู่บนพื้นยังคงเบิกกว้าง้ความไม่เข้าใจว่าเหตุใดความแข็งแกร่งที่พวกเขาสะสมมาทั้งชีวิต จึงถูกทำลายลงอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
ความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความตายเข้าปกคลุมยอดเขาหมอกสวรรค์โดยสมบูรณ์ ศิษย์สายในและสายนอกที่เหลือรอดอยู่อีกเพียงไม่กี่พันคน จากที่เคยมีนับหมื่น บัดนี้ต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นหิมะที่ชุ่มไป้เลือด ร้องไห้สะอึกสะอื้น ทิ้งอาวุธคู่กาย และก้มกราบร้องขอความเมตตาอย่างสิ้นหวัง พวกเขาสูญเสียเจตจำนงในการต่อสู้ไปอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายที่ไร้เทียมทานและไม่สามารถเอาชนะได้้กำลังของมนุษย์
หลินเฟยยืนตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางทะเลเลือดและภูเขาซากศพของผู้อาวุโส เขาเหวี่ยงดาบสลัดหยดเลือดและเศษน้ำแข็งทิ้งลงบนพื้น สายตาอันเยียบเย็นจับจ้องทะลุม่านหมอกไปยัง 'วิหารหลัก' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดของลานกว้าง วิหารศิลาสีดำสนิทที่ถูกปิดตาย้ประตูหินขนาดยักษ์ แผ่กลิ่นอายความลี้ลับและความกดดันอันแปลกประหลาดมาอย่างต่อเนื่อง
"ลูกศิษย์และสุนัขรับใช้ของเจ้าถูกข้ากวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว... เจ้ายังจะมุดหัวเป็นเต่าหดหัว ซ่อนตัวอยู่ในรูนั้นอยู่อีกหรือ? ขี้ขลาดสมกับเป็นผู้บงการที่เอาแต่ซ่อนตัวในเงามืดจริงๆ! มาซะ! ประมุขแ่สำนักกระบี่ไร้นาม!" หลินเฟยตะโกนท้าทาย้พลังลมปราณ เสียงของเขาดังกึกก้องและสะท้อนไปมาทั่วทั้งหุบเขาหมอกสวรรค์ ื่เสียงรุนแรงจนทำให้บานหน้าต่างของอาคารโดยรอบแตกกระจาย
ครืนนนนนนน! ครรรรรรก!
สิ้นเสียงคำรามท้าทายของหลินเฟย บานประตูศิลาขนาดยักษ์ของวิหารหลักที่ปิดตายมาตลอดก็ค่อยๆ เปิดอย่างช้าๆ เสียงเสียดสีของหินศิลาโบราณดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้อง ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลและหนาวเหน็บที่อยู่เหนือล้ำกว่าขอบเขตแก่นแท้ขั้นสูงสุด ก็ระเบิดพวยพุ่งมาจากภายในความมืดมิดของวิหาร แรงกดดันนี้ไม่ได้บ้าคลั่งป่าเถื่อนเหมือนอสูราุโลหิต แต่ัลึกล้ำ เยียบเย็น และกดทับวิญญาณของผู้ที่สัมผัสราวกับตกลงไปในมหาสมุทรน้ำแข็งที่ไร้ก้นบึ้ง อากาศบนยอดเขาที่เคยถูกแผดเผา้ความร้อนของหลินเฟย เริ่มบิดเบี้ยวและจับตัวเป็นผลึกน้ำแข็งในพริบตาเดียว
นี่ไม่ใช่พลังของขอบเขตแก่นแท้! แต่ัคือพลังของ 'ครึ่งก้าวสู่วิญญาณแรกกำเนิด' ขอบเขตระดับตำนานที่ผู้ฝึกยตนสามารถสัมผัสถึงกฎเกณฑ์แ่สวรรค์ และเริ่มหล่อหลอมสร้างจิตวิญญาณแ่ทารกในจุดตันเถียนได้แล้ว! ขอบเขตที่แทบจะก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ไปสู่ความเป็นเซียน
จากเงามืดอันลึกล้ำภายในวิหารศิลา ร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินมาอย่างเนิบนาบ เขาสวมชุดคลุมยาวสีเทา่ที่ดูเรียบง่าย ไร้ซึ่งเครื่องประดับหรือลวดลายใดๆ ทว่าเนื้อผ้ากลับทอประกายแสงลี้ลับ เรือนผมสีดำสนิทปล่อยสยายยาวจรดกลางหลัง ใบหน้าของเขาหล่อเหลาไร้ที่ติแต่กลับแข็งทื่อราวกับรูปสลักหิน ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ บนใบหน้า นัยน์ตาของเขาสงบนิ่งและเืเ็ดุจบ่อน้ำลึกที่ผิวน้ำจับตัวเป็นน้ำแข็ง ในมือขวาของเขาถือกระบี่เรียวยาวที่ไม่ได้หล่อหลอมขึ้นจากโลหะ แต่ถูกสร้างขึ้นจากผลึกน้ำแข็งโปร่งแสงระดับสวรรค์ ัแผ่รังสีความเย็นยะเยือกที่สามารถแช่แข็งการไหลเวียนของโลหิตและเวลาในมิติรอบๆ ได้
ชายผู้นี้คือ 'เจี้ยนอู๋หมิง' (กระบี่ไร้นาม) ประมุขสูงสุดแ่สำนักกระบี่ไร้นาม ชายผู้กุมอำนาจลึกลับที่แท้จริงอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายและการล่มสลายของตระกูลต่างๆ ในจักรวรรดิเมฆาสมุทร!
เจี้ยนอู๋หมิงก้าวเดินฝ่าหิมะและข้ามผ่านกองซากศพของผู้อาวุโสและลูกศิษย์นับพันคนของตนเอง โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหรือแสดงความเสียใจใดๆ มา ราวกับว่าชีวิตของคนนับหมื่นเหล่านั้นเป็นเพียงฝุ่นธุลีที่ไม่มีค่าพอให้เขาสนใจ สายตาอันเยียบเย็นของเขาจับจ้องมาที่หลินเฟยเพียงจุดเดียว หรือหากจะกล่าวให้ถูกคือ เขาจับจ้องไปที่ 'ดาบโลหิตสีดำ' ในมือของหลินเฟย ้ประกายความโลภและความปีติยินดีที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในแววตา
"ช่างเป็นดาบที่งดงาม... และสมบูรณ์แบบยิ่งนัก" เจี้ยนอู๋หมิงเอ่ยปากทำลายความเงียบงัน น้ำเสียงของเขานุ่มนวล แผ่วเบา แต่กลับดังกังวานแทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณของทุกคนที่ได้ยิน "ข้าสูญเสียเวลาตามหาชิ้นส่วนเหล่านี้มานานนับร้อยปี ยอมส่งลูกน้องและสุนัขรับใช้อย่างเฉินเทียนอี้ไปแย่งชิงมาจากหลินเทียนหาว พ่อของเจ้า... แต่กลับได้มาเพียงชิ้นส่วนด้ามกระบี่ขึ้นสนิมที่ไร้ประโยชน์ ข้าไม่สามารถกระตุ้นหรือหลอมรวมัได้ ไม่คิดเลยจริงๆ... ว่าบุตรชายที่ข้าปล่อยให้รอดชีวิตไปในวันนั้น จะสามารถรวบรวมชิ้นส่วนและปลุกพลังแ่เจตจำนงของศาสตราแ่เทพเจ้าชิ้นนี้ให้ตื่นขึ้นได้สำเร็จ... ข้าต้องขอขอบใจเจ้าจริงๆ เด็กน้อย ที่นำัมาส่งมอบให้ข้าถึงที่นี่"
หลินเฟยหรี่ตาลง จิตสังหารที่เข้มข้นและร้อนแรงที่สุดในชีวิตพุ่งทะยานเข้าปะทะกับรังสีความเย็นของเจี้ยนอู๋หมิง "ที่แท้... ความพินาศของตระกูลหลิน การนองเลือดทั้งหมด ก็เป็นฝีมือและการวางแผนของเจ้าจริงๆ"
"ในยุทธภพนี้ ที่ซึ่งผู้อ่อนแอต้องตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด ไม่มีคำว่าคุณธรรมหรือความโหดร้าย มีเพียงผู้ที่ได้ครอบครองสมบัติและอำนาจสูงสุดเท่านั้นที่เป็นฝ่ายถูก และเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์" เจี้ยนอู๋หมิงยกกระบี่น้ำแข็งโปร่งแสงในมือขึ้นชี้หน้าหลินเฟย รังสีความเย็นเยือกพุ่งเข้าบีบรัดหัวใจของหลินเฟย "จงส่งดาบเล่มนั้นมาให้ข้าแต่โดยดี แล้วข้าจะอนุญาตให้เจ้าจบชีวิตลงอย่างรวดเร็วและไม่เจ็บปวด เพราะหลังจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... ภาพของดาบที่เจ้าเพิ่งหลอมรวมได้สำเร็จ จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ดวงตาของเจ้าได้เห็น ก่อนที่วิญญาณของเจ้าจะถูกคมกระบี่ของข้าแช่แข็งไปตลอดกาล!"
"งั้นก็ลองก้าวเข้ามาแย่งัไปจากมือข้าดูสิ! ไอ้สุนัขเฒ่า!" หลินเฟยคำรามลั่น้ความโกรธแค้น พลังแก่นแท้สีเลือดและเจตจำนงกระบี่สะบั้นไร้ลักษณ์ระเบิดอย่างบ้าคลั่ง ท้าทายอำนาจของครึ่งก้าววิญญาณแรกกำเนิด การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อปิดบัญชีเลือดที่ลากยาวมาสิบปีเต็ม และเพื่อไขปริศนาแ่ศาสตราไร้ลักษณ์ กำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างเต็มรูปแบบบนยอดเขาที่ถูกย้อม้โลหิตแ่นี้!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??