เรื่อง วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade

ติดตาม
ตอนที่ 46: ทะลวงด่านประตูสวรรค์ และการต้อนรับด้วยเลือดเซียน
ตอนที่ 46: ทะลวงด่านประตูสวรรค์ และการต้อนรับด้วยเลือดเซียน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ห้วง๦ิ๱ิภายใน๮๬๺แ๺๯สีทองคำที่เชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์และภพเซียนนั้น ไม่ใช่เส้นทางที่ราบรื่นและสวยงามดั่งที่ตำนานปรัมปราได้กล่าวอ้างไว้ ทว่ามันคืออุโมงค์แห่งความโกลาหลที่เต็มไปด้วยพายุห้วงเวลาและกระแสพลังงานที่ปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง แรงกดดันมหาศาลจากกฎเกณฑ์ของโลกที่สูงกว่า พุ่งเข้าบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พยายามจะก้าวล่วงผ่านเส้นแบ่งเขตแดน หากเป็นผู้ฝึกยตนขอบเขตแก่นแท้ทองคำทั่วไปที่หาญกล้ากระโดดเข้ามาใน๮๬๺แ๺๯นี้โดยปราศจากการคุ้มครองจากของวิเศษระดับสวรรค์ ร่างกายและวิญญาณของพวกมันย่อมถูกบดขยี้จนกลายเป็นเพียงผุยผงคอสมิกในชั่วพริบตา

ทว่า สำหรับหลินเฟย เด็กหนุ่มผมสีเงินในชุดเกราะอ่อนสีดำขลับที่กำลังลอยทะยานฝ่ากระแสพายุห้วงเวลานั้น แรงกดดันเหล่านี้กลับกลายเป็นเพียง 'หินลับมีด' ชั้นเลิศ

ปราณปฐมกาลสีเทาเข้มที่แผ่ซ่านออกมาจากจุดตันเถียนของเขา ก่อตัวเป็นโดมพลังงานรูปหยินหยางครอบคลุมทั่วเรือนร่าง มันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ปกป้อง แต่ยัง 'กลืนกิน' พายุพลังงาน๦ิ๱ิที่เกรี้ยวกราดรอบด้าน เข้ามาหล่อหลอมและขัดเกลาร่างกายหยกอมตะของเขาอย่างต่อเนื่อง รอยร้าวบนกระดูกที่เกิดจากการปะทะกับทูตสวรรค์เฉินเฟิงเมื่อครู่ สมานตัวประสานกันจนไร้รอยตำหนิ ยิ่งไปกว่านั้น 'วิญญาณแรกกำเนิด' สีทองคำของเฉินเฟิงที่เขาเพิ่งกลืนกินเข้าไป กำลังถูกทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนบีบอัดและย่อยสลาย เพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นรากฐานอันมั่นคงสำหรับการทะลวงผ่านขอบเขตของเขาเอง

'พลังของวิญญาณแรกกำเนิด... ช่างหอมหวานและเข้มข้นยิ่งนัก' หลินเฟยคิดในใจ นัยน์ตาสีเทาทอประกายแสงสีทองคำวาบผ่าน 'พวกสุนัขบนสวรรค์สูบเลือดสูบเนื้อจากมนุษย์มานับหมื่นปีเพื่อสร้างแก่นพลังที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้... ช่างเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับข้าจริงๆ ที่จะไปเก็บเกี่ยวพวกมัน'

ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือขวาของเขาสั่นพ้องเบาๆ ราวกับตอบรับความกระหายเลือดของผู้เป็นนาย ใบดาบสีดำสนิทที่อาบย้อมไปด้วยเลือดของทูตสวรรค์ เปล่งประกายสีเทามฤตยู มันกำลังปรับตัวและวิวัฒนาการเพื่อรองรับการต่อสู้ใน๦ิ๱ิที่กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม

เวลาภายในอุโมงค์๦ิ๱ิไหลผ่านไปอย่างบิดเบี้ยว ไม่อาจระบุได้ว่าผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีหรือยาวนานนับเดือน จนกระทั่งแสงสว่างสีทองคำที่ปลายทางเริ่มขยายวงกว้างขึ้น กลิ่นอายของปราณวิญญาณที่บริสุทธิ์และหนาแน่นจนแทบจะจับตัวเป็นหยดน้ำ พุ่งทะลักเข้ามาปะทะใบหน้า นี่คือปราณเซียนแท้จริงที่โลกมนุษย์ไม่มีทางเทียบติด

วูบบบบบบบบ!

หลินเฟยพุ่งทะลวงผ่านม่านแสงสุดท้าย ร่างของเขาหลุดพ้นจากอุโมงค์๦ิ๱ิและปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศธาตุ ทว่า สิ่งที่ต้อนรับการมาเยือนของเขา ไม่ใช่ดินแดนสุขาวดีที่เต็มไปด้วยความสงบสุขและเสียงพิณสวรรค์ แต่กลับเป็น 'ปราการรบ' ขนาดมหึมาที่แผ่รังสีแห่งการเข่นฆ่าและกฎอัยการศึก!

เบื้องหน้าของหลินเฟย คือ 'ประตูสวรรค์ทักษิณ' (Southern Heavenly Gate) ประตูหยกขาวขนาดยักษ์ที่สูงเสียดฟ้าจนมองไม่เห็นยอด เสาหินสลักลวดลายมังกรทองคำพันกอดตั้งตระหง่านอยู่สองข้างทาง แผ่นป้ายจารึกอักขระโบราณแผ่แรงกดดันที่สามารถทำให้ผู้ฝึกยตนระดับล่างคุกเข่าลงไปกราบกรานได้อย่างง่ายดาย ทะเลเมฆสีทองคำปูลาดเป็นพื้นดิน ทอดยาวไปสู่หมู่ปราสาทราชวังที่ลอยอยู่ลิบๆ

ทว่า สิ่งที่ทำให้บรรยากาศที่นี่ตึงเครียดถึงขีดสุด คือกองทัพเซียนจำนวนกว่า 'สามหมื่นนาย' ที่ตั้งแถวเรียงรายปิดกั้นน่านฟ้าหน้าประตูสวรรค์อย่างแน่นหนา!

ทหารองครักษ์เกราะเงินนับหมื่นยืนตระหง่านอยู่บนก้อนเมฆ แต่ละนายถือหอกและง้าวที่เปล่งประกายสายฟ้า รังสีพลังของทหารเลวเหล่านี้ ล้วนแต่อยู่ในขอบเขต 'แก่นแท้ทองคำ' (Golden Core) ทั้งสิ้น! ในโลกมนุษย์ พวกมันคือบรรพชนที่ตั้งสำนักได้สบายๆ แต่ที่นี่ พวกมันเป็นเพียงแค่พลทหารเดินเท้า

เหนือขึ้นไปบนลานหยกหน้าประตู ปรากฏร่างของ 'แม่ทัพสวรรค์' สี่นายในชุดเกราะทองคำสลักลายสัตว์เทวะ พวกมันนั่งอยู่บนหลังของสัตว์อสูรพาหนะระดับสูง เช่น สิงโตเพลิง กระเรียนอัสนี และพยัคฆ์ติดปีก รังสีพลังของแม่ทัพทั้งสี่นาย แข็งแกร่งและหนักอึ้งดุจขุนเขา พวกมันทั้งหมดล้วนอยู่ในขอบเขต 'วิญญาณแรกกำเนิดขั้นต้น' (Early Nascent Soul)!

เห็นได้ชัดว่า การตายของทูตสวรรค์เฉินเฟิงในโลกมนุษย์ ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยมายังป้ายหยกวิญญาณที่ตำหนักเก้าสวรรค์แล้ว กองทัพนี้ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อรอรับมือกับ 'ผู้บุกรุก' ที่หาญกล้าฉีกกระชาก๦ิ๱ิขึ้นมาโดยเฉพาะ!

"นั่นไง! ผู้ที่โผล่ออกมาจาก๮๬๺แ๺๯๦ิ๱ิ! มันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา กลิ่นอายของมันมีเลือดของท่านทูตเฉินเฟิงติดอยู่!" หนึ่งในแม่ทัพสวรรค์ที่ขี่พยัคฆ์ติดปีกชี้ทวนทองคำมาที่หลินเฟย เสียงตวาดของมันดังกึกก้องไปทั่วทะเลเมฆ "ไอ้เดรัจฉานชั้นต่ำ! แกบังอาจลอบสังหารทูตแห่งสวรรค์และล่วงล้ำประตูสวรรค์ทักษิณ! วันนี้แกจะต้องถูกสับเป็นหมื่นชิ้น และวิญญาณจะถูกเผาในเตาหลอมอัคคีนิรันดร์!"

ทหารสวรรค์นับสามหมื่นนายกระทุ้งด้ามหอกลงกับพื้นเมฆพร้อมกัน เสียงดังกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายแห่งสงครามและจิตสังหารพุ่งทะยานเข้ากดดันหลินเฟยจากทุกทิศทาง ค่ายกลสวรรค์ถูกกระตุ้นการทำงาน ม่านพลังสีทองแดงก่อตัวขึ้นครอบคลุมพื้นที่รัศมีร้อยลี้ ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด

หลินเฟยลอยตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางวงล้อมของกองทัพนับหมื่น ชุดเกราะสีดำของเขาดูเล็กกระจ้อยร่อยเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของประตูสวรรค์ ทว่า นัยน์ตาสีเทาของเขากลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงความเย็นชาที่เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เขากวาดสายตามองดูกองทัพสวรรค์ที่โอ่อ่า ราวกับกำลังมองดูฝูงปศุสัตว์ที่กำลังรอการเชือด

"สวรรค์ชั้นที่หนึ่ง... ก็มีสุนัขเฝ้าประตูเยอะดีนี่" หลินเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ทว่ากลับดังกังวานก้องกังวานไปถึงหูของทหารทุกนายผ่านอำนาจของปราณปฐมกาล "พวกแกจัดงานต้อนรับข้าซะยิ่งใหญ่ขนาดนี้... ถ้าข้าไม่ตอบแทนด้วย 'ความตาย' ของพวกแกทั้งหมด... มันคงจะเสียมารยาทแย่เลยว่าไหม?"

"สามหาว! กล้าต่อปากต่อคำกับสวรรค์! ค่ายกลหอกอัสนีพิฆาตมาร... โจมตี!"

แม่ทัพสวรรค์บนหลังสิงโตเพลิงคำรามลั่น สิ้นคำสั่ง ทหารกองหน้าเกราะเงินจำนวนห้าพันนายก็ประสานอินพร้อมกัน หอกในมือของพวกมันเปล่งแสงสีฟ้าครามสว่างจ้า ก่อนที่ลำแสงสายฟ้านับห้าพันสายจะพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าหาหลินเฟยพร้อมๆ กัน! ลำแสงสายฟ้าเหล่านี้เมื่อผสานกันผ่านค่ายกล พลังทำลายล้างของมันก็เพียงพอที่จะระเหยยอดเขาสูงให้กลายเป็นไอได้ในพริบตา

หลินเฟยไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบ เขาเพียงแค่ยกศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้นมาไว้เบื้องหน้า นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ไปตามสันดาบสีดำสนิท ปราณปฐมกาลสีเทาเข้มทะลักล้นออกจากจุดตันเถียน ไหลผ่านท่อนแขนเข้าสู่ตัวดาบ

"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่ห้า... ม่านปฐมกาลไร้ขอบเขต!"

วูบบบบ!

ปราณสีเทาระเบิดออกจากศัสตราไร้ลักษณ์ ก่อตัวเป็นโดมครึ่งวงกลมสีเทาหม่นครอบคลุมร่างของหลินเฟยเอาไว้ โดมนี้ดูบางเบาราวกับม่านหมอก ทว่าเมื่อลำแสงสายฟ้านับห้าพันสายพุ่งเข้าปะทะ... สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้กองทัพสวรรค์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!

ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง ไม่มีแรงสั่นสะเทือน ทันทีที่สายฟ้าสวรรค์สัมผัสกับม่านสีเทา มันกลับถูก 'ลบล้าง' ให้สลายหายไปในความว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์แบบ! ราวกับหยดน้ำที่ตกลงไปในทะเลทรายที่แห้งผาก พลังงานทำลายล้างทั้งหมดถูกกลืนกินและทำให้หายไปจากสัจธรรมของโลกใบนี้!

"เป็นไปไม่ได้! ค่ายกลหอกอัสนีของพวกเราถูกทำลายโดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!" ทหารสวรรค์เริ่มเสียขวัญ

"วิชามาร! มันใช้วิชามารระดับสูง! อย่าให้มันตั้งตัวได้ ทหารกองกลาง โจมตีต่อเนื่อง!" แม่ทัพสวรรค์อีกนายตะโกนสั่งการอย่างร้อนรน

ทว่า หลินเฟยไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ร่ายรำค่ายกลต่อไปอีกแล้ว

"พวกแกโจมตีเสร็จแล้วใช่ไหม?... ทีนี้ตาข้าบ้าง"

หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต นัยน์ตาสีเทาทอประกายกระหายเลือดถึงขีดสุด เขาใช้วิชา 'ก้าวพริบตาปฐมกาล' ร่างของเขากลายเป็นภาพติดตาสีเทา หายวับไปจากจุดเดิมในพริบตา ความเร็วของเขาก้าวข้ามขีดจำกัดของ๦ิ๱ิสวรรค์ชั้นที่หนึ่งไปแล้ว!

"มันหายไปไหนแล้ว!? ระวังตัวด้วย!"

"อยู่... อยู่ข้างบน!"

ทหารสวรรค์นายหนึ่งแหงนหน้าขึ้นมอง และต้องกรีดร้องด้วยความหวาดผวา เมื่อเห็นร่างของเด็กหนุ่มในชุดเกราะดำ ลอยตระหง่านอยู่เหนือหัวของกองทัพนับหมื่น! ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือของหลินเฟยบัดนี้ขยายขนาดใหญ่ขึ้นและแผ่รังสีดาบสีเทายาวกว่าร้อยจั้ง! ทารกปฐมกาลในร่างของเขาสยายปีกสีดำและสีขาวออก พลังงานหยินหยางหลอมรวมกันเป็นเจตจำนงแห่งการทำลายล้างสูงสุด

"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่หก... ฝนดาวตกดับสวรรค์!"

หลินเฟยตวัดศัสตราขนาดยักษ์ฟาดฟันลงมายังเบื้องล่างอย่างบ้าคลั่ง! ไม่ใช่เพียงแค่ดาบเดียว แต่เป็นการตวัดดาบนับร้อยนับพันครั้งในเสี้ยววินาที! คลื่นกระบี่สีเทานับหมื่นสายพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้าดุจ-่าฝนอุกกาบาตมฤตยู ทุกเส้นสายอัดแน่นไปด้วยปราณปฐมกาลที่สามารถ 'สะบั้น' กฎเกณฑ์ของสวรรค์ได้

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

เสียงเนื้อถูกตัดขาดและเสียงชุดเกราะที่แตกสลายดังระงมไปทั่วทะเลเมฆสีทอง! คลื่นกระบี่สีเทาพุ่งทะลวงร่างของทหารสวรรค์เกราะเงินราวกับมีดร้อนตัดเนย เกราะเซียนที่พวกมันภาคภูมิใจไม่อาจต้านทานอำนาจการลบล้างได้เลยแม้แต่น้อย ร่างแล้วร่างเล่าถูกตัดขาดเป็นสองท่อน แขน ขา และศีรษะ ปลิวว่อนไปในอากาศ เลือดสีทองคำของเซียนพุ่งกระฉูดออกมาย้อมทะเลเมฆให้กลายเป็นสีแดงฉาน!

"อ๊ากกกกกก! ช่วยด้วย!" "ปีศาจ! มันคือปีศาจ!" "ม่ายยยยย!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม กองทัพสวรรค์ที่เคยเป็นระเบียบและสง่างาม บัดนี้แตกพ่ายและกลายเป็นเพียงโรงฆ่าสัตว์ ภายในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ ทหารสวรรค์กว่าหนึ่งหมื่นนายถูกสับเป็นชิ้นๆ อย่างไร้ความปรานี ซากศพและเลือดสีทองตกลงมาทับถมกันกลายเป็นแอ่งเลือดขนาดยักษ์หน้าประตูสวรรค์ทักษิณ!

วิญญาณของทหารเหล่านั้นพยายามจะหลบหนีออกจากซากศพ ทว่าศัสตราไร้ลักษณ์ของหลินเฟยเปรียบเสมือนหลุมดำ มันปลดปล่อยแรงดึงดูดมหาศาล ดูดกลืนวิญญาณนับหมื่นดวงเข้าไปเป็นสารอาหารในพริบตา พลังงานบริสุทธิ์ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของหลินเฟย ทำให้กลิ่นอายของสถานะ 'ครึ่งก้าววิญญาณแรกกำเนิด' ของเขาเข้มข้นและทรงอำนาจมากยิ่งขึ้น!

"ไอ้เดรัจฉาน! บังอาจสังหารทหารสวรรค์ไปมากมายถึงเพียงนี้! พวกเราสี่แม่ทัพจะบดขยี้แกเอง!"

แม่ทัพสวรรค์ทั้งสี่นายโกรธจัดจนตาแดงก่ำ พวกมันไม่สามารถทนดูทหารใต้บังคับบัญชาถูกฆ่าล้างบางฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป พวกมันทิ้งทหารที่เหลือให้ล่าถอย และควบสัตว์อสูรพาหนะพุ่งทะยานเข้าหาหลินเฟยพร้อมกันจากสี่ทิศทาง!

"ค่ายกลสี่ทิศจองจำเทวะ!"

แม่ทัพทั้งสี่ประสานอินร่วมกัน โยนสมบัติวิเศษที่เป็นโซ่ตรวนสีทองคำแปดเส้นพุ่งทะยานขึ้นฟ้า โซ่เหล่านั้นขยายขนาดและถักทอเข้าด้วยกันกลายเป็นกรงขังขนาดยักษ์ ครอบคลุมพื้นที่รอบตัวหลินเฟยอย่างรวดเร็ว กฎเกณฑ์ของวิญญาณแรกกำเนิดทั้งสี่สายผสานกัน กดทับ๦ิ๱ิภายในกรงขังให้หนักอึ้งขึ้นนับพันเท่า หมายจะสะกดการเคลื่อนไหวของหลินเฟยให้หยุดนิ่ง

"ตายซะ! หอกทะลวงวิญญาณ!" แม่ทัพบนหลังกระเรียนอัสนีพุ่งเข้ามาเป็นคนแรก หอกสีเงินในมือของมันอาบไปด้วยสายฟ้าสวรรค์ที่รุนแรงที่สุด พุ่งแทงตรงมาที่หว่างคิ้วของหลินเฟยด้วยความเร็วแสง!

หลินเฟยที่ถูกขังอยู่ในกรงโซ่ทองคำ ไม่สามารถใช้วิชาก้าวพริบตาหลบหนีได้ ทว่าใบหน้าของเขากลับปราศจากความตระหนก เขายืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้คมหอกพุ่งเข้ามาใกล้จนห่างจากหน้าผากเพียงไม่กี่ชุ่น

วูบบบบ!

ทันใดนั้น ดวงตาสีเทาของหลินเฟยพลันเบิกกว้าง รัศมีสีเทาและสีทองระเบิดออกจากร่างพร้อมกัน! พลังของ 'วิญญาณแรกกำเนิด' ที่เขากลืนกินมาจากเฉินเฟิง ถูกกระตุ้นออกมาใช้งานร่วมกับปราณปฐมกาล!

มือซ้ายของหลินเฟยพุ่งสวนออกไปราวกับอสรพิษฉกเหยื่อ! เขาไม่ได้ใช้ศัสตราไร้ลักษณ์ปัดป้อง ทว่าเขาใช้ 'มือเปล่า' ที่ห่อหุ้มด้วยปราณปฐมกาล คว้าจับคมหอกสีเงินที่อัดแน่นไปด้วยสายฟ้าสวรรค์เอาไว้แน่น!

เคร้งงงงง! เปรี๊ยะๆๆๆ!

เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง สายฟ้าสวรรค์พยายามจะช็อตทำลายแขนของหลินเฟย แต่มันกลับถูกเกราะปราณปฐมกาลต้านทานไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ คมหอกไม่อาจขยับเดินหน้าต่อไปได้แม้แต่หนึ่งเฟิน!

"ปะ... เป็นไปไม่ได้! รับหอกของข้าด้วยมือเปล่า!?" แม่ทัพสวรรค์บนหลังกระเรียนเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด

"หอกของแก... มันเบาเกินไป!"

หลินเฟยแสยะยิ้ม เขาออกแรงบีบมือซ้ายเพียงเล็กน้อย!

กร๊อบ! เพล้ง!

หอกเซียนระดับสูงที่ถูกหล่อหลอมมานับพันปี ถูกมือเปล่าของหลินเฟยบีบจนแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย! เศษโลหะปลิวว่อน แม่ทัพสวรรค์กระอักเลือดจากการที่อาวุธคู่กายถูกทำลาย มันพยายามจะบังคับกระเรียนให้บินหนี ทว่าช้าไปเสียแล้ว!

"สมดุลตัดสวรรค์!"

หลินเฟยตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ในมือขวา คลื่นกระบี่สีเทาพุ่งทะยานออกไปในระยะประชิด ตัดทะลวงร่างของกระเรียนอัสนีและร่างของแม่ทัพสวรรค์ที่อยู่บนหลัง ขาดสะบั้นออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดายประดุจตัดเต้าหู้!

ฉับ!

เลือดและเครื่องในร่วงหล่นลงมาดุจสายฝน วิญญาณแรกกำเนิดของแม่ทัพนายนั้นถูกศัสตราไร้ลักษณ์ดูดกลืนเข้าไปทันที!

"แม่ทัพทิศตะวันออกตายแล้ว! บัดซบ! รุมโจมตีพร้อมกัน!" แม่ทัพที่เหลืออีกสามนายตกตะลึง แต่ความโกรธแค้นมีมากกว่า พวกมันทุ่มเทกำลังทั้งหมด โจมตีเข้ามาพร้อมกันทั้งดาบเพลิง ขวานวายุ และค้อนปฐพี

หลินเฟยหัวเราะร่วนอย่างบ้าคลั่ง เลือดของการต่อสู้ทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวา เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา ไม่หลบซ่อนอีกต่อไป ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนสั่นพ้องอย่างรุนแรง พลังงานหยินหยางแผ่ขยายออกไปบดขยี้กรงขังโซ่ทองคำจนแตกสลายกลายเป็นละอองแสง!

ตูมมมมม!

เมื่อปราศจากพันธนาการ หลินเฟยก็พุ่งทะยานเข้าใส่แม่ทัพทั้งสามดุจพยัคฆ์ติดปีก ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือร่ายรำด้วยวิถีดาบที่ลึกล้ำและดุดันที่สุด กฎเกณฑ์ของสวรรค์ชั้นที่หนึ่งไม่อาจทนรับความคมของมันได้ ๦ิ๱ิรอบด้านเกิด๮๬๺แ๺๯สีดำทุกครั้งที่เขาตวัดดาบ

แกร๊ง! ฉัวะ! อ๊ากกก!

การต่อสู้ระดับวิญญาณแรกกำเนิดดำเนินไปอย่างดุเดือดกลางทะเลเมฆ ทว่ามันไม่ใช่การต่อสู้ที่สูสี แต่มันคือการ 'ไล่ต้อน' ฝ่ายเดียว! หลินเฟยใช้ความเร็วที่เหนือกว่าและร่างกายที่แข็งแกร่งดุจหยกอมตะ หลบหลีกและปัดป้องการโจมตีทั้งหมด ก่อนจะสวนกลับด้วยคมดาบที่ไร้ปรานี

ดาบเพลิงของแม่ทัพบนสิงโตถูกตัดขาดพร้อมกับแขนของมัน ก่อนที่หลินเฟยจะพุ่งทะลวงดาบเสียบทะลุหัวใจของมันและดูดกลืนวิญญาณ!

ขวานวายุของแม่ทัพอีกนายถูกกระแทกจนกระเด็นหลุดมือ หลินเฟยใช้ลูกเตะที่แฝงปราณปฐมกาล เตะอัดเข้าที่หน้าอกของมันจนกระดูกซี่โครงแหลกละเอียด ก่อนจะใช้ศัสตราไร้ลักษณ์บั่นคอของมันจนขาดกระเด็น!

เหลือเพียงแม่ทัพสวรรค์นายสุดท้ายที่ถือค้อนปฐพี มันเห็นเพื่อนพ้องถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมภายในเวลาไม่กี่นาที ความหวาดกลัวเข้ากัดกินหัวใจจนหมดสิ้นความกล้าที่จะสู้ต่อ มันทิ้งอาวุธและหันหลังเตรียมใช้วิชาหลบหนีกลับเข้าไปในประตูสวรรค์

"คิดจะหนีงั้นรึ? สวรรค์ไม่มีที่ให้คนขี้ขลาดหรอกนะ!"

หลินเฟยใช้วิชาก้าวพริบตา ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าแม่ทัพนายสุดท้ายตรงหน้าประตูสวรรค์ทักษิณขนาดยักษ์! นัยน์ตาสีเทาของเขาจ้องมองเหยื่อด้วยความเลือดเย็นสุดขีด

"ยะ... อย่าฆ่าข้า! ข้าเป็นเพียงขุนพลรับใช้... องค์มหาเทพเบื้องบนจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!" แม่ทัพสวรรค์คุกเข่าลงกับพื้นเมฆ อ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าสมเพช

"ข้าบอกแล้วไง... ว่าข้าจะไปสับคอมหาเทพของพวกแกด้วยตัวเอง"

หลินเฟยไม่รอฟังคำร้องขอใดๆ อีก เขาตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ลงมาอย่างเด็ดขาด คลื่นกระบี่สีเทาพุ่งตัดผ่าร่างของแม่ทัพสวรรค์นายสุดท้ายออกเป็นสองซีกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เลือดสีทองคำสาดกระเซ็นไปติดบนเสาหยกและแผ่นป้ายของ 'ประตูสวรรค์ทักษิณ' ย้อมสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นสีแดงแห่งความตาย!

ความเงียบสงัดที่น่าขนลุกเข้าปกคลุมน่านฟ้า กองทัพทหารสวรรค์ที่เหลืออยู่อีกเกือบสองหมื่นนาย ต่างทิ้งอาวุธและทรุดตัวลงคุกเข่า ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวจนแทบเสียสติ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองมารร้ายผมเงินที่เพิ่งสังหารแม่ทัพวิญญาณแรกกำเนิดทั้งสี่นายลงได้อย่างง่ายดาย

หลินเฟยยืนตระหง่านอยู่บนแอ่งเลือดสีทองที่เจิ่งนองหน้าประตูสวรรค์ ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือเปล่งแสงสีเทาเข้ม มันเพิ่งกลืนกินวิญญาณแรกกำเนิดไปถึงสี่ดวง พลังงานมหาศาลตีรวนอยู่ภายในจุดตันเถียนของหลินเฟย ผลักดันให้รากฐานของเขาเข้าใกล้การทะลวงผ่านขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดที่แท้จริงเข้าไปทุกขณะ

เขาสะบัดคมดาบไล่หยดเลือดเซียน ก่อนจะทอดสายตามองผ่านประตูสวรรค์ทักษิณที่เปิดกว้าง ลึกเข้าไปด้านใน คือดินแดนของสวรรค์ชั้นที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะลอยฟ้า ปราสาทราชวัง และทรัพยากรวิญญาณที่มหาศาลเกินคณานับ

"นี่แค่จุดเริ่มต้นของการชำระล้าง..." หลินเฟยพึมพำกับตนเอง รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานและจิตสังหารปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ตำหนักเก้าสวรรค์... ล้างคอรอข้าไว้ได้เลย"

เด็กหนุ่มผมเงินก้าวเท้าเดินเหยียบย่ำลงบนเลือดและซากศพ มุ่งหน้าผ่านซุ้มประตูขนาดยักษ์ ก้าวเข้าสู่ดินแดนชั้นในของสวรรค์ชั้นที่หนึ่งอย่างเป็นทางการ ทิ้งกองทัพที่พ่ายแพ้และตำนานความโหดเหี้ยมไว้เบื้องหลัง ก้าวต่อไปของการล้างแค้นและการเปิดโปงความจริงแห่งจักรวาล... กำลังจะทวีความดุเดือดและนองเลือดยิ่งกว่าที่ผ่านมาเป็นร้อยเท่า!

ตอนต่อไป
ตอนที่ 47: กวาดล้างเมืองจิตวิญ...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา