เรื่อง ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

ติดตาม
บทที่ 7. ตอนที่ 2. คชสารทรงนาคี
บทที่ 7. ตอนที่ 2. คชสารทรงนาคี
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

“ส่วนเรื่องที่มึงแลสงสัยก่อนนี้ ชัดเจนแล้วว่าข้าศึกพวกนี้หาใช่เงี้ยวไม่ แต่เป็นพวกหนานเยว่…สายของกูที่แฝงตัวอยู่กับพวกค้าชา ยังรู้มาอีกว่า มีทัพใหญ่ทัพหลวงจากตอนเหนือ ลงมาตีขับไล่รุกรานพวกมันอีกที ทำให้พวกมันต้องย้ายลงมารุกรานชาวเราต่ออีกทอด ศึกครานี้ เห็นทีจะยืดเยื้อมิได้ง่ายดายเช่นที่คิดเอาไว้เสียแล้ว”

สีหน้าลำบากใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งคู่ เมื่อเอ่ยถึงการศึกในหัวเมืองเหนือ

“ให้คนของมึงจับตาดูไว้ แลหากมีการใดสำคัญ ให้รายงานมาที่กูแลไอ้พรหมเสก มันอยู่ใกล้พี่ท่านมากกว่ากู มีการใดเร่งด่วนจักได้ปรึกษาหารือต่อกัน แลเรื่องไอ้อินทร์สรง มึงก็อย่าชะล่าใจเช่นกัน จัดคนของมึงไปเฝ้าดูแลมันไว้ ห้ามคนนอกเข้าพบเป็นอันขาด อย่างน้อยก็สามเดือนแรกนี้ ของที่ส่งมาจากพิมานพระชายา ก็จงตรวจสอบให้ดี ก่อนนำส่งเข้าไปให้มัน"

“เรื่องนั้นมิต้องกังวลดอกหนา กูได้จัดหาคนเข้าไปสับเปลี่ยนเฝ้าดูแลมิได้คลาดสายตา มิหนำซ้ำ กูยังอัญเชิญนิมนต์เจ้าครูบาวัดกลางหัวเวียงมาอาบน้ำมนต์ล้างคุณไสย เพียงแต่…”

“เพียงแต่อันใดฤา…”

“ไอ้อินทร์สรง อาจมีอาการคุณไสยย้อนกลับ คงต้องใช้เวลารักษาอีกสักระยะ ครูบาเจ้าต้องการให้ไอ้อินทร์สรงทรงออกผนวช หลังจากที่ล้างคุณไสยเสร็จสิ้นลงแล้ว”

“น่าสนใจนี่ เช่นนั้น กูจักใจดีอนุญาตให้อีจันทร์แดง มันได้เห็นหน้าลูกมันบ้าง มึงไปจัดการตามนี้”

เจ้าแสนเมืองสิงห์น้อมรับพระบัญชาก่อนที่จะจากไป ข่าวชัยชนะในก้าวแรกมาถึงเวียงแก้วสุวรรณโคมคำ แต่ภายในใจของเจ้าขุนอินทร์ถวาย กลับยังมีความรู้สึกร้อนรุ่มหาได้สุขสบายชุ่มเย็นใจไม่ ยิ่งข่าวอาการบาดเจ็บของพ่อเมืองเวียงชัย ใกล้เข้าสู่ประตูความตาย ยิ่งทำให้คนที่ยืนอยู่ในเวียงแก้วสุวรรณโคมคำถึงกลับคิดหวั่น ห่วงหาการทัพการศึกแลพี่ชาย จนอยากแล่นออกนอกเวียงแก้วไปสู่สมรภูมิด้วยตนเอง

เครื่องบวงสรวงบัดพลีเหนือประลำพิธี ถูกจัดเตรียมขึ้น ณ ริมฝั่งโขง เจ้ามหาอุปราชขุนคำหลวงแลขุนพลรบจากเหนือใต้อันแข็งแกร่ง ต่างเข้าร่วมถวายเครื่องบัดพลีบูชาพญาแถนแดนฟ้า แลพญานาคินทร์อารักษ์แห่งสายน้ำ เป็นการบอกกล่าวถึงงานสำคัญอันจะทำให้สายแม่โขงต้องเปื้อนเลือดศัตรู การบอกกล่าวขอเบิกทางแลขมาอภัยจึงเกิดขึ้น

เสียงสวดบริกรรมคาถาดังงึมงำ กลิ่นควันธูปเทียนน้ำอบน้ำปรุงกำจายไปทั่วบริเวณ เมื่อเสร็จสิ้นพิธี ทุกคนอดรนทนรอจนกระทั่งธูปมอดหมดดอก เหล่าทหารก็เร่งเข้าไปเคลื่อนย้ายประลำพิธีออก ราวกับว่าพื้นที่ในจุดนั้น ไม่เคยมีพิธีการบวงสรวงใดเกิดขึ้นมาก่อน

เจ้าโยนยางคำ รีบเร่งบัญชาการให้กองกำลังของตนที่ชำนาญสายน้ำ ลงวางข่ายใยแมงมุม ตามแผนการดักเรือข้าศึก ทหารอีกส่วนรวมทั้งช้างศึกของเจ้าพรหมเสก ก็พากันเร่งลำเลียงหม้อดินเผาบรรจุดินปืนแลยางไม้สำหรับเป็นฉนวนเชื้อเพลิง ไปเตรียมไว้ในตำแหน่งที่เจ้าโยนยางคำได้ชี้นำจุดหมุดหมาย

โดยมีเจ้ามหาอุปราชขุนคำหลวงคอยควบคุมดูแลภาพรวมอยู่บนเนินเขาถัดออกไป ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อไม่ให้สายข่าวหน่วยลาดตระเวนของพวกข้าศึกรู้ตัว จนทำให้แผนการที่สู้ลงทุนไปต้องเสียเปล่า

แล้วหลังจากนี้ ทุกคนต่างก็เฝ้ารอคอย ให้ข้าศึกที่เปรียบเท่าปลาซิวปลาสร้อยเดินทางมาตามสายน้ำ เพื่อมาติดกับดักที่เจ้าโยนยางคำได้วางเอาไว้ แล้วดิ้นรนหนีความตายเพื่อไปเจอกับพญามัจจุราชเช่นเจ้าพรหมเสก ความคิดของเจ้าอุปราชขุนคำหลวงที่ต้องการบดขยี้ข้าศึก ชนิดไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก กำลังใกล้เข้ามาทุกที

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้าจนย่างเข้าสู่ช่วงเย็น ในที่สุดการรอคอยก็จบลง เมื่อเสียงสัญญาณจากพลซุ่มตามลำน้ำ เริ่มส่งต่อเสียงสัญญาณกันมาเป็นทอด ๆ เจ้าโยนยางคำเป่าปี่จุม[12]ล้อเป็นเสียงนกแอ่น เพื่อให้พลทหารตามแนวโซ่ตรวนได้รู้ตัว ว่าพวกข้าศึกกำลังล่องเรือมาใกล้จวนถึงที่หมายแล้ว

ลำน้ำของยามอาทิตย์อัสดงดูนิ่งสงบ ราวกับกระจกเงาหมอง ๆ สะท้อนแสงแดด ทว่าภายใต้ความเงียบงันนั้น เจ้าโยนยางคำยืนสงบนิ่งอยู่บนเนินผาสูง ณ ริมฝั่งโขง สายตาคมกริบจับจ้องมองไปยังหัวคุ้งน้ำ เมื่อสัญญาณนกกวักแว่วมาตามลม แผนการที่ซุ่มวางไว้ก็เริ่มขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว

ทันทีที่กองเรือข้าศึก เคลื่อนเข้าสู่ช่วงลำน้ำที่เต็มไปด้วยเกาะแก่งและโขดหินแฝง เหล่านักรบชาวน้ำแห่งเชียงลาวของเจ้าหลวงโยนยางคำ ที่ซุ่มอยู่ตามแนวตลิ่งพร้อมเครื่องกลไกโซ่และรอกไม้ตะเคียนก็เริ่มทำงาน

ทหารกล้าเจนสายน้ำดำดิ่งลงไปสับสลักไม้ที่ยึดโยงท่อนซุงขนาดใหญ่ปลายแหลม ให้หลุดออกจากร่องหิน ท่อนซุงที่ถูกถ่วงน้ำหนักด้วยหินก้อนใหญ่และสายโซ่ตรวน ก็พากันพุ่งสวนกระแสน้ำเข้ากระแทกท้องเรือข้าศึกจนเกิดเสียงดังก้องกังวานไปทั่วคุ้งน้ำ การเริ่มต้นของค่ายกลใยแมงมุมสำริดผล

เรือลำเขื่องที่บรรทุกเสบียงอาหารของข้าศึก ถูกไม้ซุงปลายแหลมเสียบเข้าสู่ท้องเรืออย่างรวดเร็ว หางเสือถูกโซ่ใต้น้ำก่อกวนจนควบคุมเรือไม่ได้ ทหารข้าศึกเผ่าเยว่แตกตื่นระคนมึนงง พยายามบังคับเรือหลบหลีกแต่กลับยิ่งเข้าไปติดกับดัก ข่ายใยแมงมุมที่เป็นทั้งโซ่เหล็กและแผงไม้ใต้น้ำ จนเรือเกยตื้นเข้ากับโขดหินกลางลำน้ำ สร้างความสับสนอลม่านอยู่กลางแก่งหินที่มีสายน้ำเชี่ยวโอบล้อม

เสียงขุนพลแม่ทัพใหญ่ตะโกนสั่งพลทหารในลำเรือจนเสียงแหบ แต่เรือเสบียงก็ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวต่อไปได้ เรือเสบียงลำอื่นที่แล่นตามกันมา หยุดเรือไม่ทัน ก็พาให้ชนกันเข้ากับเรือลำแรก แลดูโกลาหลวุ่นวายอยู่กลางน้ำ

เมื่อข้าศึกเสียกระบวนจนไม่อาจถอยหลังหรือไปต่อได้ เจ้าโยนยางคำก็สะบัดธงให้สัญญาณ เรือมรณะลำน้อยนับสิบที่บรรทุกหม้อดินเผาจนเต็มลำเรือ จึงถูกปล่อยให้ลอยล่องไปตามกระแสน้ำ พวกมันพากันพุ่งเข้าสู่ฝูงเรือของข้าศึก ที่บัดนี้ชนเกยกันอยู่กลางลำน้ำ

"ยิง!" เสียงสั่งการดังกึกก้อง

พลธนูเพลิงบนฝั่งก็พากันปล่อยลูกศรเพลิงให้พุ่งทะยานราว-่าฝนใหญ่ ไปตกลงบนลำเรือบรรทุกหม้อดินเผา เมื่อดินปืนกับยางไม้เจอเข้ากับความร้อนจากเปลวไฟ พวกมันก็พากันระเบิดแตกตัวออกเป็นพลาญชัย เพลิงสีส้มแดงลุกโชนเมื่อลอยล่องไปติดจุดใดของเรือ ก็จะลามลุกไหม้ไปจนถึงตัวคน ทะเลเพลิงแผ่กระจายไปทั่วผิวน้ำและลำเรืออย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ดังระงมแข่งกับเสียงไม้ลั่น เปลวเพลิงที่โหมไหม้ทั้งเรือทั้งคน ฟังราวเสียงสัตว์นรกตะโกนร้องขอชีวิต ภาพชาวบ้านแลขุนพลนักรบของเวียงชัยที่ตายเกลื่อน คือภาพสะท้อนในเพลานี้

ทหารข้าศึกที่เหลือรอด ต่างพยายามตะเกียกตะกายว่ายแข่งกระแสน้ำและเปลวเพลิง หวังหลบหนีจากความตายเข้าหาฝั่ง ทว่าแผ่นดินที่พวกมันคิดว่าจะฝากชีวิต ให้รอดพ้นจากหายนะ กลับมีเจ้าพรหมเสกที่นั่งตระหง่านอยู่บนคอคชสาร เฝ้ารอพวกมันอยู่ก่อนแล้ว

[12]ปี่จุม เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าของภาคเหนือล้านนา คำว่า "จุม" เป็นภาษาล้านนาหมายถึงการชุมนุม หรือการประชุมกัน ดังนั้น ปี่จุม จึงหมายถึง การนำปี่หลาย ๆ เล่มนำมาเป่ารวมกัน ทำด้วยไม้รวก ลำเดียว นำมาตัดให้มีขนาดสั้น ยาว เรียงจากขนาดเล็ก (ปลายไม้) ไปหาใหญ่ (โคนของลำไม้) มีต่าง ๆ กัน ตามระดับเสียง เรียงจากขนาดเล็ก ซึ่งมีระดับสูง ไปหาขนาดใหญ่ที่มีเสียงต่ำ


อีบุ๊ค

เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW

ตอนต่อไป
บทที่ 7. ตอนที่ 3. คชสารทรงนาคี

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา